เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3261 : ผลแห่งวิถีของอนัตตา (2)
ตอนที่ 3261 : ผลแห่งวิถีของอนัตตา (2)
เมื่อเผชิญหน้ากับจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา แม้แต่เทพธิดาหิมะที่เคยมองข้ามจอมปราชญ์สูงสุดน้ำตาโลหิตและจอมปราชญ์สูงสุดเหนือสวรรค์นั้นยังต้องแสดงสายตาที่เต็มไปด้วยความกลัวออกมา
ด้วยการที่มีเทพธิดาน้ำแข็งอยู่ข้างกาย จอมปราชญ์สูงสุดน้ำตาโลหิตและจอมปราชญ์สูงสุดเหนือสวรรค์นั้นไม่อาจจะทำอะไรนางได้ แต่จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตานั้นแกร่งกว่าเทพธิดาน้ำแข็ง เขาคือราชันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเซียน
“เฮ้อ ! ” ตอนนั้นเทพธิดาน้ำแข็งก็ได้ถอนหายใจออกมา นางโผล่มาตรงหน้าเทพธิดาหิมะแล้วพูดขึ้น “ น้องข้า เจ้าควรตัดความสัมพันธ์กับโลกมนุษย์ อย่าลืมว่าตอนนี้เจ้าคือเทพธิดาหิมะ ไม่ใช่เจียงหยางหมิงเยว่ ! ”
“เจ้าควรคิดว่าความทรงจำของเจียงหยางหมิงเยว่นั้นเป็นเพียงแค่ความฝัน ตัดความผูกพันทั้งหมด ตัดกรรมทั้งหมดและกลับมาเป็นตัวตนที่แท้จริงของเจ้า เจ้าไม่ควรมาที่นี่ในวันนี้ เจ้าไม่ควรมีอะไรอื่นในใจนอกจากศาลาเทพธิดาน้ำแข็ง” เทพธิดาน้ำแข็งถอนหายใจออกมา นางพูดขึ้นด้วยท่าทีอ่อนโยน แต่ด้วยบุคลิกของนางแล้วก็ทำให้เสียงของนางดูเย็นชาขึ้นมาแทน
มันรู้สึกราวกับว่านางคือเครื่องจักรอันเย็นชาไร้อารมณ์ ในสายตาของนางแล้ว ไม่มีอะไรอื่นนอกจากน้องสาวของนาง
เทพธิดาน้ำแข็งโบกมือ นางไม่ยอมให้เทพธิดาหิมะต้านทานเลยแม้แต่น้อยและพาเทพธิดาหิมะออกจากที่นี่
แค่พริบตาเดียวเทพธิดาทั้งสองก็ได้เดินทางออกไปในระยะไกลไม่อาจจะประมาณได้ก่อนจะปรากฏตัวที่ศาลาเทพธิดาน้ำแข็ง
“ท่านพี่ กระบี่คู่เปิดเผยออกมาแล้ว ขะ เขาต้องตาย ขะ ข้าไม่อยากให้เขาตาย” สายตาของเทพธิดาหิมะกลับมาเยือกเย็น แต่อารมณ์นางกลับสั่นไหว
“เฮ้อ ข้าไม่คิดเลยว่าการเกิดใหม่ครั้งเดียวจะทำให้จิตใจของเขาหวั่นไหวเช่นนี้ได้ เจ้าลืมเรื่องเจี้ยนเฉินไปซะ ลืมทุกอย่างในการเกิดใหม่ครั้งนี้” เทพธิดาน้ำแข็งถอนหายใจออกมา
เทพธิดาหิมะส่ายหน้าและพูดขึ้น “ข้าขอร้อง ช่วยเจี้ยนเฉินด้วย ข้าไม่อยากให้เขาตาย”
“ข้าช่วยเขาไม่ได้จริง ๆ นี่ไม่ต้องนับข้าเลย ตอนนี้อาจจะไม่มีใครในโลกอมตะและโลกเซียนที่ช่วยเขาได้ เขาจะกลายเป็นผลแห่งวิถีของอนัตตา โชคชะตาของเขาน่ะถูกกำหนดเอาไว้แล้ว” เทพธิดาน้ำแข็งพูดขึ้น
“ผลแห่งวิถีรึ ? ” เทพธิดาหิมะผงะ
“อนัตตาได้เข้าวิถีแห่งความรักโดยอาศัยเจี้ยนเฉิน ตอนนี้อนัตตาเข้าใจมันถึงขีดจำกัดแล้ว นางน่าจะเข้าไปในวิถีไร้จิตใจโดยอาศัยเจี้ยนเฉิน ดังนั้นเจี้ยนเฉินจึงต้องกลายเป็นผลแห่งวิถีของอนัตตา ไม่มีใครในโลกนี้ที่ช่วยเขาได้ หากช่วยเขาก็เท่ากับเป็นศัตรูกับอนัตตา”
เทพธิดาหิมะเหม่อไปสักพัก หลังจากนั้นนางก็พึมพำออกมา “เป็นไปได้ยังไงกัน ….”
“น้องข้า เจ้าควรให้ข้าผนึกความทรงจำในการเกิดใหม่ของเจ้าเอาไว้ชั่วคราว เจ้าจะได้ลืมเจี้ยนเฉินและทุกอย่างเกี่ยวกับการเกิดใหม่ของเจ้า เมื่อเจ้าจำความทรงจำเหล่านี้ได้อีก ทุกอย่างก็คงจบไปแล้ว” เทพธิดาน้ำแข็งต้องลงมือผนึกความทรงจำบางส่วนของเทพธิดาหิมะเอาไว้
….
“ไม่มีทางอื่นเลยรึ ? ”
ที่ยอดเทือกเขาเทพกระบี่บนที่ราบรกร้าง โมเทียนหยุนในชุดขาวยือยู่ข้างกายเซียนกระบี่สวรรค์และมองไปยังดวงดาวก่อนจะพามพำออกมาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
เซียนกระบี่สวรรค์นั่งขัดสมาธิชงชาอยู่ “ไม่มีใครช่วยเขาได้ ไม่ว่าเขาจะรอดจากวิกฤตนี้ได้รึไม่ก็ขึ้นอย่กับโชคของเขาเอง”
“กระบี่คู่เปิดเผยออกมาแล้ว ยอดฝีมือในโลกเซียนนั้นได้มารวมตัวกัน แม้แต่ราชันของโลกเซียนก็ยังปรากฏตัว เขาจะมีโอกาสรอดจากสถานการณ์นี้ได้ด้วยรึ ? ” โมเทียนหยุนถอนหายใจออกมา
เซียนกระบี่สวรรค์ยังเฉยเมยดังเดิม เขาพูดขึ้น “ใครจะไปรู้จนกว่าจะถึงเวลา ? ”
“เฮ้อ มันเป็นความผิดของข้าเองที่สังเกตเห็นช้าเกินไป มันเป็นความผิดของข้าเองที่ไม่ทิ้งตราประทับไว้ที่ตัวเขา ไม่งั้นแล้วแม้ว่าเขาจะพบกับอันตราย แต่เขาคงไม่มีทางเปิดเผยกระบี่คู่รึต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นตอนนี้”
โมเทียนหยุนเริ่มโทษตัวเอง ตอนนี้ราชันย์เซียนทั้ง 7 ได้มารวมตัวกันและยังมีราชันของโลกอยู่ด้วย แม้แต่เขาก็ไม่อาจจะมีพลังตอบโต้ขุมกำลังพวกนี้ได้
เซียนกระบี่สวรรค์ยังเพ่งสมาธิไปกับการชงชา เขาพูดขึ้นด้วยท่าทีเฉยเมย “เจ้าทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว หากเจ้าทิ้งตราประทับไว้ที่ตัวเจี้ยนเฉิน มันอาจจะส่งผลเสียต่อเจ้าเอง มันเป็นโชคชะตาที่เขาต้องแผชิญกับวิกฤตเช่นนี้ วิกฤตเช่นนี้ในไม่ช้าก็ต้องเกิดขึ้นมา แค่ว่ามันเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ข้าคาดเอาไว้”
“ไม่มีใครช่วยเขาได้ สิ่งเดียวที่เราทำได้ตอนนี้ก็คือต้องรอดู”
….
ในเวลาเดียวกันที่ดาวเคราะห์แห่งหนึ่ง ฟางจิงยังสะบัดพู่กันควบคุมไปมาและทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อปกปิดตัวเอง นางซ่อนตัวจากทุกคน นางระวังที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ขอโทษด้วยผู้อาวุโสสวรรค์ม่วง ข้าไม่อาจจะช่วยผู้สืบทอดของท่านได้” ฟางจิงคิดกับตัวเองด้วยความเศร้าใจ นางรู้สึกได้ถึงความหมดหนทาง
ราชันของโลกเซียนได้มารวมตัวกัน แม้แต่พู่กันควบคุมที่ปกปิดพลังของนางเอาไว้แต่อากาศก็เต็มไปด้วยพลังอันแหลมคมที่มองไม่เห็นจนทำให้นางรู้สึกกลัวขึ้นมา นางไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
ในมิติที่รายล้อมไปด้วยยอดฝีมือ ทันทีที่เทพธิดาหิมะและเทพธิดาน้ำแข็งจากไป จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาที่อาบไปด้วยแสงสว่างจ้าราวกับวิถี นางยืนอยู่ในมิติภายนอกพร้อมกับมองไปที่เจี้ยนเฉิน
“ผู้อาวุโสอนัตตา เจี้ยนเฉินคือเจ้าบัดซบม่วงสวรรค์กลับมาเกิดแน่ ๆ โปรดฆ่าเขาและกำจัดต้นตอปัญหานี้ทิ้งด้วยเถอะ”
“ราชัน โปรดลบเจี้ยนเฉินออกจากโลกนี้ เมื่อเขามาจากโลกอมตะ ชัดแล้วว่าเราก็ไม่อาจจะปล่อยเขาไปได้”
….
ยอดฝีมือทุกคนพากันพูดขึ้นมา ตอนนี้ทุกคนต่างก็เข้าใจแล้วว่าทำไมจอมปราชญ์สูงสุดน้ำตาโลหิตและจอมปราชญ์สูงสุดเหนือสวรรค์ถึงได้ปฏิเสธที่จะลงมือ พวกเขาเข้าใจคำพูดของใต้เท้าประกายดาวทั้งเก้าแล้ว
การฆ่าเจี้ยนเฉินเท่ากับมีเรื่องกับเทพธิดาหิมะ ด้วยบุคลิกของเทพธิดาน้ำแข็งและเทพธิดาหิมะแล้ว การมีเรื่องกับเทพธิดาหิมะนั้นเท่ากับมีเรื่องกับเทพธิดาน้ำแข็งไปด้วย
จอมปราชญ์สูงสุดน้ำตาโลหิตและจอมปราชญ์สูงสุดเหนือสวรรค์นั้นไม่คิดจะมีเรื่องกับเทพธิดาน้ำแข็ง
“ฮึ่ม ด้วยความเกี่ยวโยงของเขากับเพทธิดาน้ำแข็ง เราน่ะต้องคิดทบทวนกับการฆ่าเจี้ยนเฉิน แต่เมื่อจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตามาที่นี่ด้วยตัวเอง ข้าไม่เชื่อว่าเทพธิดาน้ำแข็งจะกล้าพอที่จะมีเรื่องกับจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา” ราชันย์เซียนหยั่งรู้สวรรค์คิด
“แม้แต่ในอดีตจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาก็ยังแกร่งกว่าเทพธิดาน้ำแข็ง ตอนนี้จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาเข้าใจถึง 4 วิถี ความต่างยิ่งมากกว่าเก่า” ราชันย์เซียนสวรรค์อาฆาตคิด
มันไม่ใช่แค่สองคนนั้น หลายคนก็มีความคิดแบบเดียวกัน พวกเขาเต่างก็คิดว่าพวกเขาเข้าใจภูมิหลังของเจี้ยนเฉินดีแล้ว
ตอนนั้นเองสายตาของทุกคนก็จับจ้องไปที่จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตารวมถึงจอมปราชญ์สูงสุดน้ำตาโลหิตและจอมปราชญ์สูงสุดเหนือสวรรค์ด้วย
ภายใต้สายตาของทุกคน สุดท้ายจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาก็ลงมือ นางก้าวเท้าเดินออกมาราวกับมนุษย์เข้าไปหาเจี้ยนเฉินทีละก้าว ๆ แสงรอบตัวนางสั่นไหวอย่างรุนแรง แม้แต่พลังของนางก็ผันผวนไปด้วย
ในพริบตาหัวใจที่เย็นชาของนางกลับหายไปพร้อมอารมณ์ที่สั่นไหวอย่างรุนแรง
อารมณ์ที่ปั่นป่วนของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตานั้นส่งผลต่อวิถีที่นั่น มันทำให้วิถีปั่นป่วนไปด้วย
หากพวกเขามองผ่านแสงรอบตัวจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา พวกเขรจะเห็นร่างกายที่เพรียวบางของนางสั่นไหวไปด้วย
ยิ่งเข้าใกล้เจี้ยนเฉินเท่าไหร่ การสั่นไหวนี้ก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ