เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3550 เผา / ตอนที่ 3551 ช่วยเหลือ
ตอนที่ 3550 เผา
เยี่ยหลิงมองพวกเขานิ่งๆ แววตานางไร้ระลอกคลื่นใดๆ ราวกับคนตรงหน้าไม่ใช่ครอบครัวของนาง ไม่ตอบสนองใดๆ ต่อคำพูดของพวกเขา
เห็นนางเป็นเช่นนั้น ชายชราพลันมีสีหน้าเคร่งขรึม เขาหันไปมองคนจากตระกูลอื่นที่อยู่ห่างออกไปสิบหมี่ พลางกล่าวว่า “ทุกท่าน คนอยู่ที่นี่แล้ว รอถึงยามจื่อก็จุดไฟเผาได้!”
คนจากตระกูลอื่นฟังแล้วตาลุกวาว ไม่มีใครพูดอะไร ฝ่ายผู้นำตระกูลซ่งเห็นดังนั้นก็มองเยี่ยหลิงชัดๆ อีกครั้งหนึ่ง สุดท้ายจึงก้าวขึ้นมาพลางถอนใจ “เยี่ยหลิง อีผิงตามหาหมอให้เจ้าอยู่ข้างนอกยังไม่กลับมา ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นกับเจ้า เขาก็อยู่ข้างนอกตลอด คิดเพียงหาทางรักษาเจ้าให้หายอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่เจ้าก็รู้สภาพของตัวเจ้าเองดี หากรักษาให้หายดีได้คงไม่ต้องพบจุดจบนี้เช่นกัน”
“ข้าเป็นบิดาของคนคนหนึ่ง ย่อมไม่อยากให้บุตรชายตกต่ำเพราะเจ้า เรื่องยกเลิกงานแต่งนั้นตอนนี้เขายังไม่รู้ เรื่องเจ้าจะถูกเผาตายเขาก็ไม่รู้เช่นกัน หากเจ้าจะโทษใครก็โทษตนเองเถอะ”
เยี่ยหลิงที่นัยน์ตาไร้แววพลันมีน้ำตาเอ่อขึ้นมายามได้ยินชื่อของซ่งอีผิง บนใบหน้านางไม่มีความรู้สึกใด ทว่ากลับหลั่งน้ำตาออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
น้ำตาหยดนั้นทำให้พวกหนุ่มสาวไม่น้อยรู้สึกทนไม่ไหว พากันหลบออกไป สตรีผู้โดดเด่นท่ามกลางตระกูลเร้นกายที่ยิ่งใหญ่ทั้งแปด บัดนี้กลับกลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว แม้พวกเขาจะไม่ได้สนิทสนมกับนางมากนักแต่ก็อดรู้สึกเสียใจไม่ได้
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนยามจื่อมาถึง เหล่าผู้นำตระกูลที่ยืนอยู่หน้าตระกูลของตนเองมองพระจันทร์เหนือศีรษะคราหนึ่ง แสงจันทร์สาดส่องกระทบกายเยี่ยหลิง
“ยามจื่อมาถึงแล้ว จุดไฟ!” ชายชราคนหนึ่งจากตระกูลเยี่ยก้าวออกมา ตะโกนเสียงดัง
ทว่าพวกผู้คุ้มกันตระกูลเยี่ยกลับลังเล พวกเขาสบตากัน แล้วก้มหน้าลงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ไม่ได้เคลื่อนไหว ให้พวกเขาจุดไฟหรือ? พวกเขาทำไม่ได้
“ไร้ประโยชน์!” ชายชราคนนั้นตวาดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะคว้าคบเพลิงมาจากมือของผู้คุ้มกันคนหนึ่ง แล้วสาวเท้าก้าวไปข้างหน้า
“คืนนี้ข้าผู้ชราจะเป็นคนจุดไฟเอง!” เขาถือคบเพลิงยืนอยู่ตรงหน้าเยี่ยหลิง เอ่ยเสียงขรึมว่า “เยี่ยหลิง มีข้าผู้ชราส่งเจ้าออกเดินทาง เจ้าน่าจะพอใจกระมัง”
เขาพูดพลางโยนคบเพลิงในมือใส่กองไฟ กิ่งไม้ที่เดิมทีถูกราดน้ำมันอยู่แล้วติดไฟขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ส่งเสียงดังฮูม
ตอนนี้ทุกคนต่างก็มองไปยังสตรีที่ถูกมัดอยู่บนแท่นไม้ ไม่มีใครเอ่ยวาจาใดแม้สักครึ่งคำ เพียงมองอย่างเงียบๆ
เผาคนเป็นๆ คนหนึ่งให้ตาย โหดร้ายยิ่งนัก แต่ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้นางถูกวิญญาณชั่วร้ายเกาะกินเล่า พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด พวกเขาเพียงอยากให้หายนะอันเกิดจากวิญญาณชั่วร้ายจบลงเสียที
“โฮก!”
ทันใดนั้นเสียงสัตว์คำรามแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามอย่างยิ่งยวดก็ดังขึ้นข้างหลังทุกคน ความกดดันอันแรงกล้าในน้ำเสียงนั้นทำเอาพวกเขาใจสั่นสะท้าน ก่อนจะหันไปมองต้นเสียงนั้นอย่างพร้อมเพรียง
“เสียงอะไร”
“เสียงสัตว์ร้าย!”
“ไม่ใช่ แรงกดดันขนาดนี้ น่าจะเป็นสัตว์ระดับสัตว์เทวะแล้ว!”
“แต่เขาฟ้าอรุณแห่งนี้จะมีสัตว์ระดับสัตว์เทวะได้อย่างไร เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ขณะที่ทุกคนกำลังว้าวุ่นใจและมองไปทางเสียงนั้น เฟิ่งจิ่วในมุมมืดพลันดีดนิ้ว เปลวเพลิงขนาดเล็กกลุ่มหนึ่งตกลงกลางไฟที่กำลังลุกโหมพร้อมเผาไหม้อย่างรวดเร็ว…
……….
ตอนที่ 3551 ช่วยเหลือ
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเปลวไฟกลุ่มเล็กๆ ที่กำลังเผาไหม้ของนางนั้นพลันก่อตัวเป็นเกราะป้องกัน แยกเปลวไฟที่อยู่ภายนอกออก พร้อมกันกับที่ทุกคนหันกลับมามอง พวกเขาก็เห็นว่าเปลวไฟได้ลุกท่วมทั่วร่างของเยี่ยหลิงจนนางคอตกสิ้นชีวิตแล้ว
ลมยามค่ำคืนพัดโบก กิ่งไม้ส่งเสียงแกรกกราก เปลวไฟโหมกระหน่ำห่อหุ้มเยี่ยหลิงเอาไว้ บางคนทนมองไม่ไหวจึงเบนสายตาหนีไป บางคนยังคงสนใจกับเสียงคำรามที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันก่อนหน้านี้ ยังไม่ได้ดึงสติกลับมา
“ส่งคนไปดูว่ามีสัตว์เทวะปรากฏตัวบนเขาได้อย่างไร” ผู้นำตระกูลคนหนึ่งเอ่ยสั่ง ให้บุรุษวัยกลางคนสองคนไปตรวจสอบด้วยกัน
“ช้าก่อน” ผู้นำตระกูลคนอื่นๆ เอ่ยเรียกสองคนนั้น ก่อนจะกล่าวว่า “คืนนี้คนจากแปดตระกูลล้วนอยู่ที่นี่ ในเมื่อจะไปตรวจสอบดู ข้าคิดว่าทุกตระกูลควรส่งคนหนึ่งคนไปด้วยจะดีที่สุด พวกเจ้าคิดเห็นอย่างไร”
“อืม ข้าเห็นด้วย” หลายคนได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า ส่งสัญญาณไปยังข้างกายคราหนึ่ง
ดังนั้นแปดตระกูลจึงส่งคนของตนเองร่วมออกสำรวจด้วยตระกูลละหนึ่งคน อย่างไรเสียดูจากแรงกดดันก็สามารถรับรู้ได้แล้วว่าเป็นสัตว์ระดับสัตว์เทวะ ไม่ว่าใครย่อมไม่ยอมให้คนอื่นฉวยโอกาสนี้ไปได้
ครืน! ตูม!
เสียงดังมาจากข้างหลังทำให้ทุกคนตื่นจากภวังค์ ตอนนี้ถึงค่อยนึกออกว่าเยี่ยหลิงกำลังถูกเผา ทว่าตอนพวกเขาหันกลับมา สิ่งที่เห็นคือแท่นไม้นั้นถูกเผาถล่มลงสู่กองไฟมุมหนึ่ง ภายในเพลิงโหมไม่เหลือเงาร่างของเยี่ยหลิง ราวกับนางถูกไฟกลืนกินไปอย่างไรอย่างนั้น มีเพียงกลิ่นเหม็นกลางอากาศที่แผ่ออกมาจากในเปลวเพลิง
ไม่มีใครู้ว่าหนึ่งเค่อก่อนหน้านี้ เฟิ่งจิ่วอาศัยความรุนแรงของกองไฟ ช่วยเยี่ยหลิงจากใต้จมูกของคนพวกนั้น และตอนนี้ก็พานางมาอยู่ในถ้ำข้างล่างแล้ว
อีกด้านหนึ่ง กลืนเมฆาที่ทำหน้าที่เสร็จแล้วสะบัดกายแปลงร่าง กลายเป็นลูกกลมขนาดเล็กผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน หาที่ซ่อนตัว รอจนคนพวกนั้นไปแล้วจึงค่อยกลับไปหาเจ้านายของมัน
ในถ้ำแห่งนั้น ซ่งอีผิงคอยอยู่ที่ปากถ้ำอย่างนั่งไม่ติดที่ ตอนเห็นเงาร่างสีขาวสองสายซึ่งยังคงแจ่มชัดในยามค่ำคืนมาถึง บนใบหน้าเขาพลันปรากฏความยินดี
“อาหลิง!”
เขาตะโกน รีบร้อนจะก้าวไปรับตัวนางมา แต่เพียงพริบตาเดียว ฮูหยินหลิงก็พานางมาถึงปากถ้ำแล้ว
“ตะลึงอะไรอยู่ รับสิ ประคองนางเข้าไป” เฟิ่งจิ่วส่งคนให้เขา ก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน
ซ่งอีผิงอุ้มเยี่ยหลิงไปถึงข้างกองไฟด้านใน ตอนเห็นนางผอมลงกว่าที่เขาเห็นในครั้งนั้น ขอบตาก็แดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่ “อาหลิง อาหลิง เจ้าตื่นเถอะ ข้าเอง ข้าซ่งอีผิง!”
“นางสูดควันเข้าไปจนหมดสติ เจ้าเรียกนาง นางก็ไม่ได้ยินหรอก” เฟิ่งจิ่วพูดอย่างไม่รีบร้อน เดินมาถึงข้างกองไฟ
“เจ้าอยู่ข้างนอกมาทั้งคืนแล้ว กินน้ำแกงสักชามก่อนเถอะ!” เซวียนหยวนโม่เจ๋อตักน้ำแกงงูวิญญาณชามหนึ่งมาให้เฟิ่งจิ่วตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้
ได้ยินดังนั้น เฟิ่งจิ่วก็ยิ้มตาหยี “ขอบคุณสามีมาก” นางยื่นมือไปรับชามมา น้ำแกงงูวิญญาณร้อนๆ พอลงท้องแล้ว ทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นไม่น้อยเลย
“ฮูหยินหลิง อาหลิงเป็นอย่างไรบ้าง นาง…นางไม่เป็นไรใช่หรือไม่” ซ่งอีผิงกอดเยี่ยหลิงที่ตัวเย็นเหมือนน้ำแข็งพลางถามด้วยเสียงสั่นเครือ เขากุมมือทั้งสองข้างของนางไว้แน่น พยายามทำให้ร่างกายนางอบอุ่นขึ้นมา
เฟิ่งจิ่วมองครั้งหนึ่ง “เจ้าป้อนน้ำแกงงูวิญญาณให้นางกินหน่อย อีกเดี๋ยวนางก็ฟื้นแล้ว”
……….