เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3544 ช่วยไม่ได้ / ตอนที่ 3545 ความหวัง
ตอนที่ 3544 ช่วยไม่ได้
คนที่อยู่ข้างๆ เห็นดังนั้นก็รีบเดินเข้าไป “อีผิง เจ้าอย่าวู่วาม เยี่ยหลิงยังไม่ตาย”
พอได้ยินคำนี้ ซ่งอีผิงชะงักค้าง หยุดการกระทำ “ท่านหมายความว่าอะไร อาหลิงไม่ได้ถูกเผาตายหรือ”
“ไม่ใช่เช่นนั้น เพราะคนจากตระกูลอื่นอยากเห็นนางถูกเผาศพ ดังนั้น…” บุรุษคนนั้นยังพูดไม่จบก็ถูกขัดจังหวะด้วยความเกรี้ยวกราดแล้ว
“เผาศพอะไร! นางยังไม่ตายจะเรียกว่าเผาศพได้อย่างไร!” ซ่งอีผิงตวาดอย่างมีน้ำโห
“ใช่ๆ ข้าพูดผิดเอง” บุรุษคนนั้นถอนใจเสียงหนึ่ง “พวกเขาล้วนอยากดู จึงเลือกเผานางทั้งเป็นในยามจื่อคืนนี้ เผาที่ยอดเขาฟ้าอรุณ”
“ข้าจะไม่ให้พวกท่านเผาอาหลิงจนตาย! ข้าจะไปช่วยนาง! ข้าจะไปช่วยนาง!” ซ่งอีผิงพูดพร้อมดวงตาแดงก่ำ พุ่งไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง ทว่าถูกหลายคนรั้งเอาไว้
“เจ้าใจเย็นก่อน!” บุรุษที่อายุมากหน่อยคำรามเสียงขรึม จ้องเขาอย่างเย็นชา “เรื่องเผาเยี่ยหลิงจนตาย พวกเจ้าตระกูลซ่งก็ไม่ได้ห้าม! อีกอย่างบิดาเจ้าเสนอยกเลิกงานแต่งเอง เรื่องการแต่งงานของเจ้ากับเยี่ยหลิงไม่มีอยู่แล้ว!”
“ไม่! เป็นไปไม่ได้! ข้ารักนางเพียงผู้เดียว! หากพวกเขาจะเผานางจนตาย ข้าจะตายไปกับนางด้วย!” เขาตะโกนเสียงดังด้วยความโมโห เส้นเลือดสีเขียวปูดขึ้นบนหลังมือ
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วที่ยืนอยู่ข้างๆ มองดูแล้วประหลาดใจอยู่บ้าง คิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้! วิญญาณชั่วร้ายอยู่บนร่างอะไร จะเผาสตรีที่ยังไม่หมดลมหายใจจนตายทั้งเป็นอย่างนั้นหรือ? ตระกูลเร้นกายพวกนี้สมองผิดปกติไปหมดแล้วกระมัง
“อีผิง เจ้าวู่วามเช่นนี้ไม่เพียงช่วยอาหลิงไม่ได้ แม้แต่ตัวเจ้าเองก็จะเข้าไปพัวพันด้วย!” บุรุษที่ถูกซ่งอีผิงคว้าคอเสื้อก่อนหน้านี้เอ่ยเสียงเข้ม สายตาดุดันจ้องมองซ่งอีผิง “ตอนนี้ขอเพียงเจ้ารีบร้อนเข้าไป มีแต่จะทำให้คนอื่นๆ ในตระกูลเยี่ยแตกตื่น เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าเจ้าจะถูกจับขังไม่ได้พบอาหลิงอีก”
บุรุษอายุมากเห็นดังนั้นก็กล่าวว่า “ใช่! หากเจ้าบุ่มบ่ามเข้าไปเช่นนี้ ต้องถูกจับขังอย่างแน่นอน เช่นนั้นแล้วเจ้าต้องขัดขวางเรื่องที่จะเกิดขึ้นในยามจื่อคืนนี้ไม่ได้แน่ ถึงตอนนั้นแล้วอย่าว่าแต่ช่วยนางเลย เจ้าไม่มีทางได้พบหน้านางอีก”
ซ่งอีผิงฟังวาจาของพวกเขาแล้วร่างกายอ่อนยวบ คุกเข่าลงไปทั้งอย่างนั้น “เช่นนั้นทำอย่างไรดี หรือจะให้ข้าทนมองนางถูกเผาทั้งเป็น นางยังมีชีวิตอยู่ พวกท่านเป็นคนในตระกูลของนาง เป็นครอบครัวของนาง เหตุใดไม่ห้ามไว้ เหตุใดไม่ห้าม!”
ทั้งสี่คนหลุบตาลง ไม่พูดอะไรแม้สักคำ ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ห้าม พวกเขาลองห้ามแล้วเช่นกัน แต่ห้ามไม่ได้ อีกอย่างพวกเขาถูกส่งมาเฝ้าเขตแดนตระกูลเยี่ยเพราะห้ามคนในตระกูล รวมถึงไม่อนุญาตให้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของเยี่ยหลิง พวกเขาจะทำอย่างไรได้ พวกเขาก็จนใจไม่ต่างกัน
ฐานะของพวกเขาไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงที่สุดในตระกูล พลังของพวกเขาก็ใช่ว่าแข็งแกร่งที่สุดในตระกูล ต่อให้พวกเขาห้ามก็ไม่มีใครฟัง พวกเขาห้ามไม่ได้โดยสิ้นเชิง
เพียงแต่คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาสี่คนถูกส่งมาเฝ้าเขตแดนตระกูลเยี่ยแล้ว กลับพบกับซ่งอีผิงที่กลับมาจากข้างนอก โชคดีที่คนที่เฝ้าอยู่ตรงนี้คือพวกเขา หากเป็นคนอื่น เกรงว่าซ่งอีผิงจะถูกไล่ตะเพิดหรือถูกจับไป เป็นเช่นนั้นแล้วจะยังได้ข่าวเยี่ยหลิงได้อย่างไรอีก
ตอนนี้ซ่งอีผิงที่นั่งนิ่งอยู่บนพื้นพลันดวงตาทอประกาย คล้ายกับนึกอะไรขึ้นได้ หมุนกายไปทันควัน
……….
ตอนที่ 3545 ความหวัง
เขามองเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่วด้วยสายตาที่มีความหวัง สองขายังคงคุกเข่า ทว่าบัดนี้คุกเข่าให้พวกเขา “ท่านหลิง ฮูหยินหลิง พวกท่านช่วยข้าด้วย! ขอพวกท่านช่วยข้าช่วยเยี่ยหลิงด้วย”
เขารู้ว่าหากเยี่ยหลิงมีโอกาสรอด เช่นนั้นก็มีเพียงพวกเขาที่ช่วยได้แล้ว
ขอเพียงพวกเขายินยอม บางทีอาจช่วยเยี่ยหลิงได้!
บุรุษอายุมากคนนั้นเห็นดังนั้นแล้วถอนหายใจเสียงหนึ่ง ก้าวเข้ามาตบไหล่เขาเบาๆ “อีผิง เจ้าอย่าทำเช่นนี้เลย ใครก็ช่วยเยี่ยหลิงไม่ได้แล้ว ที่ยอดเขาฟ้าอรุณในคืนนี้ ไม่เพียงพวกผู้อาวุโสตระกูลเยี่ย คนจากตระกูลอื่นๆ ก็จะไปกันทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าใครก็ต้านทานการต่อสู้ของตระกูลเร้นกายทั้งแปดได้กระมัง ยิ่งไปกว่านั้น คิดช่วยนางและพานางไปจากสายตาจับจ้องของทุกคน ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยสิ้นเชิง ไยเจ้าต้องลำบากท่านทั้งสองด้วย”
ซ่งอีผิงไม่สนใจพวกเขา เพียงอ้อนวอนอย่างขมขื่น “ท่านหลิง ฮูหยินหลิง ขอร้องพวกท่านล่ะ ข้าขอร้องพวกท่าน!”
เห็นบุรุษคนหนึ่งของร้องเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วอดใจอ่อนไม่ได้ ความรักลึกซึ้งที่ซ่งอีผิงมีต่อเยี่ยหลิงทำให้นางซาบซึ้งมาก ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ช่วยเขาสักคราจะเป็นอะไรไป ยิ่งไปกว่านั้นสตรีคนหนึ่งจะถูกเผาตายทั้งเป็น วิธีการเช่นนี้นางไม่มีทางเห็นด้วย
“เจ้าลุกขึ้นเถอะ! พวกข้าจะช่วยเจ้าก็แล้วกัน” เฟิ่งจิ่วกล่าว บอกให้เขาลุกขึ้น
สี่คนจากตระกูลเยี่ยฟังคำนี้แล้วแปลกใจอยู่บ้าง ก่อนจะมองไปทางสตรีชุดเขียว “ฮูหยินท่านนี้ ท่านรู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วสถานการณ์เป็นอย่างไร ยามจื่อคืนนี้ คนจากตระกูลเร้นกายทั้งแปดจะจับตามองอยู่ที่นั่น แล้วพวกท่านจะช่วยคนใกล้ตายจากสายตาของทุกคนได้อย่างไร ต้องรู้ไว้ว่าหากพวกท่านทำเช่นนั้นจริงๆ เกรงว่าจะกลายเป็นศัตรูของทั้งแปดตระกูลแล้ว”
เฟิ่งจิ่วฟังจบก็ยิ้มออกมา “ตระกูลเร้นกายที่พวกเจ้าว่ามีเพียงชื่อเสียงจอมปลอม ในตระกูลเกิดเรื่องแปลกจะให้สตรีคนหนึ่งรับผิดชอบหรือ แถมยังบอกว่าวิญญาณชั่วร้ายนั่นอยู่กับตัวนาง? พวกเจ้าไร้ประโยชน์เกินไปแล้ว”
นางชำเลืองมองพวกเขาอย่างไม่ยี่หระคราหนึ่ง “หากเผาเยี่ยหลิงผู้นั้นแล้ว ตระกูลของพวกเจ้ายังมีเรื่องแปลกเกิดขึ้นอยู่แล้วจะทำอย่างไร ข้าว่าผู้อาวุโสตระกูลพวกเจ้าคงปวดเศียรเวียนเกล้า เกิดเรื่องแล้วไม่หาต้นตอของปัญหา กลับกล่าวโทษสตรีคนหนึ่งและผลักให้นางไปตาย ทำเช่นนี้แล้วไม่กลัวเป็นที่โจษจันว่าไม่เมตตา ไร้คุณธรรม และไร้ความสามารถเลยหรือ”
หลายคนถูกนางกล่าวเช่นนี้แล้ว ริมฝีปากขยับขมุบขมิบ ทว่ากลับพูดอะไรไม่ออก
“ซ่งอีผิง ไปเถอะ!” เฟิ่งจิ่วกล่าวกับซ่งอีผิง จากนั้นหมุนกายจากไปพร้อมกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
ซ่งอีผิงงุนงง คิดแล้วก็เร่งฝีเท้าตามไป
หลายคนจากตระกูลเยี่ยเห็นพวกเขาเดินไปไกลแล้ว คราวนี้ค่อยดึงสติกลับมา พวกเขาสบตากันครั้งหนึ่ง ก่อนจะเดินกลับไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เดินได้พักหนึ่งแล้ว ซ่งอีผิงอดไม่ไหวถามว่า “ฮูหยินหลิง พวกเราจะช่วยอาหลิงอย่างไร” สิ่งที่เขากังวลที่สุดคือจะช่วยสตรีผู้เป็นที่รักได้อย่างไร เมื่อคิดว่าคืนนี้นางจะถูกเผาทั้งเป็น หัวใจเขาก็บีบรัดอย่างไม่อาจควบคุม ไม่อาจสงบใจได้เช่นกัน
“พวกเขาบอกแล้วไม่ใช่หรือ คืนนี้ยามจื่อจะเผานางที่ยอดเขาฟ้าอรุณ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราไปดูสภาพแวดล้อมที่นั่นก่อนแล้วค่อยหารือกัน” เฟิ่งจิ่วกล่าว จูงมือเซวียนหยวนโม่เจ๋อเดินไปอย่างไม่รีบร้อน
ความจริงแล้วด้วยพลังของพวกเขา หากบังคับพาคนไปย่อมไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ความวุ่นวายหลังจากนั้นย่อมมีมากมายนัก มิสู้ดูสภาพแวดล้อมก่อนค่อยวางแผนจะดีกว่า
……….