เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3564 ตาย / ตอนที่ 3565 ค่ายกลประหลาด
ตอนที่ 3564 ตาย
“ดูข้างหน้าก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่!” เฟิ่งจิ่วกล่าว มือหนึ่งถือกระจกปากว้า มือหนึ่งจูงมือเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
หลังคนทั้งสองตามลิงวิญญาณตัวน้อยไปจนถึงข้างในสุดก็ต้องชะงักฝีเท้าลง
สิ่งที่สะท้อนเข้าสู่สายตาคือผนังลวงตาผืนหนึ่ง ผนังลวงตาบิดเบี้ยวราวกับกระแสปราณกำลังขวางหนทางไปข้างหน้า พวกเขามองไม่เห็นว่าข้างหลังผนังลวงตาคืออะไร เห็นเพียงลิงวิญญาณตัวนั้นมาถึงข้างหน้าแล้วก็ยื่นมือออกไปสัมผัสข้างๆ จากนั้นมันก็กระโดดเข้าไปทันที
“นี่คืออะไร”
เฟิ่งจิ่วถามพลางสาวเท้าเดินไปข้างหน้า ทว่านางยังไม่ทันเข้าใกล้ ลิงวิญญาณตัวนั้นก็ร้องเสียงแหลมพุ่งออกมาข้างหลังมันมีสัตว์ร้ายขนาดยักษ์ตัวหนึ่งตามออกมา สัตว์ร้ายตัวนั้นอ้าปากไล่กัดลิงวิญญาณด้วยความเร็วสูง นางอยากช่วยก็ไม่อาจช่วยได้ทัน ดวงตาจ้องมองลิงวิญญาณตัวนั้นถูกลากกลับไป ก่อนที่สัตว์ร้ายขนาดยักษ์จะกลืนมันลงไปในคราวเดียว
เฟิ่งจิ่วเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตกใจ เซวียนหยวนโม่เจ๋อพลันดึงนางเข้าไปในอ้อมอก เพราะตอนสัตว์ร้ายโผล่ออกมาเมื่อครู่นี้ เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ข้างๆ ยื่นมือไปรั้งนางเข้ามาในอ้อมกอดทันที ขณะเดียวกันก็ถอยหลังออกไปหลายหมี่ ด้วยเหตุนี้นางจึงไปช่วยลิงวิญญาณตัวนั้นไม่ทัน
ภายในถ้ำเงียบเชียบไปหมด ถึงขั้นไม่มีกลิ่นคาวเลือดแม้แต่นิดเดียว สัตว์ร้ายตัวนั้นยื่นกายออกมาจากข้างหลังผนังลวงตาครึ่งหนึ่ง ดวงตาดุร้ายกระหายเลือดจ้องไปที่เซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่ว อาจเพราะสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากตัวพวกเขา สัตว์ร้ายตัวนั้นจึงคำรามเสียงต่ำในทันที ก่อนจะแยกเขี้ยวคมใส่แล้วถอยหลังกลับไป
ความกดดันและกระหายเลือดของสัตว์ร้ายตัวนั้นยังตลบอบอวลอยู่ในอากาศ เซวียนหยวนโม่เจ๋อขมวดคิ้ว ในดวงตาลึกล้ำฉายแววครุ่นคิด ฝ่ายเฟิ่งจิ่วนั้นยังคงอึ้งงัน ราวกับว่ายังดึงสติกลับมาไม่ได้
ผ่านไปนาน ก่อนนางจะถามขึ้นว่า “ลิงน้อยตัวนั้นถูกกินแล้วหรือ”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นตอบว่า “อืม”
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วพูดไม่ออกไปชั่วขณะหนึ่ง แม้นางจะโมโหที่ลิงวิญญาณตัวนั้นแย่งของนางแล้วหนีไป แต่หลังจากมันคืนของแล้วก็ช่างเถอะ ยิ่งไปกว่านั้นมันยังนำทางพวกเขามาถึงที่นี่ กระนั้นเวลาเพียงครู่เดียว ลิงน้อยตัวนั้นกลับถูกสัตว์ร้ายระดับสัตว์เทวะกินไปต่อหน้าต่อไปพวกเขา
“ฝั่งตรงข้ามคือที่ไหนกันแน่ สัตว์ที่โผล่ออกมาเมื่อครู่นี้คือเสือลมกรด สัตว์ร้ายระดับสัตว์เทวะ สัตว์ร้ายพรรค์นี้ข้าเคยอ่านเจอในตำราหมื่นอสูร”
นางเอ่ยเสียงเบา จนถึงตอนนี้ยังไม่กล้าเชื่อว่าเมื่อครู่นี้นางจะเห็นลิงวิญญาณตัวหนึ่งถูกสัตว์ร้ายที่รวดเร็วปานลมกรดตัวหนึ่งกินเข้าไปกับตาตนเอง
ในโลกนี้ผู้กล้าล่าผู้ที่อ่อนแอกว่า ไม่ใช่แค่มนุษย์ ระหว่างสัตว์ก็เป็นเช่นนั้น ทว่าตอนภาพนี้เกิดขึ้นต่อหน้าตนเอง ความน่าสะพรึงกลัวก็ยังคงทำให้นางตื่นตกใจอยู่ดี
เซวียนหยวนโม่เจ๋อดันนางไปอยู่ข้างหลัง “เจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะไปดูหน่อย”
เขาเดินไปถึงข้างหน้าผนังกระแสปราณลวงตานั้น ก่อนยื่นมือออกไปสัมผัส แต่เพิ่งสัมผัสโดนก็ถูกแรงมหาศาลดีดตัวเขาออกมา ทำเอาเขาต้องถอยหลังไปหลายก้าว
“ระวัง!”
เฟิ่งจิ่วที่มาถึงข้างกายเขารีบจับมือเขาขึ้นมาดู “ไม่เป็นไรกระมัง ไม่บาดเจ็บใช่หรือไม่”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเห็นนางเป็นห่วง ดวงตาสีดำหยั่งลึกปรากฏความอ่อนโยนโดยพลัน “ไม่เป็นไร”
……….
ตอนที่ 3565 ค่ายกลประหลาด
เขาพลิกข้อมือแล้วจับมือนางไว้ สายตามองไปข้างหน้า “คนสัมผัสผนังนี้ไม่ได้ เข้าไปไม่ได้เช่นกัน หากฝืนเข้าไปมีแต่จะถูกแรงดีดออกมาจนบาดเจ็บ แต่ดูจากสถานการณ์ก่อนหน้านี้ สัตว์น่าจะเข้าไปได้”
เฟิ่งจิ่วเงียบเสียงครุ่นคิด มองผนังลวงตาผืนนั้น กล่าวว่า “แต่อีกฝั่งนั้นคืออะไร พวกเราไม่รู้โดยสิ้นเชิง ส่วนกระจกปากว้าในมือมีความเคลื่อนไหวตรงนี้ ข้ารู้สึกว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเขตแดนว่างเปล่าที่ชายชราตระกูลอวี๋พูดถึง”
“ให้กลืนนภาเข้าไปดูเถอะ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว
ได้ยินดังนั้นแล้ว เฟิ่งจิ่วจึงเรียกกลืนนภาออกมา แสงสว่างวาบขึ้น ก่อนที่กลืนนภาจะปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าพวกเขา หลังเห็นมัน เฟิ่งจิ่วก็นึกถึงภาพที่ลิงวิญญาณถูกกลืนไปก่อนหน้านี้ จึงอดกำชับไม่ได้ “กลืนนภา เจ้าไปดูฝั่งนั้นหน่อย ไม่ว่าเห็นอะไร เจ้าจะต้องกลับมาภายในเวลาหนึ่งก้านธูป อีกอย่างระวังตัวด้วย ฝั่งนั้นน่าจะมีสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งมาก...”
แม้กลืนนภาจะเป็นสัตว์ระดับสัตว์เทวะแล้ว แต่นางก็ยังอดที่จะเอ่ยกำชับไม่ได้ ฝั่งนั้นเป็นสถานที่อย่างไรก็ไม่อาจรู้ได้
กลืนนภาพยักหน้า มองผนังแปลกประหลาดนั้นคราหนึ่ง ก่อนจะหมอบลงแล้วกระโจนตัวไปข้างใน
เฟิ่งจิ่วเห็นมันเข้าไปแล้วพลันดีดนิ้ว เปลวไฟกลุ่มหนึ่งส่องสว่างโดยรอบ นางมองผนังหินทั้งสองด้าน ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่างอยู่
“เจ้าอยากตามหาฟันเฟืองใช่หรือไม่” เซวียนหยวนโม่เจ๋อถาม ด้วยเห็นนางลูบคลำผนังหิน ส่วนกระจกปากว้าบนมือนางยังคงขยับไหวอยู่
“หาดูแล้วแต่ไม่เจอ อาจจะถูกซ่อนอยู่ก็เป็นได้” เฟิ่งจิ่วกล่าว พร้อมกันนั้นก็อาศัยแสงจากเปลวไฟส่องดูบนผนังหินอย่างละเอียด กระนั้นตามหาอยู่รอบหนึ่งแล้วแต่ก็ยังไม่พบ
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป กลืนนภาออกมาจากอีกฝั่งพร้อมกลิ่นคาวเลือดเตะจมูก
“บาดเจ็บหรือ” เฟิ่งจิ่วรีบถามพลางมองสำรวจ
“เจ้านายไม่ต้องกังวล ไม่ใช่เลือดของข้า”
กลืนนภากล่าว จากนั้นนั่งยองลงข้างกายพวกเขา มันหันไปมองคราหนึ่งก่อนกล่าว “เจ้านาย ข้าไปฝั่งนั้นมาแล้ว สิ่งที่เห็นคือป่าขนาดใหญ่ผืนหนึ่ง อีกทั้งยังเห็นสัตว์ร้ายระดับสูงมากอยู่ทั่วทุกที่ ข้าไปเพียงไม่นานก็ได้พบสัตว์ร้ายระดับสัตว์เทวะถึงสามตัวแล้ว”
ฟังดังนั้นแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วพลันขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ ต่างนิ่งเงียบไม่เอ่ยสิ่งใดไปชั่วขณะหนึ่ง
“อีกอย่าง ปราณพลังวิญญาณในป่าเข้มข้นมาก การเข่นฆ่าระหว่างสัตว์ร้ายมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง นอกจากนี้ตอนกลับมามีสัตว์เทวะตัวหนึ่งตามข้ามา ทว่าข้าทำให้มันบาดเจ็บจนหนีไป” กลืนนภามองพวกเขา สีหน้าคร่ำเคร่งทีเดียว “ไม่รู้ว่าที่นั่นคือที่ไหน แต่ว่าอันตรายมาก”
เฟิ่งจิ่วก้มมองกระจกปากว้าในมือพลางครุ่นคิด “ต้องทำอย่างไรกันแน่ถึงจะเข้าไปได้”
กระจกปากว้าในมือกำลังขยับ ทันใดนั้นเห็นแสงสว่างสายหนึ่งวาบผ่านบนกระจก เมื่อมองตามแสงสว่างไป เหนือศีรษะตรงที่นางยืนอยู่ปรากฏเป็นรูขนาดเล็กรูหนึ่ง ตอนนี้แสงจันทร์ข้างนอกถ้ำสาดเข้ามา ผ่านรูขนาดเล็กก่อนตกกระทบบนกระจกปากว้าในมือนางพอดี
หลังจากนั้นกระจกปากว้าในมือนางพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนจะตกลงบนพื้นเสียงดังเคร้ง ขณะที่ตกลงบนพื้น แสงสว่างบนกระจกกับแสงจันทร์ที่ส่องผ่านรูเข้ามาสาดไปบนผนังหิน ค่ายกลซ่อนเร้นดีดออกมาจากผนังหินไปยังฝั่งตรงข้าม จากนั้นพื้นที่ใต้เท้าที่พวกเขายืนอยู่ก็พลันปรากฏเป็นค่ายกลอันหนึ่งเช่นกัน
……….