เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3636 ตาย / ตอนที่ 3637 ถูกสงสัยแล้ว
ตอนที่ 3636 ตาย
ยามจื่อ เงาร่างสายหนึ่งหายเข้าไปในเรือนหลังหนึ่งอย่างไร้สุ้มเสียง มาถึงข้างเตียงราวกับวิญญาณ สตรีที่อยู่บนเตียงสวมเพียงเสื้อตัวในกำลังหลับสนิท ไม่รู้สึกเลยสักนิดว่ามีคนยืนอยู่ข้างเตียงของนาง ทั้งยังใช้ดวงตากระหายเลือดอย่างน่าประหลาดจ้องมองนางด้วยความตื่นเต้น
อาจเป็นเพราะสายตานั้นยากจะมองข้ามได้ สตรีที่กำลังหลับสนิทสะลึมสะลือและลืมตาขึ้น ครั้นเห็นคนที่ยืนอยู่ข้างเตียง นางพลันถลึงตา ยังไม่ทันได้ตวาดออกมาด้วยโทสะก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความโมโหแล้ว
มือใหญ่ข้างหนึ่งปิดปากสตรีนางนั้นไว้อย่างแน่นหนา ส่วนมืออีกข้างหนึ่งบีบที่ลำคอของนาง ไม่ให้ส่งเสียงออกมาได้แม้สักกระผีก สตรีที่อยู่บนเตียงดิ้นรนทว่ากลับขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิดเดียว จนกระทั่งนางหมดสติไปมือที่ปิดปากนางไว้จึงค่อยคลายออก คนผู้นั้นโน้มกายไปข้างหน้า ปากตรงกับปากนางแล้ว…
เลือดลมถูกดูดออกจากปากของสตรีนางนั้นอย่างไม่ขาดสาย ไหลเข้าสู่ปากคนคนนั้นจนหมดสิ้น เนิ่นนานให้หลัง สตรีที่เดิมทีเพียงหมดสติไปก็หมดลมหายใจไปอย่างช้าๆ ร่างกายซูบซีดราวกับแห้งไป จนกระทั่งไม่เหลือแม้ลมหายใจ
ส่วนคนคนนั้นที่ดูดกินเลือดลมของนางกลับเหมือนสัตว์ป่าที่กินอิ่ม บัดนี้กำลังเลียปากอย่างพึงพอใจ มองสตรีที่ตายอยู่บนเตียงคราหนึ่ง ก่อนจะจากไปอย่างเงียบเชียบ
เงาร่างของคนคนนั้นอาศัยยามราตรีซ่อนตัว เดินไปไม่ต่างจากวิญญาณชั่วร้าย ไร้สุ้มเสียง ไม่มีใครสังเกตเห็น เขาเดินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่สายตาจะทอดมองไปยังเรือนที่อยู่ห่างออกไปห้าสิบหมี่ข้างหน้า ดวงตากระหายเลือดแต่เดิมเปลี่ยนเป็นว่างเปล่าขณะจ้องมองยังทิศทางนั้น คิดอยากเข้าไปใกล้ กระนั้นพออยู่ห่างออกไปไม่เท่าไรก็พลันหยุดฝีเท้าลง
เพราะเขารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอันตรายจากทางนั้น กลิ่นอายนั้นอันตรายมากๆ ทำให้เขาไม่กล้าเข้าใกล้
แม้ไม่รู้ว่าทางนั้นมีอะไร แต่ลางสังหรณ์ถึงความอันตรายทำให้เขาไม่กล้าเสี่ยง ดังนั้นเขาจึงวนเวียนอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ค่อยๆ หายไปท่ามกลางความมืด ครั้นถึงบริเวณหญ้ารกแล้ว เงาร่างที่ตอนแรกกำลังเดินอยู่พลันล้มลง วิญญาณลอยออกไปจากร่างกายนั้น ก่อนจะหายไปท่ามกลางราตรีกาล...
วันต่อมา เวลาเช้าตรู่
“กรี๊ด!”
เสียงเล็กแหลมและน่ากลัวทำลายความสงบเงียบยามเช้า ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนเป็นวุ่นวายขึ้นมา เดิมทีหมู่บ้านนี้ไม่ใหญ่นัก เสียงนี้จึงทำให้พวกชาวบ้านตื่นตกใจจนต้องออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ชายวัยกลางคนที่ตื่นแต่เช้าและกำลังกินข้าวเช้าได้ยินเสียงร้องนั้นแล้วก็สะดุ้งโหยง ชามที่ถืออยู่ในมือตกลงพื้นดังเพล้ง แตกเป็นเสี่ยงๆ
เขาลุกขึ้นยืนทันที ก้าวอาดๆ เดินออกไปข้างนอก เมื่อมาถึงเรือนของบุตรี ก็ถามขึ้นมาทันที “ฮูหยิน เกิดอะไรขึ้น”
ขณะเอ่ยถามเขาก็เดินเข้าไปในเรือน ข้างหลังติดตามมาด้วยบุตรชายสองคน พวกเขารีบมาที่นี่โดยไม่ได้ล้างหน้าล้างตา ทว่าเมื่อพวกเขาตามบิดาเข้าไปในเรือน กลับเห็นมารดาพวกเขาหมดสติอยู่บนพื้น
“ฮูหยิน!”
“ท่านแม่!”
บิดาบุตรสามคนตื่นตกใจ รีบเข้าไปประคองคนลุกขึ้นมา จากนั้นจึงป้อนยาฟื้นสติให้นางกิน ผ่านไปนานทีเดียว กว่าสตรีวัยกลางคนที่หมดสติไปเพราะได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจจะค่อยๆ ฟื้นขึ้นมา กระนั้นนางก็ยังมีสีหน้าซีดขาว น้ำตาร่วงผล็อย
“ซานเอ๋อร์…บุตรีของข้า…ฮือๆๆ…”
เมื่อได้ยินนางร้องไห้ หัวใจของชายวัยกลางคนพลันหนักอึ้ง ตั้งแต่เมื่อครู่ที่เข้ามาก็ไม่เห็นบุตรีเขาอยู่ที่นี่ ตอนนี้เห็นสถานการณ์เช่นนี้แล้วก็อดมองไปที่เตียงไม่ได้
……….
ตอนที่ 3637 ถูกสงสัยแล้ว
ภาพตรงหน้าคือผ้าโปร่งบดบังเตียงอยู่ เพียงแต่มองเห็นได้รางๆ ว่าบนเตียงมีเงาร่างหนึ่งนอนนิ่งไม่เคลื่อนไหว หัวใจของเขาหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม ร่างกายสั่นเทิ้ม
พี่ชายสองคนเห็นเช่นนั้น คนหนึ่งประคองมารดา คนหนึ่งคิดไปเปิดม่านเตียงออก ทว่าเพิ่งก้าวเท้าออกไปก็ถูกชายวัยกลางคนรั้งเอาไว้
“ท่านพ่อ?” ชายหนุ่มหันกลับไปมองเขา (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“ข้าเอง”
เสียงของชายวัยกลางคนไร้เรี่ยวแรงอยู่บ้าง หากฟังดูดีๆ จะพบว่าสั่นเครือเล็กๆ กระนั้นเขายังห้ามบุตรชายไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า ส่วนตนเองพาฝีเท้าอันหนักอึ้งก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว ขณะยกมือขึ้นเลิกม่านเตียงผืนนั้น กลับรู้สึกว่าม่านเตียงกลับหนักเป็นพันชั่ง
“ท่านพ่อ?” บุตรชายเห็นดังนั้นก็เรียกเสียงหนึ่ง
ชายวัยกลางคนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นเลิกม่านเตียงขึ้น วินาทีนั้นเอง ภาพนั้นที่เขาเห็นบนเตียงทำให้ต้องถอยหลังไปโดยพลัน เกือบจะหมดแรงนั่งลงบนพื้น
“ท่านพ่อ!” ชายหนุ่มรีบก้าวไปประคองเขา ตอนเขาเห็นภาพที่อยู่บนเตียงก็อดสูดลมหายใจเข้าไม่ได้ อีกทั้งร้องเรียกด้วยความเจ็บปวด “น้องหญิง!”
“น้องหญิง!”
“ฮือ…บุตรีข้า…” ฮูหยินเห็นภาพที่อยู่บนเตียงแล้ว เลือดลมนางไม่อาจสงบลงได้ชั่วขณะหนึ่ง หมดสติไปอีกครั้ง
ชายวัยกลางคนมองภาพบนเตียงพร้อมใบหน้าซีดขาว เขาเพียงรู้สึกว่าข้างหน้าดำมืดไปหมด เกือบหมดสติไปเพราะได้รับความสะเทือนใจครั้งใหญ่ กระนั้นเขาก็รู้ว่าตนเองหมดสติไปไม่ได้!
ใครสังหารบุตรีเขากันแน่ เขาต้องหาคำตอบให้จงได้!
“สืบ! ไปสืบมา! นำตัวนักฆ่ามา! แล้วหั่นมันเป็นหมื่นชิ้น!” ชายวัยกลางคนที่โศกาและเกรี้ยวกราดออกคำสั่งเสียงเย็นพร้อมดวงตาแดงก่ำ ในฐานะที่เป็นบิดา เห็นบุตรีตายอย่างน่าอนาถเช่นนี้ เขาจะยังใจเย็นอยู่ได้อีกอย่างไร!
อีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วตื่นที่ขึ้นเพราะร้องอย่างตกใจเสียงนั้น กำลังล้างหน้าล้างตาเคลื่อนไหวร่างกาย หลังนอนหลับไปตื่นหนึ่งนางก็รู้สึกสดชื่นขึ้นไม่น้อย
“นายหญิง ข้าต้มโจ๊กรังนกมาให้” เหลิ่งซวงยกโจ๊กรังนกชามหนึ่งวางไว้ที่ข้างโต๊ะ
เฟิ่งจิ่วเดินช้าๆ มาถึงข้างโต๊ะแล้วนั่งลง กินโจ๊กไปพลาง ถามไปพลางว่า “เช้าตรู่ขนาดนี้ เกิดเรื่องอะไรขึ้นในหมู่บ้านหรือ” นางมองว่าหมู่บ้านในเขาเล็กๆ ที่เงียบสงบไม่น่าเกิดอะไรขึ้นถึงจะถูกต้อง เหตุใดจึงได้ยินเสียงกรีดร้องน่ากลัวตั้งแต่เช้าเช่นนี้
“เหลิ่งหวาไปสอบถามแล้ว อีกเดี๋ยวน่าจะกลับมา” เพิ่งสิ้นเสียงของเหลิ่งซวง ก็เห็นน้องชายนางเดินเข้ามาจากข้างนอกแล้ว
“นายหญิง” เหลิ่งหวาคารวะและเรียกครั้งหนึ่ง
“อืม เกิดเรื่องอะไรขึ้น” เฟิ่งจิ่วถาม
“เป็นคนพวกนั้นที่พวกเราเจอเมื่อวาน ได้ยินว่าบุตรีของพวกเขาตายแล้ว ถูกฆ่าตาย” เหลิ่งหวากล่าว
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วเลิกคิ้ว “ถูกฆ่าตาย? นางคนเดียว?”
“ตอนนี้ได้ยินเพียงว่าตายคนเดียว พวกเขากำลังสืบอยู่ การคุ้มกันแน่นหนามาก ทางออกจากหมู่บ้านก็มีคนของพวกเขาเฝ้าอยู่แล้ว” เหลิ่งหวาพูดถึงตรงนี้ก็หลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่
พวกเขาคงถูกสงสัยแล้วกระมัง
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วก็หัวเราะเช่นเดียวกัน “เห็นทีพวกเราจะถูกสงสัยแล้ว ไม่แปลกหรอก หมู่บ้านนี้ห่างไกล ข้างในหมู่บ้านก็มีแต่ชาวบ้านทั่วไป จะฆ่าโดยไม่ส่งเสียงดังเลยได้อย่างไร”
นางพูดพลางกินโจ๊ก หลังจากกินโจ๊กรังนกชามนั้นหมดแล้ว นางเช็ดปากและใช้มือหนึ่งเท้าคาง “แต่ข้าเองก็สงสัยเหมือนกันว่าใครเป็นคนฆ่ากันแน่ เหตุใดฆ่าเพียงบุตรีของคนตระกูลนั้น จริงสิ อีกฝ่ายตายอย่างไร ถูกฟันตายด้วยดาบเดียวหรือ”
……….