เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3644 ไม่ต้องกล่าวขอบคุณ / ตอนที่ 3645 ย้อนคืนถิ่นเก่า
ตอนที่ 3644 ไม่ต้องกล่าวขอบคุณ
“อ้าก!”
เสียงร้องดังสนั่นดังออกมา โครงกระดูกนั้นถูกชายวัยกลางคนฟาดด้วยค้อนเหล็กจนแหลกละเอียด พร้อมด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวน ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างถูกกัดกร่อนไป วิญญาณร้ายสั่นคลอน ปรากฏใบหน้าของสตรีนางนั้นรางๆ
“ท่านพ่อ…ข้าเจ็บ…ท่านพ่อ ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย…”
เสียงร้องไห้ที่คุ้นเคยทำให้ชายวัยกลางคนตัวแข็งทื่อโดยพลัน เขามองวิญญาณร้ายเหนือโครงกระดูกนั้นกลายเป็นบุตรีของเขา ครั้นเห็นบุตรีเขากำลังได้ความทุกข์ทรมานอยู่ที่นั่น เขาพลันตื่นตกใจ ค้อนเหล็กในมือร่วงหล่นกระแทกเท้าตนเองเสียแล้ว
“โอ้ย!”
ค้อนเหล็กกระแทกเท้าตนเอง เจ็บจนเขาต้องสูดอากาศเย็นๆ เข้าปอด ขณะเดียวกันก็ทำให้สติของเขาแจ่มชัดขึ้นมาโดยพลัน เขาจ้องเขม็งไปยังวิญญาณร้ายที่กำลังร้องไห้ ส่ายหน้าแล้วเอ่ยเสียงขรึมเจือความเจ็บปวด “ไม่ เจ้าไม่ใช่บุตรีข้า ไม่ใช่!”
เขาเก็บค้อนเหล็กบนพื้น กลั่นปราณพลังวิญญาณที่ฝ่ามือ ทันใดนั้นเขากำค้อนเหล็กกระโดดขึ้นกลางอากาศ “คืนชีวิตบุตรีข้ามา!”
พลั่ก!
แรงกระแทกนั้นจู่โจมเข้าที่ศีรษะอย่างแรง เมื่อศีรษะแตกออกก็มีปราณพลังวิญญาณเติมเข้าไปทันที จากนั้นศีรษะที่กระจัดกระจายก็กลายเป็นขี้เถ้าโปรยปรายลงสู่พื้นดินในพริบตาเดียว
กระดูกท่อนอื่นแหลกสลายหายไปตามศีรษะเช่นกัน ตกลงเหนือค่ายกลที่อยู่บนพื้น เสียงหวีดร้องแหวกอากาศในวินาทีนั้น จนกระทั่งค่อยๆ เงียบลง…
วิญญาณแตกสลาย กระดูกกลายเป็นเถ้า ค่ายกลบนพื้นจึงค่อยหายไปอย่างช้าๆ ชายวัยกลางคนถือค้อนเหล็กยืนอย่างอึ้งงัน หลั่งน้ำตาอย่างไร้เสียง
“ท่านพ่อ…” ชายหนุ่มสองคนก้าวเข้ามา มาถึงข้างกายแล้วประคองเขาไว้
คราวนี้ชายวัยกลางจึงค่อยได้สติกลับมา เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ โยนค้อนเหล็กทิ้งไป ก่อนจะเดินไปทางเว่ยเฟิงและกู่โม่สองคน “คุณชายทั้งสอง ข้าอยากขอบคุณฮูหยินของพวกท่านสักครั้ง ไม่ทราบว่าได้หรือไม่”
เว่ยเฟิงชำเลืองมองเขาครั้งหนึ่ง “นายหญิงของข้ากำลังพักผ่อนอยู่ นางสั่งไว้ว่าไม่ต้องกล่าวขอบคุณ และไม่ได้ตั้งใจช่วยเจ้า”
ชายวัยกลางคนฟังแล้วชะงักไปเล็กน้อย ถามต่อว่า “เช่นนั้นข้าขอถามว่าฮูหยินแซ่อะไร” หากไม่ใช่เพราะสตรีชุดแดงคนนั้นสั่งให้พวกเขาช่วยเหลือ เกรงว่าลำพังพวกเขาคงไม่อาจแก้แค้นได้โดยสิ้นเชิง บัดนี้ได้แก้แค้นให้บุตรีแล้ว ต่อให้อีกฝ่ายไม่ต้องการคำขอบคุณของเขา เขาก็หวังว่าจะได้รู้ว่าคนที่ช่วยเขาแก้แค้นเป็นใคร
เว่ยเฟิงมองเขา “เรื่องเล็กน้อย ฮูหยินของข้าไม่เก็บมาใส่ใจหรอก เจ้าไม่ต้องจดจำก็ได้” พูดแล้วก็หมุนกายจากไปพร้อมกู่โม่
อีกด้านหนึ่ง พวกตู้ฝานที่มองอยู่หน้าเรือนเห็นพวกเขากลับมาแล้วก็ยิ้มออกมา พวกเขาสนทนากันพร้อมรอยยิ้มพลางเข้าไปข้างใน ก่อนปิดประตูลงบดบังสายตาจากข้างนอก
เห็นดังนั้นแล้ว ชายวัยกลางคนพลันถอนสายตากลับมา แล้วให้ข้ารับใช้ส่งคนไปลาดตระเวนตอนกลางคืน จากนั้นเดินนำบุตรชายสองคนเดินเข้าไปในเรือน
ภายในเรือน บิดาบุตรสามคนนั่งหันหน้าเข้าหากัน ทว่าเงียบเชียบไม่พูดจา เนิ่นนานให้หลังชายหนุ่มคนหนึ่งจึงถามขึ้นว่า “ท่านพ่อ ท่านว่าพวกเขาเป็นใครกัน ฮูหยินคนนั้นเป็นใคร ข้าเคยเห็นผู้แข็งแกร่งมามาก แต่ไม่เคยเห็นพวกเขามาก่อนเลย”
………. (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ตอนที่ 3645 ย้อนคืนถิ่นเก่า
ชายวัยกลางคนครุ่นคิด ผ่านไปนานทีเดียวถึงกล่าวว่า “สองวันนี้มองดูพวกเขา กลับทำให้ข้านึกถึงคนคนหนึ่ง”
“ใครหรือ” บุตรชายสองคนถามขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ภูตหมอเฟิ่งจิ่ว” ชายวัยกลางคนเอ่ยชื่อนี้ออกมา แววตาทอเป็นประกาย จากมุมมองของเขานั้น สตรีชุดแดงคนนั้นเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะเป็นภูตหมอเฟิ่งจิ่ว
การต่อสู้ของภูตหมอเฟิ่งจิ่วกับประมุขเทียมฟ้า ไปจนถึงประมุขบัวดำในวันนี้แทบจะไม่มีใครไม่รับรู้ และหากมองไปทั่วใต้หล้า ผู้ที่มีความสง่างามเช่นเดียวกับสตรีชุดแดงคนนั้น อาจมีเพียงภูตหมอเฟิ่งจิ่วแล้ว
แม้เขาจะไม่เคยพบนาง แต่ว่ากันว่าบุรุษสตรีผู้ติดตามภูตหมอเฟิ่งจิ่วล้วนโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าใครล้วนมีระดับพลังลึกล้ำอย่างหยั่งถึง จากการคาดเดาของเขาและคนเหล่านั้นที่พวกเขาพบก่อนหน้านี้ เหล่าบุรุษสตรีที่โดดเด่นพวกนั้นเรียกสตรีชุดแดงว่านายหญิง ยิ่งมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะเป็นภูตหมอเฟิ่งจิ่ว
ต้องรู้ว่าเดิมทีแผ่นดินผืนนี้เป็นอาณาเขตของประมุขเทียมฟ้า หลังจากประมุขเทียมฟ้าตายไป ประมุขบัวดำก็วิญญาณแตกสลาย แม้ที่นี่จะไม่มีประมุขคนอื่นมารับช่วงต่อ แต่ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่าแผ่นดินผืนนี้เป็นสถานที่ของภูตหมอเฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
ตอนนี้พวกเขาไม่ได้รับช่วงต่อ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหลังจากนี้จะไม่รับช่วงต่อและกลายเป็นประมุขของที่นี่ แต่หากประมุขจากแผ่นดินอื่นคิดจู่โจมแผ่นดินนี้ เช่นนั้นก็เท่ากับว่าเป็นศัตรูกับพวกเฟิ่งจิ่วแล้ว
ดูจากสถานการณ์นี้ ชัดเจนแล้วว่าไม่มีประมุขคนไหนยอมเป็นศัตรูกับพวกภูตหมอเฟิ่งจิ่วเพื่อแผ่นดินผืนนี้ นั่นหมายความว่าไม่ช้าก็เร็วตำแหน่งประมุขของที่นี่ย่อมตกเป็นภูตหมอเฟิ่งจิ่ว
“ภะ…ภูตหมอเฟิ่งจิ่ว? ภูตหมอเฟิ่งจิ่วคนที่ต่อสู้กับประมุขบัวดำหรือ” บุตรชายสองคนเอ่ยขึ้นเสียงเบา ตื่นตกใจเพราะการคาดเดาของบิดา
ด้านนี้บิดาบุตรสามคนกำลังคาดเดาฐานะของพวกเฟิ่งจิ่ว ส่วนอีกด้านหนึ่ง พวกเฟิ่งจิ่วบางคนกำลังพักผ่อน บางคนสนทนากัน อีกทั้งมีคนกำลังฝึกบำเพ็ญด้วย ยามค่ำคืนค่อยๆ ผ่านพ้นไป จนกระทั่งเช้าวันใหม่มาเยือน
ฟ้าเพิ่งสว่างไม่ทันไร พวกเฟิ่งจิ่วก็ออกเดินทางอย่างเงียบเชียบแล้ว พวกชาวบ้านไม่มีใครรู้ แต่คนของตระกูลชายวัยกลางคนกลับรับรู้ได้ ทว่าพวกเขาไม่ได้แสดงตัวและไม่ได้ไปส่งพวกเขาเช่นกัน เพียงมองส่งพวกเขาจากไปผ่านหน้าต่างเท่านั้น…
หลังจากนั้นหลายวัน พวกเฟิ่งจิ่วมาถึงกลางเขาฟ้าอรุณ เมื่ออยู่ข้างหน้าเขาฟ้าอรุณ เฟิ่งจิ่วเก็บรถลากกวางวิญญาณทองม่วงเข้าไปในห้วงมิติ แล้วพากันเดินเท้าเข้าไปในป่าแทน
นางนำทางพวกเขาไปยังถ้ำน้ำตกที่นางกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อพบในตอนนั้น พวกเขาเคลื่อนไหวในป่าราวกับลมกรด ไม่ได้ทำให้คนจากตระกูลเร้นกายในเขาฟ้าอรุณพวกนั้นตื่นตกใจ
หลังจากสัตว์ร้ายในป่าซึ่งตลบอบอวลไปด้วยอันตรายสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพวกเขา พวกมันก็พากันวิ่งหนีไปไกลและไม่กล้าเข้ามาใกล้ ทำให้พวกเขาลดปัญหาไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
เมื่อมาถึงน้ำตก เฟิ่งจิ่วกล่าวกับทุกคนข้างหลังว่า “คืนนี้พักผ่อนที่นี่ก่อน เตรียมตัวหน่อย ก่อกองไฟขจัดปราณหยินในเวลากลางคืนด้วย”
เฟิ่งจิ่วมองน้ำตก อดคิดถึงครั้งนั้นที่มาพร้อมกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อไม่ได้ บัดนี้นางมาที่นี่อีกครั้ง ทว่าเขากลับหมดสติไม่ฟื้น
ย้อนคืนถิ่นเก่า ทว่าไร้คนคุ้นเคย หัวใจนางเปลี่ยนเป็นหนักอึ้งอย่างห้ามไม่อยู่ นางเดินไปทางสายน้ำ มาถึงสถานที่ซึ่งกระแสน้ำค่อนข้างตื้น ก่อนจะวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าเล็กน้อย
“นายหญิง น้ำพุที่นี่เย็นนัก ระวังจะไม่สบาย”
……….