เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3672 ออกเดินทาง / ตอนที่ 3673 โง่ใช่หรือไม่
ตอนที่ 3672 ออกเดินทาง
คนตระกูลมู่เงียบงัน ไม่มีใครพูดอะไร และไม่รู้ว่าควรพูดอะไรเช่นเดียวกัน
ฝ่ายตู้ฝานมองพวกเขาครั้งหนึ่ง ก่อนจะหมุนกายเดินขึ้นเรือเหาะไป มอบสถานที่นี้ให้กับพวกเขาจัดการ
อิ่งอีกลับมาถึงบนเรือเหาะอย่างเงียบๆ แล้วเล่าถึงพฤติกรรมของคนคนนั้นให้เหลิ่งหวาฟัง สุดท้ายทุกคนก็พยักหน้า “ดึกมากแล้ว พักผ่อนเถอะ!”
ทุกคนที่ดื่มสุราไปเล็กน้อยหลับสนิทมากในคืนนี้ กอปรกับมีเขตอาคมคุ้มกันเรือเหาะอยู่ พวกเขาล้วนพักผ่อนได้อย่างวางใจ จนกระทั่งเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ฉินซินกับไป๋ชิงเฉิงตื่นมาต้มโจ๊กให้ทุกคนตั้งแต่เช้า ครั้นได้กลิ่นหอมตลบอบอวลบนเรือเหาะแล้ว พวกเขาถึงค่อยทยอยตื่นกันทีละคน
“เช้านี้ต้มโจ๊กอะไรหรือ ไยหอมขนาดนี้” เว่ยเฟิงเข้ามาดมที่ข้างโต๊ะ อีกทั้งเปิดฝามองดู
ไป๋ชิงเฉิงยิ้มเล็กน้อย “ใช้ของป่าที่พวกเจ้าเก็บกลับมาเมื่อวานต้มเป็นน้ำแกงข้น แล้วใช้น้ำแกงข้นมาต้มเป็นโจ๊กอีกที ข้ากับฉินซินชิมดูแล้ว รสชาติไม่เลวเลย”
“ไม่ใช่แค่ไม่เลวนะ! ข้าได้กลิ่นก็หิวแล้ว” ตู้ฝานยิ้มพลางเดินเข้ามา พลางกล่าวว่า “มีพวกเจ้าอยู่ด้วยแล้วดีจริงๆ! พวกข้าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องอาหารการกินระหว่างทางเลย”
สองคนฟังแล้วอดยิ้มไม่ได้ “พวกเจ้านั่งลงกินเถอะ! ข้าจะเก็บของนายหญิงไว้ข้างใน”
ทุกคนฟังจบก็นั่งลงกินทันที หลังจากกินอิ่มแล้ว ตู้ฝานมองไปทางเหลิ่งหวา “จะว่าไปออกมาที่นี่ได้ครึ่งเดือนแล้ว วันนี้ท้องฟ้าสดใส พวกเราน่าจะต้องออกเดินทางอีกครั้งแล้วกระมัง”
เหลิ่งหวามองทุกคนในตระกูลมู่ที่อยู่ข้างล่าง “พวกเราออกเดินทางอีกครั้งได้ทุกเมื่อ”
ตู้ฝานมองข้างล่าง กางพัดพับในมือเสียงดังพรึบ จากนั้นพัดเบาๆ พลางยิ้ม “ข้าจะลงไปบอกกล่าวพวกเขาหน่อย” จากนั้นเขาก็เดินลงไปข้างล่าง
ผู้นำตระกูลมู่เห็นตู้ฝานลงมาแล้วพลันยืนขึ้น ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปาก ก็ได้ยินเสียงอีกฝ่ายดังขึ้นแล้ว
“พวกข้าจะไปแล้ว พวกท่านก็รีบไปเถอะ! บริเวณนี้มีสัตว์เทวะค่อนข้างเยอะ ออกจากตรงนี้ไปแล้ว ต่อให้พบสัตว์ร้ายก็ไม่มีทางพบสัตว์ร้ายระดับสัตว์เทวะอีก”
เมื่อฟังจบ ผู้นำตระกูลมู่พยักหน้า “พวกข้าก็จะออกเดินทางแล้วเช่นกัน เพียงแต่…” เขาลังเลเล็กน้อย มองตู้ฝาน ไม่รู้ว่าควรพูดหรือไม่
“ผู้นำตระกูลมู่ยังมีอะไรอยากพูดหรือ” ตู้ฝานเลิกคิ้วถาม
“ทุกท่านช่วยเหลือพวกข้า แต่พวกข้ากลับไม่รู้จะเรียกพวกท่านอย่างไร ไม่ทราบว่านายหญิงของพวกท่านมีนามว่าอะไรหรือ พวกข้าคนตระกูลมู่จะได้จดจำไว้ว่าผู้มีพระคุณเป็นใคร” ผู้นำตระกุลมู่กล่าว
ตู้ฝานฟังดังนั้น ก็ยิ้มพลางขยับพัดในมือพร้อมพูดว่า “นายหญิงของข้ามีแซ่หลังแต่งงานว่าเซวียนหยวน เจ้าเรียกนางว่าฮูหยินเซวียนหยวนก็ได้”
“ฮูหยินเซวียนหยวน?” ผู้นำตระกูลมู่ประหลาดใจเล็กน้อย กระนั้นยังคงพยักหน้า “ขอบคุณมาก ข้าคนแซ่มู่จะจำไว้” เขาพูดกับตู้ฝานอีกหลายคำ อีกทั้งบอกว่าหากวันหน้าไปที่ตระกูลมู่ของพวกเขา พวกเขาจะต้อนรับทุกคนด้วยความยินดียิ่ง
“ลาก่อน” ตู้ฝานยิ้ม จากนั้นหมุนกายกลับไปบนเรือเหาะ ไม่นานนักเรือเหาะก็ค่อยๆ หายลับไปจากสายตาของคนตระกูลมู่
เห็นพวกเขาไปแล้ว ผู้นำตระกูลมู่บอกกับทุกคนว่า “พวกเราก็ออกเดินทางเถอะ! พยายามออกจากบริเวณนี้ก่อนฟ้ามืดในวันนี้”
“ขอรับ!” ทุกคนตอบรับเสียงหนึ่ง บางคนประคองคนที่ได้รับบาดเจ็บ และมีคนแบกคนที่ไม่สามารถเดินได้ด้วย คนกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าไปยังค่ายกลเคลื่อนย้ายของตระกูลพวกเขา…
ช่วงเย็นหลังจากนั้นสองสามวัน เรือเหาะของเฟิ่งจิ่วลอยอยู่บนท้องฟ้าเหนือป่า ครั้นหาที่พักผ่อน เสียงของธนูคมกริบก็พุ่งมาทางเรือเหาะแล้ว
……….
ตอนที่ 3673 โง่ใช่หรือไม่ (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“เอ๋?”
เว่ยเฟิงมองธนูคมที่พุ่งมาพร้อมเปลวไฟ ขณะที่ส่งเสียงก็มีความประหลาดใจฉายชัดบนใบหน้า
ธนูคมพร้อมเปลวไฟดอกนั้นพุ่งมาแล้วกลับถูกดีดกลับไปหลังจากสัมผัสกับเขตอาคมนอกเรือเหาะ กระนั้นก็มีธนูอีกหลายดอกพุ่งมาอีกไม่น้อยไม่ต่างจากสายฝน
“คนพวกนั้นข้างล่างโง่ใช่หรือไม่” หลัวอวี่นั่งกอดอกอยู่ตรงริมเรือเหาะ มองคนที่ยิงธนูอยู่ข้างล่างนั้น บนใบหน้าปรากฏความแปลกใจ
“สมองน่าจะผิดปกติอยู่บ้าง”
ฟ่านหลินหัวเราะ มองภาพข้างล่างเช่นเดียวกัน คนธรรมดาที่ไหนจะลงมือกับเรือเหาะลำยักษ์ของพวกเขากัน แถมเห็นลูกธนูถูกดีดกลับแล้วก็ยังไม่หยุดมือ กลับเพิ่มแรงจู่โจมขึ้นไปอีก
“ใบไม้บดบังมองเห็นไม่ชัด แต่มองเห็นเงาคนได้รางๆ ไม่เหมือนทหารนะ” ตู้ฝานขยับพัดพลางมองข้างล่างคราหนึ่ง
ไม่มีใครขัดขวางการจู่โจมของคนพวกนั้น เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว ภาพนี้ก็เหมือนกับเด็กปาไข่ไก่ใส่ก้อนหิน ทำร้ายพวกเขาไม่ได้ คนที่จะเจ็บมีแต่พวกเขาเองเท่านั้น
“พวกเจ้าดูทางนั้น ตรงนั้นมีที่ว่างขนาดใหญ่ผืนหนึ่ง พวกเราไปพักตรงนั้นกันเถอะ!” ฮุยหลางชี้พื้นดินราบเรียบข้างหน้าประมาณพันหมี่ ตรงนั้นไม่มีอะไรบดบัง เหมาะสมจะจอดเรือเหาะของพวกเขาพอดี
“ได้” ทุกคนกล่าว ก่อนจะมุ่งหน้าไปทางนั้น
ตอนพวกเขาจอดเรือเหาะ นายหญิงของพวกเขาไม่ได้ออกมาจากในตัวเรือ ฟ่านหลินมองเหลิ่งซวงและถามอย่างอดไม่ได้ “นายหญิงอยู่ข้างในทั้งวัน เจ้าต้องเข้าไปดูหน่อยหรือไม่”
เหลิ่งซวงมองเขาครั้งหนึ่ง “นายหญิงสั่งไว้ว่านางกำลังฝึกบำเพ็ญ ห้ามรบกวนนาง”
“หลายวันนี้นายหญิงใช้แรงไปไม่น้อย อาการแพ้ท้องไม่ปรากฏอีกตั้งแต่กินโอสถพวกนั้น นางจึงอยากรีบฝึกบำเพ็ญเพิ่มระดับพลัง” ไป๋ชิงเฉิงเดินเข้ามา “ไม่ต้องกังวลหรอก นายหญิงทำอะไรล้วนรู้หนักเบาดี ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์ นางยิ่งระมัดระวังเต็มที่”
ฟังวาจาของพวกนางแล้ว ฟ่านหลินพยักหน้า เพียงมองในตัวเรือครั้งหนึ่ง แล้วไม่ถามอะไรมากอีก
“ข้ากับเว่ยเฟิงจะไปดูว่ารอบๆ มีอะไรบาง ชิงเฉิง ฉินซิน พวกเจ้าเตรียมอาหารเย็น อีกเดี๋ยวพวกข้าจะกลับมา” หลัวอวี่ตะโกนบอกพวกนาง ก่อนจะเห็นฮุยหลางยืนมองรอบข้างพร้อมใบหน้าเครียดเกร็ง “ฮุยหลาง เจ้าก็มาด้วยกันเถอะ!”
เจ้าหนุ่มนี่ ตั้งแต่เจ้าตำหนักหมดสติไม่ฟื้น แม้นิสัยเหม่อลอยของเขาจะทุเลาลงไปไม่น้อยแล้ว แต่ก็ยังเอาแต่ทำหน้าเครียดทั้งวัน เห็นแล้วรู้สึกเจ็บปวดแทน
เดิมทีฮุยหลางอยากปฏิเสธ ใครเล่าจะรู้ว่าเว่ยเฟิงเดินไปข้างหน้าแล้ว มือข้างหนึ่งวางลงบนไหล่เขา “ไปเถอะๆ! ถือเสียว่าเดินเล่นสักหน่อย อย่าเอาแต่ขลุกอยู่บนเรือเหาะเลย”
เห็นเขาถูกเว่ยเฟิงกับหลัวอวี่พาตัวไป ทุกคนสบตากันแล้วยิ้มขึ้น จากนั้นยุ่งอยู่กับงานของตนเอง
“ข้าจะไปเก็บฟืนกลับมาเตรียมก่อกองไฟ” กู่โม่กล่าวแล้วเดินลงจากเรือเหาะ
เห็นพวกเขาล้วนลงไปแล้ว พวกเหลิ่งหวาจึงเฝ้าอยู่รอบๆ เรือเหาะ รอพวกเขากลับมา
ยิ่งท้องฟ้าเริ่มมืดลง ในป่าที่ห่างจากเรือเหาะไม่ไกล ใบไม้เริ่มขยับไหวแม้ไม่มีลม ส่งเสียงซอกแซก คล้ายกับมีเงาคนเข้าใกล้เรือเหาะรางๆ
เมื่อวนเวียนอยู่รอบๆ รอบหนึ่งแล้ว หลัวอวี่กับเว่ยเฟิง ไปจนถึงฮุยหลางสามคนจับเหยื่อกลับมาทำเป็นอาหารได้แล้วก็เห็นคนนับร้อยเข้าใกล้เรือเหาะอย่างช้าๆ แถมยังเห็นคนพวกนั้นเปลือยท่อนบน บนร่างกายห่อหุ้มไว้ด้วยหนังสัตว์อย่างเรียบง่าย นอกจากนี้ยังชโลมโคลนเต็มตัว บนศีรษะยังมีขนของนกบางชนิดเสียบเอาไว้ด้วย บนใบหน้ายิ่งวาดลวดลายคล้ายกับแมวตัวหนึ่ง
……….