เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3556 ขอช่วยให้สมหวัง / ตอนที่ 3557 ต้นผลไม้วิญญาณ
ตอนที่ 3556 ขอช่วยให้สมหวัง
หลังรายงานให้ตระกูลทราบแล้ว จะจัดการอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับผู้นำตระกูลตัดสินใจแล้ว อย่างไรเสียผู้ที่มาถึงที่นี่อย่างเงียบเชียบโดยที่ตระกูลใหญ่อย่างพวกเขาไม่รู้ คงไม่ใช่คนทั่วไปอย่างแน่นอน ยิ่งมีสัตว์เทวะที่พวกเขาตามหาทั้งคืนก็ยังไม่เจอตัวนั้นอีก
หลังจากพวกเขากลับไปรายงานให้ผู้นำตระกูลทราบ คนจากตระกูลทั้งหลายก็มารวมตัวหารือกัน
“ข้ากลับรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ อย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายอะไรต่อตระกูลของพวกเรา นอกจากนี้ในเมื่ออีกฝ่ายมาถึงเขาฟ้าอรุณอย่างไร้สุ้มไร้เสียงได้ ทั้งยังพาสัตว์เทวะมาด้วยตัวหนึ่ง พลังของเขาก็นับว่าไม่อาจมองข้ามได้อย่างแท้จริง พวกเราอย่าไปหาเรื่องเขาจะดีกว่า!”
“พูดเช่นนี้ไม่ได้ เขาฟ้าอรุณแห่งนี้นับว่าเป็นอาณาเขตของพวกเราแปดตระกูล บัดนี้มีคนบุกเข้ามา พวกเราแปดตระกูลกลับไม่รู้ว่าผู้มาเยือนเป็นใคร ต่อให้ไม่ใช่ศัตรู ข้าก็ยังคิดว่าพวกเราควรรู้ว่าคนที่บุกขึ้นเขาฟ้าอรุณเป็นใคร มาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อะไร”
“อืม ข้าเห็นด้วย สืบความให้ชัดเจนดีกว่า”
“เพียงแต่พวกเราหาร่องรอยไม่พบไม่ใช่หรือ แม้พวกเราจะส่งคนออกไป แต่จะไปตามหาที่ไหนเล่า ข้างใต้หน้าผานั้นหรือ? ที่นั่นคือสถานที่อะไรใช่ว่าพวกเจ้าจะไม่รู้”
เมื่อฟังดังนั้น หลายคนเงียบเสียงครุ่นคิด ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะกล่าวขึ้นมาว่า “ข้าว่าไปดูเสียหน่อยเถอะ! อีกฝ่ายอาจจะเพียงผ่านทางมาก็เป็นได้”
คนอื่นๆ ฟังแล้วกลับไม่ได้พูดอะไร ใช่ ตามหาบนเขาฟ้าอรุณแล้วก็ยังไม่พบใคร เช่นนั้นก็ทำได้เพียงตามหาตรงใต้หน้าผาแล้ว แม้ที่นั่นจะอันตรายมาก แต่หากไม่ลองสืบหาดูสักหน่อย นั่นก็ย่อมไม่ใช่การจัดการที่ดีเช่นกัน
“เช่นนั้นก็ไปดูก่อนเถอะ!” สุดท้ายพวกเขาก็ยังรู้สึกว่าอีกฝ่ายพูดมีเหตุผล
ในถ้ำแห่งนั้น เฟิ่งจิ่วมองซ่งอีผิงคราหนึ่ง ถามว่า “ตอนนี้พวกเจ้ามีแผนการอะไร นางเป็นเช่นนี้แล้วคงไม่กลับไปแล้วกระมัง”
เมื่อฟังเช่นนั้น ซ่งอีผิงก็เงียบไปครู่หนึ่ง “ฮูหยินหลิง รออาหลิงฟื้นก่อนค่อยว่ากันได้หรือไม่ ข้ามีความคิดบางอย่าง แต่อยากปรึกษากับนางก่อน”
เฟิ่งจิ่วฟังจบก็ยิ้มออกมา “ความจริงพวกเจ้าจะไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น จะพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกพักหนึ่งก็ได้เช่นกัน แต่พวกข้าสองคนคงอยู่ที่นี่นานเกินไปไม่ได้ พวกข้ายังมีธุระต้องไปจัดการ”
“พวกท่านจะไปแล้วหรือ” ซ่งอีผิงมองพวกเขาด้วยความงงงัน
“อย่างมากก็พรุ่งนี้กระมัง! พรุ่งนี้พวกข้าจะไปแล้ว” เฟิ่งจิ่วกล่าว
ฟังว่าพวกเขาจะไปแล้ว ซ่งอีผิงรู้สึกร้อนใจอยู่บ้าง ความจริงตั้งแต่พวกเขาช่วยเยี่ยหลิง ตนก็คิดถึงปัญหาข้อนี้แล้ว ในใจนั้นมีแผนการบางอย่าง แต่เขาก็ยังอยากหารือกับเยี่ยหลิงก่อนแล้วค่อยเอ่ยปาก
เดิมเขาคิดว่าเยี่ยหลิงที่ตอนนี้มีผมขาวทั้งศีรษะ รวมไปถึงร่างหยินแท้ของนาง หากคนทั้งสองต้องแยกจากกันก็มีแต่จะไม่อาจสงบใจลงได้ ถึงขั้นที่หากพบผู้แข็งแกร่งที่เก่งกาจยิ่งกว่านี้ เขาย่อมไม่มีความสามารถที่จะปกป้องนาง อย่างไรเสียร่างหยินแท้ก็น่าดึงดูดใจสำหรับผู้ฝึกบำเพ็ญเกินไป
แต่หากพวกเขาติดตามอยู่ข้างกายท่านหลิงและฮูหยินหลิงได้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งแล้ว ด้วยพลังของพวกเขาสองคน ย่อมไม่มีใครกล้าทำอะไรเยี่ยหลิง อีกอย่างพวกเขาช่วยเยี่ยหลิง ทั้งยังช่วยเหลือเขามากมายขนาดนี้ เขาก็หวังเช่นกันว่าตนเองจะได้ตอบแทน แม้ต้องเป็นผู้คุ้มกันทำงานจิปาถะอยู่ข้างๆ พวกเขาก็ไม่เกี่ยงเลย
คิดมาถึงตรงนี้แล้ว เขาก็ลุกขึ้นคุกเข่าให้คนทั้งสอง “ท่านหลิง ฮูหยินหลิง ข้าอยากพาเยี่ยหลิงติดตามพวกท่าน ขอพวกท่านช่วยให้สมหวังด้วย!”
……….
ตอนที่ 3557 ต้นผลไม้วิญญาณ
ฟังดังนั้นแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อไม่ได้พูดอะไร เพียงชำเลืองมองพวกเขาครั้งหนึ่ง
ฝ่ายเฟิ่งจิ่วเลิกคิ้ว ยิ้มพลางว่า “เจ้าอยากพานางติดตามพวกข้าหรือ”
“ขอรับ”
เฟิ่งจิ่วยิ้ม “เพราะอะไร ตอนนี้พวกเจ้าใช้ชีวิตกันเองไม่ดีกว่าหรือ หาหมู่บ้านสักแห่ง ใช้ชีวิตธรรมดาที่นั่น”
“ในเมื่อาหลิงมีร่างหยินแท้ พวกข้าไม่มีทางมีชีวิตธรรมดาได้” ซ่งอีผิงยิ้มขื่น “ยิ่งไปกว่านั้น พวกท่านช่วยชีวิตนางไว้ พวกข้าอยากตอบแทนเท่าที่ทำได้เช่นกัน”
เมื่อเฟิงจิ่วฟังจบ นางหัวเราะเสียงเบาพลางส่ายหน้า “ต่อให้เจ้าอยากพาเยี่ยหลิงติดตามพวกข้า พวกข้าก็ไม่อยากรับไว้!” นางช่วยคนไม่ใช่เพราะจะรับใครมาอยู่ด้วยเรื่อยเปื่อย
“เอาล่ะ เจ้าดูแลนางให้ดีๆ เถอะ! พรุ่งนี้ข้าไปแล้วจะคอยคุ้มครองพวกเจ้าต่อไปอีกระยะหนึ่ง ถึงตอนนั้นแล้วเจ้าพานางไปหาสถานที่ดีๆ พักฟื้นร่างกายให้ดี วันหน้าค่อยหาพื้นที่เหมาะๆ ใช้ชีวิตเงียบสงบ” เฟิ่งจิ่วยิ้มกล่าว พลางจับมือเซวียนหยวนโม่เจ๋อ “สามี พวกเราออกไปหาเนื้อกินหน่อยเถอะ!”
“ได้” เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองนางด้วยความเอ็นดู มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นรอยยิ้มจางๆ ก่อนที่เขาจะกุมมือนางแล้วเดินออกไปข้างนอก ปล่อยให้ซ่งอีผิงคุกเข่าบนพื้น ไม่สนใจอีก
เห็นเงาร่างสองคนโฉบออกไป หายไปจากปากถ้ำ เขาก็ถอนใจเบาๆ เสียงหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเยี่ยหลิงที่กำลังนอนหลับ
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วที่มาถึงกลางป่าข้างล่างกำลังเดินอย่างเชื่องช้า เฟิ่งจิ่วพลิกฝ่ามือ กระจกปากว้าอันนั้นปรากฏขึ้นกลางมือนาง นางพลิกดูแล้ววิเคราะห์ “เจ้าคิดว่ากระจกอันนี้มีอะไรมหัศจรรย์กันแน่ ใช้มันเป็นกุญแจกับที่ไหนได้บ้าง หากพวกเราไขปริศนานี้ไม่ได้ นำของสิ่งนี้ติดตัวไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร!”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อชำเลืองมองครั้งหนึ่ง เอ่ยด้วยเสียงเนิบช้า “ในเมื่อมันอยู่ในมือพวกเรา นั่นเท่ากับมีวาสนากับพวกเราเช่นกัน บางทีเวลาอาจยังไม่สุกงอม เมื่อถึงเวลาแล้วก็จะไขปริศนาได้เอง”
ฟังดังนั้นแล้ว เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ “เจ้ามองเรื่องนี้ในแง่บวกทีเดียว”
“นั่นคือความจริง” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว เห็นข้างหน้ามีผลไม้วิญญาณอย่างคาดไม่ถึง ดวงตาพลันทอประกาย “วันนั้นพวกเราเดินมาไม่ถึงตรงนี้ใช่หรือไม่”
เฟิ่งจิ่วมองไปข้างหน้า เห็นต้นผลไม้วิญญาณหลายต้นอยู่ข้างหน้าเช่นเดียวกัน จึงอดแปลกใจไม่ได้ “เอ๋? ผลไม้วิญญาณหรือนี่ นี่คือผลไม้วิญญาณที่เติบโตตามธรรมชาติอย่างแท้จริง ข้างล่างนี้ไม่มีคนจัดระเบียบแท้ๆ กลับออกผลมากมายขนาดนี้ได้”
ในดวงตานางปรากฏความยินดี ยิ้มพลางกล่าว “วันนั้นเดินไปอีกทางหนึ่งไม่ได้มาทางนี้ หากรู้ว่าทางนี้มีผลไม้วิญญาณ ก็คงมาทางนี้ตั้งนานแล้ว”
สองคนเดินไปข้างหน้า มาถึงใต้ต้นผลไม้วิญญาณต้นหนึ่ง เฟิ่งจิ่วเด็ดผลไม้วิญญาณมาหนึ่งผล เช็ดจนสะอาดแล้วชิมดูก่อนคำหนึ่ง มันเต็มไปด้วยความชุ่มฉ่ำ มีความหวานจางๆ ไปจนถึงปราณพลังวิญญาณบริสุทธิ์ ครั้นพอตกลงท้องแล้ว พลังวิญญาณภายในกายก็หมุนเวียนตามขึ้นมา
“ข้าไม่เคยกินผลไม้วิญญาณชนิดนี้มาก่อน เจ้าชิมดูสิ หวานหอมมาก” นางเด็ดผลไม้วิญญาณที่สุกแล้วลูกหนึ่ง เช็ดเสร็จก็ส่งให้เซวียนหยวนโม่เจ๋อ
เห็นเช่นนั้นแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อจึงรับมากินคำหนึ่ง เป็นเช่นที่นางว่าจริง เขากวาดสายตามองไปรอบๆ สายตาตกลงระหว่างกิ่งไม้ใบไม้บนต้นผลไม้วิญญาณด้านหนึ่งี่อยู่ข้างหลังสุด ตรงนั้นมีดวงตาคู่หนึ่งทอประกายอยู่เลือนราง กำลังมองมาที่พวกเขา
เฟิ่งจิ่วที่กำลังกินผลไม้เห็นเขากำลังจ้องมองอะไรบางอย่าง จึงมองตามสายตาเขาไป จากนั้นนางพลันเลิกคิ้ว โยนเมล็ดผลไม้ในมือออกไป จู่โจมไปที่กลางกิ่งไม้ใบไม้นั้นทันที
……….