เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3091 : ความตายคือโชค (2)
ตอนที่ 3091 : ความตายคือโชค (2)
ตอนนี้เจี้ยนเฉินได้สูญเสียความสามารถในการปกป้องตัวเองไปแล้ว ไม่วาจะเป็นกฎแห่งกระบี่รึร่างบรรพกาลต่างก็ไร้ประโยชน์ กฎแห่งไฟและกฎแห่งการทำลายล้างที่นี่ทรงพลังจนถึงระดับที่ทำลายทุกยอ่างที่เขามีได้ในพริบตา
แม้ว่าเขาจะใส่เกราะระดับเทพแต่ก็ไร้ประโยชน์
สะพานชีวิตนี้คือการทดสอบที่จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาตั้งขึ้นมา มันมีจิตของจอมปราชญ์สูงสุดและกฎที่เขาใช้ มันมีความแข็งแกร่งแตกต่างไปตามแต่ละคน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะโกง
ตอนนี้การฟื้นฟูร่างบรรพกาลของเขาด้อยกว่าความเสียหายที่ได้รับ
“ ยิ่งข้าเดินไปเท่าไหร่ มันก็ยิ่งแย่ต่อข้ามากเท่านั้น หากข้าจะเดินผ่านสะพานชีวิตให้สำเร็จ ข้าต้องรีบเดิน ไม่งั้นวันนี้ข้าอาจจะตายได้” เจี้ยนเฉินคิด เขามาได้ไกลแบบนี้ก็ยังเยือกเย็นอยู่ได้ ใบหน้าเขาบิดเบี้ยวไปเพราะความเจ็บปวด ร่างกายของเขาเริ่มกระตุก แม้แต่ขาของเขาก็ยังสั่น
ตอนนี้เขากำลังอดทนต่อความเจ็บปวดและทรมานที่มี มันไม่เกินไปที่จะบอกว่านี่คือการทรมานที่รุนแรงที่สุดในโลก
ตอมา เจี้ยนเฉิน ก็ได้ตะโกนออกมาและเริ่มเดินหน้าต่อย่างรวดเร็ว เขาเดินไปได้ 20 ก้าวในอึดใจเดียวตอนนั้นเขาเดินมาได้ 70 ก้าวจาก 100 ก้าวแล้ว
แต่มันก็แลกมาด้วยราคาที่สูง ร่างซีกหนึ่งของเขากลายเป็นสีดำ แม้แต่การโคจรพลังบรรพกาลในตัวก็ได้รับผลกระทบไปด้วย ในอีกด้านร่างอีกซีกก็ไม่มีส่วนไหนที่ยังอยู่ดีอยู่เลย
แต่เจี้ยนเฉินไม่ได้หยุด เขาคำรามออกมา การเดินของเขานั้นยากขึ้น เขากัดฟันแน่นจนฟันเริ่มแตก เขาทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อเดินหน้าไปให้สุดสะพานชีวิต
ระหว่างนี้เขาพยายามจะลดความเสียหาด้วยกฎที่เขาเข้าใจ เขาถึงกับใช้สุดยอดวิถีกระบี่ในการลดอันตรายของสะพานชีวิต
โชคร้ายที่ไม่ว่าเขาจะพยายามมากแค่ไหนแต่ก็ประสบความล้มเหลว
ไม่นานเจี้ยนเฉินก็มาถึงขั้นที่ 75 ตอนี้ร่างกายของเขาเซไปมาราวกับจะล้มลงตอนไหนก็ได้
ร่างบรรพกาลของเขามาถึงขีดจำกัดที่จะทนได้แล้ว ตอนนี้แม้แต่การฟื้นฟูที่ทรงพลังของร่างบรรพกาลก็เหมือนจะไร้พลัง เขาอยากจะฟื้นฟูตัวเองด้วยพลังเซียนธาตุแสงแต่เขาก็ไม่อาจจะรวมพลังได้สำเร็จ
“เจี้ยนเฉิน พรสวรรค์และความแข็งแกร่งของเจ้านั้นสูงเกินไป ดังนั้นความยากที่เจ้าจะต้องเผชิญบนสะพานชีวิตจึงเหนือกว่าระดับการบ่มเพาะของเจ้า เจ้ามาถึงขีดจำกัดแล้ว จากสภาพของเจ้าตอนี้เจ้าไม่อาจจะเดินมาจนสุดสะพานชีวิตได้สำเร็จ” จิตวิญญาณวัตถุของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงปรากฏตัวขึ้นมา เขาเหมือนจะเดินทางบนสะพานได้อย่างอิสระ กฎแห่งไฟและกฎแห่งการทำลายล้างไม่อาจจะทำอะไรเขาได้
เขามองไปที่เจี้ยนเฉินด้วยความสงสารแล้วถอนหายใจออกมา “เมื่อเจ้าขึ้นมาบนสะพานชีวิต เจ้าก็ไม่อาจจะย้อนกลับได้ นี่คือกฎที่นายท่านตั้งเอาไว้เอง ตลอดหลายปีมานี้กฎนี้ไม่เคยถูกฝ่าฝืน”
“แต่เมื่อคิดถึงความสัมพันธ์ที่เจ้ามีกับองค์ชายเก้า ข้าจะอ้อนวอนนายท่านให้ นายท่านตกลงกับคำขอของข้าเพื่อไว้หน้าองค์ชายเก้า ผลก็คือเรายกเว้นให้เจ้าได้ เจ้าจะกลับไปได้หากเจ้าต้องการ”
“เจี้ยนเฉิน หากเจ้ายอมแพ้ตอนนี้ เจ้าจะหลีกเลี่ยงความตายได้”
“มันเพราะองค์ชายเก้าที่ทำให้เจ้าได้รับโอกาสที่พิเศษเช่นนี้ อย่าปล่อยให้มันหลุดมือไป” จิตวิญญาณวัตถุเกลี้ยกล่อมเจี้ยนเฉินอย่างจริงใจ มันต้องการให้เขายอมแพ้กับการเดินหน้าต่อ
“ไม่ ขะ ข้าไม่มีทางเปลี่ยนใจ ข้าจะเดินไปให้สุด ข้าต้องทำให้ได้…” เจี้ยนเฉินพูดออกมาด้วยเสียงที่แหบแห้ง ตอนที่หยุดที่ขั้น 75 ร่างของเขาก็สั่นไหวอย่างรุนแรง แต่สายตาเขายังมุ่งมั่นดังเดิม เขาไม่ได้หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
ต่อมาอวัยวะภายในของเขาก็เริ่มลุกไหม้ มันไม่ใช่แค่อวัยวะภายในแต่รวมถึงพลังงานและแก่นชีวิตที่เริ่มเปลี่ยนเป็นลูกไฟส่งเสียงระเบิดออกมา
เขายอมทำลายตัวเองเพื่อแลกกับพลังที่ยิ่งใหญ่ เขาใช้พลังนี้ในการเดินหน้าต่อ เขาเดินต่อไปก้าวสที่ 76 และ 77
80….
85…
สุดท้ายเขาก็หยุดที่ขั้น 88 เขาเหลือแค่ 12 ก้าวก็จะถึงเป้าหมาย ความสำเร็จอยู่ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ
แต่เจี้ยนเฉินใช้พลังทั้งหมดไปแล้ว เขาทรุดลงกับพื้น อาการบาดเจ็บของเขาไม่อาจจะใช้คำว่าหนักหนาอธิบายได้อีก เขานอนหมอบอยูกับพื้นราวกับกำลังจะตาย เขาเหมือนจะหมดลมหมายใจ เขาไม่มีแม้แต่แรงที่จะลุกขึ้นยืนได้อีก
“เจี้ยนเฉิน ทำไมเจ้าต้องทำเช่นนี้ด้วย ? เจ้าไม่อาจจะไปสุดทางได้ด้วยสภาพในตอนนี้ หากเจ้ายังเดินหน้าต่อ มันก็มีแต่ความตายที่รออยู่ เจ้าควรจะยอมแพ้และคว้าโอกาสเพียงครั้งเดียวที่ได้มาเพราะองค์ชายเก้าเอาไว้” จิตวิญญาณวัตถุโผล่มาบนหัวของเจี้ยนเฉินและพยายามเกลี้ยกล่อมเขา
“ไม่…ข้ายังทนได้ ข้าต้องทำให้ได้…” เจี้ยนเฉินคำรามออกมาด้วยเสียงที่แหบแห้ง ในหัวเขานั้นเขานึกถึงอันตรายนับไม่ถ้วนที่เขาต้องเจอมาและมีนางฟ้าเฮายู่คอยช่วยเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
การกระทำเหล่านั้นกลายเป็นแรงใจให้กับเขา มันกลับเปลี่ยนเป็นความไม่ย่อท้อ สนับสนุนทำให้เขาเดินหน้าต่อไปบนสะพานชีวิตได้
เส้นทางตรงหน้าเขาคือทางเดียวที่จะช่วยนางฟ้าเฮายู่ได้ หากเขายอมแพ้ หากเขาเปลี่ยนใจตอนนี้ งั้นก็เท่ากับการปล่อยให้นางฟ้าเฮายู่ตาย
ผลก็คือเขาไม่อาจจะยอมแพ้ได้ เขาไม่อาจจะถอยกลับได้ !
“เฮ้อ แม้ว่าเจ้าจะทำได้จริง ๆ แต่นายท่านอาจจะไม่ตกลงกับคำขอของเจ้า ในอดีตที่ผ่านมามีคนแค่หยิบมือที่ข้ามสะพานได้สำเร็จ แต่ส่วนมากแล้วล้วนแต่กลับไปด้วยความผิดหวัง ผลก็คือเจ้าไม่รู้ว่านายท่านจะตกลงกับคำขอของเจ้ารึไม่ เจี้ยนเฉิน เจ้าควรจะยอมแพ้จะดีกว่า” จิตวิญญาณวัตถุพูดต่อ
แต่คำตอบที่เขาได้รับมีแค่เสียงตะโกนจากเจี้ยนเฉิน เจี้ยนเฉินได้ใช้พลังทั้งหมดในตัวลุกขึ้นยืนและก้าวไปอีกก้าวไปถึงก้าวที่ 89
จิตวิญญาณวัตถุถอนหายใจออกมาและส่ายหน้าเมื่อเห็นแบบนั้น ร่างของเขาหายไปจากสะพานชีวิต ตอนที่เขาปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งนั้น เขาก็อยู่บนชั้นสูงสุดของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง
จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา นั่งอยู่กลางอากาศตรงหน้าจิตวิญญาณวัตถุ ร่างเขาห่อหุ้มด้วยแสงแห่งวิถี ร่างของเขาดูพร่ามัวราวกับไม่มีอยู่จริง
จิตวิญญาณวัตถุโค้งให้กับจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา “นายท่าน ข้าได้พยายามทำให้เขาเปลี่ยนใจแล้ว แต่เจี้ยนเฉินปฏิเสธที่จะยอมแพ้ ไม่ว่าข้าจะพูดยังไงก็ตาม ดูจากความแน่วแน่ของเขาแล้ว เขาอาจจะยอมตายแทนที่จะยอมเปลี่ยนใจ”
“ฮึ่ม งั้นให้เขาทดสอบต่อ ข้าอยากเห็นว่าเขามีความสามารถแค่ไหนกัน” จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา พูดขึ้น เสียงของเขาเย็นชาอย่างมาก
“ได้ขอรับ นายท่าน ! ” จิตวิญญาณวัตถุโค้งให้ก่อนจะหายตัวไป
ด้วยการที่จิตวิญญาณวัตถุจากไป ฉากบนสะพานชีวิตก็ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา สายตาของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาดูเย็นชาและเฉยเมย “เจ้ายังไม่ถึงขีดจำกัดอีกรึ ? งั้นแสดงให้ข้าเห็นทีว่าเจ้าจะยอมตายที่นี่แลกกับการที่นางมีโอกาสที่จะรอดจริง ๆ รึ” เมื่อพูดจบ จิตสูงสุดของจอมปราชญ์สูงสุดก็ได้แผ่ออกมาในทันที ต่อมากฎแห่งไฟและกฎแห่งการทำลายล้างบลนสะพานก็รุนแรงขึ้นกว่าเก่า
ความยากของสะพานชีวิตนั้นเพิ่มขึ้นไปอีกระดับ