เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3548 แผนการ / ตอนที่ 3549 เยี่ยหลิง
ตอนที่ 3548 แผนการ
“ปราณหยินหนักมาก” เฟิ่งจิ่วกล่าว สายตามองไปทั่วบริเวณ เห็นเพียงปราณหยินพวกนี้กระจายตัวไปรอบๆ อย่างรวดเร็วโดยมีพวกเขาอยู่ตรงใจกลาง
“ที่นี่น่าจะมีคนมาเยือนน้อยนัก” เซวียนหยวนโม่เจ๋อพูด มองรอบๆ ครั้งหนึ่งแล้วถอนสายตาเรียบเฉยกลับมา ด้วยแรงกดดันของราชันเทพอย่างพวกเขา ปราณหยินพวกนี้ย่อมไม่อาจเข้าใกล้
เฟิ่งจิ่วแผ่จิตรับรู้ออกไปไกลขึ้น หลังดึงจิตรับรู้กลับคืนมาก็กล่าวว่า “ขึ้นไปเถอะ!”
“อืม” เซวียนหยวนโม่เจ๋อตอบรับเสียงหนึ่ง พานางขึ้นไปข้างบนด้วยกัน
ซ่งอีผิงที่รออยู่บนยอดเขา บัดนี้กำลังเดินไปมาด้วยความร้อนใจ ทั้งยังคอยมองลงไปข้างล่างอยู่เรื่อยๆ กระทั่งมองเห็นเงาร่างของพวกเขาสองคนเหาะขึ้นมา ในดวงตาเขาถึงค่อยปรากฏความยินดี
“ท่านหลิง ฮูหยินหลิง!”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วมาถึงข้างบน ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนก้อนหิน เฟิ่งจิ่วกล่าวว่า “พวกข้าพบถ้ำแห่งหนึ่งอยู่ข้างล่าง เจ้าฟังนะ คืนนี้จะทำตามนี้…”
เฟิ่งจิ่วเล่าแผนการคืนนี้ให้เขาฟังคร่าวๆ จากนั้นหยิบโอสถเม็ดหนึ่งออกจากห้วงมิติแล้วส่งให้เขา “กินสิ!”
ซ่งอีผิงกลืนโอสถลงไปโดยไม่ลังเล หลังจากนั้นเซวียนหยวนโม่เจ๋อก็พาเขาเหาะลงไปข้างล่าง ครั้นผ่านพ้นหมอกพิษ ในที่สุดก็มาถึงกลางป่าที่อยู่ข้างล่างสุด
เฟิ่งจิ่วที่เดินตามอยู่ข้างหลังกล่าวขึ้นว่า “เตรียมอาหารและกิ่งไม้ไว้ก่อนฟ้ามืดจำนวนหนึ่ง แล้วไปรอข้างในถ้ำแห่งนั้น” นางพูดพลางมองไปรอบๆ
ตอนซ่งอีผิงมาถึงข้างล่างก็อดประหลาดใจไม่ได้ เขาเคยได้ยินว่าข้างล่างนั้นมีปราณหยินหนาหนัก อีกทั้งยังเต็มไปด้วยหมอกพิษ สัตว์ร้ายมีให้พบเห็นน้อยนัก แต่เหตุใดพอมาถึงข้างล่างแล้วกลับรู้สึกว่าข้างล่างนี้ช่างแตกต่างจากในคำเล่าลือยิ่งนัก
เขาไหนเลยจะรู้ว่าเพราะมีเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วอยู่ที่นี่ จึงทำให้ปราณหยินรอบข้างไม่อาจก่อตัวเข้าใกล้
ก่อนมืด พวกเขาเตรียมข้าวของที่ต้องใช้เรียบร้อย แล้วค่อยกลับไปยังถ้ำซึ่งอยู่ตรงกลางภูเขา
ซ่งอีผิงก่อกองไฟขนาดเล็ก ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงของฮูหยินหลิงดังมา
“ตั้งชั้นวาง ข้ามีหม้ออยู่ใบหนึ่ง จะได้ต้มน้ำแกงงูกินกัน” เฟิ่งจิ่วกล่าว หยิบหม้อใบใหญ่ออกมาจากในห้วงมิติ พร้อมกับนำงูวิญญาณก่อนหน้านี้ออกมา แล้วส่งให้เขาจัดการ
ตอนเห็นงูวิญญาณตัวนั้น ซ่งอีผิงพยักหน้าพร้อมตอบรับเสียงหนึ่ง “ขอรับ”
ติดตามพวกเขามาหนึ่งวัน เขาคุ้นชินกับเรื่องที่ทำให้ประหลาดใจเช่นนี้แล้ว ตอนเห็นงูวิญญาณตัวใหญ่ ในใจเขากลับสงบนิ่งนัก แม้จะไม่รู้ว่าพวกเขาไปฆ่างูมาตอนไหนแต่ก็นับว่าเป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง อย่างไรเสียพลังของพวกเขาก็แข็งแกร่งนัก
ท้องฟ้าหม่นแสงลงเรื่อยๆ มีคนทยอยถือคบเพลิงมุ่งหน้าขึ้นเขามา คบเพลิงเหล่านั้นสว่างจ้า ราวกับวิญญาณชั่วร้ายที่กำลังเคลื่อนไหวท่ามกลางความมืดมิด…
เซวียนหยวนโม่เจ๋อนั่งขัดสมาธิฝึกบำเพ็ญอยู่ในถ้ำ ซ่งอีผิงเฝ้าน้ำแกงงูวิญญาณอยู่ข้างกองไฟ ขณะเดียวกันก็มองออกไปข้างนอกอยู่เรื่อยๆ เพียงแต่มองไม่เห็นอะไร
เฟิ่งจิ่วมองคนเหล่านั้นที่กำลังเดินทางขึ้นเขามา เสียงฝีเท้ามากมายสับสน ผสมปนเปไปกับเสียงสนทนา ทำให้ยอดเขาที่เดิมทีหนาวเย็นเงียบเหงาเริ่มคึกคักขึ้นมา
นางซ่อนตัวอยู่ในความมืดเห็นหลายคนตั้งแท่นไม้อยู่บนยอดเขา ตำแหน่งนั้นใกล้กับหน้าผา หลังจากตั้งแท่นไม้เรียบร้อยแล้ว ผู้คุ้มกันสองคนยกสตรีชุดขาวที่นอนอยู่บนแท่นไม้เรียบๆ ออกมา
……….
ตอนที่ 3549 เยี่ยหลิง
ตอนมองเห็นสตรีนางนั้น หัวคิ้วของเฟิ่งจิ่วก็ข่มวดเข้าหากัน สีหน้าพลันเย็นชา
สตรีนางนั้นผอมบางเสียจนล้มพับได้เพียงต้องลม นางนอนอยู่บนแท่นไม้ นอกจากเสื้อผ้าตัวบางบนกายแล้วก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ถึงขั้นไม่มีใครคำนึงว่ายามราตรีลมเย็นหนาวเหน็บ ต้องคลุมผ้าให้นางอบอุ่นบ้าง
นางนอนนิ่งไม่ขยับ สองตาเบิกโพลงมองท้องฟ้าและดาราราวกับน้ำนิ่ง เรือนผมสีขาวแผ่สยายอยู่บนแท่นไม้ เสื้อขาว กระโปรงขาว ผมขาว ร่างกายซูบผอมจนมองรูปลักษณ์เดิมไม่ออก บางคนมองแล้วรู้สึกสยดสยอง
ถูกต้อง เยี่ยหลิงในสภาพเช่นนี้นั้น มองดูแล้วเหมือนกับจิตวิญญาณชั่วร้ายในยามค่ำคืนก็ไม่ปาน บนกายไม่เหลือปราณมนุษย์แม้แต่เสี้ยวเดียว คาดว่าหากเด็กคนไหนเห็นนางในสภาพเช่นนี้คงจะต้องตกใจร้องไห้จ้า
“มัดนางกับแท่น” ชายชราคนหนึ่งสั่ง ให้คนประคองนางขึ้นเพื่อมัดนางไว้
ผู้คุ้มกันสองคนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเข้ามาประคองนางลุกขึ้น พลางพูดเสียงเบาว่า “คุณหนูใหญ่ ขอล่วงเกินแล้ว” พวกเขาต้องทำตามคำสั่ง ไม่อาจฝ่าฝืนได้
คนขึ้นเขาทยอยมาถึงยอดเขาแล้ว พวกเขาเห็นเยี่ยหลิงในชุดสีขาวทั้งตัวถูกมัดอยู่บนแท่น จึงพูดคุยกันเสียงเบา
“เยี่ยหลิงถือเป็นหญิงงามมีชื่อเสียงบนเขาฟ้าอรุณแห่งนี้ ไม่คิดเลยว่าจะกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ หากไม่บอกว่านางคือเยี่ยหลิง ข้าคงไม่กล้าเชื่อจริงๆ ว่าสตรีน่ากลัวตรงหน้าคือคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเยี่ย”
“นางยังอายุไม่ถึงยี่สิบปี กลับมีเรือนผมสีขาวทั้งศีรษะแล้ว เหลือเชื่อจริงๆ”
“ก่อนเกิดเรื่อง เยี่ยหลิงนับว่าอัจฉริยะของตระกูลเยี่ย คาดไม่ถึงเลยว่าหลังจากเกิดเรื่องแล้วจะกลายเป็นเช่นนี้ สุดท้ายตกต่ำจนมีจุดจบเช่นในวันนี้ พูดไปแล้วก็น่าเสียดายอยู่บ้าง”
“น่าเสียดายอะไร นางคือสตรีโชคร้ายที่ถูกวิญญาณชั่วสิงร่าง สตรีเช่นนี้หากไม่เผาแล้วจะปล่อยให้นางไปทำร้ายคนอื่นต่อหรือ”
“ได้ยินว่าผู้นำตระกูลซ่งยกเลิกงานแต่งของนางกับซ่งอีผิงแล้ว เจ้าหนุ่มซ่งอีผิงน่าจะกำลังตามหาหมอมารักษาเยี่ยหลิงอยู่ข้างนอกนั่นกระมัง ไม่รู้จริงๆ ว่าพอเขากลับมาแล้วรู้ว่างานแต่งถูกยกเลิก เยี่ยหลิงถูกเผา สถานการณ์จะเป็นอย่างไร”
“จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อตอนนี้เขากลับมาช่วยเยี่ยหลิงไม่ได้ คืนนี้คนจากแปดตระกูลอยู่ที่นี่ ไม่ว่าใครมาก็ช่วยนางไม่ได้”
“แต่ผู้นำตระกูลเยี่ยก็ใจแข็งนัก ตัดใจเผาบุตรีตนเองเช่นนี้ได้”
“พูดเช่นนี้ก็ไม่ถูก หากเยี่ยหลิงคนนี้ไม่มีผู้นำตระกูลเยี่ยคุ้มครองเรื่อยมา ไหนเลยนางจะมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ ข้าแอบได้ยินพวกบิดาข้าคุยกัน บอกว่าผู้นำตระกูลเยี่ยเคยปฏิเสธแล้วทว่ากลับไร้ประโยชน์ พวกผู้อาวุโสในตระกูลเยี่ยต่างหากที่เป็นคนตัดสินใจ ข้าได้ยินมาอีกว่าพวกเขาบ้าอำนาจ บอกว่าหากผู้นำตระกูลเยี่ยขัดขวางจะปลดเขาออกจากตำแหน่งผู้นำตระกูล”
บุรุษที่กำลังพูดอยู่ลดเสียงให้เบาลง “พวกเจ้าลองคิดดูสิ! พอถูกปลดจากตำแหน่งผู้นำตระกูลแล้ว จะช่วยเยี่ยหลิงก็ช่วยไม่ได้ ไม่ว่าหนทางไหนก็ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ดีทั้งนั้น อย่างเช่นคืนนี้ที่นี่ ผู้นำตระกูลเยี่ยก็ไม่มาเช่นกัน ได้ยินว่าถูกเหล่าผู้อาวุโสลงโทษขังอยู่ที่ตระกูล”
เฟิ่งจิ่วที่อยู่ในมุมมืดฟังบทสนทนาของคนเหล่านั้น สายตาก็มองไปทางเยี่ยหลิง เห็นเพียงอีกฝ่ายถูกมัดอยู่บนแท่นไม้ ผู้คุ้มกันหลายคนสุมกิ่งไม้ไว้รอบๆ แท่นไม้นั้น จากนั้นก็ถอยออกไป
ชายชราหลายคนข้างหลังเดินเข้ามาแล้ว มองเยี่ยหลิงคราหนึ่งก่อนกล่าวเสียงขรึม “เยี่ยหลิง เจ้าอย่ากล่าวโทษที่ตระกูลทำเช่นนี้กับเจ้า หากไม่ใช่เพราะวิญญาณชั่วร้ายเกาะกินร่างเจ้า เจ้าคงไม่มีจุดจบเช่นนี้”
……….