เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3642 ฆาตกร / ตอนที่ 3643 บดกระดูกโปรยเถ้า
ตอนที่ 3642 ฆาตกร
ผู้คุ้มกันสองคนมองเจ้านายของตน พอเห็นเขาพยักหน้าน้อยๆ จึงค่อยนำทางคนทั้งสองไปยังพงหญ้าข้างหลังเรือน ตอนไปถึงที่นั่นก็กล่าวว่า “ที่นี่แหละ เมื่อคืนเขามาปลดทุกข์ที่นี่ จากนั้นอาจตกลงไปในช่องเขาข้างล่างโดยไม่ทันระวัง”
กู่โม่เดินไปข้างหน้า ข้ามพงหญ้ามาถึงข้างๆ ช่องเขา พอสังเกตดูให้ดีแล้ว พงหญ้ารอบข้างถูกเหยียบให้เห็นเป็นรอยเท้า พอจะพิสูจน์ได้ว่าคนคนนั้นมาที่นี่เมื่อคืนจริงๆ
เมื่อมองลงไปในช่องเขาข้างล่าง เห็นว่าท่ามกลางหินมากมายมีรอยเลือดที่แห้งไปแล้วกองหนึ่ง และในรอยเลือดนั้นปรากฏสิ่งของมีคมบางอย่าง
“ไป ขุดของที่อยู่ข้างล่างขึ้นมา ระหว่างอย่าทำหัก” เว่ยเฟิงพูดกับผู้คุ้มกันสองคนที่อยู่ข้างๆ
ผู้คุ้มกันสองคนตอบรับเสียงหนึ่งก่อนกระโจนไปข้างหน้า พวกเขาพบบางอย่างและขุดมันออกจากพื้นดินอย่างระมัดระวัง ไม่นานหลังจากที่พวกเขาเริ่มขุด หนังศีรษะของพวกเขาก็ชาวาบ ร้องเสียงต่ำและถอยหลังไปหนึ่งก้าวทันที
“อ้าก!”
“เกิดอะไรขึ้น” ชายวัยกลางคนมุ่นคิ้วถาม
“กะ…กระดูก…” บุรุษสองคนกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ แม้พวกเขาจะเคยฆ่าคนมาก่อน แต่การขุดกระดูกคนเช่นนี้ กลับเพิ่งเคยทำเป็นครั้งแรก ย่อมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุกอยู่บ้าง
“ไม่ใช่กระดูกแล้วพวกเจ้าคิดว่าเป็นอะไร”
เว่ยเฟิงมองพวกเขาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม จากนั้นพูดกับชายวัยกลางคนว่า “นายหญิงข้าบอกว่าในกายของบุตรีเจ้ามีปราณหยินกลุ่มหนึ่ง น่าจะเป็นเพราะถูกวิญญาณร้ายดูดกินเลือดลมบริสุทธิ์ พวกเรามองจากมุมนี้ก่อน หากไม่เหนือความคาดหมาย กระดูกนี้น่าจะเป็นของวิญญาณร้ายที่ดูดกินเลือดลมหยินของบุตรีเจ้า”
ชายวัยกลางคนมีสีหน้าซีดขาว ถามว่า “หากเป็นเช่นนั้น พวกเราขุดกระดูกออกมาแล้วจะทำอย่างไรได้” วิญญาณร้ายตนนั้นคงจะหนีไปที่อื่นตั้งนานแล้ว
“พวกเจ้าขุดออกมาแล้วไม่มีประโยชน์อะไรก็จริง แต่ไม่ใช่กับพวกข้า” เว่ยเฟิงหัวเราะหึๆ “ขุดกระดูกออกมาแล้วนำไปข้างหน้า ถึงเวลาย่อมมีวิธีทำให้วิญญาณร้ายปรากฏตัวเอง”
เห็นดังนั้นแล้ว ชายวัยกลางคนกล่าวกับผู้คุ้มกันสองคนทันที “รีบขุด! ขุดกระดูกออกมาให้หมด!”
ทางนี้กำลังวุ่นวาย ส่วนทางนั้น เฟิ่งจิ่วที่นั่งอยู่ในเรือนกำลังกินผลไม้วิญญาณพลางอ่านตำราอย่างสบายใจ ไป๋ชิงเฉิงกับฉินซินสองคนไปเตรียมอาหารสำหรับมื้อกลางวัน หลัวอวี่บอกว่าจะไปดูว่าในป่าใกล้ๆ มีของป่าอะไรบ้าง สำหรับเป็นอาหารข้างเคียงในมื้อกลางวัน
ผ่านไปไม่นานนัก เว่ยเฟิงกับกู่โม่ก็กลับมา เขาเข้ามาในเรือนก่อนคารวะเฟิ่งจิ่วทันที “นายหญิง เป็นเช่นที่นายหญิงกล่าวไว้จริงๆ เป็นฝีมือของวิญญาณร้าย ตอนนี้เจอกระดูกแล้ว”
“พวกเจ้าไปจัดการเถอะ ไม่ต้องบอกข้าแล้ว” เฟิ่งจิ่วกล่าว สายตายังคงจดจ้องตำราในมือ พลางกล่าวว่า “กลับมากินข้าวกลางวันด้วย หลัวอวี่เพิ่มอาหารแล้ว”
ฟังแล้วสองคนก็ยิ้ม ก่อนจะตอบรับเสียงหนึ่ง “ขอรับ”
เพราะมีธุระติดตัว พวกเฟิ่งจิ่วที่เดิมทีคิดจากไปวันนี้จึงพักอยู่ที่นี่อีกคืนหนึ่ง อย่างไรเสียหากฆาตกรเป็นคนก็ยังดี จัดการง่ายได้ แต่กลับเป็นวิญญาณร้าย เช่นนั้นก็มีแต่รอให้ถึงเวลากลางคืนถึงค่อยลงมือแล้ว
เมื่อสั่งคนในบังคับบัญชาแล้ว เฟิ่งจิ่วก็ไม่ยุ่งเรื่องนี้อีก เพราะด้วยระดับพลังของพวกเขาในตอนนี้ จัดการเรื่องเล็กน้อยพรรค์นี้ย่อมง่ายดายนัก
ครั้นตกเย็น ทุกคนในหมู่บ้านล้วนเข้าเรือนไม่ออกมาตามคำสั่ง ส่วนคนตระกูลปี้เหล่านั้นนอกจากสตรีวัยกลางคนแล้ว คนอื่นล้วนมารวมตัวอยู่ที่ลานกันหมด
……….
ตอนที่ 3643 บดกระดูกโปรยเถ้า (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
บนพื้น กระดูกถูกวางไว้กลางค่ายกล เว่ยเฟิงกับกู่โม่สองคนยืนอยู่ข้างค่ายกล ตรงหน้าประตูเรือนที่อยู่ไม่ไกล พวกตู้ฝานกึ่งนั่งกึ่งยืนคอยมองอย่างสบายใจ ราวกับกำลังชมละครเล่นอย่างไรอย่างนั้น
ในเรือนของเฟิ่งจิ่ว เหลิ่งซวงและเหลิ่งหวาเฝ้าอยู่ข้างนอกเรือน ส่วนเฟิ่งจิ่วที่อยู่ในเรือนเข้าไปนั่งขัดสมาธิฝึกบำเพ็ญอยู่ในห้วงมิติ ไม่ได้สนใจเรื่องราวภายนอก
ตอนท้องฟ้าค่อยๆ มืดลงและเว่ยเฟิงกระตุ้นค่ายกลนั้น เห็นเพียงรอบข้างเกิดลมคลั่ง ลมหยินจู่โจมเข้ามาส่งเสียงฮูมๆ
ผู้คุ้มกันเหล่านั้นรวมไปถึงคนตระกูลปี้ล้วนรู้สึกได้อย่างชัดเจน กลิ่นอายกลางอากาศเปลี่ยนเป็นหนาวยะเยือกในพริบตาเดียว สะท้านไปถึงกระดูก ทำให้พวกเขาตัวสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่
รอบค่ายกลนั้น นอกจากเว่ยเฟิงและกู่โม่แล้วก็ไม่มีใครอื่นอีก ต่อให้เป็นคนตระกูลปี้ก็อยู่ห่างจากค่ายกลประมาณสิบหมี่ พร้อมกับปราณพลังวิญญาณที่พลุ่งพล่านเหนือค่ายกล กระดูกบนพื้นก็ลอยขึ้นเหนือค่ายกลนั้นเช่นกัน
กลางป่าเขาที่อยู่ในรัศมีประมาณหนึ่งร้อยหมี่ วิญญาณร้ายที่เร่ร่อนไปทั่วตนนั้นร้องอย่างน่าเวทนาเสียงหนึ่ง เสียงกรีดร้องแหลมสูงทะลุอากาศ มันรู้สึกเพียงว่าไม่อาจควบคุมตนเองได้ ราวกับถูกย่างสดอยู่กลางกองไฟก็ไม่ปาน ความเจ็บปวดแสนสาหัสส่งไปถึงส่วนลึกของจิตวิญญาณ
เงาร่างของมันเดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่ เหมือนกับถูกอะไรบางอย่างเรียกขาน มันพยายามกอดต้นไม้ด้วยความหวาดกลัว ทว่าทันใดนั้นก็ถูกแรงมหาศาลลากกลับไป
“อ้าก!”
ขากรรไกรของโครงกระดูกที่ลอยอยู่กลางอากาศเคลื่อนไหว เสียงกรีดร้องดังออกมาจากขากรรไกรนั้น ทำให้ผู้คุ้มกันเหล่านั้นต่างตกใจกลัวจนเบิกตาโพลง
ชายวัยกลางคนกำหมัดแน่น สายตาจับจ้องกระดูกโครงนั้น นี่คือฆาตกรที่สังหารบุตรีเขา!
“ปล่อยข้า! ปล่อยข้า! พวกเจ้าเป็นใคร! เหตุใดต้องยืมกระดูกเรียกวิญญาณเพื่อจับข้า!” เสียงดุร้ายกระหายเลือดดังมาทันใด โครงกระดูกนั้นขยับเคลื่อนอ้าปากเหวี่ยงกรงเล็บไม่ต่างจากสัตว์ป่า ต้องการจู่โจมเว่ยเฟิงและกู่โม่สองคน เพียงแต่วิญญาณถูกขังอยู่ในโครงกระดูก อยากหนีก็หนีไม่พ้น ยิ่งไม่ต้องพูดว่าจะจู่โจมพวกเขาได้เลย
เว่ยเฟิงและกู่โม่สบตากัน จากนั้นถอนสายตา แล้วมองไปยังชายวัยกลางคนที่อยู่ไม่ไกล “ให้พวกข้าลงมือเลย หรือเจ้าจะลงมือด้วยตนเอง”
ฟังแล้วชายวัยกลางคนก้าวไปข้างหน้าด้วยความตื่นเต้น ประสานมือให้กับทั้งสองคน “ขอบคุณคุณชายทั้งสองมาก ขอให้ข้าได้ลงมือด้วยตนเองเถอะ ข้าอยากบดกระดูกโปรยเถ้ามัน! ให้มันไม่ได้ผุดได้เกิดอีก!”
เห็นดังนั้นแล้ว เว่ยเฟิงกับกู่โม่สองคนจึงถอยไปอยู่ข้างๆ ให้เขาไปจัดการด้วยตนเอง แค่วิญญาณร้ายตนหนึ่ง บัดนี้ถูกค่ายกลกักขังไว้ อยากหนีย่อมเป็นไปไม่ได้
“อี้เอ๋อร์ ไป นำค้อนเหล็กมา!” ชายวัยกลางคนสั่งเสียงขรึม
สถานที่อย่างหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ ของอย่างอื่นล้วนไม่มี แต่ค้อนเหล็กกลับเป็นสิ่งที่มีอยู่แทบทุกครัวเรือน อย่างไรเสียก็มีไว้ใช้ทำโต๊ะเก้าอี้อะไรทำนองนั้น ล้วนเป็นงานเล็กน้อยที่พวกชาวบ้านสามารถทำได้ด้วยตนเอง
ชายหนุ่มคนนั้นตอบรับเสียงหนึ่ง เดินเข้าไปในเรือน ไม่นานนักก็หยิบค้อนเหล็กออกมาอันหนึ่ง
“เจ้าจะทำอะไร! เจ้าจะทำอะไร!”
เห็นค้อนเหล็กอันนั้นแล้ว โครงกระดูกที่ถูกพันธนาการไม่อาจหนีไปได้อยู่กลางอากาศพลันดิ้นพล่าน วิญญาณพยายามหนีออกจากการกักขัง แต่ไม่ว่ามันจะดิ้นรนอย่างไรก็ยังคงถูกค่ายกลตรึงไว้ ไม่มีทางหลุดพ้น
“ทำอะไร? ฮ่าๆ เจ้าฆ่าบุตรีข้า ทำให้นางตายอย่างน่าอนาถปานนั้น ข้าย่อมต้องบดกระดูกโปรยเถ้าเจ้า! ให้เจ้าไม่ได้ผุดได้เกิด!” ชายวัยกลางคนกล่าว พลางยื่นมือไปดึงโครงกระดูกที่ลอยอยู่แล้วเหวี่ยงลงบนพื้น ก่อนที่ค้อนเหล็กจะฟาดลงมาพร้อมแรงมหาศาล
……….