เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3632 มังกรหน้ายิ้ม / ตอนที่ 3633 อันตราย
ตอนที่ 3632 มังกรหน้ายิ้ม
“ซานเอ๋อร์ มีอะไรหรือ”
เสียงของชายวัยกลางคนดังออกมา ทอดสายตามองออกไปข้างนอก ทว่าตอนมองเห็นภาพข้างนอกรถม้า ม่านตาของเขาพลันหดรัด โดยเฉพาะตอนที่มองเห็นบุตรีของเขาเดินไปยังกวางวิญญาณทองม่วงและกำลังยื่นมือออกไป เขาตะโกนเสียงขรึมโดยพลัน
“ซานเอ๋อร์! หยุด!”
หัวใจเต้นแรงครั้งหนึ่ง เขารีบลงจากรถ ดึงบุตรีที่ถูกเขาตะคอกใส่กลับมาข้างรถม้าอย่างรวดเร็ว สายตาเกรี้ยวกราดแฝงความดุดันจ้องมองนาง “กลับขึ้นไปบนรถม้า!”
“ท่านพ่อ ท่านดูสิ นั่นคือกวางวิญญาณทองม่วงล่ะ” สตรีนางนั้นถูกดึงมาถึงข้างรถม้า ดวงตายังคงมองจ้องรถลากกวางวิญญาณทองม่วงตรงนั้น คิดอยากจะเข้าไปลูบสักคราอย่างอดไม่อยู่
ชายหนุ่มสองคนที่ลงมาจากรถม้าข้างหลังยังไม่ทันเดินเข้ามาใกล้ก็ถามขึ้นว่า “ท่านพ่อ เกิดอะไรขึ้น”
“กลับไป!” ชายวัยกลางคนตวาดเสียงทุ้ม สายตาดุดันทอดมองที่บุตรีตนเอง
หญิงสาวถูกตวาดเช่นนี้ย่อมรู้สึกเสียเกียรติอยู่บ้าง บัดนี้ตาแดงเพราะความน้อยใจ พลันก้าวเท้ากระโดดเข้าไปในรถม้า ฟุบหน้ากับตักหญิงวัยกลางคนที่ยื่นกายออกมาดูสถานการณ์ข้างนอกครึ่งหนึ่ง ก่อนจะร้องไห้ออกมา
ชายวัยกลางคนไม่ได้สนใจบุตรี เพียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองไปทางพวกตู้ฝานที่อยู่ข้างหน้า แล้วประสานมือให้พวกเขาอย่างระมัดระวัง กล่าวขออภัยว่า “ขออภัยด้วยจริงๆ บุตรีคนเล็กของข้าไร้มารยาท รบกวนทุกท่านแล้ว”
ตู้ฝานขยับพัดในมือ ที่ปรากฏบนใบหน้าคือรอยยิ้มที่ใครเห็นเข้าก็ล้วนแต่รู้สึกว่าเข้าถึงง่าย “ไม่เป็นไรๆ”
“พวกข้าต้องรีบเดินทาง ขอตัวก่อนแล้ว” ชายวัยกลางคนประสานมือกล่าวอีกครั้ง ไหนเลยจะมองรอยยิ้มของอีกฝ่าย จึงไม่อาจรับรู้ถึงความเป็นกันเองและอบอุ่นแม้แต่ครึ่งเดียว จะมีก็แต่ความรู้สึกกลัวที่ชวนขนลุกขนพอง
“เชิญเถอะ!” ตู้ฝานกล่าว มองพวกเขาพร้อมรอยยิ้ม
ชายวัยกลางคนไม่กล้ารั้งอยู่นาน สั่งบุตรชายสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล “กลับขึ้นไปบนรถม้า พวกเราจะเดินทางต่อ” สายตาตักเตือนมองไปที่พวกเขา ทำให้ทั้งสองคนไม่กล้าพูดอะไรมากอีก หลังจากตอบรับแล้วก็ค่อยมองคนพวกนั้นครั้งหนึ่งก่อนเดินกลับไปยังรถม้า
คนกลุ่มหนึ่งนั่งรถม้าแล้วก็จากไปเช่นนี้ ไม่กล้าอยู่นานแม้สักนิด ตั้งแต่มาถึงกระทั่งตอนที่จากไป พวกเขาล้วนมองไม่เห็นว่าคนที่อยู่ข้างหลังวงล้อมของบุรุษทั้งหลายนั้นเป็นใคร
เห็นคนพวกนั้นไปแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าตู้ฝานค่อยๆ หดหาย ในดวงตาฉายแววเย็นชาเสี้ยวหนึ่ง เขาแค่นหัวเราะเสียงเบาแล้วเก็บพัดในมือ
หากสตรีคนเมื่อครู่นี้กล้าแตะต้องกวางวิญญาณทองม่วงของนายหญิง เห็นทีมือคู่นั้นคงไม่อาจเก็บไว้ได้ แต่ชายวัยกลางคนผู้นั้นกลับรู้ความ
“นายหญิง ท่านหิวหรือไม่ อยากกินอะไรหน่อยหรือไม่” เหลิ่งซวงถาม กังวลว่าตลอดทางมานี้นางไม่ได้กินอะไรเลย อย่างไรเสียตอนนี้นางกินคนเดียว เด็กในท้องก็ได้รับการบำรุงไปด้วย
“ไม่หิวเท่าไร ไม่อยากกินอะไรด้วย ไม่ต้องลำบากหรอก พักสักครู่แล้วก็ไปเถอะ!” เฟิ่งจิ่วกล่าว มือหนึ่งเท้าคางมองไปข้างหน้า รับลมเย็นที่พัดมากระทบใบหน้า
อีกด้านหนึ่ง หลังจากมาได้ไกลมากแล้ว รถม้าก็ค่อยๆ หยุดลงอย่างเชื่องช้า ชายหนุ่มสองคนที่รถม้าข้างหลังเดินมาถึงรถม้าข้างหน้า ได้ยินน้องสาวของพวกเขาร้องไห้อยู่ข้างใน จึงเปิดม่านถามว่า “ท่านพ่อ เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นหรือ ไยน้องหญิงจึงร้องไห้เช่นนี้”
ชายวัยกลางคนมองบุตรชายสองคนที่ยืนอยู่ข้างนอกรถม้า คราวนี้จึงค่อยมุ่นคิ้วเหลือบมองบุตรีที่ยังคงร้องไห้อยู่ บนใบหน้ามีโทสะฉายชัด
……….
ตอนที่ 3633 อันตราย (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“ไม่ต้องร้องไห้แล้ว!”
เสียงเจือโทสะตวาดขึ้น มือใหญ่ของเขาฟาดลงบนโต๊ะตัวเล็กบนรถม้า ทำเอาบุตรีที่ร้องไห้อยู่ในอ้อมอกภรรยาเขาหยุดชะงัก ไม่กล้าร้องไห้อีก
พี่ชายสองคนที่ยืนอยู่ข้างรถม้าเห็นดังนั้นก็อดสบตากันไม่ได้
“เอาล่ะ มีอะไรก็พูดจากันดีๆ ลูกไม่ใช่ว่าไม่รู้ความ” คนเป็นภรรยาเอ่ย มองชายวัยกลางคนครั้งหนึ่ง จากนั้นลูบศีรษะบุตรีในอ้อมกอด “ไม่ต้องร้องไห้แล้ว ท่านพ่อดุเจ้าต้องมีเหตุผลของเขาแน่ ออกจากบ้านมาข้างนอก จะทำอะไรต้องระมัดระวัง สิ่งที่เจ้าทำเมื่อครู่นี้ประมาทเกินไปแล้ว”
บุตรีกัดริมฝีปาก ไม่ได้พูดอะไร เพียงก้มหน้าลง
“หากเมื่อครู่นี้ข้าไม่ห้ามเจ้าไว้ ตอนนี้สองมือของเจ้าคงไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนแล้ว!” ชายวัยกลางคนมุ่นคิ้วเอ่ยเสียงขรึม พลางกวาดสายตามองบุตรีตนเองคราหนึ่ง
ฟังเช่นนี้แล้ว ทุกคนต่างก็ตื่นตกใจ “อะไรนะ”
“เป็นไปได้อย่างไร ข้า…ข้าเพียงอยากสัมผัสกวางวิญญาณทองม่วงสักคราก็เท่านั้น…” หญิงสาวเอ่ยเสียงเบา ในดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ คิดว่าบิดานางคิดเล็กคิดน้อยเกินไปแล้ว
“เป็นไปได้อย่างไร?”
ชายวัยกลางคนเห็นสีหน้าของบุตรีก็รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ ทันใดนั้นใบหน้าเขาพลันเปลี่ยนเป็นดำคล้ำ “เจ้าคิดว่าคนที่ครอบครองกวางวิญญาณทองม่วงได้จะเป็นคนธรรมดาหรือ? เจ้าคิดว่าคนธรรมดาจะมีคนที่ระดับพลังล้ำลึกยากหยั่งคาดพวกนั้นคอยติดตามหรือ? และเจ้าคิดว่าบุรุษที่ถือพัดพร้อมเอ่ยวาจาด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรกับเจ้าจริงหรือ?”
“หึ!” เขาแค่นหัวเราะหนักๆ เสียงหนึ่ง กล่าวออกมาทันทีว่า “หากไม่ใช่ข้าห้ามไม่ให้เจ้าเข้าใกล้กวางวิญญาณทองม่วงตัวนั้น ตอนนี้สองมือของเจ้าคงถูกบุรุษถือพัดคนนั้นตัดทิ้งไปแล้ว!”
เมื่อฟังจบแล้ว หญิงสาวพลันหวาดกลัว สีหน้าราวกับไม่อยากจะเชื่อ
ชายหนุ่มสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ รถม้าก็ตกใจมากเช่นกัน สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมา “ท่านพ่อ เช่นนั้นตอนนี้พวกเราจากมาแล้ว พวกเขาไม่น่าถือสาที่น้องหญิงเสียมารยาทกระมัง”
ชายวัยกลางคนครุ่นคิด ผ่านไปสักพักหนึ่งจึงกล่าวว่า “น่าจะไม่ถือสาแล้ว หากถือสา พวกเราคงไม่ได้จากมาง่ายๆ เช่นนี้” เขากวาดสายตามองทุกคน ก่อนกล่าวขึ้น “ออกจากบ้านมาข้างนอก พบเจออะไรล้วนต้องระแวดระวัง ต้องรู้ว่ามารยาทมากคนไม่ถือโทษ จะทำอะไรล้วนต้องคิดหน้าคิดหลัง ป้องกันไม่ให้นำหายนะมาสู่ตน”
“ขอรับ ลูกจะจดจำคำชี้แนะของท่านพ่อเอาไว้” สองคนประสานมือตอบรับ
คราวนี้ชายวัยกลางคนจึงค่อยก้มหน้ามองบุตรี ขมวดคิ้วแล้วกำชับกับภรรยาว่า “พอกลับไปแล้ว เจ้าสอนกฎระเบียบกับนางด้วยตนเอง ห้ามออกจากบ้านสามเดือน! หากยังไม่แก้นิสัยนี้ หากเจอเรื่องเดือดร้อนเมื่อไรข้าก็ไม่รู้ด้วยแล้ว”
เห็นดังนั้นแล้ว ภรรยาจึงค่อยตอบรับ ก่อนที่ชายวัยกลางคนจะสั่งให้พวกเขาเดินทางต่อ เพียงแต่คราวนี้บรรยากาศกลับขาดความผ่อนคลายเช่นก่อนหน้านี้ เพิ่มความจริงจังขึ้นมาหลายส่วน
พอพวกเฟิ่งจิ่วพักผ่อนพอแล้วก็เดินทางต่อ พวกเขาไม่รีบร้อนเดินทาง กอปรกับทุกคนเป็นห่วงสุขภาพของเฟิ่งจิ่ว ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้บังคับรถลากกวางวิญญาณให้เดินเร็วมากนัก เพียงค่อยๆ เดินไปอย่างเชื่องช้าและมั่นคงแทน
ตลอดทางช่วงนี้นอกจากภูเขาแล้วก็มีแต่ป่า ไม่มีเมือง เดินทางจนฟ้ามืดแล้วจึงค่อยมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ครั้นเข้าไปข้างในก็เห็นมีรถม้าจอดอยู่หลายคัน รวมไปถึงผู้คุ้มกันจำนวนหนึ่ง
ตู้ฝานเหลือบมองคนเหล่านั้น จากนั้นพูดกับเฟิ่งจิ่วว่า “นายหญิง เป็นคนพวกนั้นที่พวกเราพบเมื่อกลางวัน”
“อืม หาที่พักเถอะ! ให้ชิงเฉิงไปต้มโจ๊กหน่อย ข้าอยากกินโจ๊ก” เฟิ่งจิ่วนั่งพิงอยู่บนรถลากกวางวิญญาณพลางกล่าวออกมาอย่างเกียจคร้าน
……….