เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3542 เขาฟ้าอรุณ / ตอนที่ 3543 เผาศพ
ตอนที่ 3542 เขาฟ้าอรุณ
“นายท่านอวี๋อย่าทำเช่นนี้เลย” เฟิ่งจิ่วยกมือและกล่าว “วันนี้พวกข้ามาเพราะอยากถามที่มาและประโยชน์ของกระจกปากว้าอันนั้น ไม่ทราบว่านายท่านอวี๋รู้อะไรมากน้อยเท่าไร”
ฟังดังนั้นแล้ว ชายชราตระกูลอวี๋กล่าว “ความจริงข้ารู้เรื่องราวเกี่ยวกับกระจกปากว้าอันนี้น้อยนัก ตอนที่บิดาข้ามอบให้ข้าในปีนั้น เขาเพียงบอกให้เก็บรักษาอย่างดี ลูกหลานตระกูลอวี๋อย่าได้หยดเลือดให้มันรับเป็นเจ้านายเด็ดขาด”
“แต่ข้าลองแล้ว กระจกปากว้าอันนี้หยดเลือดแล้วไม่รับข้าเป็นเจ้านาย” เฟิ่งจิ่วกล่าว
“เอ๋? หยดเลือดแล้วไม่รับเป็นเจ้านาย?” ชายชราตระกูลอวี๋ตะลึงไปเล็กน้อย “เป็นไปไม่ได้! ปีนั้นบิดาข้าบอกกับข้าเช่นนี้ หมายความว่าหยดเลือดรับเป็นเจ้านายได้อย่างแน่นอน เพียงแต่เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ข้าไม่รู้เลยจริงๆ”
เมื่อผ่อนลมหายใจออก ชายชราตระกูลอวี๋กล่าวอีกว่า “บางทีบิดาข้าก่อนตายในปีนั้นอาจพูดไว้ไม่ชัดเจนนัก พอข้าคิดถามดูให้ละเอียด เขาก็…”
เขาถอนใจเสียงหนึ่ง “เพียงแต่หลายปีมานี้ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากระจกอันนี้คืออะไรกันแน่ ยิ่งไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ถือกระจกปากว้าเอาไว้ก็ไม่กล้าให้ใครรู้ ได้แต่เก็บมันไว้ไม่ต่างจากกระจกปากว้าป้องกันสิ่งชั่วร้ายมาตลอด จนกระทั่งกระจกปากว้าตอบรับแสงจันทร์ในครั้งนั้น เมื่อมันทอแสงจ้าตาออกมาสายหนึ่ง ข้างนอกถึงได้เริ่มเล่าลือว่าตระกูลอวี๋ของพวกข้ามีของล้ำค่า และก็เริ่มเกิดเรื่องขึ้นกับตระกูลอวี๋ของพวกข้าเรื่อยมาตั้งแต่นั้น”
สองคนฟังเขาเล่าเรื่องที่รู้อยู่ในห้อง ความจริงแล้วข้อมูลที่ได้รับมีอยู่ไม่มากจริงๆ ไม่นานเท่าไรนักสองคนก็ขอตัวลากลับไป
อวี๋เฉิงเต๋อส่งพวกเขาออกไป กล่าวว่า “ท่านหลิง ฮูหยินหลิง วันหน้าหากมีโอกาสมาเยือนอีก ได้โปรดมาเป็นแขกที่ตระกูลอวี๋อีก”
เฟิ่งจิ่วยิ้ม “ได้”
อวี๋เฉิงเต๋อส่งพวกเขาถึงภูเขาด้านหลังจวนตระกูลอวี๋ เห็นบุรุษนามว่าซ่งอีผิงรออยู่ตรงนั้น จึงประสานมือคารวะ “รักษาตัวด้วย”
“รักษาตัวด้วย” เฟิ่งจิ่วคารวะกลับ จากนั้นค่อยเดินไปข้างหน้าพร้อมกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
อวี๋เฉิงเต๋อมองพวกเขา บุรุษคนนั้นนำแกนเคลื่อนย้ายออกมา ทันใดนั้นแสงสว่างสายหนึ่งพลันปรากฏ พาสามคนหายไปกลางอากาศ…
ตอนเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วยืนอย่างมั่นคงแล้ว พวกเขารู้สึกเพียงว่าทิวทัศน์ตรงหน้าเปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนจากภูเขาหลังจวนตระกูลอวี๋เป็นป่าทึบที่มีต้นไม้สูงเทียมฟ้า
“ที่นี่คือรอบนอกของเขาฟ้าอรุณ ผ่านข้างหน้าไปก็เข้าสู่อาณาเขตของตระกูลเยี่ยแล้ว รอบๆ เขาฟ้าอรุณแห่งนี้มีแปดตระกูลเร้นกายอยู่ ตระกูลของข้าก็อยู่ละแวกนี้เช่นกัน ทุกตระกูลที่เร้นกายล้วนมีอาณาเขตของตนเองบนผืนดินนี้ นอกจากจำเป็นต้องเคลื่อนไหวแล้ว เวลาปกติไม่มีทางข้ามอาณาเขตของตระกูลอื่น”
ซ่งอีผิงแนะนำกับพวกเขา พร้อมกันนั้นก็นำทางพวกเขาเดินไปข้างหน้า “ตระกูลเยี่ยเชี่ยวชาญวิชาค่ายกลและเขตอาคม อาณาเขตตระกูลของพวกเขามีค่ายกลและเขตอาคมมากมายคุ้มครองไว้ แต่ข้ามาที่นี่บ่อยๆ รู้ว่าต้องเปิดออกอย่างไร พวกท่านติดตามข้ามาก็เพียงพอแล้ว”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วสบตากัน ฝ่ายหลังยิ้มอย่างเบิกบานใจ จูงมือเขาเดินไปพลางกล่าวว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าสถานที่เช่นนี้จะซ่อนตระกูลเร้นกายไว้ตั้งแปดตระกูล ว่ากันว่าภายในตระกูลเร้นกายน่าจะมีผู้แข็งแกร่งไม่น้อยกระมัง ตระกูลเร้นกายทั้งแปดอยู่ที่นี่ แล้วตระกูลไหนเล่าที่เป็นผู้นำ”
……….
ตอนที่ 3543 เผาศพ
“ตระกูลเร้นกายไม่ได้ตกลงกันว่าตระกูลไหนจะเป็นผู้นำ ทุกตระกูลต่างก็ไม่ผิดใจกัน ต่างฝ่ายต่างมีจุดแข็ง วิวาทกันน้อยนัก” ซ่งอีผิงกล่าว จากนั้นเอ่ยกับพวกเขาว่า “ข้าหน้าก็คือพื้นที่ค่ายกลแล้ว”
ฟังเช่นนั้นแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วมองไปข้างหน้า ด้วยระดับพลังของพวกเขา ค่ายกลพวกนี้นับเป็นอุบายเล็กจ้อยในสายตา ไม่ยุ่งยากอะไรแม้แต่นิดเดียว
ซ่งอีผิงที่อยู่ข้างหน้านำทางอย่างระมัดระวัง ทว่าเดินไปได้พักหนึ่งแล้ว หลังจากผ่านค่ายกลสองอัน ซ่งอีผิงยิ่งเดินยิ่งขมวดคิ้วเป็นปม พลางพึมพำว่า “น่าแปลก ค่ายกลนี้เปลี่ยนไปได้อย่างไร”
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองค่ายกลนั้นครั้งหนึ่ง นางจูงมือเซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินไปข้างหน้า ซ่งอีผิงชะงักไปเล็กน้อย ด้วยเห็นสองคนก้าวเดินอย่างมั่นคงและสบายใจ หลบเลี่ยงค่ายกลได้โดยง่ายจึงรีบตามไปทันที ทว่าฝีเท้าเขาเชื่องช้า กลับเห็นพวกเขาทั้งสองอออกห่างไปมากขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องเร่งฝีเท้าตามไป
“ใครกล้าบุกอาณาเขตตระกูลเยี่ย!”
เสียงเกรี้ยวกราดสายหนึ่งดังมา บุรุษสี่คนโฉบออกมาจากมุมมืด ขวางอยู่ตรงหน้าเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่ว สายตาดุร้ายจับจ้องพิจารณาทั้งสองคน
“ข้าเอง”
ซ่งอีผิงเดินมาจากข้างหลัง ปาดเหงื่อแล้วมองสามีภรรยาคู่นั้น เขาตามอยู่ข้างหลัง มองพวกเขาเดินอย่างผ่อนคลาย ใครเล่าจะรู้ว่าเขาที่เลี้ยวตามไปมาเกือบตามไม่ทัน
เมื่อเห็นซ่งอีผิง คนหนึ่งในนั้นแย้มยิ้ม “อีผิงนี่! เหตุใดเป็นเจ้า เจ้ามาได้อย่างไร สองคนนี้คือใคร”
“นี่คือท่านหลิง นี่คือฮูหยินหลิง พวกเขาเป็นคนที่ข้าเชิญมารักษาอาหลิง” ซ่งอีผิงกล่าว จากนั้นถามว่า “ช่วงนี้อาหลิงเป็นอย่างไรบ้าง ดีขึ้นบ้างหรือไม่ กินอะไรบ้างหรือไม่”
ฟังดังนั้นแล้ว สีหน้าของสี่คนนั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าหดหาย พวกเขาขยับริมฝีปาก เหมือนกับไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรก็ไม่ปาน ไม่ได้เอ่ยอะไร
ซ่งอีผิงเห็นเช่นนั้นก็สะท้านใจ สีหน้าซีดขาวลงทันที “คือ นางไม่ดีขึ้นเลยหรือ” เสียงของเขาสั่นเครือ หัวใจบีบรัดโดยพลัน
เห็นเขามีท่าทางเช่นนั้น บุรุษที่อายุมากหน่อยถอนใจเสียงหนึ่ง “ตั้งแต่เจ้ากลับไปเมื่อครั้งก่อน อาการของเยี่ยหลิงก็ทรุดหนักลงเรื่อยๆ เดิมทีนางจะออกไปเดินตอนกลางคืน ต่อมาก็เดินไม่ไหวแล้ว ได้แต่นอนบนเตียงตลอดเวลา ทว่าตั้งแต่นั้นภายในตระกูลก็มีคนเกิดเรื่องอยู่ไม่น้อยอย่างต่อเนื่อง ทุกคืนล้วนออกจากเรือนของตนเอง อีกทั้งร่างกายก็ไม่ค่อยแข็งแรง”
พูดถึงตรงนี้แล้ว เขาชะงักไปเล็กน้อย “คนในตระกูลปกปิดเรื่องนี้ แต่ไม่รู้ว่าตระกูลอื่นรู้เข้าได้อย่างไรเช่นกัน แถมเล่ากันว่าทยอยเกิดเรื่องแปลกๆ ขึ้นกับตระกูลอื่นด้วย สุดท้ายพวกเขาล้วนโทษว่าเป็นความผิดของเยี่ยหลิง ต้องการให้ตระกูลเยี่ยของพวกเราอธิบบาย เหล่าผู้อาวุโสในตระกูลจนปัญญา จึงหารือกันแล้วว่าจะเผาศพเยี่ยหลิง ด้วยเข้าใจว่านางถูกจิตวิญญาณร้ายครอบงำร่างกาย หากไม่เผาทิ้ง เกรงว่าตระกูลจะเกิดเรื่องแปลกมากไปกว่านี้”
ซ่งอีผิงฟังจบพลันกำหมัดแน่น ร่างกายสั่นเทิ้ม ดวงตาปรากฏสีแดงเลือด เขาถามเสียงสั่นเครือว่า “พะ…พวกท่านจะเผาศพนางหรือ”
เขาพุ่งไปข้างหน้าอย่างแรง สองมือคว้าคอเสื้อของคนหนึ่งในนั้นและออกแรงเขย่าอย่างไร้สติ “ท่านมองพวกเขาเผาน้องสาวของท่านทั้งเป็นอย่างนั้นหรือ ท่านมองเฉยๆ ไม่ห้ามเลยหรือ เหตุใดไม่ส่งข่าวอะไรบอกข้า เพราะอะไร!”
บุรุษคนนั้นถูกเขย่าจนพูดไม่ออก เพียงเม้มปากแน่นและก้มหน้าลง
……….