เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3262 : ผลแห่งวิถีของอนัตตา (3)
ตอนที่ 3262 : ผลแห่งวิถีของอนัตตา (3)
จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาเป็นราชันของโลกที่มีเข้าใจทั้งสี่วิถีถึงขั้นสมบูรณ์ นางเป็นยอดฝีมือสูงสุดของโลกเซียนในตอนนี้ ไม่มีใครคิดสงสัยในความแข็งแกร่งของนางแม้แต่น้อย
ตอนนั้นอารมณ์ที่หวั่นไหวของนางส่งผลต่อวิถีของโลก มันวทำให้กฎในโลกเซียนต้องปั่นป่วนตามไปด้วย
ยังไงซะจอมปราชญ์สูงสุดก็แทนถึงวิถีสวรรค์ได้ในระดับหนึ่ง ยอดฝีมือที่มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงวิถีสวรรค์ของทั้งโลกได้ตามใจ
ตอนนั้นทุกมุมของโลกเซียนที่กว้างใหญ่นั้นไม่ว่าจะเป็นที่ราบทั้ง 49 แห่งรึดาวเคราะห์ทั้ง 81 แห่ง ผู้บ่มเพาะทุกคนต่างก็รับรู้ได้ถึงกฎของโลกที่ปั่นปวนไปตาม
กฎที่ผันผวนนี้ส่งผลต่อผู้บ่มเพาะเป็นพันล้านคนทั่วทั้งโลกเซียน
แม้แต่ราชันย์เซียนทั้ง 7 ใต้เท้าประกายดาวทั้งเก้า, องค์หญิงใหญ่ของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงก็ยังได้รับผลกระทบไปด้วย การใช้งานกฎของพวกเขาเริ่มยากขึ้นกว่าเก่า
“จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาโกรธ ไม่คิดเลยว่าแค่ขั้นบรรพกาลแค่คนเดียวจะทำให้ราชันของโลกเซียนโกรธได้ถึงขนาดนี้”
“แม้แต่แสงรอบตัวจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาก็ยังสั่นไหวอย่างรุนแรง ข้าสงสัยจริง ๆ ว่าต้องโกรธแค้นแค่ไหนที่ทำให้ราชันสูงสุดของโลกเซียนนั้นถึงกับควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เช่นนี้”
“ข้าอยู่มาหลายปี ข้าเคยเห็นจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตามา 2-3 ครั้งแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาโกรธถึงขนาดนี้”
“ฮึ่ม เจ้าจำราชันของโลกอมตะที่เพิ่งจะโจมตีโลกเซียนของเราด้วยการสร้างความวุ่นวายครั้งใหญ่ได้รึไม่ มันทำให้จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาต้องออกจากโลกนี้เพื่อไปไล่พวกนั้นกลับ ? สุดท้ายผู้สืบทอดของเจ้าเฒ่าสวรรค์ม่วงก็ซ่อนอยู่ในโลกเซียนของเรา จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาจะไม่โกรธได้ยังไง ? ”
ยอดฝีมือต่างก็พากันถอนหายใจและพึมพำออกมาพร้อมกับมองดูจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาที่ค่อยเดินเข้าไปหาเจี้ยนเฉิน พวกเขาพากันพูดคุยกันแบบลับ ๆ
ตอนที่พวกเขาพูดถึงราชันนั้น มันก็ไม่มีใครเลยที่กล้าพูดมันออกมาตรง ๆ พวกเขาต่างก็ได้แต่ใช้การสื่อสารที่คนอื่น ๆ ไม่ได้ยิน
“พวกเขาบอกกันว่าศิษย์คนที่เก้าของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตานั้นเป็นพี่น้องร่วมสาบานของเจี้ยนเฉิน เมื่อจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตารู้ตัวตนที่แท้จริงของเจี้ยนเฉินเข้า เขาจะไม่หงุดหงิดได้ยังไง ? ยังไงซะผู้สืบทอดของกระบี่คู่นั้นก็ได้กลายเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับศิษย์ของเขาเอง นี่เท่ากับการดูถูกราชันครั้งใหญ่” ราชันย์เซียนหยั่งรู้สวรรค์พูดขึ้นมา เขาลอยอยู่ในมิติภายนอกอย่างใจเย็นพร้อมแสงสว่างจ้าส่องประกายออกมาจากตัว เขายืนอยู่ข้างราชันย์ทั้ง 6 เขาลูบหนวดแล้วพูดขึ้นต่อ “เจี้ยนเฉินคนนี้มีความสามารถจริง ๆ ไม่ใมช่แค่ผูกมิตรกับศิษย์คนที่เก้าของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาได้ แต่เขายังเป็นน้องชายของร่างเกิดใหม่ของเทพธิดาน้ำแข็งอีกด้วย หากเขาไม่เปิดเผยกระบี่คู่ออกมาจนเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาในตอนนี้และยังเติบโตต่อไปได้ ใครจะไปรู้ว่าสุดท้ายจะเกิดอะไรขึ้น”
ยอดฝีมือพากันถอนหายใจออกมา ทุกคนบอกได้ว่าจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตานั้นหงุดหงิดอย่างมาก เขาน่าจะแค้น แม้แต่กฎก็ยังได้รับผลกระทบไปด้วย
“น้ำตาโลหิต อนัตตาเป็นอะไรกัน ? ” ในอีกด้านนั้นจอมปราชญ์สูงสุดเหนือสวรรค์ก็ได้ถามกับจอมปราชญ์สูงสุดน้ำตาโลหิตด้วยความแปลกใจ
“รอดูไปก่อนแล้วเจ้าจะรู้เองในไม่ช้า” จอมปราชญ์สูงสุดน้ำตาโลหิตพูดด้วยท่าทีเฉยเมย เขาเป็นจอมปราชญ์สูงสุดมานานแล้ว ทั้งความรอบรู้และประสบการณ์ของเขานั้นเหนือกว่าพวกที่เพิ่งก้าวขึ้นมาเป็นจอมปราชญ์สูงสุดอย่างมาก
ตอนนี้จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตานั้นได้มาถึงตรงหน้าเจี้ยนเฉินโดยยืนอยู่ห่างแค่ 3 เมตร แสงรอบตัวนางยังสั่นไหว นางแค่มองไปที่เจี้ยนเฉินโดยไม่พูดอะไรออกมา
เจี้ยนเฉินก็ยังมองกลับไปด้วยสีหน้าซับซ้อน เขานึกถึงตอนที่เขาข้ามสะพานชีวิตก่อนเข้าพบกับจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาเพื่อที่จะได้ช่วยนางฟ้าเฮายู่
“ท่านจอมปราชญ์สูงสุด ขอบคุณที่ช่วยสหายของข้าเอาไว้ แต่ข้าทำให้ท่านผิดหวัง เพราะข้ามีกระบี่คู่และรากเหง้าของข้าก็คือจอมปราชญ์สูงสุดสวรรค์ม่วงจากโลกอมตะ” เจี้ยนเฉินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง “แต่นางฟ้าเฮายู่นั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ ข้าหวังว่านางจะไม่ได้รับผลกระทบเพราะข้าไปด้วย”
จอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาไม่ได้พูดอะไรออกมา นางยังคงยืนอยู่ตรงหน้าเจี้ยนเฉินพร้อมกับพลังที่สั่นไหว นางราวกับมีอารมณ์ขัดแย้งกันอยู่
เจี้ยนเฉินยิ้มแห้ง ๆ ออกมา เขามองไปยังยอดฝีมือที่มารวมตัวกัน “ข้ารู้ว่าวันนี้ข้าต้องตาย การที่จะดึงผู้อาวุโสและยอดฝีมือมากมายรวมถึงราชันมาเป็นพยาน แม้ว่าจะเป็นแค่ขั้นบรรพกาล แม้ว่าจะตายก็ถือว่าเป็นเกียรติของข้าจริง ๆ ”
“เจ้าอยากตายจริงๆรึ ? ” สุดท้ายจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาพูดขึ้นมา นี่คือประโยคแรกที่นางพูดตั้งแต่ที่มาถึง แต่ตอนนั้นเสียงของนางไม่ได้เป็นเสียงของวิถีที่ราวกับมีเสียงของทั้งโลก
ครั้งนี้มันกลับเป็นเสียงของผู้หญิงอันไพเราะเสนาะหู มันราวกับเสียงธรรมชาติ ถึงอย่างนั้นเสียงนี้กลับสั่นไหวเล็กน้อย
ในตอนที่จะตาย เจี้ยนเฉินไม่คิดจะสนใจรายละเอียดเหล่านี้ เขาพูดขึ้นด้วยท่าทีเยือกเย็น “แน่นอนว่าข้าไม่อยากตาย แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว ชะตาของข้านั้นไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะตัดสินได้ แต่ไม่เป็นอะไรหรอก ข้าคาดหวังว่าจะเกิดเรื่องนี้ตั้งแต่ที่ทำการหลอมรวมกระบี่ ยังไงข้าก็ต้องตาย อย่างน้อยการตายที่นี่ก็ดีกว่าการตายด้วยฝีมือของหนานป้อเทียน”
แสงรอบตัวจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาสั่นไหวอย่างรุนแรงอีกครั้ง นางพึมพำออกมาด้วยเสียงที่มีแค่นางที่ได้ยิน “วันนี้ไม่ควรจะมาถึงเร็วเช่นนี้ ทำไม ทำไมมันถึงอยู่กับเจ้ากัน ? เรื่องพวกนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลย”
“เฮ้อ ข้ามาสายสินะ” ตอนนั้นเองกลับมีเสียงแก่ ๆ ดังขึ้นในมิติภายนอก มันมีเสียงถอนหายใจราวกับเสียดายมีผู้อาวุโสโผล่มาข้างกายจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตา ร่างของเขาเป็นภาพลวงตา มันไม่ใช่ร่างหลัก
“คำนับจอมปราชญ์สูงสุดแห่งวิถีโบราณ ! ”
ร่างลวงตาที่ปรากฏตัวขึ้นมานั้นทำให้ทุกคนต้องทำความเคารพ
จอมปราชญ์สูงสุดแห่งวิถีโบราณเดินทางมาที่นี่ด้วยเศษเสี้ยวจิต เขายืนอยู่ข้างกายจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาและมองไปที่เจี้ยนเฉินด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน เขาถอนหายใจออกมา “ข้าไม่คิดเลยว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นจากความประมาทเพียงเล็กน้อย เฮ้อ”
“เจี้ยนเฉิน เจ้ารู้รึไม่ว่าข้าเป็นใคร ? ” จอมปราชญ์สูงสุดแห่งวิถีโบราณมองไปที่เจี้ยนเฉินด้วยสายตาที่ไม่อาจจะมีใครเข้าใจได้ เขาไม่ได้แผ่แรงกดดันใด ๆ ออกมา ดังนั้นเขาจึงดูเหมือนกับชายแก่ทั่วไป
“พวกเขาบอกข้าแล้ว ท่านคือ 1 ใน 7 จอมปราชญ์สูงสุดในอดีต จอมปราชญ์สูงสุดแห่งวิถีโบราณ ! ” เจี้ยนเฉินตอบกลับ
“ถูกต้อง ข้าคือวิถีโบราณ แต่ข้าก็คือเฉินหลงในอดีต ! ” จอมปราชญ์สูงสุดแห่งวิถีโบราณพูดขึ้นมา
“ปรมาจารย์เฉินหลงรึ ? ” เจี้ยนเฉินแปลกใจ ชายแก่ที่ถือแผ่นอาคมติดตัวและเข้าใจวิถีแห่งค่ายกลโผล่มาในหัวของเจี้ยนเฉิน
ยอดฝีมือโดยรอบต่างก็พากันอึ้ง พวกเขาพูดอะไรกันไม่ออก โชคของเจี้ยนเฉินนี่มันอะไรกัน ? เขากลับเป็นคนรู้จักของจอมปราชญ์สูงสุดแห่งวิถีโบราณอีกด้วย