เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3662 พบกันอีกแล้ว / ตอนที่ 3663 ถามหน่อย
ตอนที่ 3662 พบกันอีกแล้ว
“กลับไปให้หมด! หาตัวคนไม่ซื่อสัตย์!”
ฟังดังนั้นแล้ว ทุกคนต่างก็ชะงักไป ในใจอดสั่นสะท้านไม่ได้ ผู้นำตระกูลของพวกเขา…
“อ้าก!”
เสียงร้องน่าเวทนาสายหนึ่งดังออกมาจากในค่ายกลลวงเก้าบทเพลง ทำเอาหัวใจของทุกคนหนักอึ้ง แต่ไม่นานพวกเขาก็ได้ยินเสียงนั้นค่อยๆ ห่างไปจากจุดที่พวกเขาอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ สัตว์ร้ายพวกนั้นต่างก็ตามเสียงนั้นไปเช่นเดียวกัน
อีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วที่กินอิ่มแล้วกำลังนอนอยู่บนตั่งนุ่มพลางกินผลเหมาเหมยเหล่านั้นที่หลัวอวี่เก็บกลับมา รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ แถมเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายสดใหม่และสดชื่น อร่อยยิ่งนัก นางกล่าวกับฉินซินว่า “แบ่งผลเหมาเหมยพวกนี้ให้พวกเขาชิมด้วย”
“นายหญิง ท่านกินเถอะ! พวกข้าไม่กิน” ตู้ฝานยิ้มให้นาง “ผลเหมาเหมยพวกนี้พวกข้ากินตอนอยู่ข้างนอกบ่อยครั้งนัก กินจนเบื่อนานแล้ว”
“นายหญิง ข้ายังไม่เบื่อ ท่านเหลือไว้ให้ข้าหน่อยเถอะ!” เว่ยเฟิงแย้มยิ้ม จากนั้นเหลือบมองตู้ฝานครั้งหนึ่ง แล้วมองหลัวอวี่พร้อมยิ้มกล่าว “อย่างไรเสียก็เป็นผลเหมาเหมยที่หลัวอวี่เก็บมา ต้องชิมสักหน่อย”
“อืม ชิมกันเถอะ หวานทีเดียว” เฟิ่งจิ่วพูดพลางยิ้ม ให้ฉินซินแบ่งผลเหมาเหมยให้พวกเขาจำนวนหนึ่ง ตอนได้ยินเสียงสัตว์ร้ายคำรามมาจากที่ไกลๆ นางก็อดแปลกใจไม่ได้
“แปลก ไยจึงยังมีเสียงคำรามของสัตว์ร้ายอีก ไม่ใช่ว่าคนพวกนั้นก่อนหน้านี้ไปแหย่สัตว์ร้ายเพิ่มอีกหรอกนะ”
“สัตว์ร้ายพวกนั้นไปจากที่นี่แล้ว คาดว่าน่าจะจับจ้องคนพวกนั้นต่อ”
“อืม พวกเขามีกันอยู่หลายสิบคน แต่หากถูกสัตว์ร้ายพวกนั้นจับจ้อง เกรงว่าคงจะรอดได้ยากแล้ว”
ทุกคนดื่มสุราไปพลาง สนทนากันไปพลาง รอบข้างมืดสนิท มองไม่เห็นอะไร แต่กลับได้ยินเสียงการต่อสู้และเสียงสัตว์ร้ายดังมารางๆ
พวกเขาไม่ได้ให้ความสนใจอย่างสิ้นเชิง เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าผ่านไปครู่หนึ่งแล้ว เงาร่างเปื้อนเลือดสองสายจะพุ่งเข้ามาในสถานที่ซึ่งเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันของพวกเขา และเพราะพวกเขาเข้ามาที่นี่ พวกสัตว์ร้ายที่ไล่ตามมาติดๆ พวกนั้นจึงทำได้แต่จ้องมองพวกเขา ปากครางเสียงต่ำ คล้ายไม่ยินยอมจะจากไป ทว่าหลังจากเห็นคนบนเรือเหาะแล้วก็จำต้องหมุนกายจากไป
“เอ๋? มีเพียงสองคนหรือ แถมยังรู้จักวิ่งมาหาพวกเราเสียด้วย” เว่ยเฟิงมองสองคนที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นด้วยความแปลกใจ บนตัวพวกเขาเต็มไปด้วยเลือด จึงมองสีสันดั้งเดิมของเสื้อผ้าพวกเขาไม่ออก กระนั้นสีหน้าของชายวัยกลางคนคนนั้นกลับสะท้อนสู่สายตาของทุกคน
“นายหญิง เป็นผู้นำตระกูลมู่” เหลิ่งหวาเอ่ยเสียงนุ่ม
เฟิ่งจิ่วยังไม่ได้พูดอะไร ตู้ฝานที่อยู่ข้างๆ พลันหัวเราะขึ้นเสียงหนึ่ง “เมื่อครู่ว่าอย่างไรนะ ดูสิ เป็นจริงดังคำพูดเช่นนี้เชียว”
“ท่าทางจะบาดเจ็บไม่น้อย ตอนนี้นั่งไม่ไหวแล้ว” เหลิ่งหวากล่าว สายตาทอดมองเงาร่างโงนเงนสองสาย พอกล่าวจบก็เห็นคนหนึ่งในนั้นหมดสติไป
“ฟ่านหลิน ไปดูหน่อย” เฟิ่งจิ่วกินผลเหมาเหมยพลางสั่งเสียงเบา
“ขอรับ”
ฟ่านหลินตอบรับก่อนลุกขึ้นและเดินลงไป เมื่อมาถึงข้างกายสองคนนั้น ก็เห็นผู้นำตระกูลมู่กำลังยัดโอสถใส่ปากบุรุษที่หมดสติไปแล้ว ทั้งยังช่วยพันแผลให้เขาอีกด้วย ส่วนแผลของตนเองนั้นกลับมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด ท่าทางจะได้รับบาดเจ็บหนักเช่นเดียวกัน แต่เขากลับไม่สนใจเลยแม้สักนิด
“ผู้นำตระกูลมู่ พบกันอีกแล้ว” ฟ่านหลินยิ้มอย่างสง่างาม
ผู้นำตระกูลมองบุรุษผู้สง่างามตรงหน้า จากนั้นมองคนที่อยู่บนเรือเหาะ คราวนี้จึงค่อยพยักหน้าให้เขา “ขออภัย รบกวนพวกท่านอีกแล้ว” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ฟ่านหลินยิ้ม กล่าวว่า “นายหญิงของข้าให้ข้ามาดู ท่านต้องการความช่วยเหลือหรือไม่”
……….
ตอนที่ 3663 ถามหน่อย
ฟังดังนั้นแล้ว ผู้นำตระกูลมู่ก็ชะงักไป เขามองคนเหล่านั้นบนเรือเหาะ ไม่รู้ว่าคนไหนคือนายหญิงที่อีกฝ่ายพูดถึง แต่หากพวกเขายินดีช่วยเหลือในสถานการณ์เช่นนี้ เขาย่อมยินดีเป็นอย่างยิ่ง จึงกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายในทันที “เช่นนั้นข้าคนแซ่ตู้ขอกล่าวขอบคุณล่วงหน้า”
ฟ่านหลินช่วยประคองเขาไปถึงตรงกองไฟข้างเรือเหาะ เมื่อให้บุรุษที่หมดสติไปคนนั้นนอนลงข้างกองไฟแล้วจึงกล่าวว่า “ข้าจะช่วยเขาทำแผลก่อนแล้วกัน! ที่นี่มียาห้ามเลือดอยู่ขวดหนึ่ง ท่านใช้ก่อน อีกเดี๋ยวข้าจะทำแผลให้ท่านด้วย”
“ข้ามียาห้ามเลือด ไม่ต้อง…” ยังพูดไม่ทันจบก็เห็นฟ่านหลินยิ้มออกมา
“ยาของเจ้าไม่เหมือนกับของข้า”
ผู้นำตระกูลมู่อึ้งงันไปเล็กน้อย เพียงรู้สึกว่ารอยยิ้มของบุรุษคนนี้แฝงไว้ด้วยความมั่นใจในตนเอง เขาก้มหน้าลงมองขวดยาที่ถูกยัดใส่มือ สุดท้ายก็ไม่ได้บ่ายเบี่ยงอีก กล่าวขอบคุณอีกครั้ง “ขอบคุณมาก”
เขาโรยยาลงบนบาดแผลที่แขน เลือดบนแผลหยุดไหลในชั่วพริบตา ความเร็วในการห้ามเลือดทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะมองบุรุษผู้สง่างามคนนั้นอย่างเหลือเชื่อ
อีกฝ่ายช่วยทำความสะอาดบาดแผลให้กับบุตรชายเขาอย่างคล่องแคล่ว หลังจากทำความสะอาดบาดแผลที่มีเลือดไหลไม่หยุดแล้วก็โรยสมุนไพรวิญญาณห้ามเลือดตามไป ทำให้เลือดตรงบาดแผลหยุดไหลในทันทีเช่นเดียวกัน
“คุณชายเป็นนักปรุงยาหรือ”
เขาอดถามไม่ได้ บนกายบุรุษคนนี้มีกลิ่นหอมสมุนไพรจางๆ อีกทั้งจัดการบาดแผลคล่องแคล่วนัก สมุนไพรวิญญาณห้ามเลือดยิ่งได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์ หากเป็นนักปรุงยา คาดว่าระดับของเขาคงไม่ต่ำต้อย อย่างไรเสียเขาก็ยังไม่เคยเห็นสมุนไพรเทพที่ห้ามเลือดได้รวดเร็วเช่นนี้มาก่อนเลย
“อืม นับว่าใช่กระมัง!” ฟ่านหลินตอบเสียงหนึ่ง พอจัดการบาดแผลของบุรุษคนนั้นแล้ว ก็ช่วยจัดการบาดแผลบนตัวผู้นำตระกูลมู่ด้วย พลางถามว่า “พวกเจ้ามีสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร พวกข้าได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ร้ายแล้ว ไปแหย่พวกมันเข้าอีกหรือ”
เมื่อได้ฟังดังนั้น ผู้นำตระกูลมู่พลันยิ้มขื่น “พวกข้ากลับไปได้ไม่นานก็พบว่าสัตว์ร้ายล้อมจู่โจมสถานที่ที่พวกข้าพักเท้า แต่ข้าตั้งค่ายกลและเขตอาคมไว้ที่นั่น ทำให้พอมีเวลาตอบโต้…”
เขาเล่าเรื่องราวให้อีกฝ่ายฟังโดยคร่าว สุดท้ายก็ยิ้มขื่น “แต่ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าในตระกูลจะมีคนคิดทรยศ เขาถือโอกาสตอนที่ควันหนามองอะไรไม่เห็น ผลักบุตรชายข้าเข้าไปข้างในค่ายกลลวงเก้าบทเพลง ข้าอยากไปช่วยเขา กระนั้นกลับถูกผลักออกไปไม่ต่างกัน เพื่อเอาชีวิตรอดจึงทำได้เพียงพาบุตรชายหนีมาทางนี้ สัตว์ร้ายพวกนั้นไม่กล้าเข้าใกล้ที่นี่ดังที่คาดไว้”
เดิมเขาคิดอยากเสี่ยงโชค คิดไม่ถึงเลยว่าจะรอดตายเพราะเหตุนี้จริงๆ หากไม่ใช่เพราะพวกเขาทางนั้นอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เกรงว่าคงไม่ใช่เพียงได้รับบาดเจ็บ อาจจะต้องสูญสิ้นชีวิตไปด้วย
ฟ่านหลินฟังแล้วก็ยิ้มขึ้น “ข้าว่าคนคนนั้นน่าจะอยากผลักเจ้า ไม่ใช่บุตรชายเจ้า”
ผู้นำตระกูลพลันชะงัก มองรอยยิ้มบนใบหน้าของอีกฝ่าย อดคิดหนักอยู่ครู่หนึ่งไม่ได้ เมื่อเขาพูดเช่นนี้ และตนเองลองคิดดูอย่างละเอียดแล้วก็หนักใจขึ้นมาทันที
ใช่แล้ว คนที่คนคนนั้นอยากผลักน่าจะเป็นเขา คิดอยากจะทำร้ายเขา ทว่าท่ามกลางควันหนากลุ่มนั้น เขาและบุตรชายยืนอยู่ข้างกันจึงทำให้ยากจะแยกแยะได้ หากคนที่ฝ่ายนั้นต้องการทำร้ายเป็นบุตรชายเขาของเขาจริง คงไม่ลงมืออีกครั้งหลังจากที่ได้ยินเสียงของเขาแน่
เพียงแต่เป็นใครกันที่อยากทำร้ายเขา? เหตุใดต้องทำร้ายเขาด้วย? บัดนี้พวกเขาทั้งสองหนีออกมาได้แล้ว ทว่าคนในตระกูลทางนั้นจะยังอยู่ดีหรือไม่?
“จริงสิ ข้าถามหน่อย ป่านี้มีชื่อว่าอะไร อีกไกลหรือไม่กว่าจะออกไปได้” ฟ่านหลินถาม สายตาทอดมองผู้นำตระกูลมู่ที่กำลังครุ่นคิด
……….