เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3566 เห็นแต่เข้าไปไม่ได้ / ตอนที่ 3567 กังวล
ตอนที่ 3566 เห็นแต่เข้าไปไม่ได้
“ถอย!”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อร้องก่อนรีบดึงนางออกจากค่ายกล ขณะเดียวกันก็มองค่ายกลทั้งสามที่สอดประสานกัน ก่อตัวเป็นรูปร่างจากการทำงานของแสงจันทร์และกระจก
เฟิ่งจิ่วมองค่ายกลที่ปรากฏขึ้นนั้นด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจ นางมองค่ายกลสามอันนั้นก่อนมองไปยังผนังข้างหน้า เห็นเพียงหลังจากค่ายกลนั้นปรากฏขึ้นบนพื้นแล้ว ผนังลวงตาถึงค่อยๆ เปิดออกจากตรงกลาง
สิ่งที่สะท้อนสู่สายตากลับเป็นถ้ำมืดๆ แห่งหนึ่ง ตามมาด้วยสายตาเย็นชาดุร้ายกระหายเลือดสองคู่ที่แจ่มชัดอยู่ท่ามกลางความมืด กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นโชยมาหลังจากประตูเปิดออก
นั่นคือสัตว์ร้ายระดับสัตว์เทวะสองตัว ตอนเห็นผนังลวงตาเปิดออก สัตว์เทวะทั้งสองต่างก็จ้องมองมาด้วยความระแวดระวัง โดยเฉพาะตอนที่หนึ่งในนั้นเห็นกลืนนภากำลังนั่งยองอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่ว มันก็ยิ่งแยกเขี้ยวคำรามออกมาหนึ่งเสียง ก่อนจะถอยหลังออกไปเรื่อยๆ
ชัดเจนว่าการจู่โจมของกลืนนภาก่อนหน้านี้ ทำให้มันเกิดความหวาดกลัวขึ้นในใจแล้ว
“โฮก!”
สัตว์เทวะสองตัวส่งเสียงคำรามใส่พวกเขาอย่างดุดัน ทว่ากลับไม่กล้าก้าวไปข้างหน้า ยังคงจ้องมองด้วยความระแวงต่อไป
“เจ้านาย นั่นคือสัตว์เทวะที่ข้าเจอก่อนหน้านี้” กลืนนภากล่าว พลางยืดตัวตรงอยู่ข้างๆ เฟิ่งจิ่ว เห็นพวกมันกล้าคำรามใส่เจ้านายของมันแล้ว มันจึงคำรามกลับไปเสียงหนึ่งด้วยความโมโห
“โฮก!”
เสียงคำรามด้วยโทสะทั้งยังเต็มไปด้วยแรงกดดันของสัตว์เทวะดังขึ้น ทำเอาสัตว์เทวะสองตัวนั้นแข้งขาอ่อน ส่งเสียงในลำคอก่อนหนีไปอย่างรวดเร็ว
เฟิ่งจิ่วกำลังเตรียมจะตามไปดูหน่อย ฝ่ายเซวียนหยวนโม่เจ๋อกลับรั้งนางเอาไว้ นางหันกลับไปถาม “ทำไมหรือ”
“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าพวกเราต้องรับมือกับประมุขเทียมฟ้าและประมุขบัวดำ ไม่ว่าทางนั้นคือที่ใดก็ไม่อาจจะไปในตอนนี้ได้” เซวียนหยวนโม่เจ๋อเอ่ย สายตามองถ้ำดำมืดฝั่งตรงข้าม “พอจัดการธุระเสร็จแล้ว หากเจ้ายังอยากไปสำรวจดู ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้าเอง”
เขามีความรู้สึกว่าหากวันนี้พวกเขาเดินผ่านประตูบานนี้ไป คงไม่มีทางได้กลับมาภายในเวลาอันสั้น ตอนนี้พวกเขามีเรื่องสำคัญต้องทำ หลังจากใคร่ครวญอยู่หลายครั้งก็พบว่าตอนนี้ไม่เหมาะนักที่จะไปสำรวจหรือสืบค้นอะไร
เมื่อได้ยินดังนั้น เฟิ่งจิ่วคิดก่อนพยักหน้า “จริงของเจ้า” นางมองถ้ำที่อยู่ข้างหน้า “ต่อให้ฝั่งตรงข้ามเป็นดินแดนลวงตาอะไร ก็ไม่อาจจะไปให้ความสนใจได้ในตอนนี้”
พูดแล้วนางก็ยิ้มให้เขา “แต่พวกเราก็ไม่ได้มาที่นี่โดยเสียเปล่า จับพลัดจับผลูมาถึงที่นี่ได้ แถมยังเปิดประตูค่ายกลของที่นี่ได้อีก”
“อืม” เซวียนหยวนโม่เจ๋อเห็นนางเชื่อฟังก็ยิ้มที่มุมปาก
ดังนั้นหลังจากเฟิ่งจิ่วมองฝั่งตรงข้ามคราหนึ่งแล้ว จึงค่อยหยิบกระจกปากว้าที่อยู่ใจกลางค่ายกลขึ้นมา เมื่อกระจกปากว้าพ้นจากพื้น ประตูลวงตาที่เปิดออกก็ค่อยๆ ปิดลง จนกระทั่งกลับคืนสู่สภาพก่อนหน้า
นางจับกระจกปากว้าในมือเล่น กล่าวขึ้นว่า “ตอนนี้ข้าแปลกใจอยู่บ้าง เพราะเหตุใดถึงหยดเลือดใส่กระจกอันนี้ไม่ได้”
“วันหน้าค่อยๆ ศึกษาแล้วกัน ดึกมากแล้ว เจ้าอยากกินเนื้อย่างไม่ใช่หรือ ตอนนี้ซ่งอีผิงน่าจะย่างเสร็จแล้ว” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าว ก่อนจะจูงมือนางเดินออกไป
กลืนนภาตามอยู่ข้างหลังคนทั้งสอง ครั้นพอพ้นจากม่านน้ำตกตรงปากถ้ำจึงค่อยกลับเข้าไปในห้วงมิติของเฟิ่งจิ่ว ท่ามกลางราตรีกาลเช่นนี้ เงาร่างสองสายเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วกลางป่าราวกับภูตผี กลับไปยังทางเดิมกับขามา
ในถ้ำแห่งนั้น ซ่งอีผิงที่อยู่ตรงปากถ้ำกำลังมองออกไปข้างนอกด้วยความกังวลใจ ยังไม่เห็นพวกเขาสองคนกลับมา จึงอดพึมพำไม่ได้ “คงไม่ได้หลงทางกลางป่าหรอกกระมัง”
………
ตอนที่ 3567 กังวล
เยี่ยหลิงที่กำลังนั่งพิงอยู่ข้างในได้ยินวาจาของเขา จึงกล่าวว่า “น่าจะเสียเวลาเพราะเรื่องบางอย่างมากกว่า! ไม่ใช่ว่าพวกเขาไล่ตามลิงวิญญาณตัวหนึ่งไปหรอกหรือ ข้ารู้สึกว่าพวกเขาสองคนไม่มีทางหลงทางหรอก”
แม้นางเติบใหญ่อยู่ในตระกูล ไม่ได้ก้าวเท้าออกสู่แผ่นดินใหญ่ข้างนอก แต่นางก็มองออกว่าท่านหลิงและฮูหยินหลิงไม่ใช่คนธรรมดา แม้พวกเขาจะเก็บซ่อนกลิ่นอายบนกาย นางก็ยังรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของทั้งสอง ยิ่งไปกว่านั้นสามารถช่วยนางจากคนของตระกูลทั้งแปดได้ นางยิ่งไม่คิดว่าพวกเขาสองคนจะหลงทางอยู่กลางป่า แม้ป่าผืนนี้จะได้ชื่อว่าดินแดนแห่งความตายก็ตาม
“อาหลิง ตอนนี้เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง ยังเจ็บแผลหรือไม่” เขาเอ่ยขึ้นขณะเดินกลับมาที่ข้างกายนาง จากนั้นก็ถามต่ออีกว่า “เจ้าหนาวหรือไม่ ต้องห่มผ้าสักหน่อยหรือไม่”
เยี่ยหลิงยิ้มออก เอ่ยเสียงเบาว่า “ฮูหยินหลิงเก่งมากจริงๆ ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้ว แถมไม่กระเทือนถึงแผลแล้วก็ไม่เจ็บด้วย”
เสียงของนางสั่นเครือ หอบหายใจเล็กน้อย “ไม่หนาว ที่นี่อบอุ่นมาก” นางคิดว่าตราบใดที่นางพักฟื้นสักสองสามวัน ร่างกายนางต้องฟื้นฟูกลับมาเหมือนแต่ก่อนอย่างแน่นอน ส่วนผมที่ขาวทั้งศีรษะนี้ ในเมื่อไม่อาจแก้ไขแล้วก็ให้เป็นเช่นนี้ไปแล้วกัน! รักษาชีวิตเอาไว้ได้ก็ไม่เลวแล้ว
“ใช่! พวกเขาเก่งมากจริงๆ ต่อให้เป็นผู้อาวุโสที่เก่งที่สุดของตระกูลทั้งแปดก็ไม่อาจเทียบกับพวกเขาได้ อีกอย่างข้าเคยเห็นพวกเขาต่อสู้ พลังการต่อสู้นั้นยิ่งน่าตื่นตะลึง น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ยินดีให้พวกเราเดินทางไปด้วย” ซ่งอีผิงถอนใจเบาๆ
หากได้ติดตามอยู่ข้างๆ พวกเขา เขารู้สึกว่าชีวิตนี้ต้องมีสีสันมากแน่
“พวกเขาช่วยข้าก็ถือว่ามีเมตตายิ่งนักแล้ว ไม่ยินดีให้พวกเราเดินทางไปด้วย ข้าคิดว่าก็สมควรแล้วเช่นกัน อย่างไรเสียคนเก่งกาจเช่นพวกเขา คนที่อยู่ข้างๆ ได้ก็ล้วนต้องเป็นคนที่เก่งกาจมาก พวกเราสองคนอ่อนแอเกินไป” เยี่ยหลิงพูดเสียงเบา ลอบถอนใจเช่นกัน
นางไม่เคยก้าวออกไปโลกภายนอก ย่อมหวังว่าจะได้เดินทางไปพบสิ่งใหม่ให้มากอยู่ข้างๆ ผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งมากไม่ต่างกัน แต่นี่คงต้องพึ่งพรหมลิขิตแล้ว ในเมื่อพวกเขาไม่ยินดีให้พวกนางเดินทางไปด้วยกัน พวกนางก็ไม่อาจทำให้พวกเขารำคาญใจ เท่านี้พวกนางก็ติดหนี้ท่านหลิงและฮูหยินหลิงมากแล้ว
“ท้องฟ้าข้างนอกมืดขนาดนี้แล้ว ป่าผืนนี้ใหญ่มาก กลางป่าตอนกลางคืนมีอันตรายที่ไม่อาจล่วงรู้ได้มากมาย ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง” ซ่งอีผิงพูดด้วยความเป็นห่วง จากนั้นจึงเดินกลับไปที่ปากถ้ำเพื่อมองออกไปข้างนอก
พอเห็นว่าเวลาเคลื่อนคล้อยไปเรื่อยๆ ในใจเขาก็ยิ่งรู้สึกไม่ว่างใจ ด้านหนึ่งคิดไปตามหาพวกเขา ทว่าก็ไม่สบายใจหากจะให้เยี่ยหลิงอยู่ที่นี่เพียงลำพัง อย่างไรเสียนางในตอนนี้ก็ไร้เรี่ยวแรงป้องกันตนเอง หากมีงูพิษหรือสัตว์ป่าเข้ามา นางย่อมไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะหลบหนี
แต่หากไม่ออกไปตามหา รอคอยอยู่ที่นี่เฉยๆ ก็มีแต่จะร้อนใจ เพราะพวกเขามีพระคุณต่อตนเอง หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นจริงๆ ชีวิตนี้ของเขาคงไม่มีทางสุขสบายได้แล้ว
เยี่ยหลิงเข้าใจเขา เห็นท่าทางไม่สบายใจของเขาแล้ว นางจึงกล่าวว่า “อีผิง หากเจ้าไม่วางใจที่ข้าอยู่ที่นี่คนเดียว เจ้ากางเขตอาคมป้องกันให้ข้าเถอะ! ข้าอยู่ที่นี่คนเดียวได้”
ฟังดังนั้นแล้ว ซ่งอีผิงหันกลับไป “ทว่า…” เขาไม่วางใจ
“กลางป่าตอนกลางคืนมีอันตรายมากมาย เจ้าเองก็ไม่คุ้นเคยกับป่าผืนนี้ เจ้าไปดูแถวนี้ว่าพบพวกเขาหรือไม่ อย่าไปไกลเกินไปก็พอ” เยี่ยหลิงพูดเสียงเบา กังวลเช่นกันว่าเขาออกไปแล้วจะพบกับอันตราย แต่หากไม่ให้เขาออกไป สองคนรอกันอยู่ที่นี่ก็ไม่สบายใจจริงๆ
………