เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 129 ตระกูลของเซี่ยอวี้ เริ่มเปิดเผยตัวตน
ชายหนุ่มเองก็เงียบไปเช่นกันเมื่อได้ยินดังนั้น
ไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็ถามขึ้นอย่างไม่แน่ใจ “พี่รองหมายความว่า ถึงศิษย์น้องเล็กจะขึ้นสวรรค์ไปแล้วแต่เธอก็ยังคงคิดถึงผมเลยใช้คลื่นสมองหรือคลื่นความคิดส่งเบอร์โทรของผมไปให้คนอื่นอย่างนั้นเหรอ”
“…”
การสนทนาเงียบลงอีกครั้ง
แต่คราวนี้ปลายสายอีกด้านเงียบสนิท
หลังจากนั้นไม่นานอีกฝ่ายก็คลี่ยิ้ม “เจ้าหก นายนี่มันเก่งจริงๆ นะ ทำไมนายไม่ฝันให้มันมากกว่านี้หน่อยล่ะ”
“ก็พี่พูดเองไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มเกาศีรษะ เขาเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา “ผมไม่ได้เป็นคนพูดถึงศิษย์น้องเล็กซะหน่อย ถ้าพี่ไม่ได้หมายถึงผีแล้วพี่หมายถึงอะไร…”
อีกฝ่าย “…”
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดขึ้นช้าๆ “ฉันหมายถึง พอกำจัดตัวเลือกที่เป็นไปไม่ได้ทั้งหมด งั้นอาจจะมีคนโทรผิดก็ได้”
“เป็นไปไม่ได้!” ชายหนุ่มเอ่ยหนักแน่น “คนคนนั้นถามผมว่าใช่ดยุกแห่งมอร์ตันหรือเปล่า แล้วจะโทรผิดได้ยังไง”
“อย่างนั้นเหรอ” อีกฝ่ายครุ่นคิด “ถ้าเทียบกับที่ว่าศิษย์น้องเล็กส่งเบอร์ไปให้คนอื่นด้วยความคิดถึงนายแล้ว ฉันยอมเชื่อว่าความคิดที่อยากจะมีครอบครัวของนายสั่นสะเทือนจักรวาลจนตัวนายเองให้เบอร์กับบริษัทจัดหาคู่เองมากกว่าซะอีก”
“พี่รอง! ศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์น้องเล็กไม่อยู่ก็เลยไม่มีใครจัดการพี่ได้ใช่มั้ย” ชายหนุ่มขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “อีกอย่าง พี่ยังมีหน้ามาพูดถึงศิษย์น้องเล็กอีก ตั้งสามปีแล้วนะ พี่หาสาเหตุของการระเบิดเจอหรือยัง
ก็ไม่เลย! แล้วพี่ยังมีเวลามาแนะนำผู้หญิงให้ผมอีก”
“ต้องหาพบสิ” น้ำเสียงของอีกฝ่ายเยือกเย็นลง “ฉันบอกแล้ว เรื่องนี้ไม่มีวันจบ”
ตื๊ดๆๆ…
เขากดวางสายไปแล้ว
ชายหนุ่มมองโทรศัพท์อย่างเงียบเชียบ
เขามองหมายเลขแปลกๆ ที่โทรมาหาเขาก่อนหน้านี้ หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพักเขาก็โทรกลับไป
เสียงสัญญาณดังขึ้นสองสามครั้ง อีกฝ่ายก็ตัดสายทิ้ง
เขาพยายามโทรออกไปอีกครั้งแต่คราวนี้อีกฝ่ายถึงกับปิดเครื่องทันที
ชายหนุ่ม “…”
ได้
ถือว่าใจกล้าไม่เบา
“ไปตรวจสอบดูหน่อย” ชายหนุ่มยื่นโทรศัพท์ให้พ่อบ้าน “เบอร์นี้มาจากพื้นที่ไหน หาพิกัดให้ฉันอย่างแม่นยำที่สุด เอาชื่อถนนมา”
พ่อบ้านรับมันมาและเหลือบมอง “ท่านดยุก มันเป็นเบอร์ของรัฐต้าซย่าครับ ผมจะถาม T18 ว่ามันอยู่ในบริเวณไหน”
ชายหนุ่มโบกมือ
พ่อบ้านรับคำสั่งแล้วจากไป
“ต้าซย่า…” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เขาหยิบมีดและส้อมขึ้นมาก่อนจะพูดกับตัวเอง “ดูเหมือนว่าฉันจะยังไม่เคยไปที่นั่น ทำธุระเสร็จแล้วค่อยไปดูสักหน่อย”
อยากจะดูหน้าคนโชคร้ายที่กำลังเล่นตลกกับเขาสักหน่อย
**
ทางด้านเมืองมั่ว
ซือฝูชิงและเจียงฉังหนิงกินข้าวกันเสร็จแล้วก็พากันไปยังโรงแรมที่จองเอาไว้
เป็นห้องพักมาตรฐานทั่วไป
แต่ไหรแต่ไรมาซือฝูชิงไม่เคยเรื่องมากเรื่องอาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัยและการเดินทาง สำหรับเธอขอแค่มีเตียงให้นอนก็พอแล้ว
เพราะต่อให้เป็นโรงแรมที่แย่กว่านี้ เมื่อเทียบกับตอนที่เธอต้องนอนข้างถนนเวลาที่ต้องเดินทางไปทำภารกิจกับทีมของศิษย์พี่หญิงสามในที่ต่างๆ แล้ว นี่ถือว่ายังดีกว่ามาก
ซือฝูชิงเพิ่งจะได้คีย์การ์ดมาก็ต้องรับสายโทรศัพท์สายหนึ่ง
มันขึ้นชื่อว่าหลิงเฟิงโทรมาแต่ผู้ช่วยทนายความของเธอเป็นคนพูด
“คุณซือ คุณซือ…” ชายหนุ่มพูดตะกุกตะกัก ที่มากกว่านั้นคือความตื่นตระหนก “ท่าน ท่านดยุกแห่งมอร์ตันโทรหาผมครับ โทรมาหลายครั้งแล้วด้วย ผมๆ ผมกลัวก็เลยปิดเครื่องไปเลย!”
ถ้าเขารู้ว่าเบอร์โทรนั้นเป็นของดยุกแห่งมอร์ตันจริงๆ เขาคงไม่กล้าโทรออกไปแน่
แย่แล้ว เขาคงโดนขึ้นบัญชีดำของมอร์ตันแล้วแน่นอน!
“รับทราบ” ซือฝูชิงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร น้ำเสียงของเธอยังคงสงบนิ่ง “ทำงานของคุณไปเถอะ”
“ครับๆๆๆ!” ชายหนุ่มหรือจะกล้าไม่เออออ เขาขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ต่อไปผมไม่กล้าทำเรื่องงี่เง่าแบบนี้อีกแล้วครับ คุณซือว่ายังไงก็อย่างนั้นครับ!”
จนถึงตอนนี้เขาก็ยังนึกไม่ออกว่าซือฝูชิงมีการติดต่อกับดยุกแห่งมอร์ตันได้อย่างไร
แต่หลิงเฟิงเคยเตือนเขาแล้วว่าอย่าได้พูดเรื่องนี้กับคนอื่น เขาจึงได้แต่ต้องปิดปากสนิทและกลืนความสงสัยลงไป
เจียงฉังหนิงหันหน้ามา “เกิดอะไรขึ้นเหรอ”
“ไม่มีอะไรหรอก” ซือฝูชิงโยนโทรศัพท์เล่น “อีกไม่กี่วันก็จะมีคนมาให้หลอกเอาเงินแล้ว”
เธอได้ศึกษาเทคโนโลยีเภสัชกรรมของกลุ่มบริษัทตระกูลเผยแล้ว ถือว่าไม่เลวเลยสำหรับต้าซย่า บางทีอาจจะให้ศิษย์พี่หกของเธอลงทุนได้จริงๆ
“หลอกใคร?” เจียงฉังหนิงสามารถตามความคิดอันแปลกประหลาดของซือฝูชิงทันแล้ว “เจ้านายของเธอเหรอ”
“ไม่ใช่” ซือฝูชิงยิ้มอย่างเกียจคร้าน “คนโสดที่น่าสงสารคนหนึ่ง”
เจียงฉังหนิงส่ายศีรษะ
เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่ารอบกายซือฝูซิงรวบรวมคนประเภทไหนมาไว้ด้วยกันบ้าง
ลิฟต์ขึ้นไปถึงชั้นสิบหก ทั้งสองออกไปและเดินไปที่ห้องหมายเลขหนึ่งหกหนึ่งแปด
ขณะที่เธอเพิ่งจะรูดคีย์การ์ดก็มีเสียงคลิกดังขึ้น ล็อกของห้องที่อยู่ถัดไปขยับก่อนที่ประตูจะเปิดออก
มีหญิงสาวสองคนออกมา
“ฝูชิง ฉังหนิง พวกเธอเพิ่งมาถึงกันเหรอ” หนึ่งในนั้นยิ้มให้แบบเสแสร้ง “พวกเธอกินข้าวกันมาหรือยัง ครั้งนี้โรงแรมคิดเงินค่าบุฟเฟต์รวมไปแล้ว แต่ก็จะกินเยอะไม่ได้หรอก พวกเราเป็นไอดอลเราจะต้องรักษาหุ่นให้ดี”
ซือฝูชิงลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในห้องโดยไม่แม้แต่จะมอง “ยิ้มไม่ได้ก็ไม่ต้องยิ้ม ของปลอมมันจะหลุดออกมา”
หญิงสาวหน้าง้ำทันที “…”
“ซือฝูชิง เธอพูดอย่างนี้หมายความว่าไง” สมาชิกวงอีกคนกระแทกถุงขยะลงบนพื้นอย่างแรง “เธอคิดว่าพอตัวเองดังขึ้นหน่อยก็อวดดีอย่างนี้ได้แล้วเหรอ พี่เสวี่ยได้เป็นพรีเซนเตอร์ตั้งกี่งานแล้ว ยังไม่วางท่าเท่าเธอเลย!”
“ฉันไม่ได้ทำเป็นแค่วางท่าใหญ่โตนะแต่ยังลงไม้ลงมือเป็นด้วย” ซือฝูชิงยื่นมือออกไปตบหน้าเธอเบาๆ “ทำตัวดีๆ หน่อย”
ประตูปิดลงดังปัง
ทิ้งให้สองสาวหน้าเขียวหน้าแดง ได้แต่มองหน้ากันเอง
ในห้องพัก
เจียงฉังหนิงถอนหายใจพลันรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย “ฉันไม่น่าเป็นห่วงเธอเลยจริงๆ พอนิสัยของเธอเปิดเผยออกมาแบบนี้ จะมีใครกล้ารังแกเธออีก”
“ก็ยังมีนะ” ซือฝูชิงยืดเหยียดไหล่ตนเอง “ฉันจะไปหาเจ้านายหน่อย น่าจะกลับมาก่อนเที่ยงคืนหรือไม่ก็อาจจะไม่กลับ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เจอกันที่งานพรุ่งนี้เลย”
เจียงฉังหนิงพยักหน้าแต่ก็ยังค่อนข้างเป็นห่วง
ซือฝูชิงรับหลายงานขนาดนี้จะทนไหวเหรอ
เธอจมอยู่ในห้วงความคิด
หรือว่าจะแอบตัดสมุนไพรที่พ่อปลูกไปขายเพื่อเอาเงินมาช่วยซือฝูชิงดี?
ตัดรากออกไปไม่กี่เส้น พ่อคงไม่รู้หรอก
เจียงฉังหนิงตัดสินใจอย่างเงียบๆ
ในเวลาเดียวกันในห้องถัดไป
สีหน้าของสองสาวยังคงย่ำแย่
“เสี่ยวซือ นี่ถ้าไม่เห็นก็ไม่รู้เลยนะว่าซือฝูชิงไม่เหมือนเมื่อก่อนเลย” หญิงสาวคนแรกขมวดคิ้ว “ฉันคิดว่าเธอเรียกเรตติ้งในรายการซะอีก”
“ใช่สิ คงจะแกล้งเธอง่ายๆ ไม่ได้อีกแล้ว” เฉินเสี่ยวซือแดกดัน “ลูกรักพระเจ้าแห่งต้าซย่าเชียวนะ เป็นเกียรติขนาดไหน นี่ขนาดศิลปินหญิงตัวท็อปยังไม่มีใครถูกชมขนาดนี้เลย”
“เมื่อก่อนเจียงฉังหนิงก็ปกป้องยัยนั่น” หญิงสาวเบ้ปาก “หล่อนคงได้เห็นหน้าสดของซือฝูชิงมาก่อนแล้วล่ะมั้ง ไม่อย่างนั้นจะทำดีกับซือฝูชิงโดยไม่หวังอะไรได้ยังไง”
ในวงการบันเทิงมีเพื่อนแท้ที่ไหน ต่างก็คบกันเพราะผลประโยชน์ทั้งนั้น
“ไม่แน่เจียงฉังหนิงอาจจะอยากเกาะตระกูลจั่วไปด้วยก็ได้” เฉินเสี่ยวซือดูถูก “ฉันเคยเห็นคนในครอบครัวของเจียงฉังหนิง สะพายกระเป๋าหนังงู ข้างในมีแต่พวกหญ้าสมุนไพร ไม่มีผลไม้ด้วยซ้ำ แค่เห็นแวบเดียวก็รู้แล้วว่าที่บ้านยากจนมาก”
“น่าเสียดายที่ซือฝูชิงแยกทางกับตรกูลจั่วแล้ว” หญิงสาวฉีกยิ้ม “เจียงฉังหนิงอยากจะเกาะก็เกาะไม่ได้แล้ว”
“เฮ้ๆๆ เธอมาดูนี่สิ” จู่ๆ เฉินเสี่ยวซือก็พูดขึ้น “นี่มันใช่เครื่องบินลำที่สองคนนั้นนั่งมาวันนี้หรือเปล่า”
หญิงสาวขยับเข้ามาใกล้
โทรศัพท์กำลังแสดงภาพเหตุการณ์ตอนที่เครื่องบินโดนพายุปิดล้อม
สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ พายุมีขนาดเล็กแค่นั้นกลับติดตามเครื่องบินไปทางเดียวกันตลอด
เฉินเสี่ยวซือมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น “ดูสิ เวรกรรมตามทันแล้ว พวกเขาเดินทางมาคราวนี้ไม่ราบรื่นเลย จริงๆ นะ ทำไมฟ้าถึงไม่ผ่าพวกเขาให้ตายไปเลย”
เมื่อก่อนพวกเธอไม่ถูกชะตาเหม็นหน้าซือฝูชิงเพราะซือฝูชิงไม่มีความสามารถและรังแกได้
แต่ตอนนี้เป็นเพราะพวกเธออิจฉา
“พอเถอะ เราก็อย่าไปพูดอย่างนั้นเลย” หญิงสาวยักไหล่ “เดี๋ยวในงานประกาศ ซือฝูชิงคงจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาเองแหละ”
หลังจากผ่านการฝึกฝนในต่างประเทศเป็นเวลาสามปี พวกเธอซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวงสตาร์รี เกิร์ลกรุ๊ปนั้นรู้ถึงความสามารถของซือฝูชิงดีที่สุด
เฉินเสี่ยวซือพอจะรู้สึกดีขึ้นมาได้หน่อย
เธอเป็นรองกัปตัน ถ้าไม่มีเมิ่งเสวี่ย ทรัพยากรย่อมต้องตกเป็นของเธออยู่แล้ว
มันไม่มีทางตกไปถึงซือฝูชิงแน่นอน
เฉินเสี่ยวซือเลื่อนไปดูคลิปอื่นต่อจึงไม่รู้ว่าคลิปถูกลบไปแล้วหลังจากที่ถูกโพสต์ได้ไม่ถึงสิบวินาที
ในเวลาเดียวกัน ณ เป่ยโจว
ภายในคฤหาสน์หลังหนึ่ง
ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนโซฟาพลางรับสายโทรศัพท์
“ลบคลิปวิดีโอนั้นไปแล้วแต่ก็มีบางคนที่ได้ดูคลิปนั้น รายละเอียดอยู่ระหว่างการตรวจสอบ”
ผู้หญิงคนนั้นถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “รายงานล่ะ”
ปลายสายอีกด้านหนึ่งตอบด้วยความเคารพ “จากการคาดการณ์เบื้องต้น น่าจะเป็นปรมาจารย์ทำคุณไสยที่เรียกพายุมา ไม่ได้เกิดจากการระเบิดของพลังงานล้ำยุค ภาพจากกล้องบนเครื่องบินช่วงหนึ่งหายไป คาดว่าน่าจะได้รับผลกระทบจากพายุด้วยเลยไม่สามารถเห็นว่าใครเป็นคนลงมือ
หากมองจากขนาดของพายุแล้ว เส้นผ่านศูนย์กลางของพายุคือ 120 เมตร เรากำหนดให้เป็นเหตุการณ์ระดับ E เพราะหากเกิดพายุระดับนี้ขึ้นในเมืองก็คงจะสร้างความเสียหายได้ไม่มาก”
ผู้หญิงคนนั้นพยักหน้า “อืม เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องระดับสูง จับคนให้ได้ก่อน”
“รับทราบครับ”
สิ้นสุดการสนทนา
ผู้หญิงคนนั้นวางโทรศัพท์ลงแล้วกลับมาจดจ่อกับรายการทีวี
มันเป็นรายการหนุ่มสาววัยใสที่นำมาฉายซ้ำทางทีวีและกำลังถ่ายทอดตอนที่กล้องกำลังจับภาพซือฝูชิงเล่นเบสอยู่พอดี
ขณะที่เธอเห็นใบหน้าของซือฝูชิง เธอก็ตกตะลึงเล็กน้อยแต่ก็กลับมาเป็นปกติในเวลาไม่นาน
พ่อบ้านวิ่งเหยาะๆ เข้ามาและกระซิบว่า “คุณนายครับ คุณชายโทรกลับมาบ้านและถามว่าคุณนายจะว่างเมื่อไร รายการที่คุณชายไปเข้าร่วมหลังจากนี้อีกสอนตอนจะมีตอนที่สมาชิกในครอบครัวต้องอัดวิดีโอให้กำลังใจ คุณนายพอจะมีเวลาอัดคลิปไหมครับ”
“บอกเขาไปให้พ้น” เธอแค่นเสียง “อยากบุกเข้าวงการบันเทิงเองคนเดียวไม่ใช่เหรอ เอาให้เต็มที่เลย ใครกล้าช่วยเขา ฉันจะทำให้รู้เองว่าปางตายมันเป็นยังไง”
เธอตบโต๊ะ
ปัง!
โต๊ะแยกออกเป็นสองส่วน
ไม่กี่วินาทีต่อมาก็มีเสียงโครมครามดังขึ้นอีกชุดหนึ่ง จากนั้นมันก็กลายเป็นผุยผงทันที
พ่อบ้านหุบปากฉับพลัน เหงื่อเย็นๆ แตกพลั่ก พอมองไปที่ฝุ่นไม้บนพื้น สมองเขาแทบจะหยุดหมุน
เขาไม่กล้าพูดออกไปเลยว่าต้นฉบับแบบร่างมือที่คุณนายหวงแหนถูกคุณชายขโมยไปแล้ว
เขากลัวว่าวันนี้จะเป็นเขาเองที่ปางตาย
“ถ้างั้นคุณนายครับ ยังมีอีกเรื่องคือผู้อาวุโสกู่เหวินจู๋กำลังมาที่ต้าซย่า” พ่อบ้านเช็ดเหงื่อและรายงานข่าวอื่นแทน “คุณนายคิดว่าจะต้องติดต่อไปหน่อยมั้ยครับ ต้องการจะนัดพบด้วยหรือเปล่า”
“ท่านผู้เฒ่ากู่น่ะเหรอ” คุณนายเซี่ยประหลาดใจ “ทำไมจู่ๆ เขาถึงมาที่ต้าซย่าได้”
พ่อบ้านลดเสียงลง “ตอนนี้ยังไม่ทราบครับแต่เมื่อพิจารณาจากข้อมูลแล้ว เรื่องที่สามารถกระตุ้นเขาได้ไม่น่าจะใช่เรื่องเล็กๆ เลยครับ”
คุณนายพูดอย่างเย็นชา “พูดไร้สาระอะไร”
พ่อบ้าน “…”
เขาถูกด่าว่าโง่แล้วทีนี้
“ออกไป” คุณนายเซี่ยโบกมือ “อย่ามารบกวนฉันดูทีวี”
พ่อบ้านแอบเหลือบมองรายการทีวีด้วยความงุนงงเล็กน้อย
นั่นมันรายการที่คุณชายไปเข้าร่วมไม่ใช่เหรอ
แม้ว่าคุณนายจะเป็นพวกอารมณ์รุนแรง แต่เนื้อแท้กลับเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ
เฮ้อ
ช่างเถอะ เรื่องให้คนในครอบครัวไปออกกล้อง เขาไปถามนายท่านดีกว่า
แต่นายท่านมักเชื่อฟังคุณนายเสมอ
พ่อบ้านถอนหายใจอีกครั้ง
เขาละเป็นห่วงความปลอดภัยในชีวิตของคุณชายจริงๆ
**
สามทุ่มตอนกลางคืน ซือฝูชิงก็ไปถึงคฤหาสน์ของอวี้ซีเหิงในเมืองมั่ว
เธอวางกระเป๋าลงพลางถามว่า “มีคอมมั้ย”
“มีครับ” เฟิ่งซานสงสัย “แต่ก็ไม่น่าจะเร็วเท่ากับเครื่องโน้ตบุ๊กของคุณซือ”
“อา ฉันจะเล่นเกม โน้ตบุ๊กเล่นไม่ไหว” ซือฝูชิงเอ่ยตอบ “ต้องเป็นคอมสำหรับเล่นเกม”
เฟิ่งซานพยักหน้า แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ “มีครับ อยู่ข้างบนนะครับ”
ซือฝูชิงเดินขึ้นชั้นบน เธอเลือกห้องที่จะเข้าไปก่อนจะนั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์และเชื่อมต่อกับอวี้ถัง “ถังถัง ฉันออนไลน์แล้วนะ”
“ฉันรอเธออยู่ที่เมืองหลัก ชิงชิง เธอไม่รู้หรอกว่า คนในฟอรัมนั้นสร้างข่าวลือกันเก่งแค่ไหน” อวี้ถังพูดอย่างอ่อนแรง “วันนี้กล่องจดหมายส่วนตัวของฉันแทบจะระเบิดอยู่แล้ว มีคนถามฉันว่าฉันเป็นแฟนของเทพ NINE ไม่รู้ตั้งกี่คน
ถ้าฉันเป็นจริง เทคนิคฉันจะอ่อนขนาดนี้มั้ย อีกอย่างถ้าเทพ NINE นั่นเป็นตาลุงแก่สักคนล่ะ ฉันจะทำยังไง ฉันไม่ชอบตาลุงแก่ๆ”
สีหน้าซือฝูชิงชะงักไปเล็กน้อย เธอเลิกคิ้ว “ฉันหาเธอพบแล้ว”
“อ้อๆ” อวี้ถังได้สติกลับมา “ไหนล่ะๆ”
ซือฝูชิงบอกเสียงเนิบนาบ “ข้างหน้าเธอไง เธอต้องการเล่นเป็นนักดาบไม่ใช่เหรอ บัญชีหลักของฉันเป็นนักดาบพอดี สอนเธอสะดวกเลย”
“ข้างหน้าฉัน?”
นักดาบสวมหน้ากากสีเงินหันหน้ามา
อวี้ถังเงยหน้าขึ้นมองและเห็นชื่อเล่นสีทองเหนือศีรษะของนักดาบ