เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3648 พบสัตว์เทวะอีกแล้ว / ตอนที่ 3649 ป่าที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง
- Home
- เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
- ตอนที่ 3648 พบสัตว์เทวะอีกแล้ว / ตอนที่ 3649 ป่าที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง
ตอนที่ 3648 พบสัตว์เทวะอีกแล้ว
“เช่นนั้นก็ไม่ต้องเก็บไป ผ่านทางนั้นไปแล้วยังกลัวว่าจะไม่มีเนื้อกินอีกหรือ” เว่ยเฟิงยิ้มออกมา จากนั้นส่องไฟลงบนพื้น กล่าวกับเฟิ่งจิ่วว่า “นายหญิง ระวังหน่อย อย่าเหยียบเลือดบนพื้นเข้า”
“อืม” เฟิ่งจิ่วตอบ จากนั้นก้าวเท้าเดินต่อไปข้างหน้าพร้อมกับพวกเขา
พอมาถึงสถานที่ซึ่งนางกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อมาถึงในวันนั้น เฟิ่งจิ่วก็พูดกับพวกเขาว่า “พวกเจ้าถอยไปหน่อย ข้าจะเปิดประตูบานนี้”
เห็นดังนั้นแล้ว ทุกคนพลันถอยหลัง พลางมองผนังที่เหมือนกับถูกลวงตาไว้ด้วยความประหลาดใจ พวกเขาเห็นนายหญิงหยิบกระจกอันหนึ่งวางลงบนพื้น ทันทีที่กระจกวางลงไป แสงสว่างสายหนึ่งก็ส่องออกมาจากทิศไหนก็ไม่อาจทราบ กลายเป็นค่ายกลบนพื้นและผนังอย่างรวดเร็ว…
พอผนังลวงตาตรงหน้าพวกเขาถูกเปิดออก ทุกคนต่างก็มองด้วยความตกตะลึง ด้วยคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีถ้ำอื่นเช่นนี้อยู่จริงๆ หากไม่ใช่เพราะนายหญิงพาพวกเขามา พวกเขาคงไม่อาจผ่านที่นี่ไปได้!
“ไปเถอะ!”
เฟิ่งจิ่วเอ่ยขึ้น หลังพวกเขาเข้าไปแล้ว นางจึงค่อยหยิบกระจกบนพื้นขึ้นมาก่อนเดินไปข้างหน้า จากนั้นผนังลวงตาที่ถูกเปิดออกพลันค่อยๆ ปิดลง กั้นทุกอย่างระหว่างสองฝั่งเอาไว้
“กรร!”
“โฮก!”
อาจเป็นเพราะรับรู้ว่ามีกลิ่นอายไม่คุ้นเคยมาเยือนสถานที่ของพวกมัน สัตว์เทวะสองตัวที่ซุ่มซ่อนอยู่ในถ้ำบริเวณปลายถ้ำแห่งนี้จึงส่งเสียงขู่คำรามอย่างคุกคาม ท่ามกลางความมืดมิดนั้น สัตว์เทวะสองตัว ดวงตาสี่ข้างสาดประกายเยือกเย็นกระหายเลือด พวกมันจ้องมองเงาคนที่ค่อยๆ เข้ามาใกล้ ไปจนถึงเปลวไฟที่สว่างขึ้นอย่างเชื่องช้าอยู่ในถ้ำ
เมื่อสัตว์เทวะสองตัวมองเห็นพวกหลัวอวี่และตู้ฝานที่เดินอยู่ข้างหน้า พวกมันพลันหมอบลงแล้วกระโจนตัวเข้าใส่พร้อมกับแยกเขี้ยวแหลมคม ทว่าทันใดนั้นเองที่เงาร่างสีแดงที่ได้รับการคุ้มครองอยู่ตรงกลางพลันสะท้อนเข้าสู่สายตาของสัตว์เทวะทั้งสอง ทำเอาพวกมันที่มีท่าทางดุร้ายนั้นหวาดกลัวจนตัวสั่นราวกับหนูเจอแมวในทันที
“กรร!”
“กรร!”
เสียงคำรามสองสายยังคงดังขึ้น ทว่ากลับฟังดูอ่อนกำลังลงมากแล้ว ไร้ซึ่งความน่ากลัว สัตว์เทวะสองตัวถอยหลังไปทีละก้าวพลางมองเฟิ่งจิ่วที่เดินมาอย่างช้าๆ ด้วยความหวาดกลัวปนระแวง
พวกมันจำกลิ่นอายของมนุษย์คนนี้ได้ ถึงขั้นไม่กล้าหมุนกายหันหลังให้กับพวกเฟิ่งจิ่ว เพียงถอยหลังอย่างต่อเนื่อง กลัวว่าพวกเฟิ่งจิ่วจะลงมือโดยที่พวกมันไม่ทันระวัง
“โอ้? นายหญิง สัตว์ร้ายสองตัวนี้ไม่ใช่ว่าจำท่านได้หรอกหรือ”
หลัวอวี่มองสัตว์ร้ายสองตัวนั้นด้วยความประหลาดใจ ฝ่ายพวกเขาเดินหน้าไปก้าวหนึ่ง สัตว์ร้ายสองตัวนั้นก็ถอยหลังไปสามก้าว ไม่กล้าหมุนกายหนีไปโดยสิ้นเชิง ทำได้เพียงหวาดระแวงพวกเขา เห็นพวกมันจ้องมองนายหญิงไม่วางตา ชัดเจนว่ามันจำนายหญิงของพวกเขาได้
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองอย่างเย็นชา “ครั้งก่อนข้ากับโม่เจ๋อมาที่นี่แล้ว สัตว์เทวะสองตัวนั้นโชคดีหนีจากพวกข้าไปได้”
“ที่แท้เป็นก็เช่นนี้ มิน่าเล่าพวกมันถึงดูกลัวท่านนัก” หลัวอวี่แย้มยิ้ม “นายหญิง สัตว์ร้ายระดับสัตว์เทวะทางนี้ไม่น้อยจริงๆ พวกเราเดินมาสักพักก็พบถึงสามตัวแล้ว”
เห็นสัตว์เทวะสองตัวนั้นไม่จู่โจมพวกเขา หลัวอวี่และตู้ฝานที่เดินอยู่ข้างหน้าจึงไม่ได้ลงมือเช่นกัน แค่จ้องมองสัตว์เทวะสองตัวนั้น ตู้ฝานใช้พัดโบกลมเบาๆ กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “สัตว์ร้ายในระดับสัตว์เทวะพูดภาษาคนได้แล้ว นายหญิง ท่านว่าพวกเราถามทางกับสัตว์เทวะสองตัวนี้ได้หรือไม่”
……….
ตอนที่ 3649 ป่าที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อได้ยินคำนี้ สัตว์เทวะสองตัวนี้พลันสบตากัน ไม่เชื่อว่าพวกเขาจะแค่อยากถามทางหรืออะไร ไม่แน่ว่าหากถูกจับได้แล้วแม้แต่ชีวิตก็ไม่เหลือหลอ คิดถึงตรงนี้แล้ว พวกมันไม่สนใจอะไรอย่างอื่นอีก หลังจากถอยหลังไปหลายหมี่อย่างรวดเร็วแล้ว ก็รีบหมุนกายหนีไปทันที
เห็นภาพนี้แล้ว ทุกคนพลันงงงัน สัตว์เทวะสองตัวนี้กลัวขนาดนี้เลยหรือ ตอนนายหญิงกับเจ้าตำหนักมาเมื่อครั้งก่อนทำอะไรกับพวกมันไว้กันแน่? ถึงทำให้พวกมันเกิดเงาดำใจจิตใจได้ถึงเพียงนี้
พวกเขาเดินต่อไป พบว่าถ้ำนี้คดเคี้ยว ถ้ำข้างในก็มีอยู่ไม่น้อย แถมท่ามกลางถ้ำนี้เหมือนจะซ่อนกลิ่นอายสัตว์ร้ายเอาไว้ด้วย เพียงแต่ไม่มีสัตว์ร้ายกล้าโผล่ออกมา
ครั้นพวกเขาเดินออกไปข้างนอก สิ่งที่สะท้อนสู่สายตาคือป่าสุดลูกหูลูกตา ป่าดิบชื้นเต็มไปด้วยใบไม้เขียวขจีและวัชพืช ท่ามกลางกิ่งก้าน งูพิษโผล่ออกมาให้เห็นทุกหนทุกแห่ง พวกมันแลบลิ้นพลางส่งเสียงฟ่อๆ
“ทางนี้มีความชื้นมากกว่าที่พวกเรามาก่อนหน้านี้ แถมยังมีแมลงพิษอีกมากมาย” เว่ยเฟิงกล่าว พลางใช้กระบี่ในมือตัดหญ้ารกรอบข้าง ป้องกันไม่ให้หญ้าเหล่านั้นข่วนโดนเฟิ่งจิ่วเข้า
“หาที่พักผ่อนก่อน แล้วค่อยดูว่าที่นี่คือที่ไหน” เหลิ่งหวากล่าว ให้ทุกคนเดินไปข้างหน้าก่อน หลังจากพบสถานที่พักที่ค่อนข้างราบเรียบและไม่มีหญ้ารกมากแล้วจึงค่อยวางแผนอีกที
“นายหญิง ท่านระวังหน่อย” ฉินซินและไป๋ชิงเฉิงติดตามอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่ว คอยให้นางเดินอย่างระมัดระวัง เพราะหนทางนั้นไม่ราบเรียบ กรวดหินก็มีอยู่ไม่น้อย
“อืม” เฟิ่งจิ่วตอบ จากนั้นก้าวเท้าเดินต่อไปข้างหน้า
ตอนทุกคนมาถึงพื้นทราย รอบข้างค่อนข้างโล่งกว้าง คราวนี้พวกเขาจึงสามารถพักเท้าได้แล้ว ตู้ฝาน เว่ยเฟิง และหลัวอวี่เหาะขึ้นท้องฟ้า คิดมองดูว่าพวกเขาอยู่ห่างจากป่าแค่ไหน ใครเล่าจะรู้ว่าตอนพวกเขาเหาะขึ้นไปและเห็นป่าที่ไร้ขอบเขตโดยรอบ ก็ทำให้พวกเขาอดงุนงงไม่ได้
“พวกเราอยู่ในป่าลึกหรือนี่ ไม่เห็นเลยว่าทางไหนคือทางออก” หลัวอวี่พูดอย่างทำอะไรไม่ถูก ทั้งสี่ทิศล้วนเป็นต้นไม้ใหญ่เทียมฟ้า ทอดสายตามองไปหากไม่ใช่ป่าก็เป็นต้นไม้ ไม่รู้ว่าทางไหนคือทางออกโดยสิ้นเชิง
ตู้ฝานขยับพัดในมือ ทันใดนั้นพลันเก็บพัด ชี้ไปยังทิศทางหนึ่งแล้วกล่าวว่า “พวกเจ้าว่าทางนั้นคืออะไร”
เว่ยเฟิงกับหลัวอวี่มองทิศทางที่เขาชี้ เห็นเพียงทางนั้นมืดมนไปหมด ดูเหมือนนก ทว่าห่างจากที่นี่ไกลอยู่บ้าง จึงมองไม่ค่อยชัดเจน
“น่าจะเป็นนกกระมัง!”
“แต่นกเหมือนจะตัวใหญ่อยู่นะ…”
“แย่แล้ว! มันมุ่งหน้ามาทางพวกเรา!”
หลัวอวี่กล่าว รีบดึงสองคนกระโดดลงไปข้างล่าง ทว่าชั่วขณะเดียวนี้ ฝูงนกที่ดูเหมือนอยู่ไกลโพ้นกลับมาถึงตรงหน้าแล้ว ความมืดมิดผืนหนึ่งจู่โจมใส่พวกเขาทั้งสามคน
“หาที่หลบเร็ว!” เว่ยเฟิงตะโกนบอกพวกเฟิ่งจิ่ว ด้วยกังวลว่าพวกเขาจะพานกพวกนั้นจู่โจมพวกนายหญิงข้างล่าง จึงไม่กล้ากลับไป เพียงกระโดดไปอีกทิศทางหนึ่ง
“ชิ่วๆ! อ้าก!”
เสียงลมพัดกรรโชกแรงดังออกมาจากปากของนกดำยักษ์พวกนั้น พวกมันดูไม่คล้ายมนุษย์และก็ไม่คล้ายนก ทั้งยังมีกลิ่นอายประหลาดกระหายเลือดอีกด้วย
ทุกที่ที่นกดำยักษ์เหล่านั้นบินผ่าน ต้นไม้สูงชะลูดที่เขียวชอุ่มก็กลับกลายเป็นเหมือนกับต้นไม้ที่ตายแล้ว ไม่เหลือใบไม้แม้แต่ใบเดียว…
เมื่อเห็นความหายนะที่เกิดจากฝูงนก เฟิงจิ่วพลันหรี่ตาลงเล็กน้อย เสื้อผ้าของนางปลิวไสว ก่อนที่กลุ่มเปลวไฟจะพลุ่งพล่านออกมาอย่างรวดเร็ว
……….