เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3684 ลึกล้ำยากหยั่งคาด / ตอนที่ 3685 ต่อว่าต่อขาน
ตอนที่ 3684 ลึกล้ำยากหยั่งคาด
หลงจู๊ที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะต้อนรับตลอดเวลาเห็นป้ายหยกนั้นแล้วก็เข่าอ่อน อดมองชายวัยกลางคนคนนั้นไม่ได้ จากนั้นรีบกล่าวกับตู้ฝานว่า “คุณชาย นี่คือป้ายรบ ใช้สำหรับท้ารบ”
“โอ้? ป้ายรบ?” ตู้ฝานมองป้ายนั้นด้วยความประหลาดใจ ก่อนมองชายวัยกลางคนคนนั้น เขาเลิกคิ้วและหรี่ตาพลางกล่าวว่า “เจ้าคิดท้ารบกับข้าหรือ”
“ถูกต้อง!” ชายวัยกลางคนใช้มือไพล่หลัง บนใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตนเอง
“ฮ่าๆ แต่ข้าไม่มีเวลาเล่นกับเจ้า” ตู้ฝานเอ่ย สะบัดตะเกียบที่คีบป้ายหยกนั้น ใช้ป้ายนั้นจู่โจมชายวัยกลางคนคนนั้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ชายวัยกลางคนอดถอยหลังก้าวหนึ่งไม่ได้ จากนั้นรับป้ายหยกชิ้นนั้นเอาไว้
หลังกำป้ายหยกชิ้นนั้นไว้ในมือ แรงนั้นกลับทำเอาฝ่ามือเขาชาไปแถบหนึ่ง ความรู้สึกเจ็บปวดยิ่งทำให้เหงื่อเขาไหลซึมที่หน้าผาก ทว่ามือยังคงกำป้ายหยกจนแน่นไม่ปล่อยมือ ดวงตาจ้องเขม็งไปที่ตู้ฝาน
“เจ้ากล้านัก!” ศิษย์ชายสองคนที่ยืนอยู่ข้างชายวัยกลางคนตะโกนกร้าว มือหนึ่งจับกระบี่เตรียมชักออกมา
“ถอย!”
ชายวัยกลางคนตะโกนเสียงขรึม จากนั้นกวาดสายตาปรามศิษย์สองคนครั้งหนึ่ง คราวนี้ค่อยมองไปทางตู้ฝาน “ข้าน้อยโจวเฉิงสยงแห่งสำนักเซียนนภาพิสุทธิ์ ท่านไม่กล้าบอกแม้กระทั่งนามของตนเลยหรือ”
ตู้ฝานขยับพัดเบาๆ ยิ้มตาหยีพลางกล่าว “ไม่ใช่ไม่กล้าบอก แต่เจ้าไม่คู่ควรรู้นามของข้า”
ฟังวาจาสามหาวเช่นนี้แล้ว ชายวัยกลางคนกำหมัดแน่น หัวเราะอย่างเย็นชาเสียงหนึ่ง “ดี! ข้าคนแซ่โจวขอตัวลาก่อน วันหน้าหากมีโอกาส ต้องขอท่านชี้แนะสักคราแล้ว!”
“พวกเราไป!” เขาหมุนกายและสะบัดแขนเสื้อก่อนเดินจากไป ในใจเต็มไปด้วยโทสะคุกรุ่น ด้วยเหตุนี้ยามผ่านรถลากกวางวิญญาณทองม่วง สายตาเขากวาดมองกวางวิญญาณทองม่วงสองตัว นัยน์ดวงตาฉายแววดำมืด
การเหยียดหยามเช่นนี้ เขาโจวเฉิงสยงต้องเอาคืนอย่างแน่นอน!
“คนจากสำนักเซียนนภาพิสุทธิ์? ก็ไม่เท่าไรนี่” หลัวอวี่ส่ายหน้า ถอนสายตาและไม่ไปสนใจอีก เพียงกินกับแกล้มพร้อมรอยยิ้ม “กับแกล้มของโรงเตี๊ยมนี้ไม่เลวเลย”
“อืม ไม่เลวเลยจริงๆ” เว่ยเฟิงจิบสุราคำหนึ่ง คีบกับแกล้มเช่นเดียวกัน ชัดเจนว่าไม่ได้เห็นคนจากสำนักเซียนนภาพิสุทธิ์เหล่านั้นอยู่ในสายตา
ตู้ฝานมองพวกเขาสองคน ถามว่า “พวกเขาเล่า ไม่ลงมากินหรือ”
“ฟ่านหลินกำลังสอนฉินซิน เห็นพวกเขาสองคนยุ่งอยู่ น่าจะไม่ลงมากินแล้ว ส่วนคนอื่นๆ เหมือนจะนอนแล้ว เมื่อครู่ข้าเห็นฮุยหลางอยู่ที่ลานด้านหลัง แต่ก็ไม่เห็นเขามาเช่นกัน พวกเหลิ่งหวากับเหลิ่งซวงอยู่กับนายหญิง เย็นกว่านี้หน่อยน่าจะลงมากินกระมัง!”
เว่ยเฟิงกล่าว จากนั้นจิบสุราอีกคำหนึ่ง เขากล่าวกับเสี่ยวเอ้อร์ว่า “นำกับแกล้มมาอีกสองอย่าง ข้าวสวยด้วย มีเนื้ออะไรบ้าง จัดเนื้อมาสักจานด้วย”
“ได้เลย!” เสี่ยวเอ้อร์ตอบรับ ความกังวลแต่เดิมหดหายไปหลังจากคนสำนักเซียนพวกนั้นไปแล้ว ตอนนี้จึงหมุนกายเข้าไปในห้องครัวและจัดการตามนั้นพร้อมรอยยิ้ม
อีกด้านหนึ่ง สุดท้ายคนจากสำนักเซียนก็ไม่มีโรงเตี๊ยมพักผ่อน ทำได้เพียงพักบ้านชาวบ้าน ในเรือนพักแขก ศิษย์ทั้งหลายมองอาจารย์อาที่มีสีหน้าเคร่งขรึม อดที่จะมองหน้ากันไม่ได้
“อาจารย์อา คนพวกนั้นร้ายกาจมากใช่หรือไม่” หรือระดับพลังของคนพวกนั้นอยู่เหนือกว่าอาจารย์อาโจว ไม่เช่นนั้นเหตุใดอาจารย์อาโจวถูกเหยียดหยามแล้วกลับอดกลั้นไว้?
โจวเฉิงสยงเม้มปาก ขยับฝ่ามือที่ตอนนี้ยังคงชาหนึบ ขณะเดียวกันก็กล่าวเสียงขรึมว่า “ระดับพลังลึกล้ำยากหยั่งคาด” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
……….
ตอนที่ 3685 ต่อว่าต่อขาน
เสียงของเขาหยุดลง แววตาทอประกาย “ทว่าข้าส่งข่าวไปที่สำนักแล้ว กวางวิญญาณสองตัวนั้นคือกวางวิญญาณทองม่วงที่ล้ำค่าหายากเป็นอย่างยิ่ง เชื่อว่าหลังจากได้ข่าวแล้ว สำนักจะส่งคนมาอีก”
ฟังเช่นนั้นแล้ว ทุกคนก็ประหลาดใจเล็กน้อย อดสบตากันไม่ได้ หนึ่งในนั้นกล่าวว่า “อาจารย์อา หากกวางนั่นเป็นสัตว์ล้ำค่าหายากจริง ไยคนพวกนั้นใช้มันเทียมรถเล่า”
โจวเฉิงสยงแค่นหัวเราะเสียงเย็น “น่าจะไม่รู้จักกวางวิญญาณทองม่วง ถึงได้เห็นมันเป็นกวางวิญญาณธรรมดา ไม่เช่นนั้นใครเล่าจะใช้กวางวิญญาณทองม่วงที่ล้ำค่าและหายากปานนั้นมาเทียมรถกัน”
“กวางวิญญาณทองม่วงล้ำค่ามากหรือ” ศิษย์หญิงคนหนึ่งถาม
โจวเฉิงสยงนวดฝ่ามือ พลางกล่าวว่า “สิ่งที่กวางวิญญาณทองม่วงกินคือเหรียญทองและอัญมณี คนทั่วไปเลี้ยงมันไม่ไหว ทั่วตัวเต็มไปด้วยสมบัติ แม้แต่เลือดก็เป็นยาวิเศษถอนพิษได้ และตัวกวางวิญญาณทองม่วงเองก็รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง มีแรงเยอะ แถมยังเหาะเหินได้ แม้เหมาะใช้เทียมรถมาก แต่ก็ไม่มีใครทำใจใช้กวางวิญญาณทองม่วงมาเทียมรถได้โดยสิ้นเชิง ต่อให้มีก็จะถูกเลี้ยงในระบบปิด ไหนเลยจะใช้งานเสียของเช่นพวกเขา”
“เอาล่ะ ไปพักผ่อนกันเถอะ!” เขาโบกมือให้ทุกคนแยกย้ายกันไป ส่วนตนเองเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง
กลางดึก เงาร่างสองสายบนท้องฟ้าคุมกระบี่เหาะมาถึงเมืองเล็ก ตอนนี้เอง กลางเมืองเล็กที่มืดและสงบเงียบ ชายวัยกลางคนนามโจวเฉิงสยงจากสำนักนั้นกำลังคอยอยู่ในเมืองเล็ก ตอนเห็นเงาร่างสองสายมาถึง ทันใดนั้นเขาก็เข้าไปต้อนรับอย่างรวดเร็ว
“คารวะอาจารย์ อาจารย์อาต้วน” โจวเฉิงสยงคารวะต่อหน้าทั้งสองคน ไม่กล้าบังอาจ
สองคนลงจากกระบี่บิน ส่วนกระบี่บินข้างหลังตอนนี้กลายเป็นแสงสายหนึ่งแล้วหายไป หลังจากพวกเขามองเมืองเล็กแห่งนี้แล้ว ค่อยทอดสายตามองโจวเฉิงสยงคนนั้น
“เจ้าว่าพบกวางวิญญาณทองม่วงสองตัวที่เมืองนี้หรือ ไม่ได้มองผิดไปกระมัง” ชายวัยกลางคนสวมเสื้อสีเทาคนหนึ่งถามขึ้น
“อาจารย์ ศิษย์ไม่ได้มองผิด เป็นกวางวิญญาณทองม่วงจริงๆ” โจวเฉิงสยงรีบกล่าว
คนที่อยู่ข้างๆ สวมเสื้อสีขาว ท่าทางเป็นชายอายุสามสิบต้นๆ ฟังแล้วยิ้มกล่าว “เมืองเล็กๆ ห่างไกลแห่งนี้ น่าจะมีผู้ฝึกบำเพ็ญที่เข้าท่าเข้าทีอยู่ไม่กี่คน จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมีกวางวิญญาณทองม่วงปรากฏตัว เจ้าไม่ได้ตาฝาดใช่หรือไม่”
“อาจารย์อาต้วน เป็นกวางวิญญาณทองม่วงจริงๆ อีกทั้งมีอยู่ถึงสองตัว พวกท่านดูสิ อยู่ตรงนั้น” เขาชี้ไปยังหน้าประตูโรงเตี๊ยมที่อยู่ห่างจากที่นี่เล็กน้อย “รถลากกวางวิญญาณคันนั้นอยู่ข้างนอก ที่เทียมรถอยู่ก็คือกวางวิญญาณทองม่วงสองตัว”
เมื่อได้ยินดังนั้น หัวคิ้วของทั้งสองคนพลันขมวดเข้าหากัน เปลือกตาของชายชุดขาวกระตุกครั้งหนึ่ง ก่อนจะชำเลืองมองโจวเฉิงสยง แล้วพูดด้วยเสียงที่แฝงกลิ่นอายน่ากลัว “เจ้าจึงรีบส่งข่าวให้อาจารย์ของเจ้า ให้พวกข้ามาถึงที่นี่ด้วยความร้อนใจอย่างยิ่งยวด เพราะกวางวิญญาณทองม่วงสองตัวซึ่งเป็นสัตว์ของคนอื่นหรือ”
เห็นเขาคล้ายกับโมโหขึ้นมาแล้ว โจวเฉิงสยงชะงักไป จากนั้นรีบพูดว่า “อาจารย์อาต้วน คนพวกนั้นน่าจะไม่รู้จักกวางวิญญาณทองม่วง ไม่เช่นนั้นคงไม่ใช้กวางวิญญาณทองม่วงมาเทียมรถแน่ ข้าคิดว่าหากมอบกวางวิญญาณทองม่วงสองตัวนั้นให้กับสำนักได้ แน่นอนว่านั่นต้องเป็นผลงานใหญ่ ดังนั้น ดังนั้นถึงได้…”
ชายชุดขาวหรี่ตา กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “พวกเราคือสำนักเซียนนภาพิสุทธิ์ ไม่ใช่โจรภูเขา อย่าว่าแต่ยังไม่รู้ว่านั่นใช่กวางวิญญาณทองม่วงหรือไม่เลย ต่อให้ใช่ เหตุใดต้องมอบกวางวิญญาณทองม่วงของคนอื่นให้สำนักเราด้วย”
เสียงของเขาหยุดไป สายตาเกรี้ยวกราดหยุดอยู่ที่โจวเฉิงสยง จากนั้นถามเสียงขรึม “เจ้าอยากประมือภายใต้ธงของสำนักใช่หรือไม่”
……….