เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3610 ความโศกเศร้าไม่หมดสิ้น / ตอนที่ 3611 ไม่มีการเกิดใหม่
- Home
- เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
- ตอนที่ 3610 ความโศกเศร้าไม่หมดสิ้น / ตอนที่ 3611 ไม่มีการเกิดใหม่
ตอนที่ 3610 ความโศกเศร้าไม่หมดสิ้น
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเห็นโม่เฉินสลายไปกลางอากาศ เหลือเพียงเม็ดบัวทองตกลงสู่ฝ่ามือเฟิ่งจิ่ว แววตาของเขาวูบไหวเล็กน้อย ก่อนมองไปที่เฟิ่งจิ่ว
เมื่อครู่นี้เขาสังเกตเห็นแล้ว พยางค์หนึ่งที่นางพูดออกมาเสียงเบาหวิวแตกต่างไปจากยามปกติที่นางเรียกโม่เฉิน และตอนโม่เฉินได้ยินหนึ่งพยางค์ที่นางพูดออกมานั้น สีหน้าของเขารวมไปถึงรอยยิ้มที่เผยออกมา ล้วนบอกเขาว่าระหว่างทั้งสองมีเรื่องราวที่เขายังไม่รู้ซ่อนอยู่
ตอนนั้นเอง เขาพลันคิดถึงเรื่องที่เฟิ่งจิ่วเคยเอ่ยถึง เรื่องที่เกี่ยวกับชาติก่อน ไปจนถึงบุรุษที่ชื่อว่าเฉิน
เห็นนางเจ็บปวดใจเช่นนี้ เขาเองก็เจ็บปวดใจไม่ต่างกัน หากแข็งแกร่งกว่านี้อีกหน่อย ก็อาจจะไม่ต้องเผชิญกับสถานการณ์จากเป็นจากตายเช่นนี้
เห็นปราณแท้ทั้งกายโม่เฉินซ่านสลาย เห็นเขาใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดของตนเองทำลายเขตอาคมบัวดำ ทำให้หงส์ไฟและมังกรเขียวสามารถจู่โจมประมุขบัวดำสำเร็จ เปิดโอกาสรอดให้พวกเขาได้ เขาพลันหยุดคิดเรื่อยเปื่อย กุมมือเฟิ่งจิ่วแล้วกล่าวว่า “อยู่ที่นี่นานไม่ได้ โม่เฉินตายแล้ว พวกเราจะทำให้ความตั้งใจของเขาเสียเปล่าไม่ได้ ไป!”
เขาพูดขณะมีเลือดซึมออกมาตรงมุมปาก ความรู้สึกที่ถูกปราณบัวดำในกายครอบงำทำให้เจ็บปวดอย่างยิ่งยวด ราวกับมีมีดแหลมคมไหลเวียนอยู่ในร่างกายเขาอย่างไรอย่างนั้น เจ็บลึกไปจนถึงกระดูก
เฟิ่งจิ่วในตอนนี้นอนหงายอยู่บนหลังเหล่าไป๋ ขณะเดียวกับที่ปราณบัวเขียวในร่างกำลังหลอมสร้างร่างกายของนางอย่างรวดเร็ว นางกำเม็ดบัวในมือ ความรู้สึกเสียใจถูกคำพูดของเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ตรงหน้าทำลายทิ้งไปแล้ว
นางมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่มีสีหน้าย่ำแย่ถึงขีดสุด จากนั้นมองปราณบัวดำที่เขาฝืนต้านทานในร่างกาย สุดท้ายจึงเริ่มสงบความรู้สึกเศร้าโศกลง
โม่เฉินไม่อยู่แล้ว แต่เซวียนหยวนโม่เจ๋อยังอยู่ นางจะให้เขาเป็นอะไรไปอีกคนไม่ได้! นางจะไม่ยอมให้คนข้างกายตายไปทีละคน!
“กิน กินโอสถที่เอวเจ้า” เสียงของเฟิ่งจิ่วอ่อนลงแล้ว ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมายังคงฟังไร้เรี่ยวแรงอยู่บ้าง
เซวียนหยวนโม่เจ๋อชะงัก ตอนได้ยินนางพูด เขาเพิ่งนึกถึงโอสถที่เอวได้ จึงหยิบโอสถตามที่นางบอก ขยี้ขี้ผึ้งข้างนอกออกก่อนจะป้อนโอสถเม็ดสีทองข้างในให้นางกิน
“อาจิ่ว เจ้าบาดเจ็บหนักมาก เจ้ากินมันเถอะ”
เฟิ่งจิ่วเบือนหน้า “พลังบัวเขียวในตัวข้ากำลังรักษาบาดแผลภายในให้ข้าอยู่ ข้าไม่ต้องการโอสถนี้ เจ้ารีบกินเถอะ”
เห็นดังนั้นแล้ว เซวียนหยวนโม่เจ๋อจึงค่อยกลืนโอสถสีทองลงไป เขามองมังกรเขียวและหงส์ไฟที่กำลังสู้กับประมุขบัวดำครั้งหนึ่ง จากนั้นพูดกับเฟิ่งจิ่วว่า “พวกเราไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ!”
“อืม” เฟิ่งจิ่วพยักหน้า คิดแล้วก็เก็บเม็ดบัวสีทองเข้าไปในห้วงมิติ
เซวียนหยวนโม่เจ๋อยื่นมือไปคิดประคองนางลุกขึ้น แต่ทันใดนั้นกระแสปราณดุดันสายหนึ่งพลันจู่โจมเข้ามา กระแสปราณพัดมาไม่ต่างจากลมคลั่ง ทำให้เขาตกลงจากหลังของเหล่าไป๋ทันที
“ฮ่าๆๆๆๆๆ! ข้าบอกแล้วว่าวันนี้พวกเจ้าไม่อาจหนีรอดไปได้!”
เสียงกระหายเลือดของประมุขบัวดำดังมาทันใด เห็นเพียงเขาหลบพ้นจากการจู่โจมของมังกรเขียวและหงส์ไฟ กระแสปราณสีดำพัดมาราวกับวังน้ำวน ก่อนจะพัดเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่กำลังร่วงหล่นเข้าสู่วังวนไป
“โม่เจ๋อ!”
เฟิ่งจิ่วตกใจมาก บนใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ก่อนหน้านี้เพิ่งเห็นโม่เฉินหายไปต่อหน้าต่อตา แม้แต่ร่างก็ไม่เหลือ ตอนนี้กลับเห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อถูกวังวนพัดหายไปอีก
……….
ตอนที่ 3611 ไม่มีการเกิดใหม่
“ไม่! กลับมา! เจ๋อ กลับมา!”
เสียงของนางมีแต่ความกระวนกระวาย นางอยากไปดึงเขา แต่กระแสปราณสีดำกลับพัดเซวียนหยวนโม่เจ๋อห่างไปไกล ฝ่ายเหล่าไป๋กลัวว่าปราณบัวดำสายนั้นจะพัดนางเข้าไปด้วย จึงพานางกระโดดออกจากวังวนสีดำอย่างรวดเร็ว
มังกรเขียวและหงส์ไฟตกใจมาก พวกมันไม่คิดว่าประมุขบัวดำจะถือโอกาสเพียงพริบตาเดียวนี้พัดเจ้าตำหนักเข้าไปในวังวนสีดำ เพียงนึกถึงความน่ากลัวของประมุขบัวดำ ในใจพวกมันก็พลันหนาวสะท้าน
หากเขามีอันเป็นไป พวกมันไม่กล้าจินตนาการเลยจริงๆ ว่าเฟิ่งจิ่วจะเป็นอย่างไร…
“ฮ่าๆๆๆๆ! เฟิ่งจิ่ว! เจ้าดูเถอะ! ดูว่าชายที่เจ้ารักจะตายด้วยน้ำมือข้าอย่างไร!”
ประมุขบัวดำกระตุ้นปราณบัวดำ เห็นเพียงบัวดำลอยวนเหนือศีรษะเขา ปราณสีดำที่แผ่ออกมาแข็งกล้าขึ้นเรื่อยๆ ฝ่ายเซวียนหยวนโม่เจ๋อไร้ความเคลื่อนไหวถูกห่อหุ้มอยู่ในวังวนสีดำนั้น มองอะไรไม่เห็นทั้งสิ้น
“หากเขาตาย ข้าจะให้เจ้าตายตกตามไปด้วย จะให้วิญญาณของเจ้าไม่อาจกลับชาติมาเกิดได้อีกไม่ว่าภพชาติใด ไม่อาจไปเกิดได้ตลอดกาล!”
เสียงเย็นชาของเฟิ่งจิ่วราวกับเสียงของภูตผี ดังเข้าสู่โสตของประมุขบัวดำ คำพูดที่ราวกับคำสาบานอันเย็นยะเยือกทั้งยังแฝงไปด้วยเจตนาสังหารอันท่วมท้นทำให้ประมุขบัวดำพรั่นพรึง ในใจพลันสั่นสะท้าน
ทว่าหลังจากสงบใจลงได้แล้ว ทั้งยังมองเห็นเฟิ่งจิ่วที่นอนอยู่บนหลังสัตว์พันธสัญญาตัวนั้นโดยไม่ขยับเขยื้อน เสียงหัวเราะเยาะก็ดังขึ้นอีกครั้ง “จะให้ข้าตายไปด้วย? จะให้วิญญาณของข้าไม่อาจกลับชาติมาเกิดได้อีกไม่ว่าภพชาติใด? ไม่อาจไปเกิดได้ตลอดกาลเช่นนั้นหรือ? อาศัยเจ้าน่ะหรือ ช่างฝันหวานเสียจริง!”
เขาแค่นหัวเราะอย่างชั่วร้าย ดวงตาที่เต็มไปด้วยปราณโสมมหรี่ลง ฝ่ามือกลั่นปราณคมปลาบตวัดฟันไปทางวังวนนั้น ไม่ได้ยินเสียงของเซวียนหยวนโม่เจ๋อดังมา กลับกลายเป็นมังกรเขียวคำรามเสียงหนึ่งเพราะการจู่โจมครั้งนี้ ทันใดนั้นแสงสว่างวาบ กลายเป็นแสงพิสุทธิ์สายหนึ่งพุ่งไปทางวังวนนั้น แล้วกลับเข้าไปในกายของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
เห็นภาพนี้แล้ว เส้นเลือดปรากฏในดวงตาของเฟิ่งจิ่ว มือนางกำเป็นหมัดแน่น เลือดสดๆ ซึมออกจากกลางฝ่ามือ นางหลับตาลง ไม่ไปมองภาพนั้น
หงส์ไฟเห็นดังนั้นแล้วไม่กล้าชักช้า มันใช้เปลวไฟจู่โจมประมุขบัวดำ พลางกระพือปีกพยายามพัดวังวนนั้นให้สลายไป ฝ่ายประมุขบัวดำยังคงกระตุ้นปราณบัวดำ มันพุ่งลงข้างล่างทันที เพื่อโจมตีประมุขบัวดำราวกับลูกศรแหลมคมดอกหนึ่ง
“ไสหัวไป!”
ประมุขบัวดำโบกมือ พลังมหาศาลพุ่งออกมา กระแทกหงส์ไฟเข้าอย่างจัง
“กี้!”
หงส์ไฟส่งเสียงร้องคราหนึ่ง ร่างกายลอยหวือไปไม่ต่างจากลูกไฟ ออกห่างไปสิบกว่าเมตรแล้วถึงหยุด กระนั้นเพราะการจู่โจมนั้น ร่างกายของมันจึงได้รับบาดเจ็บพร้อมมีบาดแผลทั่วตัว เลือดยิ่งหยดลงมาจากขนและรวมเข้ากับเปลวไฟ
“เซวียนหยวนโม่เจ๋อ ไปตายเสีย!”
ประมุขบัวดำยกมือขึ้น กระแสปราณสีดำกลุ่มหนึ่งพลุ่งพล่านอยู่กลางฝ่ามือ เตรียมโจมตีเซวียนหยวนโม่เจ๋อเพื่อคร่าชีวิตเขา ทว่าขณะนั้นเองปราณพลังวิญญาณบนกายเฟิ่งจิ่วที่นอนอยู่บนหลังเหล่าไป๋พลันเอ่อท้น แสงสีเขียวห่อหุ้มตัวนาง ก่อนที่นางจะกระโดดจากหลังเหล่าไป๋ขึ้นไปบนอากาศ
“ทำร้ายคนของข้า ต้องตาย!”
เสียงเย็นชาเสียดแทงไปถึงกระดูก เห็นเพียงกระบี่คมพยับในมือเฟิ่งจิ่วเปี่ยมไปด้วยปราณกระบี่มหาศาล ไฟลุกโชนที่ชุดคลุมสีแดงเสียงดังพรึบ ก่อนเข้าปกคลุมประมุขบัวดำด้วยพลังทำลายล้าง
……….