เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3620 ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว / ตอนที่ 3621 อย่าให้เป็นห่วง
ตอนที่ 3620 ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว
เหลิ่งซวงนอนหลับอยู่ข้างเตียง จึงไม่รู้ว่าขนตาของคนที่อยู่บนเตียงขยับเบาๆ ครั้งหนึ่ง ภายในห้องเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกร้องจิ๊บๆ บนต้นไม้ข้างนอกเท่านั้น
เฟิ่งจิ่วรู้สึกว่าเรี่ยวแรงบนร่างกายตนเองถูกสูบออกไปจนเกลี้ยง บัดนี้ร่างกายอ่อนแรงปวกเปียก เปลือกตาหนักอึ้งลืมไม่ขึ้น นางรู้สึกได้ถึงความอ่อนแรงบนร่างกาย ไปจนถึงบาดแผลภายในที่ยังไม่หายดี นางใช้จิตรับรู้สัมผัสสภาวะของบัวเขียวในร่าง กลับเห็นบัวเขียวที่เดิมทีเบ่งบานผสานกันในเวลานี้ กลีบดอกสีเขียวแต่ละกลีบคล้ายดึงดูดเข้าหากัน ไม่ต่างอะไรจากดอกบัวตูม แถมแสงสว่างของมันก็อ่อนกำลังมาก ราวกับว่าได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ใช่แล้ว นางจำได้แล้ว ตอนเห็นอาการของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ เพราะนางกังวลใจ จึงส่งพลังชีวิตให้กับเซวียนหยวนโม่เจ๋อโดยไม่สนใจร่างกายของตนเอง พลังชีวิตเหล่านั้นล้วนเป็นพลังชีวิตของบัวเขียว ตอนนี้มันได้รับความเสียหายอย่างหนัก ก็ไม่แปลกที่บาดแผลซึ่งเคยหายดีได้เพราะพลังชีวิตจากบัวเขียวยังไม่หายดีจนถึงตอนนี้
กระนั้นแม้บัวเขียวเบ่งบานจะกลายเป็นดอกบัวตูม แม้พลังปราณวิญญาณภายในกายจะได้รับความเสียหาย แม้ตอนนี้นางต้องนอนอยู่บนเตียงขยับไม่ได้ แต่นางก็ไม่นึกเสียดายเลยสักนิด
ขอเพียงคุ้มครองโม่เจ๋อได้ ต่อให้ต้องมอบพลังชีวิตให้เขาทั้งหมด ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของนาง นางก็ไม่มีทางนึกเสียดายเช่นกัน!
ครั้นนึกถึงเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ไม่รู้ว่าเป็นตายอย่างไร นึกถึงโม่เฉินที่สลายหายไประหว่างฟ้าดินเพื่อคุ้มครองนาง นางก็รู้ว่าตนเองนอนต่อไปไม่ได้อีก จำต้องตื่นแล้วจึงลืมตาขึ้น
ด้วยความมุ่งมั่นในใจและความศรัทธาที่มั่นคง นางเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งอย่างช้าๆ พยายามลืมตาขึ้น
พอสังเกตเห็นว่ามีคนอยู่ข้างเตียง นางขยับเล็กน้อย หมายจะเอ่ยปากพูด กลับเป็นเหลิ่งซวงที่เดิมทีนอนอยู่ข้างเตียงที่เงยหน้าขึ้น ครั้นมองเห็นนางฟื้นแล้ว บนใบหน้าเหลิ่งซวงก็เต็มไปด้วยความยินดีและความตื่นเต้น
“นายหญิง นายหญิงฟื้นแล้ว!”
เหลิ่งซวงมองเฟิ่งจิ่วที่ลืมตาขึ้นด้วยความดีใจ ในใจมีแต่ความปีติ นางรีบลุกขึ้นยืนแล้วถามว่า “นายหญิง กระหายน้ำหรือไม่ อยากดื่มน้ำหรือไม่ หิวหรือไม่ ข้าจะให้คนยกโจ๊กมาหน่อย”
“เจ๋อล่ะ เขาเป็นอย่างไรบ้าง” เฟิ่งจิ่วขยับริมฝีปาก ถามด้วยเสียงอ่อนแรง
ฟังนางเอ่ยถามถึงเซวียนหยวนโม่เจ๋อเป็นอันดับแรก เหลิ่งซวงพลันไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรไปชั่วขณะหนึ่ง ตอนนี้ร่างกายของนายหญิงอ่อนแอปานนี้ แถมเพิ่งฟื้นขึ้นมา หากรู้ว่าอาการของเจ้าตำหนักไม่สู้ดีเท่าไรนัก นั่นจะส่งผลถึงร่างกายนางหรือไม่?
ขณะกำลังลังเลและคิดว่าควรตอบอย่างไรดี ก็ได้ยินเสียงของฟ่านหลินและเหลิ่งหวาดังมาจากข้างนอก
“นายหญิงฟื้นแล้วหรือ พวกข้าจะเข้าไปดูหน่อย”
ไม่นานนักคนทั้งสองก็เดินเข้ามาจากข้างนอก คนอื่นๆ กลัวว่าหากคนกรูเข้าไปมากเกินไปจะไม่ดี จึงทำได้เพียงรออยู่ข้างนอก มีคนหนึ่งจำคำพูดของราชาโอสถได้จึงรีบไปบอกราชาโอสถทันที และถือโอกาสเชิญเขามาดูอาการของนายหญิงด้วย
เฟิ่งซานหยวนและเฟิ่งเซียวได้ยินข่าวว่าเฟิ่งจิ่วฟื้นแล้ว ก็รีบร้อนมาถึงเรือนของนางทันที ห้าวเอ๋อร์ตัวน้อยตื่นเช้าฝึกกระบี่อยู่ในเรือน เมื่อได้ยินว่ามารดาเขาฟื้นแล้วก็เก็บกระบี่และรีบวิ่งไปที่เรือนของเฟิ่งจิ่วอย่างรวดเร็ว
หนึ่งก้านธูปหลังจากนั้น
ราชาโอสถลูบเครา บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม “ฟื้นตัวไวกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก ตอนนี้เจ้าฟื้นแล้วก็ดี กินยาปรับสมดุลร่างกายสองสามวันก็ฟื้นกำลังกลับมาได้แล้ว”
……….
ตอนที่ 3621 อย่าให้เป็นห่วง
ฟังวาจาของราชาโอสถแล้ว เฟิ่งจิ่วถามด้วยแววตาเป็นกังวล “อาจารย์ไปดูโม่เจ๋อแล้วใช่หรือไม่ เขาเป็นอย่างไรบ้าง” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
ราชาโอสถฟังจบก็ชะงักไปเล็กน้อย “อาการของเขาไม่ค่อยดีเท่าไร อีกอย่างอาจารย์รักษาอาการของเขาไม่ได้ มีเพียงรอเจ้ารักษาตัวจนหายดีแล้วค่อยไปดูว่ารักษาเขาได้หรือไม่”
เฟิ่งจิ่วพลันหนักใจ นางยื่นมือให้เหลิ่งซวง “ประคองข้าลุกขึ้น”
แม้จะเป็นห่วงร่างกายนาง แต่ตอนนี้เหลิ่งซวงก็ยังคงก้าวเข้ามาประคองนางลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง
เฟิ่งซานหยวนที่อยู่ข้างๆ ก้าวเข้ามาพูดว่า “เฟิ่งจิ่ว เจ้าต้องระวังให้มากๆ อย่าเป็นกังวลจนเกินไป ตอนนี้ในท้องเจ้าตั้งครรภ์บุตรของโม่เจ๋อแล้ว ต้องรักษาตัวให้ดี ดูแลลูกด้วย”
เฟิ่งจิ่วที่มีเหลิ่งซวงคอยประคองอยู่พลันอึ้งงันไปเพราะคำพูดนี้ นางมองไปทางราชาโอสถ เห็นราชาโอสถพยักหน้าให้นาง เห็นดังนั้นแล้วนางพลันเกิดความรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา
นางตั้งครรภ์หรือ? นางมีลูกกับเจ๋อแล้วหรือ?
มือนางลูบหน้าท้องที่ราบเรียบของตนเองเบาๆ นางคิดว่าหากเจ๋อรู้ว่านางตั้งครรภ์บุตรของพวกเขาแล้ว เขาจะต้องดีใจมากแน่กระมัง คิดถึงตรงนี้แล้ว บนใบหน้านางก็ยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
แต่ทันใดนั้นนางก็คิดถึงสภาพร่างกายของตนเองในตอนนี้ จึงรีบถามราชาโอสถว่า “อาจารย์ ครรภ์ของข้าไม่มั่นคงกระมัง”
“ยังดีอยู่ หลายวันนี้อาจารย์ช่วยเจ้าปรับสมดุลร่างกาย ครรภ์ของเจ้าไม่ได้รับผลกระทบร้ายแรงอะไร แต่อย่าเครียดจนเกินไป อย่างไรเสียตอนนี้เจ้าก็เพิ่งตั้งครรภ์อ่อนๆ กอปรกับร่างกายยังไม่ฟื้นตัวสมบูรณ์ดี”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฟิ่งจิ่วนับว่าวางใจลงได้เสียที “อืม ข้ารู้แล้ว ข้าจะระวัง”
“เฟิ่งจิ่ว ร่างกายเจ้ายังคงอ่อนแอ อย่าลงจากเตียงไปเดินที่ไหนเลย มา ปู่อุ้มเจ้าไปเยี่ยมโม่เจ๋อดีกว่า” เฟิ่งซานหยวนกล่าว หยิบเสื้อคลุมบนหัวเตียงพาดบนร่างนาง จากนั้นจึงค่อยก้าวเข้ามาอุ้มนาง
“ขอบคุณท่านปู่” เฟิ่งจิ่วยิ้มจางพร้อมเอื้อมมือไปโอบเขาไว้ พิงกายร่างในอ้อมแขนเขา นางรู้ว่าครั้งนี้ทำให้พวกท่านปู่เป็นห่วงแล้วจริงๆ
“เฟิ่งจิ่ว เจ้าเป็นหลานสาวของปู่ พูดขอบคุณกับปู่ไปทำไม เจ้าลืมแล้วหรือว่าตอนเด็กๆ ปู่มักจะอุ้มเจ้าเช่นนี้ ให้เจ้าขี่หลังเล่นไปทั่วทุกที่” เฟิ่งซานหยวนยิ้มกล่าว ตอนนี้อุ้มนางเดินออกไปข้างนอกแล้ว
เฟิ่งจิ่วพิงอยู่ในอ้อมแขนเขา นึกถึงความทรงจำเหล่านั้นในห้วงความคิด ใช่ แม้เด็กหญิงในความทรงจำจะไม่ใช่นาง แต่ความทรงจำที่เด็กหญิงเบิกบานใจกลับยังคงอยู่ในความคิดของนางเสมอ นางที่รับช่วงต่อทุกอย่างของเด็กหญิง ย่อมสัมผัสได้ถึงความรักและความอบอุ่นจากคนในตระกูล
เฟิ่งเซียวมองบิดาอุ้มบุตรสาวตนเดินออกไปข้างนอก เขาอดเช็ดน้ำตาไม่ได้ ก่อนจะเดินตามออกไปเช่นกัน
ฟื้นแล้วก็ดี ฟื้นขึ้นมาได้ก็ดี ฟื้นขึ้นมาแล้วถึงจะมีความหวัง เสี่ยวจิ่วเด็กนี้ หนทางของนางยากลำบากเกินไป เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานเกินไป
เมื่อมาถึงห้องข้างๆ เฟิ่งซานหยวนวางนางนั่งลงข้างเตียงด้วยความระมัดระวัง เห็นเฟิ่งจิ่วที่อ่อนแรงจนแม้แต่เอ่ยวาจาก็ยังเปลืองแรง ไปจนถึงเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง พวกเขาพลันถอนใจออกมาเสียงเบา จากนั้นบอกให้คนอื่นออกไปให้หมด เหลือเพียงเหลิ่งซวงคอยดูแลอยู่ข้างกาย
“ฮูหยิน”
ฮุยหลางที่นั่งยองอยู่ปลายเตียงเดินออกมา มองเฟิ่งจิ่วที่นั่งมองอยู่ข้างเตียงพร้อมดวงตาแดงก่ำ “ฮูหยิน ร่างกายของท่านเป็นอย่างไรบ้าง พวกเขาบอกว่าท่านตั้งครรภ์คุณชายน้อยแล้ว ฮูหยิน ตอนนี้นายท่านกลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว ฮูหยินต้องบำรุงร่างกายให้ดี ดูแลตนเองให้ดี อย่าให้นายท่านเป็นห่วง”
……….