เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3638 ลงมืออย่างปรานี / ตอนที่ 3639 สาเหตุการตาย
ตอนที่ 3638 ลงมืออย่างปรานี
“ถามไม่ได้ความอะไร พวกเขาเฝ้าไว้แน่นหนาไม่ให้ใครอื่นเข้าใกล้” เหลิ่งหวากล่าว เมื่อพูดจบแล้วก็ได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวดังมา
“ใช่พวกเจ้าหรือไม่ เพราะเมื่อวานน้องสาวข้าชนพวกเจ้า พวกเจ้าต้องลงมืออย่างโหดร้ายด้วยหรือ พวกเจ้าใจร้ายนัก! เหตุใดแม้แต่พวกข้าก็คิดฆ่าแกงกันด้วย”
ได้ยินเสียงนี้ดังมาจากข้างนอก เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้วน้อยๆ และลุกขึ้นยืน กล่าวว่า “ไปเถอะ! ไปดูหน่อย”
เห็นนางสนใจเรื่องนี้อยู่บ้างอย่างชัดเจน เหลิ่งหวากับเหลิ่งซวงสบตากันคราหนึ่ง จากนั้นตามหลังนางออกไปข้างนอก
ตอนนี้บุรุษคนหนึ่งข้างนอกกำลังชี้หน้าต่อว่าตู้ฝาน หากไม่ใช่เพราะถูกผู้คุ้มกันสองคนรั้งไว้ คาดว่าต้องลงไม้ลงมืออย่างแน่นอน ฝ่ายตู้ฝานเพียงอมยิ้ม หรี่ตามองคนผู้นั้นพลางขยับพัดในมืออยู่เรื่อยๆ
หากไม่ใช่เพราะนายหญิงสั่งไว้ว่าอย่าก่อเรื่องที่หมู่บ้านนี้ คนผู้นี้จะได้มาชี้หน้าต่อว่าเขาได้อย่างไร เขาคิดแล้วก็ก้าวเท้าออกไป
“นายหญิง” หางตาเหลือบเห็นนายหญิงออกมาแล้ว ตู้ฝานรีบเก็บพัดในมือ ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
บุรุษที่กำลังต่อว่าเห็นหญิงงามเลิศในชุดสีแดงออกมา ก็พลันเอ่ยวาจาที่ไม่น่าฟังไม่ออกมาทันที อึดอัดใจจนหน้าแดง
ตอนนี้เอง ชายวัยกลางคนรีบร้อนตามมาเพราะได้ยินเสียงดัง เมื่อรู้ว่าบุตรชายตนเองมาต่อว่าคนเหล่านั้น ในใจเขาพลันหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม
เขาเสียบุตรีไปแล้วคนหนึ่ง ย่อมไม่อยากเสียบุตรชายไปเพราะความประมาทอีก
“อี้เอ๋อร์! พ่อเคยสั่งสอนเจ้าให้ทำเช่นนี้หรือ ยังไม่ขอโทษพวกเขาอีก!” ชายวัยกลางคนตวาดเสียงขรึม แค่เพียงช่วงเวลายามเช้า เขาก็ดูซูบซีดและเหนื่อยล้าไม่น้อยแล้ว
“ท่านพ่อ หมู่บ้านนี้ไม่มีใครอื่นแล้ว ไม่ใช่พวกเขาทำแล้วจะเป็นใครไปได้” ชายหนุ่มเชิดหน้าไม่ยอมขอโทษ ในใจรู้สึกว่าพวกเขานั่นแหละที่เป็นคนทำ นอกจากพวกเขาแล้ว ในหมู่บ้านนี้ล้วนเป็นชาวบ้านธรรมดา จะสังหารน้องสาวเขาได้อย่างไร!
แม้ชายวัยกลางคนจะโศกเศร้าเพราะเสียบุตรีไป แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ได้เสียสติ ระดับพลังของคนพวกนี้ลึกล้ำยากหยั่งคาด แต่ละคนสง่างามไม่ธรรมดา แม้เขาจะสงสัยก็ไม่กล้าชี้ขาด อีกทั้งตอนนี้ก็ไม่มีหลักฐานยืนยัน
“เจ้าเห็นว่าพวกข้าเป็นคนทำหรือ” ตู้ฝานยิ้มพลางหรี่ตามองชายหนุ่มคนนั้น “หรือเจ้าเพียงสงสัยเท่านั้น ที่นี่ไม่มีคนอื่น ดังนั้นนอกจากพวกเจ้าแล้ว ก็มีแต่พวกข้าที่เป็นคนทำหรือ นี่ลำเอียงเกินไปหรือไม่”
เมื่อกล่าวจบแล้ว เขาแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง “หากพวกข้าอยากฆ่าพวกเจ้า ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากเช่นนั้น” แรงกดดันสายหนึ่งจู่โจมออกไปหลังสิ้นเสียงเขา ชายหนุ่มมคนนั้นพลันคุกเข่าลงทันที
“โอ้ย!”
บนพื้นมีกรวดมากมาย ชายหนุ่มคุกเข่าลงอย่างแรง หัวเข่าจึงกระแทกกับกรวดพวกนั้น ทำเอาเขาร้องออกมาเสียงหนึ่งในทันที อีกทั้งยังสูดลมหายใจเย็นๆ เข้าปอดด้วย
“คุณชายโปรดปรานี บุตรชายคนเล็กของข้าล่วงเกินแล้ว” ชายวัยกลางคนรีบเอ่ยปากขอความเมตตา
เฟิ่งจิ่วยกมือขึ้น ตู้ฝานจึงสลายแรงกดดันทิ้งไป ชายหนุ่มคนนั้นรู้สึกเพียงว่าแรงที่กดทับร่างกายเขาหายไปในชั่วพริบตา เขาอดหอบหายใจไม่ได้ สีหน้าซีดขาว บนหน้าผากผุดเหงื่อเย็นออกมา
แข็งแกร่งเกินไปแล้ว! แรงกดดันสายนั้นทำให้เขาไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน คนพวกนี้มาจากที่ไหนกันแน่?
สายตาของชายวัยกลางคนกวาดมองพวกตู้ฝาน จากนั้นทอดมองที่เฟิ่งจิ่ว กระนั้นก็ไม่ได้พิจารณาอีกฝ่ายตามใจชอบ เพียงประสานมือกล่าวว่า “ขอบคุณที่ปรานี”
………. (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ตอนที่ 3639 สาเหตุการตาย
“ไม่สงสัยพวกข้าแล้วหรือ” เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้วถาม รู้สึกว่าชายวัยกลางคนเจอเรื่องพรรค์นี้แล้วยังใจเย็นอยู่ได้ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
“มิกล้า”
ชายวัยกลางคนก้มหน้ากล่าว ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายนั้น เขารู้อยู่นานแล้ว แม้ไม่เคยประมือกัน ทว่าคนพวกนี้มีพลังลึกล้ำยากหยั่งคาด ชัดเจนมากว่าสตรีในชุดสีแดงเพลิงผู้นี้เป็นผู้นำ แล้วเขาจะกล้าคาดเดาไปเรื่อยเปื่อยได้อย่างไร
เฟิ่งจิ่วก้าวไปข้างหน้า กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ “การตายของบุตรีเจ้าไม่เกี่ยวข้องกับพวกข้าจริงๆ เป็นเช่นที่คนของข้ากล่าวเมื่อครู่นี้ หากพวกเขาอยากคร่าชีวิตพวกเจ้านั้นเป็นเรื่องง่ายนัก ไม่มีทางทำเรื่องยุ่งยากเช่นนั้นแน่”
นางพูดพลางเดินมาถึงตรงหน้าชายวัยกลางคน เมื่อผ่อนฝีเท้าลงก็พูดต่อว่า “แต่ข้ากลับสงสัยเช่นเดียวกัน หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ดูสงบเงียบทีเดียว ไยเกิดเรื่องฆ่าคนขึ้นได้ อีกทั้งโยนความผิดมาให้พวกข้าอีก ทำให้พวกเจ้าสงสัยพวกข้า”
ฟังคำพูดนี้แล้ว ชายวัยกลางคนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้ามองนาง เมื่อสบสายตาเย็นชาของนางแล้วก็เอ่ยด้วยความลังเลว่า “ข้าให้คนปูพรมถามแล้วว่าเมื่อคืนมีคนแปลกหน้าเข้าออกหรือไม่ บางทีอีกสักพักหนึ่งน่าจะมีข่าวคราวแล้ว”
“หากไม่ถือสา ข้าช่วยเจ้าได้” เฟิ่งจิ่วกล่าว
ได้ยินดังนั้น ชายวัยกลางคนพลันชะงักไปอีกครั้ง ก่อนประสานมือและกล่าวว่า “ต้องขอรบกวนแล้ว” ก่อนที่เขาจะผายมือเชื้อเชิญ
“คนอื่นๆ ไม่ต้องตามมา” เฟิ่งจิ่วหันไปมองพวกตู้ฝานคราหนึ่ง
“ขอรับ” พวกเขาตอบรับ พร้อมกันนั้นก็ส่งสัญญาณให้กับเหลิ่งหวาและเหลิ่งซวง ให้พวกเขาสองคนตามไป
สองคนพยักหน้าน้อยๆ ติดตามข้างกายเฟิ่งจิ่วและชายวัยกลางคนไปยังบ้านที่อยู่ไม่ไกล เมื่อเข้าไปข้างใน ชายวัยกลางคนก็ทำท่าละล้าละลัง ทว่ายังคงเอ่ยขึ้นว่า “บุตรีข้าตายอย่างทรมาน หวังว่าฮูหยินจะไม่ตกใจกลัว”
เฟิ่งจิ่วยิ้มจาง “สิ่งที่ทำให้ข้าตกใจกลัวมีไม่มากนัก”
ชายวัยกลางคนมาถึงข้างเตียง มองบุตรีที่สวมเสื้อผ้ามิดชิดอยู่บนเตียง นัยน์ตาปรากฏความเจ็บปวด “ผู้คุ้มกันมาเรียกเมื่อตอนเช้าตรู่แล้วไม่มีเสียงตอบรับ ภรรยาข้าจึงมาเรียกด้วยตนเอง ใครเล่าจะรู้ว่าเปิดประตูมาถึงข้างเตียง กลับเห็นว่านางตายไปแล้ว”
เสียงของเขาสั่นเครือ อีกทั้งสะอื้นไห้ “จากระดับความแข็งตัวของร่างกายนางแล้ว น่าจะถูกฆ่าเมื่อตอนกลางดึก ทั่วร่างกายไม่มีบาดแผล มีเพียงรอยนิ้วมือตรงลำคอ กระนั้นพลังปราณวิญญาณทั่วร่างกลับหดหายไปหมด”
เฟิ่งจิ่วยืนมองอยู่ข้างเตียง สายตาเลื่อนจากมือของหญิงสาวไปสู่ลำคอ เห็นรอยฟกช้ำสีแดงคล้ำอยู่รางๆ ชัดเจนว่าถูกบีบคอ กระนั้นเมื่อมองดูโดยคร่าวแล้วกลับรู้ว่าสาเหตุการตายไม่ใช่เพราะรอยตรงลำคอ
นางมองใบหน้าหญิงสาว พิจารณาอย่างละเอียดครั้งหนึ่ง จากนั้นเอ่ยปากอย่างช้าๆ “นางไม่ได้ตายเพราะถูกบีบคอ แต่ถูกดูดเลือดลมบริสุทธิ์ทั้งร่างกายจนตาย”
พอฟังดังนั้น ชายวัยกลางคนตกตะลึงไป “อะ…อะไรนะ ถูกดูดเลือดลมบริสุทธิ์จนตาย? ปะ…เป็นไปไม่ได้ หากถูกดูดเลือดลมบริสุทธิ์จนตาย ตอนนี้เกรงว่าคงเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกแล้ว จะเป็นไปได้อย่างไร…”
“หากไม่เชื่อ เจ้าลองกรีดนิ้วมือนางดู แล้วดูว่ายังมีเลือดไหลออกมาหรือไม่” เฟิ่งจิ่วหันกายเดินออกไปข้างนอกแล้ว
เห็นสตรีชุดแดงหมุนกายเดินออกไป ชายวัยกลางคนมองบุตรีตนเองครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงกรีดนิ้วมือของนางดู กลับเห็นว่าแผลที่ถูกกรีดบนนิ้วนั้นไม่มีสิ่งใดไหลออกมา แม้แต่เลือดหยดเดียวก็ไม่เห็น
……….