เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 46 อวี้ซีเหิง “ไปกัน”
หลังจากคำพูดนี้ถูกพูดออกมา ภายในห้องซ้อมเต้นก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
เพราะเสียงของผู้หญิงคนนี้ดังไม่น้อย ย่อมสร้างความแตกตื่นให้เด็กฝึกคนอื่นๆ ที่กำลังซ้อมเต้นอยู่เป็นธรรมดา
หลินชิงเหยียนและหลีจิ่งเฉินเองก็เดินออกมาดูด้วย
มู่เหยี่ยและลู่เยี่ยนเดินตามมาด้านหลัง จากนั้นก็มองซือฝูชิงที่ถูกห้อมล้อมอยู่ด้วยความตกใจ
พวกเขาไม่รู้จักคนเหล่านี้ แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว เห็นได้ชัดว่าซือฝูชิงคงไปสร้างความไม่พอใจให้คนที่ไม่ควรหาเรื่องด้วย เพราะกระทั่งตำรวจยังมา
“คุณครับ รบกวนไปกับเราสักครู่นะครับ” ตำรวจพยักหน้า “ตอนนี้ผู้ป่วยอาการโคม่า พวกเราเลยอยากเชิญคุณไปโรงพยาบาลเพื่อให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ”
“ตรวจสอบอะไรกันอีก” ผู้หญิงคนนั้นไม่ยอม “เธอเป็นคนชนก็ต้องเอาตัวไปสิ!”
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ดูกล้องวงจรปิดกันไปเลยสิ” ซือฝูชิงยังคงนั่งบนเก้าอี้นุ่มเอ่ยด้วยท่าทีไม่รีบร้อนอย่างเหนื่อยหน่าย “ตกลงฉันเป็นคนชนหรือผู้หญิงคนนั้นเป็นลมหมดสติไปเอง แค่เห็นก็รู้แล้ว”
“เธอคงรู้ตั้งแต่แรกแล้วมั้ง” พอได้ยินดังนั้น น้ำเสียงก็เย็นชาขึ้นมา “ตรงที่เธอชนพี่สาวฉันเป็นจุดที่กล้องวงจรปิดมองไม่เห็นพอดีเลยจับภาพอะไรไม่ได้สักอย่าง
แต่ต่อให้เธอจะมีน้ำใจช่วยโทรหาเบอร์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลให้ แต่ก็ปกปิดความจริงที่เธอเป็นคนร้ายไม่ได้หรอก!”
“คุณนายเฉิน ช่วยอยู่ในความสงบด้วยครับ” ตำรวจมุ่นคิ้ว “ตอนนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนชนพี่สาวของคุณ เธอแค่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยเท่านั้น”
“ถ้ายัยคนนี้ไม่ใช่คนชนแล้วใครเป็นคนชน” คุณนายเฉินโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “ถึงแม้สุขภาพของพี่สาวฉันจะไม่ดีเท่าไร แต่ไม่มีทางที่เดินๆ อยู่ดีๆ แล้วจะเป็นลมล้มไปแน่นอน”
ตำรวจมองซือฝูชิง “ผู้หญิงคนนี้?”
“เมนเทอร์ซือ!” สวี่ซีอวิ๋นที่อยู่ด้านหลังเป็นกังวลขึ้นมา “เมนเทอร์ซือไม่เป็นไรใช่ไหมครับ”
เขาไม่รู้ว่าคุณนายผู้ดีคนนี้เป็นใคร
แต่ดูจากเสื้อผ้าการแต่งตัวก็รู้ว่ามาจากตระกูลคนมีเงินแน่นอน
พวกเขาจนปัญญาจะสู้อะไรด้วยได้
แววตาของเซี่ยอวี้เคร่งขรึมลงมาก
ซือฝูชิงยังไม่ทันได้คิดอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นพอดี
เธอก้มมองแวบหนึ่ง
เจ้านาย
หมายเหตุ ยิ่งรวยมากก็ยิ่งมีอำนาจ
“รอเดี๋ยวนะ” ซือฝูชิงกดปิดเสียงด้วยท่าทีเรียบเฉย “ฉันขอไปรับโทรศัพท์ก่อน”
เสียงของชายหนุ่มทุ้มก้องกังวานดังผ่านปลายสายมา ทว่าแฝงความเยือกเย็นไว้ด้วย “ฉันเอง เย็นนี้ว่างหรือไม่”
ซือฝูชิงขานรับ “ว่างนะ แต่ฉันมีธุระ ต้องแวะไปที่โรงพยาบาลก่อน”
อวี้ซีเหิงได้ยินเช่นนั้น ดวงตาเหยี่ยวของเขาก็วูบไหวเล็กน้อย น้ำเสียงจริงจังยิ่งกว่าเดิม “โรงพยาบาล?”
“อ้อ เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้บาดเจ็บอะไร” ซือฝูชิงเหลือบมองคุณนายเฉินที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแวบหนึ่ง “แต่เพราะถูกคนเรียกค่าทำขวัญต่างหาก”
เธอตั้งใจฟังคำพูดของเจ้านายที่มากด้วยอำนาจอย่างตั้งใจครู่หนึ่งก่อนจะวางสายไป
หวังว่าเธอจะได้เพิ่มเงินเดือนนะ
“เอ๊ะ มีเสี่ยโทรหาเธอเหรอ” คุณนายเฉินเอ่ยด้วยสีหน้าเย้ยหยัน “ดาราอย่างพวกเธอมั่วกันจริงๆ”
ซือฝูชิงไม่สนใจ เธอหันหน้าไปทำมือทำไม้ส่งให้เซี่ยอวี้ “นายพาพวกเขาไปซ้อม ฉันจะแวะไปโรงพยาบาลสักหน่อย”
ชั่วขณะนั้นเซี่ยอวี้ก็แผ่ไอดุดันออกมา แต่เอ่ยด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “ผมจะรอเมนเทอร์ซือกลับมา ผมยังมีเรื่องที่ต้องขอให้เมนเทอร์ซือช่วยสอนอีก”
ซือฝูชิงสวมเสื้อคลุมด้วยท่าทีไม่รีบไม่ร้อน “โอเค”
สวี่ซีอวิ๋นยังนึกกังวลใจอยู่บ้าง “เมนเทอร์ซือ…”
มู่เหยี่ยทำสีหน้าเหมือนมีความสุขอยู่บนความทุกข์ของคนอื่น “พี่เยี่ยน รอบนี้ซือฝูชิงจบเห่แน่ ถ้าต้องเข้าคุกจริงๆ ทางบริษัทไม่ต้องทำอะไรยัยนั่นก็ถูกเชือดแล้ว”
“เป็นเรื่องที่ดีจริงๆ” ลู่เยี่ยนหรี่ตาลง “พูดถึงก็ไม่ระวังตัวเอาซะเลย ถูกคนตามมาถึงที่ซะได้”
เขาเหลือบมองเซี่ยอวี้ที่สุขุมแน่นิ่งแวบหนึ่งก่อนจะแค่นเสียงใส่
อยู่กับไอดอลที่มีข้อหาติดตัวแบบนี้ อยากรู้นักว่าเซี่ยอวี้จะเดบิวต์ได้อย่างไร
“เมนเทอร์ซือทำความผิดข้อหาอะไรเหรอ” หลินชิงเหยียนเอ่ยด้วยท่าทีเป็นกังวล “ทำไมถึงทำเอาตำรวจตื่นตระหนกไปด้วย”
“เธอคงไม่รู้ว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็นคนของสกุลเฉิน” หลีจิ่งเฉินเอ่ยเสียงขรึม “อิทธิพลของตระกูลเฉินเป็นรองแค่ตระกูลจั่ว ครั้งนี้ซือฝูชิงแกว่งเท้าหาเสี้ยนแล้ว”
หลินชิงเหยียนเม้มริมฝีปากด้วยท่าทีตกใจ “งั้นซือฝูชิงคงไม่ต้องเข้าคุกใช่ไหม”
หลีจิ่งเฉินผงะไปก่อนจะส่ายศีรษะ “ก็ไม่เกี่ยวกับเราสักหน่อย”
“ฉันว่าคนตระกูลเฉินเข้าใจผิดมากกว่า” หลินชิงเหยียนเม้มริมฝีปาก “เมนเทอร์ซือออกจะเป็นคนจิตใจดี จะทำเรื่องแบบนั้นได้ไง แต่ก็ต้องบอกให้ทีมงานรายการเตรียมพร้อมแถลงข่าวเหมือนกัน”
หากเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับเมนเทอร์สายเต้นจริงๆ คงสร้างความฮือฮาให้โลกออนไลน์ไม่น้อย
สำหรับหลินชิงเหยียน ซือฝูชิงจะเข้าคุกหรือไม่ไม่สำคัญ แต่จะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ต่อรายการและเธอไม่ได้
“ต้องเตรียมพร้อมจริงๆ นั่นแหละ” หลีจิ่งเฉินพยักหน้าแล้วเอ่ยน้ำเสียงเย็นชา “นี่ก็นะ ดีแต่หาเรื่องวุ่นวาย”
เวลานี้เขาไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้ซือฝูชิงเลยสักนิด
**
ส่วนอีกด้าน
อวี้ซีเหิงวางโทรศัพท์ เงยหน้าขึ้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ “เตรียมตัวไปโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของเมืองหลิน”
เฟิ่งซานยกน้ำผลไม้มาพร้อมเอ่ยอย่างประหลาดใจ “พี่เก้า ทำไมจู่ๆ ถึงจะไปโรงพยาบาลล่ะ ใครไม่สบายเหรอ”
“ไปรับซือฝูชิง”
“ทำไมคุณซือถึงไปอยู่ที่โรงพยาบาลได้” ฉับพลันเฟิ่งซานก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้แต่ก็ยังนึกฉงน “คุณซือไปชกใคร ชกจนต้องเข้าโรงพยาบาลแล้วต้องชดเชยค่าทำขวัญเลยเหรอ”
นอกจากเหตุผลนี้ เขาก็นึกสาเหตุอื่นไม่ออกแล้ว
“เปล่า” อวี้ซีเหิงเองก็ไม่ได้อธิบายอะไร เอ่ยเสียงขึงขัง “สามนาที”
เฟิ่งซานเริ่มเก็บข้าวของอย่างว่องไว ไม่กล้าแม้แต่จะหยุดด้วยซ้ำ
ส่วนอวี้ถังผ่านการรับรู้เรื่องราวจากซือฝูชิงแล้ว
เธอเอ่ยเสียงซาบซึ้งใจพร้อมดวงตาที่ร้อนผ่าว “อาเก้า ตอนนี้ชิงชิงกำลังตกอยู่ในความลำบาก กำลังรออาเก้าไปช่วยอยู่นะ!
อาเก้าเป็นดั่งอัศวินม้าขาวที่ขี่ออกมาจากความฝัน รีบไปสิอาเก้า!”
อวี้ซีเหิงชะงักไปก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “เฟิ่งซาน เก็บนิยายของอวี้ถังซะ”
พอได้รับคำสั่งเช่นนั้น เฟิ่งซานที่จอดรถเสร็จก็รีบเก็บนิยายทั้งหมดที่อวี้ถังพกมา
หลังจากเห็นชื่อนิยาย ‘ท่านประธานที่กลางวันเย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็ง กลางคืนเร่าร้อนดั่งเปลวไฟ’ กับ ‘เกิดใหม่ตามติดเธอไปทุกที่’ เฟิ่งซานก็ทำสีหน้า “…”
เขากดมือของอวี้ถังที่คิดจะดึงเอาหนังสือคืนไว้ด้วยท่าทีเฉยเมย
หนังสือแบบนี้คงปล่อยให้อ่านไม่ได้จริงๆ
อวี้ถังน้ำตาไหลพราก “อาเก้าทำเกินไปแล้ว อาเก้าทำลายจิตใจสาวน้อยอายุสิบแปดของฉัน วันหลังอาเก้าไม่มีทางหาแฟนได้หรอก!”
พอได้ยินแบบนั้น อวี้ซีเหิงก็ก้มหน้าลงแล้วปรายตามองเธอ น้ำเสียงยังคงเรียบนิ่ง “ดูไม่ออกเลย”
เขาใส่นาฬิกาข้อมือ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเสียงเบาก่อนจะเปล่งน้ำเสียงที่ยากจะปฏิเสธได้ขึ้นมา “ไปกันเถิด”