เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 111 หนุนหลัง ตกลงอวี้ซีเหิงเป็นใครกันแน่
นับตั้งแต่ดำเนินการเรื่องสัญญากับซือฝูชิงเรียบร้อยแล้ว ผู้ช่วยผู้กำกับก็ยื่นเรื่องขอเงินทุนภายในสถานีต้าซย่าอย่างลับๆ และรอแค่บินมาที่เมืองหลินเท่านั้น
ในที่สุดวันที่เขารอคอยก็มาถึง
เขาคิดเรื่องเที่ยวดื่มกินหลังจากเซ็นสัญญาเสร็จในเมืองหลินไว้ล่วงหน้าแล้วด้วยซ้ำ
ผู้จัดการชะงักฝีเท้าแล้วหันหน้ากลับมามอง ประจวบกับได้เห็นสีหน้าดีอกดีใจของผู้ช่วยผู้กำกับเข้าพอดี
เขารู้สึกคุ้นใบหน้านี้มากเลยอดชะงักฝีเท้าไม่ได้
ผู้ช่วยผู้กำกับเองก็เห็นเขาเช่นกัน ชั่ววินาทีนั้นก็พูดโพล่งขึ้นอย่างหวาดระแวง “คุณซือ นี่คือ…”
“คนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ” ซือฝูชิงลากเก้าอี้ตัวหนึ่งออกมา “เชิญนั่งค่ะ”
“อ้อๆ” ผู้ช่วยผู้กำกับนั่งลง “คนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ เหรอ งั้นก็ดีๆ”
เขาก็นึกว่ามีใครมาแย่งคุณซือไปซะอีก
ซังลู่ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้วจัดการปิดประตูใส่ผู้จัดการโดยไม่คิดอยากจะเห็นหน้าเขาต่อเลยสักนิด
ผู้จัดการปะทุความโกรธออกมา
เขานึกถึงหน้าตาของผู้ช่วยผู้กำกับ เริ่มรู้สึกว่าคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าเคยเจอที่ไหนมาก่อน ทว่าผ่านไปนานก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดี
ทางบริษัทโทรมาตามอีกครั้ง เวลานี้ผู้จัดการเลยไม่มีเวลามาคิดเล็กคิดน้อยรีบจากไปอย่างรวดเร็ว
ภายในห้องพักรับรอง
หลังจากที่ผู้ช่วยผู้กำกับกระดกน้ำไปแก้วหนึ่งเสร็จก็หยิบสัญญาออกมาจากกระเป๋า “คุณซือ มาดูกันครับ สัญญาจัดทำเป็นสองฉบับ ข้อที่ต้องระมัดระวังล้วนเขียนไว้อย่างชัดเจน คุณลองดูนะครับว่ามีปัญหาตรงไหนหรือเปล่า พวกเราจะได้แก้กันตอนนี้เลย!”
“อืม” ซือฝูชิงหยิบปากกาขึ้นมาพลางขบคิด “ไม่ใช่ว่าต้องเอาตามที่ผู้กำกับว่าหรอกเหรอ”
ผู้ช่วยผู้กำกับพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ผู้กำกับไม่อยู่ ผมพูดอะไรเขาก็ไม่กล้าคัดค้านหรอก!”
ทำปากดีไปเถอะ ถึงอย่างไรผู้กำกับก็ไม่รู้อยู่ดี
“วันนี้ฉันเพิ่งมีข่าวฉาวเรื่องใหม่” ซือฝูชิงไม่ได้เซ็นสัญญา ดวงตาจิ้งจอกหรี่ลงพร้อมรอยยิ้มบาง “ถ้าพวกคุณนึกอยากเปลี่ยนใจก็ยังไม่สายนะ”
เธอชอบความสุขสบาย
ช่วงนี้มีงานพรีเซนเตอร์โฆษณาเข้ามาหาเธอไม่น้อย
บางที่ก็บุกมาหาพูดคุยกับเธอถึงกองรายการหนุ่มสาววัยใส แต่ส่วนใหญ่มักติดต่อผ่านบริษัทเทียนเล่อมีเดียมากกว่า
เฝิงเพ่ยจือไม่อนุญาตให้เธอรับงานพรีเซนเตอร์เลยปฏิเสธไปทั้งหมด นอกเสียจากจะให้เธอแบ่งโฆษณาบางตัวไปให้เมิ่งเสวี่ยบ้าง
ต้องยอมรับว่านี่เป็นเพียงเรื่องเดียวที่เฝิงเพ่ยจือจัดการได้ดั่งใจเธอ
“ข่าวฉาวเรื่องใหม่?” ผู้ช่วยผู้กำกับประหาดใจ “ข่าวฉาวเรื่องใหม่อะไรเหรอ”
ซือฝูชิงเลิกคิ้ว “ซังลู่”
ข่าวจากทางสถานีต้าซย่าช้าขนาดนี้เลยเหรอ
ซังลู่ยื่นมือถือส่งไปให้อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
ด้านบนเป็นบัญชีเวยปั๋วของพวกกระพือข่าว
ตัวอักษรและรูปภาพเหมือนกันเป๊ะทุกอย่าง
[ดารานามสกุลขึ้นต้นด้วย S เข้าไปเป็นมือที่สามของการเกี่ยวดองของตระกูลผู้ดี มีใครไม่รู้บ้าง แม่ของฝ่ายชายบุกมาหาถึงกองถ่ายทำรายการ คนแบบนี้ไร้ยางอาย หน้าด้านมากจริงๆ แต่ถ้าอยากแต่งเข้าตระกูลผู้ดี อาศัยแค่หน้าตาอย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ]
ผู้ช่วยผู้กำกับดูเสร็จก็พยักหน้า “ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง แต่ลำพังแค่รูปถ่ายกับตัวอักษรไม่กี่บรรทัดดูอะไรไม่ออกหรอก โอ๊ย บัญชีตีข่าวพวกนี้แต่งเรื่องเก่งกว่าผมซะอีก”
ซือฝูชิงใช้สองมือกอดอกแล้วพูดด้วยท่าทีเรียบนิ่ง “ดังนั้นพวกคุณก็จะยังเซ็นสัญญากับฉันอยู่งั้นเหรอ”
“เซ็น! ต้องเซ็นอยู่แล้วสิ!” ผู้ช่วยผู้กำกับร้อนใจขึ้นมา “ไม่ใช่ว่าคุณซือนึกอยากเปลี่ยนใจเองมากกว่าใช่ไหม เรื่องค่าตอบแทนคุยกันได้นะครับ!”
“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ต้องการค่าตอบแทนจากพวกคุณ ในเมื่อเป็นการกุศลก็บริจาคไปเถอะ” ซือฝูชิงหยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้ง “นอกเสียจากว่ารายการของพวกคุณน่าสนใจมากจริงๆ คิดซะว่าฉันว่างงานมานานให้ไปวอร์มร่างกายหน่อยก็แล้วกัน”
ซังลู่เหลือบมองชื่อรายการบนสัญญาแวบหนึ่ง “เอ๊ะ มีรายการน่าสนใจแบบนี้ด้วยเหรอ ฉากบึงจระเข้จะไปถ่ายที่ไหน”
เวลานี้ผู้ช่วยผู้กำกับถึงเพิ่งสังเกตเห็นเขา “พ่อหนุ่ม แววดีไม่น้อย สนใจถ่ายพวกโฆษณาอะไรบ้างไหมล่ะ”
“ไม่ดีกว่า” ซังลู่พูดด้วยสีหน้าผยอง “รายการของพวกคุณก็แค่เป็นการวอร์มร่างกาย อย่าว่าแต่ข้ามบึงจระเข้เลย ต่อให้ไปจับตัวจิ้งเหลนยักษ์ในป่าฝนเขตร้อน ผมก็จับได้ด้วยมือเปล่า”
ผู้ช่วยผู้กำกับเผยสีหน้าตกตะลึง “?!”
ซือฝูชิงมองซังลู่แวบหนึ่ง
ซังลู่เอ่ยเสียงงึมงำ “แน่นอนว่าคุณซือเก่งมากที่สุด คุณซือสามารถกำราบผมได้ด้วยมือเดียวด้วยซ้ำ”
ผู้ช่วยผู้กำกับ “…”
ไม่สิ คนพวกนี้เป็นใครกันเนี่ย
หลังจากซือฝูชิงเซ็นชื่อเสร็จก็ถามประโยคหนึ่งว่า “รายการแต่ละตอนจะมีกี่คน”
“ทุกตอนจะมีแขกประจำห้าคน” ผู้ช่วยผู้กำกับเอ่ยตอบ “แล้วก็จะมีแขกรับเชิญแวะเวียนมาด้วยเลยบอกจำนวนแน่ชัดไม่ได้”
“โอเค” ซือฝูชิงพยักหน้า “คุณคงยังไม่ได้กินข้าว ฉันจะให้เสี่ยวลู่พาคุณไปเดินดูละกัน”
ซังลู่ฮึดอัดอยู่ในใจ ทำได้เพียงพาตัวผู้ช่วยผู้กำกับที่เริงร่าเดินออกไปเท่านั้น
ซือฝูชิงหยิบมือถือขึ้นมา เวลานี้ถึงเห็นข้อความจากเผยเมิ่งจือ
เป็นเวลาเมื่อห้านาทีก่อน
เธอก้มหน้าตอบกลับข้อความ
[อธิบาย? ถ้านายจะอธิบายก็อยู่เฉยๆ หุบปากไปดีกว่า พูดให้มันน้อยๆ หน่อย นี่ยังอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกไหม]
เมื่อเผยเมิ่งจือที่สมัครไอดีเวยปั๋วได้อย่างยากลำบากเห็นข้อความนี้เข้าก็ตาสว่างทันที
เขารีบลบข้อความที่ตั้งใจจะโพสต์ลงเวยปั๋วทิ้งอย่างรวดเร็วด้วยมืออันสั่นเทา
ก็จริง
อธิบายก็เหมือนการกลบเกลื่อน
ถ้าเขาออกมาตอบโต้ ถึงอย่างไรชาวเน็ตก็ต้องมองว่าเขาหลงซือฝูชิงหัวปักหัวปำ แล้วคิดจะเทจั่วฉิงหย่าทิ้ง
แบบนี้จะทำอย่างไรต่อไปล่ะ
เผยเมิ่งจือรีบกดเบอร์โทรออก “ฮัลโหล คุณซือ ช่วยผมด้วย! พระแม่ผู้มีความเมตตาอย่างคุณซือ ช่วยผมทีเถอะ!”
“รออย่างเงียบๆ ไป” ซือฝูชิงไร้ซึ่งความเห็นใจ “บอกแล้วไงว่ารอกระดาษยันต์ไหม้เมื่อไรค่อยมาหาฉัน ผู้ชายอกสามศอกคนหนึ่ง ว่าง่ายๆ ก็คือเต่าในกระดอง”
เผยเมิ่งจืองุนงง “ทำไมต้องเต่าด้วยล่ะ”
ซือฝูชิงตอบ “ก็ขี้ขลาดไง”
เผยเมิ่งจือ “…”
ซือฝูชิงเพิ่งตัดสายเผยเมิ่งจือไปได้ไม่นานก็มีสายโทรเข้ามาใหม่
“คุณติดคำค้นหายอดฮิตอีกแล้ว! ผมพูดจริงๆ นะ ผมหาทีมช่วยจัดการข่าวให้คุณดีกว่า” ชวีหลิงอวิ๋นเอ่ยอย่างร้อนใจ “ดูสิว่าคุณถูกด่าทอไปถึงไหนแล้ว”
ซือฝูชิงนั่งไขว่ห้าง “ไม่มีเงิน ไม่จำเป็นต้องใช้หรอก ถ้าปล่อยให้พวกเขาพูดกันไปแล้วฉันจะผมร่วงหมดหัวหรือไงคะ”
“คุณนี่ใจเด็ดจริงๆ” ชวีหลิงอวิ๋นส่ายศีรษะ “งั้นผมคุยเรื่องสำคัญอื่นกับคุณก่อนก็แล้วกัน”
“รอเดี๋ยวก่อน” ซือฝูชิงกำมือถือไว้ “เจ้านายมาหาฉัน ฉันออกไปหาก่อน คุณพูดต่อได้เลยฉันฟังอยู่”
เธอหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาแล้วเดินออกจากห้องพักรับรองไปยังด้านนอกของค่ายฝึก
เฟิ่งซานกำลังรออยู่ด้านหน้ารถ
แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้มาคนเดียว ด้านหลังยังมีคนอยู่อีกห้าคน
ในห้าคนนั้นมีทั้งผู้ชายและผู้หญิง อีกทั้งสวมชุดสูทรองเท้าหนังกันถ้วนหน้า
“คุณซือ” เฟิ่งซานเดินเข้ามา “ช่วงนี้ชื่อของคุณซือขึ้นเป็นคำค้นหายอดฮิตถี่ขึ้นเรื่อยๆ คุณซือเองก็ทำงานยุ่งคงไม่มีเวลามาสนใจ พี่เก้าเลยส่งทีมช่วยมาจากเมืองซื่อจิ่วโดยเฉพาะ ให้พวกเขาลองดูก่อน ถ้าไม่ดีค่อยเปลี่ยน”
“เจ้านายให้เหรอ งั้นฉันก็คงต้องรับ” ซือฝูชิงกะพริบตาปริบๆ “เจ้านายใจกว้างขนาดนี้ ในฐานะพนักงานอย่างฉันรู้สึกนับถือมากจริงๆ! ฉันจะตั้งใจทำงานให้คุ้มกับค่าแรง!”
ชวีหลิงอวิ๋นที่ยังอยู่ในสาย “???”
สองมาตรฐานชัดๆ!
เฟิ่งซานสำลัก “งั้นก็ดี คุณซือ ให้พวกเขาจัดการเรื่องวันนี้ก่อน ถ้าคุณซือต้องการอะไรก็บอกมาได้เลย”
ผู้หญิงที่เป็นหัวหน้าเดินเข้ามาพร้อมส่งนามบัตรให้ “สวัสดีค่ะคุณซือ พวกเรามาจากสำนักงานกฎหมายซิงถิง พร้อมให้บริการด้วยความซื่อสัตย์ค่ะ”
ซือฝูชิงพยักหน้า “เยี่ยมเลย”
ฉับพลันเธอก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้เลยพูดอย่างหวาดระแวง “ไม่ใช่ว่าหักเงินเดือนฉันหรอกนะ”
เฟิ่งซาน “…ไม่ครับ”
“งั้นก็ดี” ซือฝูชิงกลับมามีท่าทีเกียจคร้านเหมือนเดิม “ฉันไปทำงานต่อละ ถ้ามีเรื่องอะไรก็ติดต่อฉันได้เลย”
“เดี๋ยวนะๆ!” ในที่สุดชวีหลิงอวิ๋นก็มีโอกาสได้พูดสักที “เมื่อกี้ผมได้ยินว่าอะไรนะ สำนักงานกฎหมายซิงถิงเหรอ”
“ฉันดูก่อนนะคะ” ซือฝูชิงหยิบนามบัตรขึ้นมาดูแวบหนึ่ง “อืม ชื่อนี่แหละ ชื่อเพราะไม่น้อย”
ชวีหลิงอวิ๋น “…”
จ้างสำนักงานกฎหมายมาโดยเฉพาะเพื่อเอามาเป็นทีมช่วยแก้ข่าวแค่นี้เลยเหรอ
รวยขนาดไหนกันเนี่ย!
ลาก่อน คงหาเรื่องด้วยไม่ไหว
ชวีหลิงอวิ๋นไม่เข้าใจเท่าไร “ไม่สิ เจ้านายของคุณเป็นใคร ถึงขั้นยกสำนักงานกฎหมายซิงถิงทนายมือทองมาได้ เจ้านายของคุณเงินหนาใจกว้างขนาดนี้ คุณยังตกอยู่ในสภาพแบบนี้อีกเหรอ”
“เจ้านายของฉันรวยแค่ไหนก็เป็นเรื่องของเขา” ซือฝูชิงตอบด้วยท่าทีสบายๆ “ของฉันก็ส่วนของฉัน พวกเราไม่ได้เป็นครอบครัวเดียวกัน”
“ก็ใช่แหละ” ชวีหลิงอวิ๋นยังคงสงสัยอยู่บ้าง “แล้วตกลงเจ้านายของคุณเป็นใครกันแน่ นี่เป็นถึงสำนักงานกฎหมายซิงถิงเลยนะ!”
ซือฝูชิงตอบด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ “เจ้านายของฉันทั้งสง่างาม สุขุมอ่อนโยน หล่อเหลาไม่ถือตัว บุคลิกดูดีไม่ธรรมดาแถมเก่งกาจเป็นเลิศ เขาเป็นดั่งหิมะบนฟากฟ้า จันทรากลางกลีบเมฆ ผิวพรรณผุดผ่อง ขนาดไฝยังสีแดงชาด คุณว่าบนโลกใบนี้จะมีใครสมบูรณ์แบบได้อย่างเจ้านายฉันที่ไหนล่ะ!”
ชวีหลิงอวิ๋น “…”
พรรณนาบ้าบออะไรกันเนี่ย!
เขาคลึงกลางหว่างคิ้ว “ได้ ในที่สุดคุณก็มีทีมมาช่วยสักที ผมวางใจแล้ว ผมอยากจะคุยเรื่องหนังกับคุณหน่อย พวกเรามาหารือกัน”
ซือฝูชิงเดินเข้าไปในค่ายฝึก
ด้านนอก เฟิ่งซานขับรถจากไปแล้ว
“เตรียมพร้อมถอนการเป็นคำค้นหายอดฮิต” หญิงสาวที่ดูเฉลียวฉลาดมองดูนาฬิกาข้อมือแวบหนึ่ง “จัดการบันทึกไอดีของชาวเน็ตที่กุข่าวฉาวขึ้นมา ฉันให้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น”
**
อีกฝั่ง บริษัทตระกูลเผย
สองวันนี้คุณนายเผยวุ่นวายจนปวดเศียรเวียนเกล้าไปหมด แม้แต่ข้าวยังไม่มีเวลากิน ไม่ง่ายเลยกว่าจะจัดการสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทไว้ได้ ถึงค่อยมีเวลาพักผ่อนบ้าง
เธอถามเรื่องบนโลกออนไลน์ขึ้นมา
“คุณนาย ตอนที่เราดูเมื่อครู่เห็นว่าถูกถอดออกจากคำค้นหายอดฮิตไปแล้ว” ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์พูดขึ้น “ไม่ใช่แค่นั้น เพราะข่าวฉาวก็หายเกลี้ยงไปด้วย แม้แต่โพสต์ในเวยปั๋วของคุณหนูจั่วฉิงหย่าก็ยังขึ้นว่า ‘เวยปั๋วนี้มีความเกี่ยวข้องกับการกุข่าวปลอม’ อีกด้วย”
“ไม่ธรรมดานี่” คุณนายเผยแค่นเสียงหัวเราะ “ดูท่าทางจะหาทีมมาช่วยแล้ว โพสต์เวยปั๋วตามที่ฉันบอก ถ้ายัยนั่นไม่ได้คิดจะหลอกเอาเงินจากตระกูลเผย งั้นก็เขียนชื่อฉันกลับหัวได้เลย”
ผู้จัดการรีบโพสต์ตามที่คุณนายเผยบอกทุกอย่างทันที
กลุ่มบริษัทตระกูลเผย : [คุณผู้ชายยุ่ง คุณนายเองก็ยุ่งเลยไม่มีเวลาอบรมสั่งสอนคนนอก หวังว่าคุณซือ @ซือฝูชิง จะเข้าใจว่าอะไรควรไม่ควร ตระกูลเผยไม่ใช่ที่ที่คุณจะเข้ามาได้ คุณชายใหญ่ไม่ใช่คนที่คุณหวังจะเอาได้
อย่าคิดว่าสร้างเรื่องผีสางนางไม้แล้วจะแต่งเข้าตระกูลเผยได้ กรุณารู้สถานะของตัวเองด้วย! เห็นแก่ว่าเคยเป็นเด็กที่ท่านผู้เฒ่าจั่วเลี้ยงดูมา ครั้งนี้ตระกูลเผยจะไม่ถือสาหาความ]
พอโพสต์นี้ถูกปล่อยออกไป เหล่าแอนตี้แฟนก็เคลื่อนไหวอย่างว่องไว ชาวเน็ตที่รอดูเรื่องสนุกๆ พากันโผล่มาอย่างรวดเร็ว
[ถึงว่าคำค้นหายอดฮิตถึงถูกถอดออกเร็ว เป็นเรื่องจริงแน่ๆ คุณนายใหญ่ของตระกูลเผยออกมาพูดขนาดนี้แล้วจะเป็นเรื่องโกหกได้ยังไง]
[ถอดคำค้นหายอดฮิตเร็วจริงๆ ไม่กี่วินาทีก่อนฉันยังเห็นตรงรายการคำค้นหายาวพรวนเป็นยี่สิบ แต่ต่อมารีเฟรซใหม่ก็ไม่เจอแล้ว ซือฝูชิงมีนายทุนจริงๆ ด้วย]
[ดูท่าทางคุณนายเผยจะรังเกียจซือฝูชิงมากจริงๆ ไม่ไว้หน้าเลยสักนิด ถึงขั้นโผล่มาในโลกออนไลน์เลย]
[คำพูดแบบนี้หมายความว่าต่อให้ดาราในวงการบันเทิงจะมีเงิน แต่ก็มีเส้นกั้นระหว่างตระกูลผู้ดีไว้อยู่จริงๆ ภูมิหลังของตระกูลเผยในเมืองหลินไม่ใช่เล็กๆ เขาจะเห็นดาราไอดอลปลายแถวตัวเล็กๆ เข้าตาได้ยังไง]
[ครั้งนี้ซือฝูชิงมีอะไรจะพูดอีกเหรอ ไม่รู้ว่าพวกแฟนคลับจะติดตามหล่อนทำไม นิสัยเลวเหมือนขยะแบบนี้]
[พูดตามตรงซือฝูชิงร้ายไม่เบา ตอนขอฝนทำเอาฉันคิดว่ามันทะแม่งๆ ไม่รู้ว่าไปบนผีสางนางไม้อะไรไว้บ้าง ตกลงหล่อนทำอะไรกันแน่]
ผู้จัดการพูดอย่างนอบน้อม “คุณนาย จัดการตามที่คุณบอกเรียบร้อยครับ”
“งั้นก็ดี” คุณนายเผยเอ่ยเสียงเย็นชา “ดาราไอดอลตัวเล็กๆ คนหนึ่งคิดจะสู้กับอำนาจ แถมบอกฉันว่าจะเจอเรื่องร้ายๆ รอตายได้เลยอะไรนั่นอีก ฉันจะรอดูสิว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไงบ้าง”
**
ทางฝั่งบ้านตระกูลเผย
เผยเมิ่งจือจับตาดูคำค้นหายอดฮิตไม่วางตา ถึงขั้นเปิดบัญชีเล็กๆ เข้าไปต่อว่าจั่วฉิงหย่าด้วย
กระทั่งทุกอย่างหายวับไป
โพสต์ของจั่วฉิงหย่าปรากฏคำว่า “เวยปั๋วนี้มีความเกี่ยวข้องกับการกุข่าวปลอม”
เผยเมิ่งจือถึงผ่อนลมหายใจอย่างช้าๆ
แต่ไม่ปล่อยให้เขาได้สบายใจนานก็เห็นโพสต์ของบริษัทตระกูลเผยในเวยปั๋ว
สีหน้าของเขาเปลี่ยนในทันใด รีบกดโทรออกเพื่อโน้มน้าวคุณนายเผย
ทว่าเขากลับเห็นโพสต์จากบัญชีเวยปั๋วหนึ่งเด้งขึ้นมา
[คุณนายเผยเก่งนะ โกหกคำโตแบบนี้ได้ ว่าแต่ลูกชายของคุณมีคู่หมั้นจริงหรือไม่คุณคงรู้อยู่แก่ใจดี พวกเราเองก็ตรวจสอบได้เหมือนกัน อีกอย่างคุณซือฝากบอกว่าหนังสือทนายข้อหากุข่าวไปถึงแล้วช่วยรับด้วย ค่าทำลายชื่อเสียงขอให้คุณเป็นฝ่ายออก ช่วยเตรียมไว้ด้วยละ(อิโมติคอนยิ้ม) คุณอยากรู้ว่าทำแบบนี้จะมีผลลัพธ์เช่นไรตามมาไม่ใช่เหรอ คุณซือบอกมาว่าภายในห้าวันนี้บริษัทในเครือตระกูลเผยเตรียมล้มละลายได้เลย]