เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 123 ซือฝูชิงจะเชิญใครมาก็ได้
สีหน้าและแววตาของซือฝูชิงสงบนิ่ง
ทั้งๆ ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่าทางเกียจคร้านเอื่อยเฉื่อยแต่พลังที่แผ่ซ่านออกมากลับบีบคั้นกดดันขั้นสุด
เผยซวี่ถูกออร่าของเธอครอบงำจนตกตะลึงไปครู่หนึ่ง เขาถึงกับพูดไม่ออก สมองพลันว่างเปล่าไปชั่วขณะ
หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีเขาก็ได้สติกลับมาและโมโหสุดขีด “คุณแซ่ซือไม่ได้แซ่เผย มีสิทธิ์อะไรเข้าร่วมการประชุมของกลุ่มบริษัทตระกูลเผยด้วย!”
คนอื่นๆ ที่อยู่ที่โต๊ะประชุมก็หันไปมองซือฝูชิงด้วยสายตาประเมิน
พวกเขาต่างก็อดทึ่งไม่ได้
เพราะถึงอย่างไรใบหน้าของซือฝูชิงก็งดงามมาก
แม้แต่แอนตี้แฟนเองก็ยังไม่สามารถบอกว่าเธอขี้เหร่ได้
“ที่แท้คุณก็คือซือฝูชิงนี่เอง” ชายชราที่เผยเหยียนเรียกว่าอาฉีกวาดสายตาอันคมกริบมาที่เธอ “พวกเราจำคำพูดที่คุณซือพูดไว้บนอินเตอร์เน็ตได้ดี
บริษัทของตระกูลเผยจะล่มสลายภายในห้าวัน ตอนนี้สิ่งที่คุณพูดก็ได้กลายเป็นจริงแล้ว คุณยังเลือกที่จะมาในเวลานี้อีก คงไม่ได้คิดจะมาแสดงบารมีอะไรที่นี่หรอกใช่ไหม”
เขาย่อมรู้อะไรเกี่ยวกับซือฝูชิงมาบ้างอยู่แล้ว
เธอเป็นเด็กที่ตระกูลจั่วรับเลี้ยงดู เป็นไอดอลปลายแถว เรียนไม่จบชั้นมัธยมต้นและเป็นคนสวยแต่รูป
“ก็ต้องขึ้นอยู่กับพวกคุณแล้ว” ซือฝูชิงยิ้มบาง “ว่าอยากจะอยู่หรือว่าอยากจะตาย”
ประโยคเดียวของเธอทำให้ทุกคนมองมาด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว
“เผยเหยียน นี่มันหมายความว่าไงกันแน่” เผยซวี่ส่งเสียงเย้ยหยันขึ้นมาอีกครั้ง “บริษัทที่อยู่ภายใต้การบริหารของพี่เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ แล้วพี่ยังพาคนนอกมาอวดเบ่งที่นี่อีก พี่อยากจะเอาบริษัทถวายใส่พานให้คนอื่นหรือไง”
หลังจากพูดจบเขาก็พูดต่อทันทีโดยไม่รอให้เผยเหยียนตอบ “ผู้เฒ่าฉี ผมในฐานะผู้ถือหุ้นคนหนึ่งขอให้ถอดถอนตำแหน่งประธานของเผยเหยียน รวมถึงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของหยางฮุ่ยจูด้วย!”
สีหน้าของเผยเหยียนเคร่งขรึมทันที “เผยซวี่ แกยังไม่มีสิทธิ์”
เขาหารือกับคุณนายเผยแล้ว เผยซวี่ก็เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยว่าอาจจะทำคุณไสยใส่พวกเขา
พอเผยซวี่เล่นใหญ่ขนาดนี้ยิ่งทำให้ดูน่าสงสัยมากขึ้นไปอีก
“เผยเหยียน ตอนที่ท่านผู้เฒ่าส่งต่อตำแหน่งประธานให้แก ท่านย่อมเห็นว่าแกเหมาะสม” ผู้เฒ่าฉีเอ่ยเสียงเรียบ “แต่ตอนนี้แกก็เห็นแล้วว่าแกไม่มีคุณสมบัติสำหรับตำแหน่งนี้อีกต่อไป แกสละตำแหน่งให้คนที่เหมาะสมกว่าเถอะ”
“บริษัทยังไม่ได้หมดหนทางซะทีเดียว” เผยเหยียนสงบลง “ตอนที่ผมอยู่ที่รัฐมอร์ตันก็เกือบจะชวน RS มาร่วมทุนได้แล้ว ขอแค่พวกเขาอัดฉีดเงินลงทุนเข้ามา บริษัทก็จะสามารถฟื้นขึ้นมาได้อีกครั้ง”
แต่คำพูดพวกนี้มีไว้พูดให้คนตระกูลเผยฟังแค่เพียงผิวเผินเท่านั้น
เผยเหยียนและภรรยาของเขาต่างรู้ดีว่าสาเหตุที่บริษัทของตระกูลเผยถึงทางตันเช่นนี้ก็เพราะมีคนเชิญนักพรตมาทำคุณไสย
ถ้าไม่ใช่เพราะมีหยกโบราณที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษคอยคุ้มครอง ตระกูลเผยคงจบสิ้นไปนานแล้ว
ซือฝูชิงได้ยินเช่นนั้นก็ช้อนสายตาขึ้นเล็กน้อย
RS?
ตระกูลเผยเป็นกลุ่มบริษัทผลิตยา แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีชื่อเสียงมากแต่ก็มีทรัพย์สินมากมาย
ทำไมเธอถึงไม่รู้เลยว่ากิจการของศิษย์พี่หกของเธอพัฒนามาถึงที่นี่ด้วย?
เวลาสามปีมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากจริงๆ
จนศิษย์พี่หกของเธอเริ่มจะขายยาแล้ว
“เผยเหยียน แกพูดเรื่องพวกนี้ตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์” ผู้เฒ่าฉีไม่หวั่นไหว “ตระกูลต่างๆ ในมืองซื่อจิ่วตั้งเท่าไรที่ต้องการได้เงินลงทุนจาก RS แล้วผลสุดท้ายเป็นยังไงล่ะ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกเสียจากกว่าพวกแกจะได้เซ็นสัญญามาแล้วเท่านั้น”
เผยเหยียนหมดคำพูด
RS เป็นกลุ่มบริษัทอันดับหนึ่งในทวีปตะวันตกที่อยู่ภายใต้ราชวงศ์ของรัฐมอร์ตัน ควบคุมดำเนินการโดยดยุกเอง
หากสามารถร่วมมือกับกลุ่ม RS ได้ก็สามารถสร้างสัมพันธ์กับราชวงศ์ของรัฐมอร์ตันได้และยังสามารถเปิดประตูสู่ตลาดทวีปตะวันตกได้อีกด้วย
นั่นเป็นขั้นตอนที่จะขาดไปไม่ได้หากต้องการนำธุรกิจครอบครัวไปเจาะตลาดต่างประเทศ
“นี่คือแผนการที่เราคุยกันก่อนที่แกจะมา” อาฉีขอให้เลขาฯ ส่งเอกสารฉบับหนึ่งไปให้เขา “แกเซ็นซะ”
เผยเหยียนรับมันมาอ่าน ยิ่งอ่านมากเท่าไรสีหน้าเขาก็ยิ่งเปลี่ยนไปมากเท่านั้น
ข้อตกลงระบุอย่างชัดเจนว่าหากกลุ่มบริษัทตระกูลเผยไม่สามารถพลิกฟื้นขึ้นมาได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ เผยเหยียนไม่เพียงแต่ต้องสละตำแหน่งประธานเท่านั้น แต่เขายังต้องยอมสละหุ้นทั้งหมดด้วย
มันไม่ต่างอะไรกับการขับไล่เขาออกจากตระกูลเผยเลยสักนิด
“พี่ใหญ่ ไม่ต้องพูดอะไรให้มาก พี่รีบเซ็นเอกสารเถอะ” เผยซวี่เสียดสีออกมาอย่างเย็นชา “เรื่องนี้พี่เป็นคนทำให้มันเกิดขึ้น พี่ก็รับไปคนเดียวเถอะ”
เผยเหยียนกำกระดาษแน่น แววตาของเขาเย็นเยือก
เขาจะเซ็นลงได้ยังไง
ภายในห้องประชุมเงียบกริบ ผู้ถือหุ้นต่างรอให้เผยเหยียนเซ็นชื่อลงในกระดาษ
แล้วความเงียบก็ถูกทำลายลงในตอนนั้นเอง
ซือฝูชิงยืนขึ้น มือข้างหนึ่งของเธอเท้าโต๊ะไว้ ส่วนอีกข้างก็เสยผม เธอพูดเบาๆ ว่า “เซ็น”
คำพูดเดียวทำให้ทุกคนหันกลับมามองเธอด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง
เผยเหยียนเองก็งุนงงไปเล็กน้อยเช่นกัน
“คุณซือใช่มั้ย ผมว่าเรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณนะ” เผยซวี่ยิ้มอีกครั้ง “ข้อแรกคุณไม่ใช่คนตระกูลเผย ข้อสองคุณไม่เข้าใจเรื่องการทำธุรกิจ อีกอย่าง คุณบอกว่าเซ็นแล้วเผยเหยียนจะต้องเซ็นอย่างนั้นเหรอ คุณน่าจะ…”
คำพูดของเผยซวีหยุดชะงักลงทันที
เพราะเขาเห็นว่าเผยเหยียนหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อลงไปบนเอกสารด้วยท่าทางเด็ดขาด
ผู้เฒ่าฉีประหลาดใจมาก เขาหันไปมองซือฝูชิงด้วยแววตาครุ่นคิดพิจารณานานขึ้น
เผยเหยียนไม่ใช่คนใจร้อนและยิ่งไม่ใช่คนใช้วิธีการที่ก้าวร้าว
แต่ทำไมซือฝูชิงพูดอะไร เขาก็ทำตามทันที
หรือว่าซือฝูชิงมีจุดแข็งอะไรที่พวกเราไม่รู้!
ผู้เฒ่าฉีพยายามย้อนนึกถึงข้อมูลเกี่ยวกับซือฝูชิง ท้ายที่สุดเขาก็ยังไม่พบว่ามีจุดไหนที่ควรค่าแก่การสนใจ
เขาพูดเสียงเรียบ “คนหนุ่มสาวมีความกล้าหาญก็ดีนะ แต่ลูกวัวที่เพิ่งเกิดใหม่ไม่กลัวเสือ พอเจอเสือขึ้นมาจริงๆ ก็จะถูกกินอยู่ดี”
ซือฝูชิงมองหน้าเขาแล้วเอียงศีรษะ “ฉันคงสู้คุณไม่ได้หรอก เพราะยังไงคุณก็ต้องลงหลุมไปก่อนอยู่แล้ว”
ผู้เฒ่าฉีโกรธจนตัวสั่น “เธอ เธอนี่มัน…”
“ไปล่ะ” ซือฝูชิงไม่สนใจเขาและออกไปก่อน “คุณออกมาเร็ว อย่ามัวแต่นิ่งอยู่สิ พาฉันไปเดินดูสักรอบ”
คุณนายเผยอึ้งไปพักหนึ่งก่อนจะเดินตามเธอไปอย่างเบิกบานมีความสุข
เธอพาซือฝูชิงเดินไปรอบๆ ตึกของบริษัท ยิ่งเดินเธอก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัว
“ช่างลงทุนลงแรงจริงๆ” ซือฝูชิงเก็บวัตถุหยินได้อีกจำนวนหนึ่ง ดวงตาจิ้งจอกของเธอหรี่ลงเล็กน้อย “ฉันเก็บให้คุณหมดแล้ว พรุ่งนี้บอกให้คนออกไปจากบริษัทให้หมดแล้วรอฉัน”
“ได้ค่ะๆ” คุณนายเผย “ฉันว่าให้เจ้าเมิ่งจือไปส่งคุณซือกลับดีกว่ามั้ยคะ คุณซือพักอยู่ที่ไหน”
“ไม่ต้องหรอก” ซือฝูชิงปฏิเสธ “ฉันจะปั่นจักรยานกลับ คาร์บอนต่ำ สุขภาพดีด้วย”
“ใช่ๆ” จู่ๆ คุณนายเผยก็ตระหนักได้ “ต่อไปฉันก็จะปั่นจักรยานให้มากขึ้น จะได้รักษาสิ่งแวดล้อม!”
ซือฝูชิงเหลือบมองคุณนายเผยด้วยแววตาซับซ้อน
เธอรู้สึกว่าคุณนายเผยมีบางอย่างผิดปกติมาตลอดแต่เป็นอาการที่แตกต่างออกไป
หลังจากที่เธอส่งซือฝูชิงออกไปแล้ว ในที่สุดคุณนายเผยก็สงบใจลงได้ เธอจึงได้ขอเอกสารจากเผยเหยียนมาอ่านดู แล้วก็ต้องรู้สึกประหม่าขึ้นมาอีกครั้ง “ที่รักคะ คุณจะพา RS มาร่วมทุนได้จริงๆ เหรอ”
“ก็ยังไม่แน่” เผยเหยียนส่ายศีรษะ “แต่คุณซือบอกว่ามีคนปรับเปลี่ยนฮวงจุ้ยของบริษัทไป ผมอยากจะแก้ไขเรื่องนี้ก่อน”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไม่ควรจะเซ็นเอกสารนั่น!” คุณนายเผยร้อนใจ “มันเขียนไว้ว่าถ้าคุณเอาเงินทุนจาก RS มาไม่ได้ก็เท่ากับว่าคุณล้มเหลว!”
เผยเหยียนชะงักฝีเท้าทันที สมองของเขาเหมือนกับจะได้สติกลับคืนมา
ตอนนั้นเขาเซ็นไปได้ยังไงนะ!
ดูเหมือนว่าคุณซือจะพูดอะไรออกมาคำหนึ่ง
นี่มัน…
“ช่างมันเถอะ ถึงยังไงเราก็มาถึงจุดนี้แล้วจะทำอะไรได้อีก” เผยเหยียนถอนหายใจ “ตอนนี้เชื่อคุณซือก็ยังดีกว่าคนในครอบครัว”
ใครจะคิดว่าพี่น้องกันเองจะทำร้ายกันอย่างโหดเหี้ยม?
“ก็นั่นน่ะสิ” คุณนายเผยถอนหายใจยาว “ฉันรู้สึกว่าแค่หยกโบราณไม่กี่ชิ้นนั้นก็ยังไม่พอเลย หรือว่าอีกสองสามวันเราไปหาคุณแม่ที่เมืองซื่อจิ่วกัน ท่านจะได้ช่วยดูหน่อยว่าที่เมืองซื่อจิ่วยังมีของดีอะไรอีกบ้าง”
เผยเหยียนพยักหน้าตอบรับ
ด้านนอกตึกของบริษัทตระกูลเผย
ซือฝูชิงขึ้นคร่อมจักรยานสาธารณะแล้วกดรับสายโทรศัพท์ด้วยมือข้างเดียว “ไม่ต้องส่งมาแล้ว ฉันว่างพอดี เดี๋ยวจะแวะไป”
“รบกวนคุณจริงๆ ค่ะ” ตำรวจหญิงที่อยู่อีกปลายสายพูด “ต้องให้คุณมาเองอีก”
“ไม่เป็นไรค่ะ” ซือฝูชิงวางสาย เธอดูเวลาและเตรียมปั่นจักรยานไปที่สถานีตำรวจ
“คุณซือ!” เผยเมิ่งจือทักทายเธออย่างสุภาพ “ถ้าคุณมีอะไรให้ผมทำก็บอกมาได้เลยนะครับ จะให้ไปบุกน้ำลุยไฟที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น!”
ซือฝูชิงไม่แม้แต่จะมองเขา “อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าก็พอ”
เผยเมิ่งจือ “…”
เขาลูบผม “หรือว่าคุณซือต้องการข้อมูลของตระกูลอวี้? ของอวี้เย่า ผมเป็นเพื่อนกับเขามาหลายปีแล้ว สนิทมาก!”
“ไม่สนใจ” ซือฝูชิงท่าทางเฉยเมย “ฉันจะไปสถานีตำรวจ อย่ามาบังทางฉัน”
เผยเมิ่งจือได้แต่ต้องยอมแพ้
ตอนนี้เขามั่นใจจริงๆ แล้วว่าซือฝูชิงไม่ได้รู้สึกอะไรกับอวี้เย่าเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังรู้สึกรำคาญมาก
แต่นั่นเป็นเรื่องดี
ถึงอย่างไรอวี้เย่าก็มีคนรักที่โตมาด้วยกัน ถ้าเธอชอบเขาจริงๆ มันจะต้องนำไปสู่จุดจบที่น่าเศร้าแน่ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ซือฝูชิงเก่งถึงขนาดนี้ อวี้เย่านั้นยังไม่ดีพอสำหรับเธอ
เผยเมิ่งจือชำเลืองมองข้อความที่เพื่อนในเกมของเขาส่งมาให้
ดันเจี้ยนใหม่ของคำสั่งสวรรค์จะเปิดตัวในวันศุกร์หน้าเวลาหนึ่งทุ่มตรง
ผู้เล่นหลายร้อยล้านคนทั่วโลกต่างตั้งตารอ
เผยเมิ่งจือเองก็รอคอยเช่นกัน
บางทีเขาอาจจะได้พบกับเทพ NINE เร็วๆ นี้ก็ได้
ช่วงนี้มีแต่เรื่องดีๆ เกิดขึ้นไม่หยุดจริงๆ
เผยเมิ่งจืออารมณ์ดีขึ้นมาก จากนั้นเขาก็ขับรถจากไป
**
ณ เวลาเดียวกันที่บ้านตระกูลจั่ว
จั่วฉิงหย่าถูกขังอยู่สองวันแล้วและยังไม่ได้รับการปล่อยตัวออกมา นอกจากนี้ตำรวจก็ยังห้ามไม่ให้คนตระกูลจั่วไปเยี่ยมเธอด้วย
คุณนายจั่วผู้เฒ่าซึ่งอยู่ในอาการตกใจเป็นเวลานานมีใบหน้าซีดเซียวร่างกายอ่อนแรง
“แม่ แม่ไม่ต้องกังวลหรอก” จั่วเทียนเฟิงปลอบเธอ “ฉิงหย่าจะออกมาได้แน่นอน เดี๋ยวเสียนอวี้ก็จะไปต่อรองกับซือฝูชิงที่สถานีตำรวจแล้ว ข้อเสนอเราสูง ไม่มีทางที่เธอจะไม่ตกลงหรอก”
“แกไม่รู้อะไรเลย…ไม่รู้อะไรเลย” คุณนายจั่วผู้เฒ่าท่าทางเสียสติไปแล้ว “มันจะกลับคืนไปแล้ว กลับคืนไปหมดแล้ว”
เธอรู้ดีว่าที่ผู้เฒ่าจั่วเลี้ยงดูซือฝูชิงก็เพราะต้องการโชคชะตาของซือฝูชิง
ตอนนั้นเธอรู้สึกว่าวิธีนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างมาก
แต่ต่อมาเมื่อเธอเห็นว่าตระกูลจั่วเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นเรื่อยๆ เธอจึงยอมรับไปโดยปริยาย
ใครจะไปรู้ว่าโชคชะตาที่โดนแย่งชิงมาวันหนึ่งจะกลับคืนไปได้ด้วย?
สิ่งที่คุณนายจั่วผู้เฒ่ากลัวมากที่สุดในตอนนี้ก็คือโชคชะตาส่วนที่อยู่กับจั่วเสียนอวี้ก็จะไหลออกไปด้วย
เรื่องของโชคชะตานั้นยังเป็นเรื่องที่ลึกลับมาก
แต่เธอรู้ว่าที่จั่วเสียนอวี้มีพรสวรรค์ทางธุรกิจที่น่ากลัวอย่างนี้ได้ก็เพราะได้โชคชะตาของซือฝูชิงไป
จั่วเทียนเฟิงขมวดคิ้ว “เสียนอวี้ เรื่องสำนักงานกฎหมายซิงถิงมันยังไง”
“หนูตรวจสอบแล้วค่ะ” จั่วเสียนอวี้พยักหน้าเบาๆ “สำนักงานกฎหมายซิงถิงมักจะลงพื้นที่ไปช่วยบางคนที่ไม่มีความสามารถหรือกำลังที่จะยื่นอุทธรณ์ได้ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน”
“งั้นเหรอ” จั่วเทียนเฟิงพยักหน้า “ฉันคิดว่าเธอเชิญมาซะอีก”
จั่วเสียนอวี้หยิบกระเป๋า “หนูไปก่อนนะคะ”
จั่วเทียนเฟิงโบกมือ “ไปเถอะ พาน้องสาวแกกลับมาให้ได้นะ”
**
สถานีตำรวจเมืองหลิน
ตำรวจหญิงขอลายเซ็นซือฝูชิงให้ตัวเองและเพื่อนร่วมงานชายจำนวนหนึ่งได้สำเร็จ
“คืออย่างนี้ค่ะคุณซือ คดีของจั่วฉิงหย่ามีสำนักงานกฎหมายซิงถิงติดตามอย่างใกล้ชิด” ตำรวจหญิงรินชาให้เธอ “คุณซือวางใจได้ ความผิดที่เธอก่อไว้อาจทำให้เธอถูกตัดสินจำคุกมากกว่าแปดปี”
“ขอบคุณค่ะ” ซือฝูชิงรับถ้วยชามา “ฉันเชื่อในกฎหมาย”
“พี่” ตำรวจรุ่นน้องคนหนึ่งวิ่งเข้ามา “คนตระกูลจั่วมา บอกว่าจะคุยกับคุณซือให้ได้”
ตำรวจหญิงนิ่วหน้าและก่อนที่เธอจะทันได้พูดอะไรออก ซือฝูชิงก็พูดขึ้นมาก่อนว่า “ได้ ให้พวกเขามาคุยกับฉัน”
จั่วเสียนอวี้ถูกพาตัวเข้ามา
ซือฝูชิงดื่มชาราวกับว่าเธอมองไม่เห็นอะไรเลยทั้งนั้น
“คืออย่างนี้” จั่วเสียนอวี้ดันจดหมายเชิญฉบับหนึ่งไปให้เธอ “เราจะทุ่มเงินมหาศาลเพื่อส่งเธอไปที่วิทยาลัยศิลปะภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งมอร์ตัน นี่เป็นจดหมายเชิญที่พ่อฉันได้มายากมาก สามารถยกเว้นการสอบได้”
นอกเหนือจากสถาบันเก๋อหลินเอินแล้ว สถาบันเกี่ยวกับภาพยนตร์และโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกก็คือสถาบันของรัฐมอร์ตันแห่งนี้
เพราะถึงอย่างไรเก๋อหลินเอินก็ไม่ใช่ที่ที่ใครๆ จะสามารถเข้ากันได้ง่ายๆ
“เธอก็น่าจะรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้เรียนม.สามด้วยซ้ำก็ต้องออกจากโรงเรียนและถูกคุณปู่ส่งไปต่างประเทศ ประวัติการศึกษาของเธอยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในวงการบันเทิง” จั่วเสียนอวี้เอ่ยเสียงเรียบ “ถ้าเธอไปที่มอร์ตัน ไม่เพียงแต่เธอจะสามารถเรียนให้จบหลักสูตรก่อนหน้านี้ได้แต่ยังจะได้ฝึกฝนการแสดงด้วย ต่อไปก็สามารถผันตัวเข้าสู่วงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ได้แล้ว”
ซือฝูชิงคลี่ยิ้ม “แล้ว?”
“ขอแค่เธอไม่ถือสาหาความคดีนี้อีก ปล่อยฉิงหย่าไปแล้วเธอก็จะได้ไปเรียนหนังสือที่รัฐมอร์ตัน” จั่วเสียนอวี้มองเธอ “โอกาสหายาก ถ้าพลาดก็คือไม่มีอีกแล้ว”
“ไม่ใช่” ซือฝูชิงเงยหน้าขึ้น “ใครทำให้เธอเข้าใจผิดว่าฉันจะต้องพึ่งพาตระกูลจั่วของพวกเธอ”
จั่วเสียนอวี้นิ่วหน้าท่าทางไม่พอใจ “ซือฝูชิง นั่นมันรัฐมอร์ตันเชียวนะ เธอไม่ต้องการ...”
“รัฐมอร์ตันใช่มั้ย” ซือฝูชิงวางถ้วยชาลง “อยากให้ฉันเอาเบอร์ติดต่อของดยุกให้หรือเปล่า แล้วเธอก็คุยกับเขา?”