เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3584 เป็นเฟิ่งจิ่ว / ตอนที่ 3585 ใครได้รับบาดเจ็บ
ตอนที่ 3584 เป็นเฟิ่งจิ่ว
“ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าอยากพบข้าหรอกหรือ ข้าอยู่ที่นี่แล้ว!”
เสียงเย็นชาของนางแฝงไว้ด้วยความหยิ่งทะนง พร้อมด้วยแรงกดดันมหาศาลที่กำลังแผ่ไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน เสียงนั้นดังก้องกลางนภา ทำให้ทหารคุ้มกันที่นี่ได้รับแรงกดดันอันน่ากลัว พากันกุมศีรษะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“อ้าก!”
“เป็นเฟิ่งจิ่ว! รีบรายงานท่านประมุข!”
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดเต็มไปด้วยความหวาดกลัว พวกเขาคิดไม่ถึงว่าภูตหมอเฟิ่งจิ่วคนนั้นจะอยู่ที่นี่ ความตื่นตกใจและกริ่งเกรงเกาะกุมหัวใจอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ถึงขั้นทำอะไรไม่ถูก
ประมุขเทียมฟ้าที่เพิ่งออกจากตำหนักได้ไม่นานได้ยินเสียงเฟิ่งจิ่วแล้วก็ตกใจจนสะดุ้ง สีหน้าเปลี่ยนแปลงไปในทันที ฝีเท้าก็หยุดชะงักเช่นเดียวกัน
“ฟะ…เฟิ่งจิ่ว! เจ้ากล้ามาที่นี่เชียวหรือ! น่าตายนัก! เหตุใดไม่มีใครพบตัวนาง! นางแฝงตัวเข้ามาแล้วกลับไม่มีใครรู้ได้อย่างไร!”
ฟังวาจาของประมุขเทียมฟ้าแล้ว ชายวัยกลางคนที่ตามหลังมาพลันหัวเราะอย่างขมขื่น นั่นคือภูตหมอเฟิ่งจิ่ว หากนางอยากแฝงตัวเข้ามาเงียบๆ พวกเขาจะพบตัวนางได้อย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้นแม้แต่ประมุขเองก็ไม่รู้ตัวไม่ใช่หรือ?
ข้างในตำหนักหลังนั้น ประมุขบัวดำได้ยินเสียงจากข้างนอกก็พลันลุกขึ้นยืน สะบัดแขนเสื้อแล้วหัวเราะเสียงเย็น “ดีนักเฟิ่งจิ่ว! ข้าไม่ไปหาเจ้า เจ้ากลับมาหาข้าเองถึงที่!” สิ้นเสียงนั้น เขาก็เดินออกไปข้างนอกทันที
เสียงของประมุขบัวดำอันเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันดังขึ้น วาจาของเขาดังเข้าสู่โสตของพวกเฟิ่งจิ่วที่อยู่กลางอากาศ ได้ยินเสียงของประมุขบัวดำแล้ว เฟิ่งจิ่วก็ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาทอประกายวาววาบ
ตั้งแต่เข้าสู่ระดับพลังขั้นนี้ นางไม่ได้ประชันฝีมือจริงๆ จังๆ มานานเท่าไรแล้วนะ? อีกอย่างคู่ต่อสู้คนนี้ยังเป็นถึงประมุขบัวดำอีก! เป็นบุคคลที่นางอยากพบหน้ามานานแล้ว นางอยากดูสักหน่อยว่าเป็นผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพเหมือนกัน อีกทั้งยังเป็นผู้ครอบครองบัวเขียวและบัวดำโบราณเช่นเดียวกัน เมื่อประมือกันสุดท้ายแล้วใครจะเป็นฝ่ายชนะ
เซวียนหยวนโม่เจ๋อในชุดคลุมสีดำยืนอยู่ข้างๆ เฟิ่งจิ่ว เขามองลงไปข้างล่าง ก่อนถามเฟิ่งจิ่วว่า “ประมือกับประมุขบัวดำ เจ้ามีความมั่นใจกี่ส่วน”
“ประมือกันก่อนถึงจะรู้ ต้องทดสอบความสามารถของพลังเขา” เฟิ่งจิ่วกล่าว มองสองคนที่เดินออกมาข้างล่าง “ข้าจัดการประมุขบัวดำเอง ส่วนเจ้าก็จัดการประมุขเทียมฟ้า พวกเราทดสอบความสามารถพวกเขา หากจู่โจมพวกเขาจนบาดเจ็บหนักได้ก็ดี”
นางพูดพลางเม้มปากยิ้ม “อย่าสู้นาน ยืดเยื้อก็ไม่ได้เช่นกัน” การต่อสู้ครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อทดสอบความสามารถของพวกเขา คิดต่อสู้จนสังหารผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพฝ่ายตรงข้ามได้นั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่หากอยากทำให้พวกเขาบาดเจ็บหนัก กลับไมใช่เรื่องที่ทำไม่ได้
เห็นนางมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม เซวียนหยวนโม่เจ๋อยิ้มที่มุมปากเล็กๆ “ได้!” เขาทำตามที่นางว่าอยู่แล้ว
ทันใดนั้นเงาร่างสีดำพุ่งออกไปข้างหน้า ร่อนลงมาพลางมองประมุขเทียมฟ้าที่มีสีหน้าประหลาดใจจากบนท้องฟ้า “ครั้งก่อนเจ้ากับข้านัดสู้กัน สุดท้ายกลับไม่กล้ามาตามนั้น วันนี้ข้าอยู่ที่นี่ เจ้าต้องกล้าสู้สักคราอยู่แล้ว!”
เรื่องเก่าถูกยกขึ้นมาพูดอีกครั้ง ประมุขเทียมฟ้าหน้าแดงก่ำทันที ทั้งอายทั้งโกรธ “เซวียนหยวนโม่เจ๋อ! เจ้าหน้าไม่อายเกินไปแล้ว! มาถึงถิ่นข้ากลับกล้าสามหาวเช่นนี้! ครั้งก่อนเจ้าเรียกพวกประมุขเสวียนอู่มาช่วยเจ้า ข้าถึงได้ไม่ไปตามนัด วันนี้มีเพียงเจ้าอยู่ที่นี่ ไหนเลยข้าจะปล่อยเจ้าไปอีก!”
เมื่อพูดจบแล้ว แรงกดดันพลันแผ่ออกจากกายเขา เขากระตุ้นปราณกระโดดขึ้นไป ขณะเดียวกันก็ตะโกนว่า “คนอื่นถอยไปให้หมด!”
……….
ตอนที่ 3585 ใครได้รับบาดเจ็บ
พวกทหารคุ้มกันที่กุมศีรษะร้องด้วยความเจ็บปวดอยู่ข้างล่างฟังแล้วรีบถอยไปทันที ป้องกันไม่ให้แรงกดดันมหาศาลถูกตัว การประมือของผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพเช่นนี้ มดปลวกอย่างพวกเขาหากก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่กลัวตาย เช่นนั้นก็เป็นการรนหาที่อย่างแท้จริง
ตอนนี้เห็นประมุขของพวกเขากระตุ้นปราณเหาะขึ้นฟ้า เตรียมสู้กับเซวียนหยวนโม่เจ๋อคนนั้น ทุกคนข้างล่างก็พากันส่งเสียงให้กำลังใจด้วยความฮึกเหิม “ประมุขเทียมฟ้าไร้เทียมทาน! เซวียนหยวนโม่เจ๋อต้องพ่ายแพ้!”
เสียงตะโกนดังขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนข้างล่างจิตใจฮึกเหิม ราวกับเห็นประมุขของพวกเขาปราบเซวียนหยวนโม่เจ๋อได้แล้ว ถึงขั้นไม่มีใครคาดคิดว่าประมุขของพวกเขาจะแพ้ให้กับเซวียนหยวนโม่เจ๋อในเวลานี้
“อ้าก! ดับไฟเร็ว! ไฟโหมอีกแล้ว!”
ไฟที่ยังไม่ดับสนิทดีลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ทหารคุ้มกันพวกนั้นตะโกนขอความช่วยเหลือโดยไม่สนใจอะไรอีกครั้ง พลางยกน้ำดับไฟอย่างรวดเร็ว พยายามช่วยเหลือบริเวณที่มีคนอยู่อาศัย อย่างไรเสียนี่ก็เป็นถิ่นฐานของพวกเขา หากถูกเผาไปหมด เช่นนั้น…
เห็นไฟข้างล่างเผาไหม้ไปทั่ว ประมุขเทียมฟ้าก็คำรามด้วยความโมโหทันที “เฟิ่งจิ่ว! เจ้าทำเกินไปแล้ว!” เสียงของเขาดังกังวาน ทำให้ปราณกลางอากาศสั่นคลอน
ทว่าพอสิ้นเสียงอันเกรี้ยวกราดของเขา ปราณกระบี่ดุดันสายหนึ่งพลันจู่โจมเข้ามา กระบี่ที่มีปราณดุจภูผาธาราทำให้ประมุขเทียมฟ้ารีบตีลังกาหลบด้วยความตกใจ พ้นจากการจู่โจมครั้งนี้อย่างจนตรอกอยู่บ้าง
ปราณกระบี่เยือกเย็นคมปลาบที่ผ่านหูไปนั้นทำเอาเขาขนลุกตั้ง ครั้นรีบหันไปมองก็เห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อในชุดคลุมสีดำกำลังถือกระบี่คมทอประกายหนาวยะเยือกจ้องมองเขาอยู่
“ช่างกล้าเสียจริงเซวียนหยวนโม่เจ๋อ! เจ้ากล้าถือโอกาสลงมือตอนที่ข้าไม่ทันตั้งตัวหรือ!”
ฟังดังนั้นแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อก็เหลือบมองเขาครั้งหนึ่ง พลิกมือที่จับกระบี่อยู่ บนคมกระบี่สาดประกายเย็นชา ทันใดนั้นก็พุ่งกระโจนออกไปข้างหน้า
จะลงมือทั้งที ไฉนเลยต้องกล่าวทักทายกันก่อน หากเมื่อครู่นี้เขาหลบไม่ทัน กระบี่ของอีกฝ่ายต้องปลิดชีพเขาแน่!
ประมุขเทียมฟ้าเห็นเช่นนี้ก็ไม่กล้าประมาท มือหนึ่งยื่นออกไป จับดาบใหญ่มุ่งไปข้างหน้า เงาร่างสองสายโฉบออกไปราวกับสายฟ้า แรงกดดันของผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพแผ่ออกมาจากกายพวกเขา ตลบอบอวลอยู่กลางท้องฟ้าผืนนี้
เคร้ง! ฉัวะ!
ท่ามกลางแสงดาบเงากระบี่ จิตสังหารเย็นยะเยือกถึงกระดูก น่าพรั่นพรึงเป็นอย่างยิ่ง ปราณกระบี่และปราณดาบกลางอากาศพุ่งออกไป ต่างฝ่ายต่างก็ปะทะกัน ไม่มีใครยอมใคร การจู่โจมที่ถึงชีวิตเช่นนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่กล้าประมาทแม้เพียงสักนิด
สองคนที่พลังใกล้เคียงกัน ยามประมือกันทีแรกคล้ายกับว่าไม่มีใครเหนือกว่า ทว่ายิ่งเวลาผ่านพ้นไป ความรุนแรงของการต่อสู้เพิ่มขึ้น ก็เห็นประมุขเทียมฟ้าถอยหลังหลายก้าวอยู่รางๆ ต้านทานการจู่โจมของเซวียนหยวนโม่เจ๋ออย่างตึงมือและกระวนกระวายอยู่บ้าง
“ซี้ด!”
เสียงสูดลมหายใจเข้าดังขึ้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งทันที ทุกคนข้างล่างดูไม่ออกโดยสิ้นเชิงว่าใครได้รับบาดเจ็บ รู้เพียงว่าเงาร่างสองสายโฉบไปมาและปะทะกันอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็มีเลือดสดๆ หยดลงมาจากท้องฟ้า กลิ่นเลือดเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
“ใครได้รับบาดเจ็บ”
“เร็วเกินไปแล้ว มองไม่เห็น”
“ต้องเป็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อแน่! เขาเพิ่งเลื่อนขั้นสู่ผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพได้ไม่นาน จะเป็นคู่ต่อสู้ท่านประมุขของพวกเราได้อย่างไร”
……….