เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3634 พักแรม / ตอนที่ 3635 ศีรษะแตกแล้ว
ตอนที่ 3634 พักแรม
“ขอรับ” ทุกคนตอบรับ เหลิ่งหวาและฉินซินเดินไปที่หมู่บ้าน เตรียมหาครอบครัวใจกว้างยอมให้นายหญิงของพวกเขาพักผ่อน จะได้ให้พวกเขาต้มโจ๊กให้นายหญิงกินหน่อย
หมู่บ้านขนาดไม่ใหญ่นัก การมาถึงของพวกเขาทำให้คนในหมู่บ้านออกมาดู รวมไปถึงคนที่มาพักที่นี่ก่อนก้าวหนึ่งเช่นเดียวกัน
“ท่านพ่อ เป็นคนพวกนั้นที่พวกเราเจอระหว่างทาง” ชายหนุ่มกล่าวกับบิดาของเขา อาจเป็นเพราะคำพูดที่บิดาเขาพูดกับพวกเขา ทำให้ตอนนี้พอพวกเขามองเห็นคนพวกนี้อีกครั้งจึงอดระแวดระวังขึ้นมาไม่ได้
ชายวัยกลางคนมีสีหน้าเคร่งขรึม หลังจากเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก็สั่งว่า “ไปสั่งคนของพวกเราหน่อย ว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับอีกฝ่าย”
“ขอรับ” ทั้งสองคนตอบรับ จากนั้นค่อยเดินออกไปข้างนอก
หลังทั้งสองสั่งการลงไปเรียบร้อยแล้ว ก็ยืนมองอีกฝ่ายอยู่ข้างหน้าประตู เห็นเงาร่างสีแดงสายหนึ่งเดินลงมาจากบนรถลากกวางวิญญาณทองม่วง สตรีใบหน้างดงามสองคนที่อยู่ข้างๆ ประคองนางอย่างระมัดระวัง เพราะรอบข้างยังมีบุรุษพวกนั้นคอยคุ้มครองอยู่ แม้พวกเขาอยากมองก็มองไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ทว่าตอนที่นางเข้าประตูมา เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น พวกเขาก็มองเห็นใบหน้าที่งามเลิศล้ำแล้ว…
หญิงงาม…
สองคนพลันใจเต้นแรง ในดวงตาปรากฏความประหลาดใจ แม้สตรีสองคน คนหนึ่งสวมชุดขาว คนหนึ่งสวมชุดดำที่ประคองนางอยู่จะมีใบหน้าสะสวย ทว่าเมื่อเทียบกับสตรีชุดแดงคนนั้นแล้ว กลับงามเพียงแค่หนึ่งในหมื่นส่วนของนางเท่านั้น
สตรีคนนี้เป็นใครกันแน่ นางนั่งรถลากกวางวิญญาณทองม่วง ผู้ติดตามล้วนเป็นเหล่าบุรุษที่สง่างามไม่ธรรมดา ต่อให้เป็นคุณชายตระกูลใหญ่อย่างพวกเขาก็ยังรู้สึกว่าตนเองนั้นไร้สง่าราศี อีกทั้งสตรีสองคนที่ประคองนางอยู่ข้างๆ พวกนางล้วนเป็นหญิงงามที่ไม่ธรรมดา เกรงว่าคุณหนูตระกูลใหญ่ก็ยังดูธรรมดาไปเมื่อเทียบกับสตรีสองนางนั้น
พวกเขามองสตรีชุดแดงคนนั้นเข้าไปในเรือนอย่างอึ้งงัน เนิ่นนานแล้วก็ไม่อาจดึงสติกลับมา จนกระทั่งสายตาชวนขนลุกทอดมองมาที่พวกเขา พวกเขาพลันตื่นตัวและเห็นบุรุษถือพัดในมือคนหนึ่งกำลังหรี่ตามองพวกเขาพร้อมรอยยิ้ม
เห็นเขาแล้ว ทั้งสองอดนึกถึงคำพูดของบิดาไม่ได้ พวกเขาประสานมือคารวะทันที ก่อนจะรีบร้อนกลับเข้าไปในเรือน
ขณะนี้เฟิ่งจิ่วกำลังตั้งครรภ์อยู่ อีกทั้งมีเรื่องภายในใจ ทั้งเป็นกังวลเรื่องร่างกายของโม่เจ๋อ ด้วยเหตุนี้นางจึงเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ไม่สดใสเท่าใดนัก หลังจากฉินซินและเหลิ่งหวาเก็บกวาดเรือนเรียบร้อย นางก็เข้าไปพักในโถงรับแขก
ครอบครัวนี้เป็นสามีภรรยาชราคู่หนึ่ง บุตรชายล้วนไปอยู่ที่เมืองใหญ่ มีเพียงพวกเขาอยู่ที่บ้าน ตอนรู้ว่ามีคนต้องการพักแรมก็ดีใจมาก หลังจากเก็บเหรียญทองที่เหลิ่งหวามอบให้ก็มอบเรือนหลังนี้ให้พวกเขา ส่วนสองสามีภรรยาไปพักในเรือนเล็กฝั่งตรงข้าม
ในเรือนเหลือแต่พวกเขา เหลิ่งซวงยกโจ๊กที่เพิ่งต้มร้อนๆ เข้ามา “นายหญิง กินโจ๊กได้แล้ว”
เฟิ่งจิ่วนั่งลงที่ข้างโต๊ะ พลางกล่าวว่า “บอกพวกเขาว่าอย่ารบกวนคนอื่นในหมู่บ้าน พวกเราเพียงพักแรมที่นี่คืนเดียว พรุ่งนี้ก็ไปแล้ว”
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงตอบรับ ทันทีที่ออกไปและสั่งคนของพวกเขาเรียบร้อย นางก็ยืนอยู่เงียบๆ ด้านข้าง
เฟิ่งจิ่วกินโจ๊กเสร็จก็บอกให้เหลิ่งซวงออกไป ครั้นประตูปิดลง นางหลับตาก่อนเข้าไปข้างในห้วงมิติ มาถึงข้างกายเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ไม่ได้สติอยู่ข้างใน
นางหยิบโอสถวิญญาณออกมาป้อนเขา จากนั้นช่วยเขาจับชีพจร หลังจากบีบนวดร่างกายเขาแล้วจึงค่อยกลับออกไป
……….
ตอนที่ 3635 ศีรษะแตกแล้ว
ท่ามกลางยามค่ำคืนอันมืดมิด ผู้คุ้มกันคนหนึ่งที่เฝ้ายามกะกลางคืนไปปลดทุกข์ที่พงหญ้าข้างหลังหมู่บ้าน ทว่ากลับเหยียบเข้ากับอะไรบางอย่าง ทำให้เขาลื่นตกไปในหุบเขาข้างหน้า
“โอ้ย!”
ผู้คุ้มกันคนนั้นร้องด้วยความตกใจตามสัญชาตญาณ จากนั้นตกลงไปศีรษะแตก ก่อนที่เสียงร้องจะหยุดไปในทันที (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
“มีอะไร”
ผู้คุ้มกันกะกลางคืนสองคนที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวรีบมาสอบถาม ทว่ากลับไม่เห็นใครเลยทั้งสี่ด้าน จนกระทั่งผ่านไปอีกครู่หนึ่ง เสียงสายหนึ่งก็ดังมาจากในหุบเขา
“ไม่เป็นไร ไม่ทันระวังตกลงไปในหุบเขา ศีรษะแตกแล้ว”
ฟังดังนั้นแล้ว ผู้คุ้มกันอีกสองคนค่อยกล่าวว่า “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว รีบขึ้นมา ศีรษะแตกแล้วต้องรีบทายาหน่อย” พูดแล้วก็เดินกลับไป
สองคนไม่ได้สังเกตว่าแม้เสียงนั้นดังมาจากในหุบเขา ทว่าในหุบเขานั้นกลับไม่มีความเคลื่อนไหวสักนิด หากพวกเขาเดินไปดูในหุบเขาสักครา ก็จะพบว่าผู้คุ้มกันที่ตกลงไปนอนนิ่งอยู่ในหุบเขาไม่ขยับเขยื้อน และข้างใต้กายเขามีกระดูกขาวแหลมๆ ชิ้นหนึ่งให้เห็นอยู่รางๆ…
ผ่านไปครู่ใหญ่ ผู้คุ้มกันที่ไม่เคลื่อนไหวคนนั้นพลันขยับนิ้วเล็กน้อย เขาลุกขึ้นจากหุบเขา ขยับร่างกายที่แข็งทื่อเล็กน้อย คราวนี้ถึงค่อยหมุนกาย
บัดนี้เขาหน้าซีดขาวไปหมด บนใบหน้าไร้ความรู้สึก เลือดบนหน้าผากไหลอาบหน้า เพียงแต่แห้งกรังไปแล้ว ดูแล้วแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง
เขากระตุกมุมปาก เผยรอยยิ้มน่ากลัวออกมา สุดท้ายค่อยกระโจนตัวออกจากหุบเขา เดินอาดๆ ไปข้างหน้า
ผู้คุ้มกันกะกลางคืนสองคนนั้นรออยู่นานแล้วไม่เห็นว่าคนคนนั้นกลับมาสักที ก็พูดขึ้นว่า “ทำไมนานขนาดนี้แล้วยังไม่ออกมาอีก ไม่ใช่ว่าหมดสติไปแล้วกระมัง”
“จะหมดสติไปได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ยังตอบพวกเราอยู่เลยไม่ใช่หรือ”
“หรือไปดูสักหน่อยดี”
ฟังดังนั้นแล้ว สองคนสบตากันก่อนพยักหน้า “ก็ดีเหมือนกัน ลงไปดูหน่อยเถอะ! ดึกดื่นป่านนี้แล้วให้เขารีบกลับมา”
ขณะสนทนากันก็เตรียมหมุนกายไปดูข้างหลัง ใครเล่าจะรู้ว่าเพียงหมุนกายกลับมาจะได้เห็นคนที่เลือดสดๆ เต็มใบหน้าคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลังอย่างไร้สุ้มเสียง ใบหน้าเปื้อนเลือดของอีกฝ่ายทำให้พวกเขาตกใจจนสะดุ้ง
“อ้าก!”
สองคนร้องออกมาพร้อมกัน พอมองเห็นชัดๆ ว่าเป็นผู้คุ้มกันที่ไปปลดทุกข์คนนั้น ก็อดผ่อนลมหายใจออกมาครั้งหนึ่งไม่ได้ ก่อนจะต่อว่าอย่างไม่สบอารมณ์ “ดึกดื่นเช่นนี้เจ้าทำให้ข้าตกใจแล้ว! เลือดเต็มหน้าแล้วยังไม่รีบไปจัดการอีก”
พวกเขาต่างก็ลูบหน้าอก เห็นอีกฝ่ายกำลังยืนมองพวกเขาด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกก็พลันรู้สึกขนลุกขึ้นมา ก่อนถามว่า “เจ้ามองอะไร”
ผู้คุ้มกันคนนั้นแสยะยิ้ม “ไม่มีอะไร ข้าจะไปทำแผล” พูดแล้วก็หมุนกายเดินไปยังเรือนหลังหนึ่ง ฝ่ายผู้คุ้มกันสองคนนั้นรีบเดินไปดึงเขาไว้
“เจ้าศีรษะแตกจนเลอะเลือนไปแล้วหรือ นั่นเรือนของคุณหนูนะ!”
ได้ยินเช่นนั้นแล้ว ผู้คุ้มกันคนนั้นหันกายกลับมา “ลืมไปเลย” ก่อนถามต่ออีกว่า “เช่นนั้นข้าไปใส่ยาได้ที่ไหน”
“ไปทางนั้น คนอื่นล้วนพักผ่อนอยู่ทางนั้น” ผู้คุ้มกันสองคนมองเขาด้วยความแปลกใจ “เจ้าศีรษะกระแทกจนเพี้ยนไปแล้วใช่หรือไม่ ทำไมทำตัวแปลกๆ เช่นนี้”
สองคนมองเงาหลังที่จากไปของเขา ในใจรู้สึกไม่ชอบมาพากล ทว่าก็ไม่ได้พูดอะไรมากอีก ยังคงยืนประจำที่ของตนเองต่อไป
……….