เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3578 หยกโบราณรวมวิญญาณ / ตอนที่ 3579 ชำระล้าง
ตอนที่ 3578 หยกโบราณรวมวิญญาณ
เห็นภาพนี้แล้ว เหล่าผู้นำตระกูลและพวกผู้อาวุโสต่างก็ตกตะลึงไป ทำลายค่ายกลรวมหยินได้เร็วขนาดนี้เชียวหรือ? พวกเขาถึงขึ้นมองไม่ออกว่าสถานที่ตั้งค่ายกลรวมหยินอยู่ที่ใดบ้าง…
แม้จะรู้สึกสะท้านใจ แต่ก็นับว่าสงบใจลงได้บ้างแล้ว เห็นทีฮูหยินหลิงผู้นี้จะมีฝีมือจริงๆ ทว่าในตอนนั้นเอง จู่ๆ ผู้อาวุโสคนหนึ่งพลันตัวสั่นสะท้าน ก่อนที่เขาจะเข้าใกล้ผู้นำตระกูลคนหนึ่ง มือข้างหนึ่งคว้าไหล่ของอีกฝ่ายพร้อมกระตุ้นพลังเพื่อดูดกินปราณอย่างรวดเร็ว
“อ้าก!”
ผู้นำตระกูลคนนั้นร้องด้วยความตกใจ ไม่อาจเคลื่อนไหวได้ชั่วขณะ สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นซีดขาวเช่นกัน เขาดิ้นรนทว่ากลับหมดหนทาง ผู้อาวุโสที่อยู่ข้างๆ เห็นดังนั้นก็ตกใจยกใหญ่ รีบพลิกฝ่ามือจู่โจมผู้อาวุโสคนนั้น
“ปล่อยผู้นำตระกูล!”
ภายใต้ความรุนแรงของลมจากฝ่ามือ ปราณพาดผ่านราวกับสายรุ้ง ผู้อาวุโสที่ดูดกินปราณกลับคล้ายมองไม่เห็น ไม่หลบหลีกเลยแม้สักนิด เพียงดูดกินปราณต่อไปอย่างบ้าคลั่ง
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าปราณที่ถูกดูดกินเข้าไปในร่างกายผู้อาวุโสคนนั้น ค่อยๆ ไปรวมตัวอยู่ที่หยกโบราณชิ้นหนึ่งบนกายเขาอย่างไร้สุ้มเสียง
ผู้นำตระกูลและผู้อาวุโสคนอื่นดึงสติกลับมา พวกเขาพยายามเข้าไปห้ามทว่าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นร่างกายก็เหมือนกับถูกปราณหยินอันหนาวเย็นตรึงเอาไว้ ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นไม่อาจขยับเขยื้อน
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองครั้งหนึ่ง พลังวิญญาณเอ่อท้นอยู่ที่ฝ่ามือ ขณะเดียวกันร้องตะโกน “ช่างกล้านัก!”
ลงมือต่อหน้าต่อตานาง วิญญาณหยินตนนี้มีความกล้าหาญเทียมฟ้าเสียจริง!
“พรวด!”
ตึง!
ผู้อาวุโสคนนั้นตัวสั่นอย่างแรง ขาอ่อนคุกเข่าลงบนพื้น เลือดสดๆ คำหนึ่งกระอักออกมาจากปาก หยกโบราณในสาบเสื้อของผู้อาวุโสลอยขึ้นมาเอง ก่อนจะเหมือนกับถูกดึงออกไปอย่างแรง แต่เป็นเพราะเชือกมัดหยกโบราณผูกเงื่อนตายเอาไว้ ดึงอย่างไรก็ดึงไม่ขาด กลับรัดคอผู้อาวุโสคนนั้นจนเกือบตาย
“เร็ว ข้าจะตายแล้ว!” ผู้อาวุโสคนนั้นหนาวสะท้าน ร่างกายกำลังสั่นเทา ขนลุกไปทั่วร่าง ขอความช่วยเหลือเฟิ่งจิ่วด้วยเสียงสั่นเครือ
เห็นพวกเขาแต่ละคนขยับไม่ได้ แสงสว่างสายหนึ่งแผ่ออกมาจากระหว่างนิ้วของนาง ตัดเชือกหยกประดับชิ้นนั้นขาดดังฉับ ทันใดนั้นหยกประดับก็ถูกปราณกลุ่มหนึ่งม้วนพัดไปอย่างรวดเร็ว
“คิดหนี? เจ้าหนีไม่พ้นหรอก!”
เฟิ่งจิ่วไม่ได้สนใจคนที่ขยับไม่ได้พวกนั้น เพียงตามวิญญาณหยินตนนั้นไป จนกระทั่งไปไกลแล้ว หลายคนที่ถูกปราณหยินตรึงร่างถึงได้กลับสู่สภาวะปกติ
“ไป รีบตามไปดูหน่อย!”
หลังจากพวกเขาได้สติแล้วก็ตามไปโดยเร็ว ความจริงพวกเขารู้ว่าฮูหยินหลิงผู้นี้เรียกพวกเขาตามมาเพราะรู้ว่าพวกเขาไม่เชื่อนาง ถึงคิดให้พวกเขาเห็นภาพที่นางช่วยจัดการวิญญาณหยินกับตาตนเอง
เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเพิ่งพบค่ายกลรวมหยินที่แรก พวกเขาก็สิ้นท่าเสียแล้ว ตอนนี้อดรู้สึกดีใจไม่ได้ โชคดีที่ร้องขอความช่วยเหลือจากฮูหยินหลิงสำเร็จ ไม่เช่นนั้นปล่อยไปนานวันเข้า เกรงว่าตระกูลของพวกเขาต้องตายตกอยู่ที่นี่ทั้งหมดแน่
ข้างหน้า เฟิ่งจิ่วรีบตามไป ใช้กระแสปราณสายหนึ่งในมือจู่โจม ทว่าหยกโบราณชิ้นนั้นกลับหลบได้ มันคล้ายกับมีสติปัญญาอย่างไรอย่างนั้น หลบหนีเข้าไปในป่าลึกอย่างบ้าคลั่ง มุ่งหน้าไปยังสถานที่ตั้งค่ายกลรวมหยินอีกแห่งหนึ่ง
เมื่อรู้สึกว่ากลิ่นอายกลางอากาศเปลี่ยนไป ปราณพลังวิญญาณบนกายเคลื่อนไหว แรงกดดันแผ่ออกไปตามธรรมชาติ ปราณหยินที่เข้าใกล้นางพลันสลายหายไปในทันที
……….
ตอนที่ 3579 ชำระล้าง
“จะหนีไปไหน!” เฟิ่งจิ่วตวาดเสียงเย็น พลิกฝ่ามือจู่โจมด้วยเพลิงกลุ่มหนึ่ง ห่อหุ้มวิญญาณหยินเหนือหยกโบราณด้วยความเร็วราวสายฟ้าฟาด ไฟรุนแรงแผดเผา วินาทีนี้เองเสียงร้องแสบแก้วหูดังก็ดังขึ้น
“กรี๊ด!”
เสียงนั้นดังมาก่อนจะเบาลง จนกระทั่งไม่ได้ยินอีก หยกโบราณชิ้นนั้นก็แตกกระจายเพราะตกลงบนพื้น
ผู้นำตระกูลพวกนั้นและพวกผู้อาวุโสเห็นภาพนี้แล้วต่างก็ตื่นตกใจ แค่เพลิงกลุ่มหนึ่งเท่านั้น กลับเผาวิญญาณหยินที่มีปราณหยินมหาศาลเช่นนี้ได้
เฟิ่งจิ่วมองไปรอบๆ ก่อนมองไปทางผู้นำตระกูลและผู้อาวุโสเหล่านั้น “พวกเจ้าจัดการที่นี่แล้วกัน ใจกลางค่ายกลอยู่ที่นี่ ข้าจะไปจัดการข้างหน้า”
สิ้นเสียงนั้น นางสาวเท้าโฉบร่างออกไป ส่วนลึกของป่าผืนนี้คล้ายกับมีเสียงน่ากลัว เสียงนั้นแฝงไว้ด้วยปราณหยินหนาวเย็นมหาศาล อบอวลอยู่กลางป่าผืนนี้
เฟิ่งจิ่วหยุดฝีเท้า มองไปทางเสียงที่ดังมา น่าจะเป็นโม่เจ๋อที่พบอะไรเข้าแล้ว ตราบใดที่ทำลายต้นตอได้ ที่เหลืออยู่ก็มีเพียงปราณหยินแล้ว สำหรับพลังของคนในตระกูลเร้นกายเหล่านี้ วิญญาณหยินตนอื่นไม่น่าหวาดกลัวสักนิด
นางหันกลับไปมองทุกคนข้างหลังครั้งหนึ่ง กล่าวว่า “ทิ้งคนหนึ่งคนไว้ที่นี่ ส่วนคนอื่นตามข้ามา!” นางพูดจบก็นำทางพวกเขาเดินไปข้างหน้า
อาจเป็นเพราะคนที่ซ่อนอยู่ในป่าลึกถูกเซวียนหยวนโม่เจ๋อลากออกมาแล้ว ค่ายกลที่ซ่อนอยู่ในป่าจึงค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา คราวนี้อย่าว่าแต่เฟิ่งจิ่วเลย ทุกคนที่ตามมาอยู่ข้างหลังก็มองออกเช่นกัน
“ค่ายกลระดับนี้พวกเจ้าจัดการเองได้กระมัง! ที่เหลืออยู่มีเท่านี้ พวกเจ้าจัดการต่อเถอะ” นางมองพวกเขาครั้งหนึ่ง จากนั้นเตะปลายเท้า กระตุ้นปราณโฉบไปยังทิศทางที่เซวียนหยวนโม่เจ๋ออยู่
ส่วนลึกของป่าตรงที่ปราณหยินก่อตัวเป็นวังวน ปราณหยินเวียนวนอย่างบ้าคลั่งมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ลมหยินพัดหนาวยะเยือก พัดจนใบไม้ร่วงลงมาจากต้น
ใจกลางวังวนที่เกิดจากปราณหยิน เซวียนหยวนโม่เจ๋อยืนอยู่ตรงนั้น ปราณพลังวิญญาณทั่วกายขับเคลื่อน แรงกดดันและกระแสปราณมหาศาลสร้างความสั่นสะท้านที่ไร้รูปร่าง ทำให้ปราณหยินที่อยู่รอบๆ ไม่กล้าเข้าใกล้แม้แต่ครึ่งส่วน
เมื่อมองดูให้ละเอียด จะเห็นได้ว่าใจกลางวังวนนั้น ตรงที่ถูกปราณหยินห่อหุ้มไว้ มีศพหนึ่งนอนขวางอยู่ข้างใน สวมชุดคลุมสีดำตัวใหญ่ มองไม่ออกว่าเป็นบุรุษหรือสตรี ปราณหยินที่อยู่รอบๆ กำลังแผ่ออกมาจากศพนี้ เมื่อปราณหยินเหล่านั้นสลายไป ศพก็ค่อยๆ เหี่ยวเฉา เลือดซึมออกมาจากใต้ชุดคลุมสีดำ ส่งเสียงดังฉ่าๆ
เห็นเลือดซึมออกมาแล้ว เท้าของเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่แต่เดิมเหยียบอยู่พื้นพลันผละออกมาทันที เขาสะบัดแขนเสื้อ ปราณของผู้มีอำนาจอบอวลไปทั่วป่าผืนนี้ในทันใด แรงสั่นสะเทือนมหาศาลปกคลุมกลิ่นอายน่ากลัวภายในป่า จนกระทั่งหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ครั้นเฟิ่งจิ่วมาถึงที่นี่ เห็นเขาทำลายค่ายกลรวมหยินแล้ว บนพื้นมีเพียงเลือดกองหนึ่ง นางพลันหยุดฝีเท้าแล้วกล่าวว่า “พวกเราไปเถอะ!”
จัดการธุระที่นี่เสร็จแล้ว เช่นนั้นก็ควรจากไปเสียที ถึงเวลาไปสืบหาข่าวคราวของประมุขเทียมฟ้าและประมุขบัวดำแล้ว
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกำจัดกลิ่นคาวเลือดจางๆ บนตัว จากนั้นค่อยเดินไปทางเฟิ่งจิ่ว ทันใดนั้นวังวนค่ายกลเคลื่อนย้ายปรากฏ สองคนหายไปจากกลางอากาศโดยพลัน
ตอนผู้นำตระกูลทั้งหลายมาถึงก็ไม่เห็นเงาร่างของทั้งสองคนแล้ว…
……….