เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3612 แผดเผาวิญญาณ / ตอนที่ 3613 ทำลายวิญญาณ
ตอนที่ 3612 แผดเผาวิญญาณ
ประมุขบัวดำกำลังจะลงมือกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ถูกขังอยู่ในวังวน กลับเห็นเฟิ่งจิ่วที่เดิมทีนอนลมหายใจรวยรินคล้ายได้รับพลังทั้งหมดกลับคืนมา ทั้งตัวนางไม่ต่างจากกระบี่คมทะลวงต้นไผ่ ใช้พลังที่ร้ายกาจอย่างยิ่งยวด จู่โจมเขาด้วยจิตสังหารมืดฟ้ามัวดิน
เพลิงสวรรค์คู่ชีวิตปรากฏขึ้นบนกายนางอย่างท่วมท้นในวินาทีนั้น พลังและแรงกดดันของประมุขฟ้าดินแผ่ออกมาทั้งหมดในเวลานี้ จิตสังหารน่ากลัวผสมผสานกับเปลวเพลิงบนกายนาง ทำให้เปลวเพลิงเหล่านั้นกลายเป็นความคมปลาบที่เพียงพอจะคร่าชีวิตคนได้
ประมุขบัวดำตกใจถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว กระนั้นแม้เขาจะรวดเร็วเพียงใด ก็ไม่อาจเร็วไปกว่าเฟิ่งจิ่วที่พลังปราณทั่วกายพลุ่งพล่านในเวลานี้
การต่อสู้อย่างดุเดือดอีกด้านนั้นค่อยๆ สงบลง ทั้งหมดล้วนกรูเข้ามา ทว่าไม่กล้าเข้าใกล้เพราะปราณกดดันมหาศาลและน่ากลัวขุมนั้น ทำได้เพียงมองอยู่ไกลๆ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงได้เห็นภาพสะเทือนขวัญที่ยากจะลืมได้ในชีวิตนี้แล้ว
ในเวลานี้เองเงาร่างของเฟิ่งจิ่วกลายเป็นเปลวเพลิงลุกโชน เปลวเพลิงสีแดงลุกโหมจนไม่อาจมองเห็นเงาร่างของนาง แรงกดดันมหาศาลของราชันเทพและกลิ่นอายโบราณแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งฟ้าดิน ทำให้พวกเขาแม้ไม่ได้เข้าใกล้ก็ยังรู้สึกหายใจไม่ออก
ทันใดนั้น ขณะที่ประมุขบัวดำถอยหลังไปหลายก้าวนั้นเอง เปลวเพลิงลุกโชนกลุ่มนั้นพลันล้อมเข้าไป พวกเขาเห็นเพียงปราณกระบี่ร้ายกาจฟาดฟันลงมาท่ามกลางเปลวเพลิง
“อ้าก!”
เสียงกรีดร้องดังขึ้นทันที เปลวเพลิงโหมกระหน่ำและปราณสีดำจากบัวดำผสมปนเป คล้ายกับกำลังแข่งขันกันว่าใครร้ายกาจกว่า
“อ้าก! เฟิ่งจิ่ว! เฟิ่งจิ่ว! ข้าจะฆ่าเจ้า! จะฆ่าเจ้า!”
น้ำเสียงเกรี้ยวกราดรุนแรงดังออกมาจากเปลวเพลิง ไม่มีใครมองเห็นเงาร่างของเฟิ่งจิ่ว เห็นเพียงเปลวเพลิงที่ห่อหุ้มปราณบัวดำโชติช่วงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนปราณสีดำจะค่อยๆ สลายหายไปอย่างเชื่องช้า
ท่ามกลางเปลวเพลิงนั้น เงาร่างของประมุขบัวดำเริ่มปรากฏขึ้นมาอย่างช้าๆ ทั่วทั้งร่างเขาถูกหุ้มไว้ด้วยเปลวเพลิงที่กำลังลุกโหม ขณะเดียวกันก็ส่งเสียงร้องอย่างน่าเวทนา บัวดำทำลายโลกที่เดิมลอยอยู่เหนือศีรษะเขาคล้ายกับถูกกระบี่ฟันออกเป็นสองท่อน กลีบดอกบัวค่อยๆ หายไปเมื่อเปลวเพลิงลุกไหม้ เม็ดบัวสีดำปรากฏขึ้นแทน
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าคนหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางผู้ฝึกบำเพ็ญเหล่านั้น ตอนนี้กำลังจ้องมองเม็ดบัวสีดำเม็ดนั้นด้วยแววตาตื่นเต้น…
คนอื่นบ้างกำลังมองเม็ดบัวสีดำ บ้างกำลังมองดูเงาที่ลุกไหม้ในเปลวเพลิงโหมกระหน่ำ ร่างกายถูกเผาไหม้เป็นเถ้าถ่านทีละน้อย แต่จิตวิญญาณยังคงถูกกักขังอย่างแน่นหนาในเปลวเพลิง
ครั้นเห็นกายเนื้อของประมุขบัวดำถูกเผาจนเป็นเถ้า แต่วิญญาณกลับยังคงถูกกักขังอยู่ภายในเปลวเพลิง ทุกคนกลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้ ในดวงตามีแต่ความประหวั่นพรั่นพรึงและตื่นตระหนก
พวกเขาไม่คาดเลยคิดว่าเพลิงสวรรค์คู่ชีวิตของเฟิ่งจิ่วจะร้ายกาจปานนี้ เพลิงสวรรค์คู่ชีวิตแผดเผากายเนื้อของผู้แข็งแกร่งระดับราชันเทพไปทั้งหมด อีกทั้งยังกักขังวิญญาณของเขาเอาไว้ได้ด้วย นาง…นางคิดจะทำอะไรกัน?
“เฟิ่งจิ่ว! เฟิ่งจิ่ว! ข้าจะฆ่าเจ้า! จะข้าเจ้า!”
ท่ามกลางเปลวเพลิง วิญญาณของประมุขบัวดำกระเสือกกระสน ร้องตะโกนและสาปแช่งเสียงแล้วเสียงเล่า ทว่าเมื่อได้ยินเสียงเย็นชาน่ากลัวของเฟิ่งจิ่วดังออกมาจากเปลวเพลิง เขากลับกรีดร้องขึ้นมา
……….
ตอนที่ 3613 ทำลายวิญญาณ
“ไม่! ไม่! เจ้าทำเช่นนี้ไม่ได้! ไม่!”
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องมีความหวาดกลัวและกระวนกระวายใจอย่างยากจะปิดบัง จนถึงตอนนี้แล้ว ในที่สุดเขาก็ทำอะไรไม่ถูก ยามกายเนื้อถูกเผาเขายังใจเย็นได้ แม้วิญญาณถูกขังไว้ท่ามกลางเปลวเพลิงและได้รับความเจ็บปวดจากการแผดเผา เขาก็ยังใจเย็นอยู่ได้ดังเดิม ทว่าตอนนี้เขารู้สึกกลัวแล้วจริงๆ ดิ้นรนอย่างสุดชีวิต ต้องการหนีออกจากเปลวเพลิงนี้ แต่ไม่ว่าเขาจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่อาจหลุดพ้นจากไฟที่กำลังลุกโชนนี้ได้
ตอนนี้ในที่สุดเขาก็เข้าใจความน่ากลัวของเพลิงสวรรค์คู่ชีวิตแล้ว ในที่สุดก็เข้าใจสถานการณ์ของตนเองในตอนนี้ กระนั้นทุกอย่างก็สายไปแล้ว…
“ใช้เลือดของข้าสาปแช่ง! ใช้ชื่อของข้าทำลายวิญญาณ! ข้า เฟิ่งจิ่ว ไม่ต้องการให้เจ้ากลับสู่วัฏจักรภพชาติ! วิญญาณแหลกสลายระหว่างฟ้าดิน! ไม่อาจเกิดใหม่ได้อีกตลอดกาล!”
เสียงเย็นชาราวกับเปี่ยมด้วยกลิ่นอายโบราณดังออกมาจากเปลวเพลิงในขณะนี้ ตอนที่เสียงของนางดังออกมา ทุกคนมองเห็นเงาร่างของนางค่อยๆ ปรากฏท่ามกลางเปลวไฟ ก่อนจะเกิดตราประทับโบราณและลึกลับขึ้นมาพร้อมกัน
ฟังเสียงเย็นชาดังก้องอยู่กลางอากาศ หัวใจของทุกคนล้วนสั่นสะท้านโดยพลัน ทำลายวิญญาณ กล่าวคำสาปแช่ง! เฟิ่งจิ่ว นี่นางใช้วิชาลึกลับโบราณ แช่งให้ประมุขบัวดำไม่อาจกลับสู่วัฏจักรภพชาติ วิญญาณแหลกสลายระหว่างฟ้าดิน ไม่อาจเกิดใหม่ได้อีก!
คะ…คำสาปแช่งเป็นผล เช่นนี้แล้วโลกนี้จะลบการมีอยู่ของประมุขบัวดำออกไป ไม่ให้วิญญาณของเขามีโอกาสหลบหนีไปอยู่ที่มุมใดบนโลกใบนี้ได้อีก!
ชั่วขณะที่พวกเขาอึ้งงัน ก็มองเห็นเพลิงผลาญฟ้าลุกโชนขึ้นตรงหน้า ประมุขบัวดำและเม็ดบัวสีดำที่ยังคงลอยคว้างอยู่บนศีรษะเขาล้วนลอยขึ้นสูงอีกในเวลานี้ ก่อนจะลุกไหม้ท่ามกลางเปลวเพลิงโชติช่วง
“อ้าก! อ๊า…เฟิ่งจิ่ว! เฟิ่งจิ่ว! ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไป! ไม่มีทางปล่อยเจ้า…”
เสียงร้องน่าเวทนาเบาลงเรื่อยๆ พร้อมกันกับที่ตราประทับลึกลับโบราณในมือเฟิ่งจิ่วปรากฎชัดเจน แสงสีเลือดสายหนึ่งสาดใส่จิตวิญญาณของประมุขบัวดำ ทันใดนั้นเสียงวิญญาณแหลกสลายกลางอากาศดังตูม ถูกเพลิงรุนแรงกลืนกินไปทั้งหมด ไม่เหลือร่องรอยแม้แต่นิดเดียว…
ตอนนี้เอง เฟิ่งจิ่วกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำหนึ่ง ไฟทั่วกายซ่านสลายไปในวินาทีนี้ หายไปไม่เหลือ พลังของนางลดลงจากระดับราชันเทพอย่างรวดเร็ว พลังปราณวิญญาณบนกายหายไป ราวกับว่าหยุดไม่ได้อย่างไรอย่างนั้น
“นายหญิง!”
“นายท่าน!”
“เฟิ่งจิ่ว!”
“ภูตหมอ!”
เสียงร้องด้วยความตกใจมากมายดังออกมา ตอนทุกคนเห็นพลังของเฟิ่งจิ่วลดฮวบ แต่ละคนตกใจจนหน้าถอดสี รีบกรูไปข้างหน้า หงส์ไฟที่อยู่กลางอากาศส่งเสียงร้องแล้วก็รีบบินไปรับนางที่ตกลงมา กระนั้นนางกลับพลิกตัว ไม่สนใจพลังที่หดหายไป โฉบเงาร่างสีแดงไปอีกด้านหนึ่ง
“เจ๋อ”
เฟิ่งจิ่วรับเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ตกลงมาได้แล้ว มองใบหน้าที่เหมือนกับหลับไปของเขา หัวใจนางเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง ก่อนจะใช้มือจับข้อมือเซวียนหยวนโม่เจ๋อโดยไม่สนใจร่างกายของตนเอง ครั้นรู้ถึงสภาพร่างกายของเขาแล้ว นางพลันหลั่งน้ำตาออกมา
“เจ๋อ เจ้าตื่นสิ อย่าหลับ”
เสียงเรียกครั้งแล้วครั้งเล่าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดใจดังออกจากปากนาง มือนางกดอยู่ที่หน้าอกเขา ตรงฝ่ามือนางนั้น พลังชีวิตไม่ขาดสายเติมเข้าสู่ร่างกายเซวียนหยวนโม่เจ๋อไม่ยอมหยุด…
……….