เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3582 แฝงตัว / ตอนที่ 3583 กลัวใคร
ตอนที่ 3582 แฝงตัว
ไฉนเฟิ่งจิ่วจะไม่เข้าใจ เห็นท่าทางนี้ของเขาก็รู้แล้วว่าเขาน่าจะกำลังหึง นางยิ้มพร้อมกับจับมือเขา นิ้วมือเขี่ยที่ฝ่ามือเขาเบาๆ
ความรู้สึกคันยุบยิบที่ฝ่ามือทำให้เซวียนหยวนโม่เจ๋อวูบวาบในหัวใจ เขามองเฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างๆ เห็นดวงตาคู่งามของนางเต็มไปด้วยความรัก บนใบหน้าคลี่ยิ้มให้เขา เห็นท่าทางนางเช่นนี้แล้ว ใบหน้าที่เดิมทีถมึงทึงก็อ่อนลง ก่อนจะเลียนแบบนางบ้าง โดยการพลิกมือนางแล้วเขี่ยฝ่ามือนางเล่นเช่นกัน
เฟิ่งจิ่วรู้สึกจั๊กจี้ที่ฝ่ามือ นางชะงักไปเล็กน้อย แววตานางทอเป็นประกาย มองเขาแล้วยกยิ้มที่มุมปากอย่างอารมณ์ดี จากนั้นจึงหลุดหัวเราะออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่
ยามค่ำคืน ต่อให้เป็นโม่เฉินที่เดินอยู่ข้างๆ ก็มองการกระทำเล็กน้อยระหว่างพวกเขาสองคนไม่ออก เพียงรู้ว่าทั้งสองคล้ายกับเปลี่ยนเป็นใกล้ชิดกันขึ้นมากในพริบตาเดียว นั่นคือความรักหวานเชื่อมระหว่างคู่รัก อีกทั้งเป็นความลึกซึ้งและเชื่อใจกันระหว่างสามีภรรยา เป็นความรู้สึกที่คนนอกไม่อาจเข้าใกล้ ไม่อาจแทรกได้เลย
เห็นทั้งสองคนเช่นนั้นแล้ว ทางหนึ่งเขาก็รู้สึกยินดีกับนางที่เห็นนางมีความสุข เห็นนางได้แต่งกับคนที่นางรัก เห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อรักลึกซึ้งทั้งยังเอ็นดูนางนัก
แต่ก้นบึ้งของหัวใจเขากลับมีความรู้สึกอ้างว้างเล็กๆ ที่ซึ่งเขากดกลั้นความรู้สึกโดดเดี่ยวนั้นเอาไว้ ไม่เผยออกมาแม้แต่นิดเดียว
สามคนมุ่งหน้าสู่ท้องฟ้ายามราตรี เมื่อผ่านชั้นเมฆแล้วก็เข้าใกล้จุดหมายปลายทางของพวกเขาอย่างไร้สุ้มเสียง สามคนเก็บซ่อนกลิ่นอายบนกายราวกับผสานเข้ากับฟ้าดิน กอปรกับเป็นยามราตรี จึงทำให้หลีกเลี่ยงการคุ้มกันอันแน่นหนาเหล่านั้นไปได้ แฝงตัวเข้าไปอย่างเงียบเชียบ
เขตอาคมถูกเฟิ่งจิ่วเปิดออกเป็นรูเล็กๆ หลังจากคนทั้งสามเข้าไปแล้ว รูขนาดเล็กนั้นก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
การลาดตระเวนเวลากลางคืนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง พวกเขาแผ่จิตรับรู้ สัมผัสได้ว่าข้างในนี้มีคนคุ้มกันทั้งในที่ลับและที่แจ้งอยู่ไม่น้อย เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองไปทางโม่เฉิน กล่าวว่า “พวกเราแยกกัน สามคนอยู่ด้วยกันแล้วเตะตาเกินไป”
โม่เฉินฟังแล้วพยักหน้า “ได้ ข้าจะไปดูทางนั้น” เขาชี้อีกทางหนึ่งพลางเอ่ยพร้อมกระโจนร่างไปทันที
“พวกเราไปทางนั้น” เซวียนหยวนโม่เจ๋อพูด จูงมือเฟิ่งจิ่วไปอีกทาง
เฟิ่งจิ่วที่ถูกจูงมือแววตาอ่อนโยน รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมา ทุกเวลาที่อยู่ด้วยกันเขาล้วนชอบจูงมือนาง ไม่ว่าจะเดินทางอยู่ข้างนอกหรือยามเดินเล่น เขาล้วนจูงมือนางเช่นนี้ ความรู้สึกที่มือใหญ่กุมมือเล็กนั้นช่างอบอุ่นนัก ทำให้นางรู้สึกสบายใจมาก
ขณะเดียวกัน ประมุขเทียมฟ้าที่ไม่รู้ว่าพวกเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วเข้ามาที่นี่แล้วยังคงหารือกับประมุขบัวดำอยู่ในตำหนัก
“เล่ากันว่าพวกเขาแต่งงานกันได้ไม่นานก็ออกเดินทาง ข้ารู้สึกว่าพวกเขาน่าจะกลับโลกเบื้องบนแล้ว ทว่าคนที่ส่งออกไปสืบข่าวจนถึงตอนนี้แล้วยังไม่กลับมา แต่หากต้องการลงมือ จะเลือกเวลาลงมือในช่วงหลายวันนี้ก็ได้เช่นกัน”
ประมุขเทียมฟ้ากล่าว ดื่มสุราจอกหนึ่ง จากนั้นกล่าวอีกว่า “ส่วนจอมมาร เขาบอกว่าบาดแผลบนร่างกายยังไม่หายดี ท่าทางน่าจะลงมือในเวลาอันสั้นนี้ไม่ได้ ทว่า เฮอะ! เขาคิดว่าข้าไม่รู้ความคิดเขา ข้ารู้ว่าเขาอยากนั่งมองเสือกับมังกรสู้กัน อยากดูว่าพวกเราสองคนร่วมแรงกันแล้วจะต่อกรกับพวกเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่วได้จริงหรือไม่”
ประมุขบัวดำที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหรี่ตา เขายกจอกสุราขึ้นดื่มจนหมด จากนั้นกล่าวเสียงทุ้มต่ำว่า “เช่นนั้นก็ให้เขาเห็นพลังของพวกเราหน่อย!”
……….
ตอนที่ 3583 กลัวใคร
ขณะสองคนกำลังปรึกษากันว่าจะลงมือกับพวกเฟิ่งจิ่วตอนไหน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงวุ่นวายดังมาจากข้างนอก ทั้งคู่มุ่นคิ้ว ฝ่ายประมุขเทียมฟ้าเหลือบมองชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆ “ไปดูหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดถึงเอะอะขึ้นมาได้”
“ขอรับ”
ชายวัยกลางคนตอบรับ คารวะครั้งหนึ่งแล้วถอยออกไป เมื่อออกมาถึงข้างนอกก็เห็นเปลวไฟลุกโชติช่วงทุกที่ เขาอดตกตะลึงไม่ได้ รีบลากทหารคุ้มกันที่กำลังไปช่วยดับไฟคนหนึ่งมาถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจ “เกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆ เกิดไฟไหม้ได้”
ที่นี่คือที่ไหนกัน จะมีใครกล้าทำผิดพลาดจนทำให้เกิดไฟไหม้ได้อย่างไร? หรือมีใครถือโอกาสแฝงตัวเข้ามาตอนที่พวกเขาไม่ทันระวัง? หากมีแล้วจะเป็นใครกัน?
“ยังไม่รู้ว่าไฟไหม้ได้อย่างไร เพียงแต่จู่ๆ ก็มีไฟลุกขึ้นหลายแห่ง ทุกคนกำลังช่วยดับไฟกันอยู่” คนที่ถูกรั้งไว้ตอบรีบๆ จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่ซึ่งถูกไฟไหม้อย่างรวดเร็ว
เห็นดังนั้นแล้ว ชายวัยกลางคนคนนั้นยกชายชุดคลุมเร่งฝีเท้ากลับไปโดยเร็ว ครั้นเข้าไปข้างในแล้วก็รายงานด้วยความร้อนใจดังเดิม “ท่านประมุข ข้างนอกเกิดไฟไหม้ ไม่รู้ใครทำให้เกิดไฟไหม้ หรือว่าผิดพลาดเพราะไม่ทันระวัง”
พอฟังจบ สองคนที่กำลังดื่มสุราพลันหยุดมือ หลังจากมองกันคราหนึ่งแล้ว ประมุขเทียมฟ้าถามขึ้นว่า “ไปตรวจสอบ! ดูว่าเขตอาคมถูกทำลายหรือไม่ หากไม่ใช่คนของพวกเราทำผิดพลาด ก็ต้องเป็นคนที่มีฝีมือเก่งกาจเข้ามาที่นี่แล้ว”
“ขอรับ” ชายวัยกลางคนตอบรับ จากนั้นรีบร้อนถอยออกไป
หลังจากเขาออกไปแล้ว ประมุขเทียมฟ้ายิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ ที่นี่คืออาณาเขตของเขา หากมีใครมาเยือนจริงๆ เขาคิดว่านอกจากเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่วสองคนแล้วก็ไม่มีทางมีคนอื่นอีก ทว่าหากเป็นสองคนนั้นจริง เกรงว่า…
“ไม่ได้การแล้ว ข้าต้องออกไปดูหน่อย เจ้านั่งอยู่ที่นี่เถอะ!” ประมุขเทียมฟ้าเอ่ยพลางลุกขึ้นยืน หากเป็นพวกเฟิ่งจิ่วจริง สถานที่แห่งนี้ของเขาคงต้องถูกพวกเขาทำลายแน่
“เจ้าคิดว่าเป็นพวกเฟิ่งจิ่วกระมัง หึ! เป็นไปไม่ได้ พวกเขาไม่กล้ามาที่นี่หรอก” ประมุขบัวดำพูดด้วยความมั่นใจ จากนั้นดื่มสุราต่อ “หากพวกเขามาจริง พวกเขาไม่มีทางกลับไปได้อีก!”
ตอนนี้เอง บนต้นไม้ใหญ่ข้างนอก โม่เฉินมองพวกขาด้วยความจนใจ “ไม่ได้บอกว่าอยากทดสอบความแข็งแกร่งหรือ ไยก่อไฟเช่นนี้ได้”
เฟิ่งจิ่วเม้มปากยิ้ม “ในเมื่อมาแล้ว ย่อมต้องมอบของขวัญให้พวกเขาเสียหน่อย จะมาถึงเงียบๆ จากไปเงียบๆ ได้อย่างไร”
“เช่นนั้นตอนนี้พวกเจ้ายังไม่ไป คิดจะทำอะไรอีก” โม่เฉินมองคนทั้งสองแล้วถาม
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองคนมากมายที่กำลังง่วนอยู่กับการดับไฟ สายตามองผ่านพวกเขาคล้ายกับเสาะหาอะไรบางอย่าง ไม่ได้เอ่ยวาจาใด
ฝ่ายเฟิ่งจิ่วจับปอยผมเล่น มองข้างหน้าเงียบๆ “ย่อมอยากประมือกับพวกเขา ทดสอบความสามารถของพวกเขา พูดแล้วข้ากับประมุขบัวดำยังไม่เคยพบหน้าประมือกันจริงๆ เลยสักครา วันนี้ในเมื่อรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ ไฉนจะไม่สู้ดูสักครั้งเล่า”
“พลังของเขาในตอนนี้มีไม่น้อย เจ้า…” โม่เฉินยังอยากพูดอะไรบางอย่าง ทว่าเฟิ่งจิ่วก็เอ่ยขัดจังหวะขึ้นมา
“ไม่น้อยแล้วอย่างไร ข้าเฟิ่งจิ่วเคยกลัวใครตั้งแต่เมื่อไร ศัตรูที่ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องประจันหน้ากัน ไยต้องเสียเวลาต่อไปอีก ยิ่งไปกว่านั้น ข้าอยากพบเขามานานแล้ว!”
นางมองข้างหน้า ทันใดนั้นเงาร่างพลันกระโจนขึ้นสู่ท้องฟ้า ชุดสีแดงและผมสีดำพลิ้วไหวท่ามกลางราตรีกาล ก่อนที่เสียงเย็นชาของนางจะดังขึ้น
……….