เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 45 สถานะของซือฝูชิง
ณ ตอนนี้
เจียงฉังหนิงกดวางสายโทรศัพท์
เธอไม่ค่อยถนัดเรื่องการปฐมพยาบาลเท่าไรเลยทำได้แค่บันทึกลักษณะพิเศษของหญิงสาวคนนั้นไว้
เจียงฉังหนิงมองชุดกี่เพ้าที่อยู่บนร่างหญิงสาว รวมถึงลายปักบนชุดกี่เพ้าด้วย
ผ้าแบบนี้ไม่มีในเมืองหลิน อีกอย่างผ้าผืนนี้ราคาสูงลิ่ว
ดูจากลายปักไม่มีทางทำมาจากเครื่องจักรแน่นอน มีเพียงใช้มือปักขึ้นมาเท่านั้น
ซือฝูชิงหยิบเข็มสีเงินขึ้นมาแล้วแทงลงไปกลางจุดลมปราณของหญิงสาว
เวลานี้ผู้ช่วยเดินเข้ามาใกล้มากแล้ว
เหลือเพียงอีกไม่กี่ก้าวก็สามารถยื่นมือเข้าไปกระชากหน้ากากของหญิงสาวได้
สวี่รั่วถงที่คอยสำรวจเหตุการณ์อยู่ด้านหลังนึกตื่นเต้นขึ้นมา ยกมือถือขึ้นเตรียมเก็บภาพไว้
ซือฝูชิงก้มศีรษะไม่แม้แต่จะขยับร่าง เธอใช้เพียงมือเดียวกดลงตรงข้อต่อกระดูกของผู้ช่วยคนนั้นไว้ ส่วนอีกมือยังคงจับเส้นลมปราณไว้อย่างมั่นคง
มีเพียงปลายเท้าที่จิกลงพื้นเบาๆ เท่านั้น
สวบ!
หินก้อนเล็กก้อนหนึ่งลอยมากลางอากาศปะทะร่างของผู้ช่วยที่กำลังวิ่งเข้ามาอย่างแรง
จากนั้นก็มีก้อนหินสองก้อนดีดเข้าที่เข่าข้างซ้ายและขวาอย่างแม่นยำ
พลั่ก!
เมื่อเจียงฉังหนิงได้ยินเสียงก็หันหน้าไป จากนั้นก็เห็นคนๆ หนึ่งล้มลงตรงหน้าพวกเธอพร้อมศีรษะที่กระแทกกับพื้น
ด้วยสภาพที่ดูไม่ได้
ด้านหลังหญิงสาวผู้นี้มีหญิงสาวสวมแว่นกันแดดอีกคนหนึ่งกำลังถือมือถือจ่อมาทางนี้
เห็นได้ชัดว่าผิดคาดกับฉากตรงหน้ามาก เพราะหญิงสาวแน่นิ่งไป
เมื่อซือฝูชิงทำการปฐมพยาบาลเสร็จรอบหนึ่งก็จัดการทัดเส้นผมที่พัดไปตามลมไว้หลังหูอย่างไม่ใส่ใจ “หนิงหนิง เห็นหรือยัง นี่ต่างหากที่เรียกว่าพวกต้มตุ๋น”
เจียงฉังหนิง “…”
เธอมุ่นคิ้ว “ฉันเห็นผู้หญิงคนนี้ตอนเธอไปแคสติ้ง เขามีปัญหาอะไรกับเธอหรือเปล่า”
“ฉันไม่ได้ใส่ใจ” ซือฝูชิงเอ่ยอย่างเหนื่อยหน่าย “โทรศัพท์หรือยัง”
เจียงฉังหนิงพยักหน้า “พวกเขาบอกว่าอีกสามนาทีถึง”
ด้านข้างมีโรงพยาบาลใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง ดังนั้นรถพยาบาลจึงมาถึงอย่างรวดเร็ว
เหล่าหมอพยาบาลเอาตัวหญิงสาวที่หมดสติขึ้นรถอย่างว่องไว เหลือเพียงพยาบาลคนหนึ่งคอยจดบันทึกชื่อของซือฝูชิงกับเจียงฉังหนิงไว้
ซือฝูชิงขยับข้อมือก่อนจะลูบหน้าเจียงฉังหนิง “ไปเถอะ พวกเราไปกินหม้อไฟกัน”
พอเจียงฉังหนิงได้สติก็มองเข้าไปในนัยน์ตาของเธอราวกับค้นหาคำตอบ “เธอรู้เรื่องการรักษาด้วยเหรอ”
“ก็พอได้” ซือฝูชิงเอ่ยเสียงผ่อนคลาย “เรียนมาจากในเกม หนิงหนิง เธอมีอาการปวดในข้อกระดูกขาใช่ไหม ฉันจะดูอาการให้”
เจียงฉังหนิงเผยสีหน้าราบเรียบ “…”
ถึงแม้บอกว่านิสัยของซือฝูชิงดูร่าเริงขึ้นไม่น้อย เธอเองก็ดีใจมากเช่นกัน
แต่ทุกครั้งที่เจอบทสนทนาเช่นนี้ทีไร เธอจะทนเก็บมีดไว้ไม่ได้ทุกที
ซือฝูชิงล้วงมือสองข้างเข้ากระเป๋าแล้วเดินตรงไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
เธอคาดว่าโอกาสที่ผู้หญิงคนนั้นจะรอดเพิ่มขึ้นมาเป็น 70% แล้ว
ถ้าโรงพยาบาลนี้ช่วยชีวิตไว้ไม่ได้ เธอคิดว่าพวกเขาก็ควรลาออกจากงานไปให้หมด
หลังจากซือฝูชิงและเจียงฉังหนิงจากไปแล้ว สวี่รั่วถงถึงเดินตรงเข้ามา
เธออยากหยิกหูของผู้ช่วยใจจะขาด “ใช้เธอทำงานก็ไม่ได้เรื่อง แค่เดินก็สะดุดล้ม เธอมันไม่ได้เรื่องเลย!”
ผู้ช่วยเป็นเพียงหญิงสาวอายุยี่สิบปีคนหนึ่งเท่านั้น พอถูกคว้าร่างไว้ดวงตาก็แดงก่ำ น้ำตาเอ่อล้นใกล้ไหลรินออกมาเต็มที “พี่สวี่…”
“พอแล้ว ไม่ได้เรื่อง” สวี่รั่วถงแค่นเสียง “ฉันจัดการเอง”
ถึงอย่างไรเธอก็ต้องกระชากหน้ากากของซือฝูชิงออกมาให้ได้
**
ทางฝั่งนี้
ค่ายฝึกของรายการหนุ่มสาววัยใส
ตอนที่ซือฝูชิงกลับมา พวกเซี่ยอวี้และสวี่ซีอวิ๋นทั้งหกคนยังอยู่ที่ค่ายฝึก
“ดีมากๆ ความเร็วประมาณนี้เลย” หลังจากดูแล้วเธอก็พยักหน้า “ใกล้เริ่มการแสดงครั้งที่หนึ่งแล้ว พวกนายยังต้องร่วมมือกันอีกมาก”
“เพราะเมนเทอร์ซือสอนมาดีไงครับ” สวี่ซีอวิ๋นกำหมัดพร้อมดวงตาแวววาว “เมนเทอร์ซือ สัปดาห์หน้าพวกเราต้องเลือกเพลงที่ใช้ในการแสดงแล้ว เมนเทอร์คิดว่าเราควรเลือกเพลงไหนดีกว่ากัน”
ซือฝูชิงพยักหน้า “ถึงเวลานั้นฉันค่อยบอกพวกนาย”
เซี่ยอวี้ซ้อมเต้นเสร็จก็หยุดฝีเท้าลง
เขาหันหน้าไปมองซือฝูชิง หลังผ่านไปครู่หนึ่งถึงเอ่ยว่า “เมนเทอร์ซือเคยได้ยินคนที่ชื่อว่าอวิ๋นหลานไหม”
“ใครเหรอ” ซือฝูชิงหยิบกระดาษมาซับเหงื่อด้วยสีหน้าราบเรียบ “ไม่เคยได้ยิน”
“ไม่มั้งเมนเทอร์ซือ” สวี่ซีอวิ๋นเด้งพรวด เอ่ยด้วยท่าทีตื่นเต้น “อวิ๋นหลานเชียวนะ! คนที่ได้รับรางวัลศิลปินผู้ประสบความสำเร็จตลอดชีพจากเก๋อหลินเอินเลยนะ!”
รางวัลศิลปินผู้ประสบความสำเร็จตลอดชีพของเก๋อหลินเอิน แสดงถึงเกียรติยศอันสูงสุดของวงการนักแสดง
เก๋อหลินเอินก่อตั้งมาราวร้อยกว่าปี แต่มีเพียงห้าคนเท่านั้นที่เคยได้รับรางวัลนี้
และมีเพียงอวิ๋นหลานที่เป็นคนต้าซย่า
แต่เธอเป็นคนที่ลึกลับเกินไป
อย่าว่าแต่ในต้าซย่าเลย เพราะแม้แต่เหล่าศิลปินที่ประจำการอยู่ที่เก๋อหลินเอินยังไม่รู้สถานะตัวตนของเธอด้วยซ้ำ
จู่ๆ เมื่อห้าปีก่อนอวิ๋นหลานไม่มีการแถลงข่าวใดก็หายตัวไป กระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่ปรากฏตัวให้เห็น
มีเพียงเหล่าแฟนหนังที่รอคอยเธอด้วยความโศกเศร้า
วงในเล่าลือกันว่าอวิ๋นหลานกับผู้กำกับอันดับหนึ่งของต้าซย่าอย่างชวีหลิงอวิ๋นเป็นเพื่อนสนิทกัน
นักแสดงนำหญิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ชวีหลิงอวิ๋นได้รางวัลจากเก๋อหลินเอินก็ได้เธอเป็นคนแสดง
แม้แต่ชวีหลิงอวิ๋นก็ไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน
หลังจากงานหนังนานาชาติสิ้นสุดลงเธอก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ทั้งวงการนักแสดง ถ้าอวิ๋นหลานเป็นที่สองก็ไม่มีใครกล้าขึ้นเป็นที่หนึ่งแทนเธอแล้ว
“งั้นเหรอ” ซือฝูชิงลูบคางพลางพยักหน้า “เขาเก่งมากจริงๆ ฉันต้องเรียนรู้จากเขาแล้ว”
แววตาของเซี่ยอวี้ยังคงจับจ้องเธอไม่วางตา “ผมนึกว่าเมนเทอร์ซือจะชื่นชอบอวิ๋นหลานซะอีก”
ซือฝูชิงเอนหลังลงบนเบาะนุ่มแล้วนั่งไขว่ห้าง “ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ”
“ท่าเต้นของเมนเทอร์ซือเมื่อครั้งก่อนมีบางส่วนที่เหมือนอวิ๋นหลานเป๊ะๆ” เซี่ยอวิ๋นกระตุกยิ้มมุมปาก “ถ้าตัวจริงมาคงต้องตะลึงตาค้างสามวิเลยด้วยซ้ำ”
“ละอายใจนะ ฉันก็แค่ซ้อมไปเรื่อยเปื่อย” ซือฝูชิงอ้าปากหาว “อวิ๋นหลานเป็นใคร ฉันสู้ไม่ได้หรอก”
“งั้นเมนเทอร์ซือก็ต้องเก่งมากๆ” สวี่ซีอวิ๋นแสดงสีหน้านับถือ “ถ้าวันหน้าเมนเทอร์ได้รับรางวัลศิลปินผู้ประสบความสำเร็จตลอดชีพจากเก๋อหลินเอินเมื่อไร อย่าลืมผมนะครับ”
ซือฝูชิงเลิกคิ้ว “ก็ใช่ว่าจะไม่ได้”
หวอ หวอ!
ทันใดนั้น จู่ๆ ก็มีเสียงไซเรนดังเสียดหู ทำเอาเหล่าเด็กฝึกหวาดผวากันไปตามๆ กัน
“เกิดอะไรขึ้น” สวี่ซีอวิ๋นชะโงกหน้าออกไปมองด้านนอกก่อนผงะไป “ทำไมด้านล่างคนมุงเยอะขนาดนั้น แถมมีรถตำรวจด้วย”
“ไม่ต้องไปสนใจ” ซือฝูชิงไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง “ซ้อมกันต่อเถอะ”
แต่พวกสวี่ซีอวิ๋นเพิ่งซ้อมกันไปได้ไม่นาน ประตูห้องซ้อมเต้นก็ถูกเปิดออก
คนเดินนำหน้าก็คือหญิงสาวผู้ดีสวยสง่าคนหนึ่ง
ด้านหลังของเธอยังมีตำรวจอีกสองนาย
“ยัยนี่แหละค่ะคุณตำรวจ” หญิงสาวคนนั้นชี้มาทางซือฝูชิงด้วยสีหน้าเย็นชา “เธอชนพี่สาวของฉันตรงถนนแล้วหลบหนี แถมจงใจไม่รับผิดชอบ ช่วยกุมตัวเธอไปที!”