เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3089 :สะพานชีวิต
ตอนที่ 3089 :สะพานชีวิต
บนที่ราบรุ่งโรจน์นั้น ค่ายกลเคลื่อนย้ายภายในกลับส่องแสงขึ้นมา พลังงานเกิดการผันผวนก่อนจะมีร่างของผู้คนปรากฏขึ้นมา
มันมีคน 4 คน กลุ่มคนนี้ได้เดินทางมาจากที่ราบเมฆาและเดินทางผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายหลายครั้ง เจี้ยนเฉิน, หมิงตง, หมิงเซี่ย และหยุนเสี่ยวหยาน
หลังจากที่มาถึงที่ราบรุ่งโรจน์ ทั้งสี่คนไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว พวกเขาเร่งความเร็วมุ่งหน้าไปยังพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงโดยเร็วที่สุดที่ทำได้
เจี้ยนเฉินไม่ใช่ว่าคุ้นเคยรึไม่รู้จักที่ราบรุ่งโรจน์ เขาเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งตอนที่นำหอคอยอนัตตามาคืน แต่เขาคุ้นกับที่ตั้งของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงเป็นอย่างดี
ไม่นานทั้งสี่ก็มาถึงพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง
พระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงนั้นเป็นสีทองราวกับโดนย้อมไปด้วยทอง มันส่องแสงออกมาสะท้อนไปกับท้องฟ้าราวกับว่าแสงนี้จะครอบคลุมพื้นดินทุกที่
ด้านบนวังมีแรงกดดันมหาซาลที่แผ่ออกมาโดยรอบ ใครก็ตามที่เผชิญหน้ากับมันรจะรู้สึกราวกับเผชิญหน้ากับสวรรค์
แม้แต่ด้วยระดับการบ่มเพาะของเจี้ยนเฉิน ตอนนี้แล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง
วังตรงหน้านี้คือวัตถุเทพราชันย์ซึ่งทรงพลังไร้ขีดจำกัด ความแข็งแกร่งของมันเหนือกว่าขีดจำกัดความเข้าใจมานานแล้ว แม้แต่อัครสูงสุดของโลกเซียนก็ไม่มีสิทธิจะมาวัดพลังของวัตถุเทพราชันย์
“น้องชาย ข้าได้แต่ช่วยพาเจ้ามาที่นี่ จากนี้ไป เจ้าต้องพึ่งตัวเอง ข้าไม่อาจจะช่วยอะไรได้” หมิงตงตบไหล่เจี้ยนเฉินแล้วพูดขึ้นมา
เขาอยากจะช่วยเจี้ยนเฉิน หากเป็นไปได้เขาจะยอมแทนที่เจี้ยนเฉิน ผ่านความลำบากทั้งหมด เพราะทั้งสองเป็นพี่น้องที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงเหนียวแน่นจากความเป็นความตายที่ผ่านมา
แต่หมิงตงรู้ดีว่าไม่ว่าเขาจะทำยังไงก็ไม่อาจจะเปลี่ยนการตัดสินใจของอาจารย์ได้ เขาไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งกับการตัดสินใจของอาจารย์
ผลก็คือหมิงตงรู้สึกหมดหนทางกับการช่วยนางฟ้าเฮายู่
เจี้ยนเฉินพยักหน้าตอบรับและมองไปที่พระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงด้วยความหนักใจ
มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง เขายัจำได้ดีว่าตอนที่เขามาครั้งแรกนนั้นเป็นยังไง ข่าวเรื่องการตายของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาได้แพร่กระจายไปทั่วโลกเซียน ย้อนกลับไปตอนนั้นพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงยังมีองค์หญิงใหญ่อย่างอี้ซินคอยช่วยเหลือ ดังนั้นจึงยืนอยู่จุดสูงสุดของโลกได้เพราะความพยายามของนางเพียงลำพัง
แต่พระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงตอนนั้นไม่ใกล้เคียงกับยุคที่มีจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาอยู่เลยแม้แต่น้อย
ครั้งนี้เมื่อได้มายืนตรงหน้าพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงอีกครั้ง เขาก็รู้ถึงการกลับมาของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาแล้ว
มันมีความต่างกันอย่างมากของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงกับการที่มีจอมปราชญ์สูงสุดอยู่และไม่มีจอมปราชญ์สูงสุดอยู่
การที่เจี้ยนเฉินมายืนอยู่ตรงหน้าพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงครั้งนี้นั้นเขาหนักใจกว่าครั้งที่แล้วอย่างมาก
ยังไงซะเขาก็จะเผชิญหน้ากับจอมปราชญ์สูงสุด หนึ่งในคนระดับสูงของโลกเซียน ชัดแล้วว่าเจี้ยนเฉินรู้สึกกดดันอย่างมาก มันไม่ต่างจากการทดสอบแห่งชีวิตสำหรับเขาเลย
เมื่อยืนอยู่ตรงหน้าพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง เจี้ยนเฉินก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ จากนั้นเขาก็ป้องมือแล้วตะโกนออกมา “เจี้ยนเฉิน จากตระกูลเทียนหยวนแห่งที่ราบเมฆาขอเข้าพบจอมปราชญ์สูงสุด ! ”
เสียงของเจี้ยนเฉินดังราวกับฟ้าผ่า มิติที่นั่นถึงกับสั่นไหวเพราะคลื่นเสียงของเขา
หลังจากนั้นเจี้ยนเฉินก็ยังยืนอยู่ที่จุดเดิม รอคอยอยู่เงียบ ๆ เขารู้ว่าเสียงของเขาไม่อาจจะดังเข้าไปในพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงได้ แต่จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตารับรู้ถึงการมาของเขาอย่างแน่นอน
ผ่านไปไม่กี่วินาทีก็ไม่มีการตอบรับใด ๆ จากพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง
ผ่านไปเกือบนาที พระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงถึงมีการตอบสนองเล็กน้อย ร่างชายแก่หนวดขาวได้ปรากฏตัวออกมาเหนือแสง
“น้องชาย เขาเป็นจิตวิญญาณวัตถุของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง” เสียงของหมิงตงดังขึ้นในหัวของเจี้ยนเฉิน
จิตวิญญาณวัตถุมองไปที่เจี้ยนเฉิน สายตาเข้าดูทุ้มลึกราวกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว มันบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ยากจะรับรู้ได้ เขาพูดขึ้นมาด้วยเสียงที่ฟังดูเก่าแก่ “เจ้าคิดว่าเจ้านายข้าเป็นใคร ? เจ้าคิดว่าเจ้าจะได้พบกับเขาเพียงเพราะเจ้าต้องการรึ ? เจี้ยนเฉิน หากเจ้ายืนกรานว่าจะเข้าพบกับเจ้านายของข้าแล้ว เจ้าต้องข้ามสะพานชีวิตให้ได้”
“สะพานชีวิตอัดแน่นขึ้นมาจากกฎแห่งไฟและกฎแห่งการทำลายล้างของนายท่าน เมื่อเจ้าก้าวขึ้นไปบนสะพานนี้เจ้าต้องเผชิญหน้ากับากรทดสอบจากกฎแห่งการทำลายล้างและกฎแห่งไฟ หากเจ้าล้มเหลวระหว่างทาง งั้นวิญญาณของเจ้าก็จะโดนลบล้าง เจ้าจะหายไปจากโลกนี้โดยสมบูรณ์ไม่อาจจะกลับไปเกิดใหม่ได้”
“เมื่อเจ้าเริ่มเดินขึ้นไปบนสะพานชีวิต เจ้าจะไม่อาจะย้อนกลับได้ เจ้าจะไม่อาจจะเปลี่ยนใจได้ มันมีแค่รอดรึตายเท่านั้น เจี้ยนเฉิน เจ้าคิดจะเดินขึ้นไปบนสะพานชีวิตรึไม่ ? ”
เจี้ยนเฉินไม่ได้พูดอะไร แต่เมื่อหมิงตงที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินถึงความอันตรายของสะพานชีวิต สีหน้าเขาก็ต้องเปลี่ยนไปทันที เขาตะโกนออกมา “สะพานชีวิตอันตรายแบบนั้นได้ยังไง ? เมื่อล้มเหลว วิญญาณจะต้องเผชิญหน้ากับการลบล้างไม่อาจจะกลับมาเกิดใหม่ได้รึ ? มะ ไม่…เจ้าไม่อาจจะขึ้นไปบนสะพานชีวิตได้ อาจารย์ อาจารย์ เจี้ยนเฉินคือน้องชายของข้า เราผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ท่านทำแบบนี้กับเขาได้ยังไง ? อาจารย์ โปรดปราณีด้วยข …” หมิงตงเริ่มลนลานขึ้นมา เขายืนขวางหน้าเจี้ยนเฉินเอาไว้และคุกเข่าลงไปตรงหน้าพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง
“องค์ชายเก้า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับท่าน ท่านคงไม่อยากทำให้นานยท่านไม่พอใจหรอก” จิตวิญญาณวัตถุมองไปที่หมิงตง ก่อนจะส่ายหน้าแล้วถอนหายใจออกมา ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ได้สะบัดมือพร้อมกับมีแสงสีทองเข้าพันรอบตัวหมิงตงเอาไว้ ก่อนที่หมิงตงจะหายตัวไป เขาโดนพาตัวเข้าไปในพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง
“เจี้ยนเฉิน เจ้าเต็มใจจะข้ามสะพานชีวิตรึไม่ ? ” จิตวิญญาณวัตถุถามขึ้นมาอีกครั้ง
“ข้าถามได้รึไม่ว่ากฎแห่งการทำลายล้างและกฎแห่งไฟนั้นอยู่ระดับไหน ? ” เจี้ยนเฉินถามขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ระดับอันตรายบนสะพานชีวิตนั้นต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง, พรสวรรค์และพลังต่อสู้ของคน อันตรายบนสะพานก็ต่างกันไปด้วย แต่ข้าบอกเจ้าชัดเจนได้ว่าเจ้าอาจจะถือว่าไร้เทียมทานในระดับของเจ้า เจ้าอาจจะฆ่าคนที่ระดับสูงกว่าได้ แต่อันตรายที่เจ้าต้องเจอบนสะพานชีวิตนั้นเองก็ต้องเหนือกว่าคนในระดับการบ่มเพาะเท่ากับเจ้าต้องเผชิญ”
“ผลก็อคือเจ้าจะไม่ได้เปรียบกับการเดินข้ามสะพานชีวิต หากเจ้าล้มเหลว เจ้าก็จะหายไปจากโลกนี้โดยสิ้นเชิง” เมื่อพูดถึงจุดนี้ จิตวิญญาณวัตถุก็ได้ถอนหายใจออกมา “ตลอดหลายปีมานี้มันมีอัจฉริยะหลายคนที่ตายไปบนสะพานชีวิตของนายท่าน”
“แม้แต่คนที่ทำสำเร็จนั้น นายท่านอาจจะไม่รับคำขอร้องของพวกเขา พวกเขาต้องกลับไปพร้อมกับความผิดหวัง” จิตวิญญาณวัตถุถอนหายใจออกมา เขาเหมือนจะสื่อถึงบางอย่าง
“ได้ ข้าจะลองข้ามสะพานชีวิต”
แต่เจี้ยนเฉินตกลงโดยไม่ลังเล เส้นทางตรงหน้าเขาคือทางเดียวที่จะช่วยนางฟ้าเฮายู่ ได้ เขาต้องลองไม่ว่าอันตรายแค่ไหนก็ตาม
หากไม่มีนางฟ้าเฮายู่ เขาคงไม่รอดจนถึงตอนนี้ เขาคงไม่อาจจะอยู่ในจุดที่ยืนอยูตอนนี้ได้
ในอดีตนางฟ้าเฮายู่ได้ช่วยเขามาหลายครั้งแล้ว วันนี้ถึงเวลาที่เขาจะทำบางอย่างเพื่อนางบ้าง