เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3576 ส่งไป / ตอนที่ 3577 ทำลาย
ตอนที่ 3576 ส่งไป
ได้ยินเช่นนั้นแล้ว คนเหล่านั้นก็ตกตะลึงไป พวกเขาหวนคิดเล็กน้อยก่อนที่คนหนึ่งในนั้นจะพูดว่า “ข้าจำได้ว่าพวกข้าไปทางนั้น จากนั้นก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้สึกว่าปราณหยินทางนั้นหนาหนักมาก จึงอยากไปสำรวจดูหน่อย แต่หลังจากนั้นก็รู้เพียงว่ามีความหนาวเย็นแทรกจากฝ่าเท้ามุ่งสู่ก้นบึ้งของหัวใจ สุดท้ายไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว”
“ข้าก็เหมือนกัน”
“พวกข้าก็รู้สึกเหมือนกัน”
เห็นทุกคนกล่าวแบบเดียวกัน ผู้นำตระกูลทั้งหลายต่างพากันครุ่นคิด เดิมทีพวกเขาก็อยากจะไปดูเช่นกัน แต่ก็กังวลว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น และดูจากท่าทางของฮูหยินหลิงที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้นก็ไม่คิดจะไปดูเช่นกัน พวกเขาจึงทำได้เพียงรอแล้ว
ตอนนี้เฟิ่งจิ่วเดินมาถึงข้างกายของซ่งอีผิง กล่าวกับทั้งสองคนว่า “ข้าจะส่งพวกเจ้าไปก่อนแล้วกัน!” พูดพลางยื่นถุงฟ้าดินที่ใส่เหรียญทองให้ซ่งอีผิงสองสามใบ “รับไว้”
“นี่…” ซ่งอีผิงตะลึงเล็กน้อย ไม่คิดว่านางจะให้ของพวกนี้กับเขา
เฟิ่งจิ่วไม่ให้เวลาเขาพูดอะไร เพียงยื่นมือออกไป พลังมหาศาลกลุ่มหนึ่งเอ่อท้นขึ้นกลางอากาศ ทันใดนั้นวังวนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นข้างป่าผืนใหญ่
“เข้าไปเถอะ!” เฟิ่งจิ่วมองทั้งสองคน
ซ่งอีผิงประคองเยี่ยหลิงที่อยู่บนพื้นลุกขึ้นทันที จากนั้นพูดกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่วว่า “ขอบคุณท่านหลิง ฮูหยินหลิง” เมื่อพูดจบแล้ว เขาไม่ปล่อยให้บิดาตนมาขัดขวาง พาเยี่ยหลิงกระโดดเข้าไปในวังวนทันที
ครั้นวังวนหายไป พวกเขาสองคนก็หายไปจากตรงหน้าทุกคน พริบตาที่สองคนนั้นหายไป พี่ชายของเยี่ยหลิงคนนั้นก็เบิกตาโพลงพร้อมกับสีหน้าตื่นตะลึง
พริบตานั้นเขาคล้ายกับเห็นชุดคลุมกันลมถูกกระแสปราณของวังวนดึงออกมุมหนึ่ง สิ่งที่ปรากฏใต้ชุดคลุมกันลมกลับเป็น…กลับเป็นผมสีขาวเงิน…
เขายืนอึ้งงัน รู้สึกไม่อยากเชื่ออยู่บ้าง คนที่ซ่งอีผิงแบกอยู่คือเยี่ยหลิง น้องสาวของเขาอย่างนั้นหรือ นะ…นี่เป็นไปได้อย่างไร? นางถูกเผาตายไปแล้วไม่ใช่หรือ?
ทว่ามีพริบตาหนึ่งที่เขานึกถึงภาพยามพวกซ่งอีผิงปรากฏตัว ไปจนถึงครั้งนี้ที่ซ่งอีผิงได้ยินว่าน้องสาวเขาถูกเผาตายแล้วทั้งสองเหตุการณ์ช่างแตกต่างกันยิ่งนัก
ดังนั้นคนที่ถูกห่อร่างอยู่ในชุดคลุมกันลมเป็นสตรีคนหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นสตรีที่มีผมสีขาวเงินคนหนึ่ง? นอกจากน้องสาวเขาเยี่ยหลิงแล้ว เขาเชื่อว่าไม่มีใครทำให้ซ่งอีผิงสามารถทำเช่นนี้ได้
พอคิดถึงเรื่องพวกนี้ เขาลอบสะท้านใจเล็กๆ แม้จะเต็มไปด้วยความน่าสงสัย เพียงแต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะไขข้อข้องใจได้อย่างไร แต่ตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่าน้องสาวเขาต้องมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน! และต้องอยู่กับซ่งอีผิงเป็นแน่!
“สมุนไพรวิญญาณมาแล้ว สมุนไพรวิญญาณมาแล้ว!”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งกลับมาพร้อมกับผู้คุ้มกันอีกหลายคน มีผู้คุ้มกันคนหนึ่งเดินพลางตะโกน ส่งสมุนไพรวิญญาณให้กับผู้นำตระกูลเป็นคนแรก จากนั้นผู้นำตระกูลจึงค่อยมอบสมุนไพรวิญญาณพันปีเหล่านั้นให้เฟิ่งจิ่ว
“ฮูหยินหลิง โปรดดู”
เฟิ่งจิ่วมองกล่องพวกนั้นคราหนึ่ง ในมือของผู้นำตระกูลที่อยู่ตรงหน้ามีกล่องใบหนึ่งเปิดฝาไว้ ข้างในคือหญ้าหัวใจไผ่พันปี นับว่าเป็นสมุนไพรวิญญาณที่ไม่เลวชนิดหนึ่ง
นางมองกล่องที่เปิดไว้อีกสองสามกล่อง ใช้ได้ทั้งหมด จึงพยักหน้าน้อยๆ แล้วสะบัดแขนเสื้อเพื่อเก็บกล่องสมุนไพรวิญญาณพันปีเหล่านั้น
“นี่คือของพวกข้า” คนจากอีกหลายตระกูลนำสมุนไพรวิญญาณพันปีก้าวเข้ามาเช่นกัน เห็นสมุนไพรวิญญาณพันปีเหล่านั้นในมือของพวกเขาแล้ว ในใจนางก็อดตื่นเต้นไม่ได้
พวกนี้ล้วนเป็นของล้ำค่าที่ตระกูลของพวกเขาเก็บซ่อนไว้ กระนั้นก็ยังนำมาประเคนให้นางเช่นนี้ ด้วยหวังว่านางจะช่วยพวกเขาแก้ปัญหาได้จริงๆ กระมัง!
……….
ตอนที่ 3577 ทำลาย
ผู้นำตระกูลซ่งเห็นบุตรชายถูกส่งออกไปต่อหน้าต่อตา ย่อมตะลึงลานดึงสติกลับมาไม่ได้อยู่ชั่วขณะหนึ่ง เขาจากไปครานี้ ไม่รู้ว่าเมื่อไรถึงจะกลับมาอีก
“ผู้นำตระกูล ข้านำของพวกเรามาแล้วเช่นกัน”
คนของตระกูลซ่งนำสมุนไพรวิญญาณสี่ชนิดออกมา แม้หลายตระกูลที่นี่ล้วนเป็นตระกูลเร้นกาย แต่พื้นฐานนับว่าไม่เลว สมุนไพรวิญญาณพันปีหลายชนิดล้วนเสาะหามาได้ กระนั้นอย่างไรก็เป็นสิ่งของล้ำค่า ทำให้เกิดความอาลัยอาวรณ์อยู่หลายส่วน
ทว่าพวกเขารู้ดีเช่นกันว่าหากเทียบกับถูกหยินชั่วร้ายสิงร่างแล้ว หากสมุนไพรวิญญาณเหล่านี้แลกมาซึ่งความปลอดภัยได้ เช่นนั้นก็คุ้มค่าแล้ว
หลังจากเฟิ่งจิ่วมองดูสมุนไพรวิญญาณเหล่านั้นแล้ว นางก็มองดูทุกคนรอบหนึ่ง จากนั้นพูดกับพวกเขาว่า “คนอื่นๆ ตามไปไม่ได้ จะกลับไปก่อนหรือจะคอยอยู่ที่นี่ก็ได้ทั้งนั้น ส่วนผู้นำตระกูลทุกคนตามมาเถอะ! พวกเจ้าจะพาผู้อาวุโสในตระกูลไปด้วยกันสองคนก็ได้”
ได้ยินดังนั้นแล้ว ผู้นำตระกูลทั้งหลายต่างสบตากัน ต่างฝ่ายต่างก็เลือกผู้อาวุโสสองคนติดตามไป ส่วนคนอื่นๆ ก็ให้พวกเขาคอยอยู่ที่นี่ ผู้นำตระกูลเยี่ยไม่ได้มาที่นี่ คนที่มามีเพียงผู้อาวุโสในตระกูล จึงเป็นผู้อาวุโสที่ตามไปด้วยกัน
ตอนนี้เองเซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าวกับเฟิ่งจิ่วว่า “เจ้าพาพวกเขาไปยังสถานที่ซึ่งตั้งค่ายกลรวมหยินเถอะ ที่เหลือข้าจะจัดการเอง!” เขามองสีท้องฟ้า กล่าวอีกว่า “หนึ่งชั่วยามหลังจากนี้ เจ้าคอยข้าอยู่ที่นี่แล้วกัน”
เดิมทีเฟิ่งจิ่วอยากไปกับเขา แต่ใคร่ครวญแล้วว่าพลังของเขาแข็งแกร่งกว่านาง จึงเอ่ยว่า “เช่นนั้นก็ได้ เจ้าระวังหน่อย ข้าจะพาพวกเขาไปทำลายค่ายกลรวมหยินพวกนั้นในป่า แล้วจะกลับมาคอยเจ้าที่นี่” แยกกันเช่นนี้ย่อมจัดการอะไรๆ ได้เร็วกว่า คาดว่าพวกเขาจะไปจากที่นี่ได้ก่อนพระอาทิตย์ตก
“อืม” เซวียนหยวนโม่เจ๋อพยักหน้า จากนั้นหมุนกายเดินเข้าไปในป่า เฟิ่งจิ่วเห็นเขาเดินไปแล้วค่อยพูดกับผู้นำตระกูลว่า “ตามข้ามาเถอะ!”
เฟิ่งจิ่วแผ่จิตรับรู้ออกไป สัมผัสได้ถึงสถานที่ซึ่งผิดปกติในป่า นางมองแสงอาทิตย์บนศีรษะ บัดนี้ใกล้เที่ยงวันแล้ว ท่ามกลางกิ่งก้านใบไม้ปกคลุม มีแสงอาทิตย์ส่องผ่านมาริบหรี่ ขจัดปราณหยินหนาวเย็นไปได้หลายส่วน
หลังจากทุกคนเดินตามนางไปได้พักหนึ่ง ก็รู้สึกได้ว่าปราณหยินหนาวเย็นแผ่ออกมามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้พวกเขาจะมีปราณวิญญาณมากมายคุ้มครอง ก็ยังคงสัมผัสได้ถึงปราณหยินนี้
“มิน่าเล่าพวกเขาถึงได้คุมสติไว้ไม่อยู่ ปราณหยินที่นี่หนาหนักจนแม้แต่แสงอาทิตย์ยามเที่ยงวันก็ทำอะไรไม่ได้” ผู้นำตระกูลคนหนึ่งกล่าวพร้อมสีหน้าเคร่งขรึม หลังจากมองไปรอบๆ คราหนึ่ง เขาก็ทอดสายตาไปที่สตรีชุดเขียว
ตลอดทางมานี้พวกเขาไม่พบว่ามีค่ายกลรวมหยิน กลับมีเพียงความหนาวเย็นอยู่รางๆ แท้จริงแล้วเป็นเพราะอะไรกันแน่?
เฟิ่งจิ่วเดินไปอีกประมาณห้าสิบหมี่แล้วหยุดลง ตรงที่นางเดินผ่าน ปราณหยินต่างก็ซ่านสลายไปเอง ไม่กล้ากล้ำกรายนางแม้แต่ครึ่งส่วน ภาพนี้ทำให้ทุกคนที่อยู่ข้างหลังรู้สึกสะท้านใจเป็นอย่างยิ่ง
ที่แท้ปราณหยินที่ตลบอบอวลกลางอากาศก็เหมือนกับลมที่โปร่งแสง ไม่อาจจับต้องได้โดยสิ้นเชิง และมองไม่เห็นว่ามันอยู่ตรงไหน แต่หลังจากนั้นเดินผ่านแล้ว กลิ่นอายรอบข้างกลับพัดม้วนขึ้นมา พากันสลายไปจากด้านข้าง แท้จริงแล้วนางเป็นใครกันแน่? เหตุใดจึงทำเช่นนี้ได้
เฟิ่งจิ่วมองไปรอบๆ ทันใดนั้นนางพลันสะบัดแขน เปลวไฟกลุ่มหนึ่งลอยออกจากฝ่ามือนางดังพรึ่บ เปลวไฟกลุ่มนั้นแบ่งจากหนึ่งเป็นสาม จากสามเป็นหก จากหกเป็นเก้า สุดท้ายตกลงบนตำแหน่งเก้าจุด
ตูม! ตูมๆๆ
เพลิงสวรรค์คู่ชีวิตปะทะกับลักษณ์ค่ายกลปราณหยินก่อนส่งเสียงดังสนั่น เมื่อเปลวไฟโหมไปรอบๆ ค่ายกลรวมหยินพลันถูกทำลายทันที ปราณหยินเองก็สลายไปจากอากาศเช่นเดียวกัน
……….