เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3552 ร่างหยินบริสุทธิ์ / ตอนที่ 3553 วิญญาณหยิน
ตอนที่ 3552 ร่างหยินบริสุทธิ์
ได้ยินเช่นนั้นแล้วซ่งอีผิงจึงวางนางลง ก่อนตักน้ำแกงงูวิญญาณมาที่ข้างกายนาง ประคองนางลุกขึ้นให้พิงอยู่ในอ้อมแขนของตนเอง พร้อมป้อนน้ำแกงให้นางกินทีละนิดอย่างระมัดระวัง
เห็นน้ำแกงงูวิญญาณไหลออกจากมุมปาก ซ่งอีผิงอดเป็นกังวลใจไม่ได้ นางหมดสติอยู่ กินอะไรไม่ได้โดยสิ้นเชิง ป้อนอย่างไรนางก็ไม่กิน
คิดดูแล้วเขาจึงยกชามน้ำแกงงูวิญญาณขึ้นกินคำหนึ่ง ก่อนโน้มตัวลงใช้ปากป้อนน้ำแกงเข้าปากนาง
เฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างๆ กำลังกินน้ำแกง เห็นภาพนี้เข้าก็อดลิกคิ้วขึ้นไม่ได้ บุรุษผู้นี้นี่นะ!
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเหลือบมองเงียบๆ แล้วถอนสายตากลับมา ก่อนจะมองเฟิ่งจิ่วพลางถามว่า “อยากเติมอีกชามหรือไม่”
“เจ้ากินแล้วหรือ” เฟิ่งจิ่วถาม เห็นเขาไม่ตอบก็ยิ้มทันที “ยังไม่ได้กินก็กินสักหน่อยเถอะ ตอนนี้น้ำแกงรสชาติเข้มข้นทีเดียว มีแต่ของบำรุงร่างกาย”
นางยิ้มพลางกล่าว หลังกินน้ำแกงในชามหมดแล้วก็ตักให้เขาชามหนึ่ง
ครั้นเห็นดังนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อจึงค่อยยื่นมือไปรับมากิน
หลังจากซ่งอีผิงป้อนไปได้ครึ่งชาม ขนตาของคนที่แต่เดิมหมดสติก็พลันขยับไหวเล็กน้อย ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาที่สงบนิ่งไร้ระลอกคลื่นฉายแววสับสนเมื่อเห็นคนตรงหน้า
“อีผิง?”
เสียงของนางอ่อนแรงเป็นอย่างยิ่ง อ่อนแรงเสียจนหากไม่ฟังให้ดีก็ไม่มีทางได้ยิน
“ข้าเอง อาหลิง ข้ากลับมาแล้ว” ซ่งอีผิงมองนางด้วยขอบตาแดงๆ เสียงสะอื้นคล้ายกับมีอะไรติดอยู่ในลำคอ
“ข้าตายไปแล้วแน่ๆ ถึงได้พบเจ้าเช่นนี้” สายตานางว่างเปล่าพลางพูดพึมพำ นางถูกเผาจนตายแล้ว ถูกคนในตระกูลของนางเผาจนตายทั้งเป็น
นางตายไปแล้วแน่นอน ถึงได้เห็นคนที่คะนึงหาเช่นนี้ นางตายไปแล้วเช่นนี้ ถึงได้ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดยามไฟแผดเผาร่างกาย
“ไม่ เจ้ายังไม่ตาย อาหลิง เจ้าไม่เป็นไร ฮูหยินหลิงช่วยเจ้าไว้ เจ้ายังมีชีวิตอยู่” ซ่งอีผิงรีบกล่าว ประคองนางอย่างดี ให้นางมองเห็นเฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างๆ ได้
“เจ้าดูสิ นี่คือฮูหยินหลิง นางเป็นคนช่วยเจ้า”
สายตาว่างเปล่าของเยี่ยหลิงมองไปยังสตรีชุดเขียวที่อยู่ข้างกองไฟ สตรีที่ไม่เคยพบหน้ากันคนหนึ่ง เป็นคนช่วยชีวิตนางไว้หรือ? ช่วยนางจากสายตาของคนทั้งแปดตระกูลได้ ย่อมต้องเป็นผู้มีฝีมือร้ายกาจคนหนึ่งอย่างแน่นอน
“ขอบคุณมาก”
เสียงกล่าวขอบคุณแผ่วเบา ตามด้วยน้ำตาที่หยดลงจากหางตา คนในตระกูลนางต้องการเผานางจนตาย ทว่าสตรีที่ไม่รู้จักกันคนหนึ่งกลับช่วยนางไว้
เฟิ่งจิ่วมองนาง “กินน้ำแกงอีกเถอะ! บำรุงร่างกาย” นางพูดพลางมองซ่งอีผิง
“ใช่ๆ กินน้ำแกงอบอุ่นร่างกายอีกชาม” ซ่งอีผิงเอ่ย รีบตักน้ำแกงอีกชามหนึ่ง แล้วป้อนให้นางกินอย่างระมัดระวัง
หลังจากกินน้ำแกงแล้ว นางที่ร่างกายอ่อนแอก็พิงอ้อมอกซ่งอีผิงหลับไป เห็นนางหลับไปเช่นนี้ ซ่งอีผิงอดมองไปที่เฟิ่งจิ่วไม่ได้
“ฮูหยินหลิง”
เฟิ่งจิ่วลุกขึ้น เดินมาถึงข้างกายนางเพื่อตรวจดูคราหนึ่ง ผ่านไปเนิ่นนาน แววตาของนางพลันฉายแววประหลาดใจ “นางมีร่างหยินแท้ แต่บัดนี้ร่างกายนี้กำลังทุกข์ทรมานจากการสูญเสียแก่นแท้ พลังงาน และเลือดอย่างร้ายแรง ราวกับว่า…” นางครุ่นคิด จ้องมองเยี่ยหลิงพลางใช้ความคิด
“ราวกับว่าอะไร” ซ่งอีผิงถามขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่
เฟิ่งจิ่วไม่ได้ตอบเขา เพียงหันไปหาเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ข้างๆ “สามี เจ้าว่ามีวิญญาณหยินซ่อนอยู่ในกายนางหรือไม่” นางรู้สึกว่าร่างกายของอีกฝ่ายนั้นผิดปกติ
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองนาง จากนั้นก็มองไปที่เยี่ยหลิง
……….
ตอนที่ 3553 วิญญาณหยิน
“เจ้าดูจุดตันเถียนของนางว่าซ่อนวิญญาณหยินไว้หรือไม่” เซวียนหยวนโม่เจ๋อบอกให้นางตรวจดูอีกที
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วแววตาวูบไหว ตรวจดูอีกครั้งอย่างละเอียด ครั้งนี้นางชักมือกลับพร้อมมองไปที่เขา “เจ้าดูออกหรือ ในร่างกายนางมีวิญญาณหยินขนาดเท่ากำปั้นอยู่จริง ท่าทางใกล้จะก่อตัวเป็นรูปร่างแล้ว”
ซ่งอีผิงที่อยู่ด้านข้าง พอได้ยินดังนั้นก็ถามขึ้นอย่างหนักใจว่า “เช่นนั้นทำอย่างไรดี”
เฟิ่งจิ่วคิดก่อนกล่าว “ผ่าตัดนำออกมา ย่อมไม่มีทางผิดพลาด”
“ผะ…ผ่าตัด?” ซ่งอีผิงหน้าซีดทันควัน สีหน้าเหลือเชื่อ
“อืม วิญญาณหยินนั้นมีขนาดเท่ากำปั้น ทำได้เพียงผ่าตัดนำออกมาแล้ว” เฟิ่งจิ่วกล่าว เหลือบมองซ่งอีผิงคราหนึ่ง “โชคดีที่เจอข้า คนอื่นช่วยนางไม่ได้จริงๆ”
ซ่งอีผิงตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยใบหน้าขาวซีด “ร่างกายนางจะรับไหวหรือ นางจะ…”
“วางใจเถอะ มีข้าอยู่นางไม่ตายหรอก”
นางโบกมือพลางพูด “วางนางลงข้างๆ ก่อน หาสถานที่สะอาดๆ หน่อย ใช้เสื้อปูลงบนพื้น อย่าให้ร่างกายนางสัมผัสพื้น จากนั้นก็เตรียมน้ำสะอาดด้วย”
แม้ซ่งอีผิงจะกังวลใจ แต่ยังคงเตรียมการตามที่นางกล่าว ไม่รู้เหมือนกันว่าผ่านไปนานเท่าไร พอเขาเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ท้องฟ้าข้างนอกถึงค่อยเริ่มสว่างขึ้น
เซวียนหยวนโม่เจ๋อรู้ว่าต้องทำการผ่าตัดให้เยี่ยหลิงคนนั้น จึงมานั่งขัดสมาธิที่ปากถ้ำ หันหน้าไปข้างนอก หันหลังให้ข้างใน
เฟิ่งจิ่วหยิบมีดเล็กหลากรูปแบบออกมาจากในห้วงมิติแล้ววางไว้กลางถาดข้างๆ ก่อนจะทำความสะอาดมีดทั้งหมดนั้นรอบหนึ่ง ผ่านไฟรอบหนึ่ง สุดท้ายจึงกล่าวกับซ่งอีผิง “ถอดเสื้อผ้านางออก”
“เอ๋? ถอด…ถอดเสื้อผ้า?” ซ่งอีผิงตะลึงลาน หูแดงขึ้นมา “เอ่อ ข้า…” เขาเป็นบุรุษ จะไปถอดเสื้อผ้าของนางได้อย่างไร
เฟิ่งจิ่วมองเขาด้วยหางตา “เจ้าเป็นคู่หมั้นของนางไม่ใช่หรือ เจ้าไม่ช่วยนางถอดแล้วนางจะถอดเองหรืออย่างไร ไม่เพียงต้องถอดนะ เจ้าต้องจ้องด้วย เดี๋ยวตอนข้าผ่าตัด เจ้าต้องคอยช่วยเหลือ”
ครั้นฟังดังนั้น ซ่งอีผิงจึงกัดฟันส่งเสียงตอบรับ ยื่นมือไปปลดผ้าตรงเอวนาง ครั้นถอดชุดนอกออกแล้ว จากนั้นก็เป็นชุดใน สุดท้ายพอมองเห็นตู้โตวชิ้นนั้น ใบหน้าเขาพลันแดงเถือก ถามอ้ำๆ อึ้งๆ ว่า “นะ…นี่คงไม่ต้องถอดกระมัง”
“ถอดสิ” เฟิ่งจิ่วเหลือบมองตู้โตวที่ปิดบังหน้าอกและหน้าท้องอยู่ มุ่นคิ้วพลางกล่าว
ฟังนางกล่าวจบ ซ่งอีผิงจึงค่อยยื่นมือไปปลดตู้โตวของเยี่ยหลิงออกด้วยใบหน้าแดงก่ำ แม้นางจะหลับตาไม่ได้สติ เขาก็ยังคงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะตอนมือเขาแตะโดนผิวของนาง เขายิ่งรู้สึกร้อนเหมือนถูกไฟลวก
เห็นซ่งอีผิงทำอะไรไม่ถูก เฟิ่งจิ่วก็หัวเราะเบาๆ เสียงหนึ่ง “ตอนนี้นางผอมเช่นนี้ ร่างกายแทบไม่ต่างอะไรกับหนังหุ้มกระดูก มีตรงไหนน่ามองกัน ให้เจ้าช่วยถอดเสื้อผ้านางเฉยๆ ไยต้องตื่นเต้นขนาดนี้”
ซ่งอีผิงเม้มปากไม่พูดจา เพียงก้มหน้าปลดตู้โตวของเยี่ยหลิงต่อไป ดวงตากลับไม่กล้าสอดส่อง ถูกต้อง เยี่ยหลิงในตอนนี้ผอมเสียจนแทบไม่เหลือเนื้อสักนิด บอกว่าหนังหุ้มกระดูกก็ไม่เกินไป ไม่เพียงไม่มีความงาม ถึงขั้นน่ากลัวอยู่บ้าง ทว่าร่างกายผอมบางของนางกลับทำให้เขาปวดใจอย่างยิ่งยวด
ไม่ว่านางจะเป็นอย่างไร นางก็ยังน่ามองที่สุด งดงามที่สุดในสายตาเขา แม้ตอนนี้นางจะไม่ได้สติ ปล่อยให้เขาถอดเสื้อผ้านาง ในใจเขาก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ดี
หากนางตื่นขึ้นมารู้เข้าแล้วจะกล่าวโทษเขาหรือไม่?
เฟิ่งจิ่วมองเยี่ยหลิงครั้งหนึ่ง ก่อนหยิบผ้าผืนหนึ่งออกมาคลุมหน้าอกของนาง
……….