เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 49 ความสูงส่งของเขาติดตัวมาแต่กำเนิด
น้ำเสียงของเขาไม่ได้สูง แต่กลับแฝงพลังและมีแรงกดดันในตัวเอง
ชั่วขณะนั้นความรู้สึกตึงเครียดและกดดันก็กระแทกเข้ามาทันทีจนในใจเฟิ่งซานรู้สึกเย็นเยียบขึ้นมาอย่างฉับพลัน
เขาทนรังสีที่อวี้ซีเหิงแผ่ออกมาไม่ได้เล็กน้อย เส้นเอ็นสีเขียวๆ บนมือที่กุมพวงมาลัยของเขาเต้นตุบๆ เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก “พี่เก้า…”
“ฉันเองก็ยังไม่ได้พูดว่าให้แล้วกันไปเหมือนกัน” ซือฝูชิงเอนหลังพิงเบาะ “ซานซาน ฉันจะบอกอะไรให้นะ เกิดเป็นคนจะเนรคุณคนไม่ได้
แต่ถ้าคนอื่นมาเหยียบหัวเรา และยังทำอย่างนั้นอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่าแล้วละก็ ถ้ากล้ำกลืนฝืนทน พวกเขาก็จะคิดได้ว่านายเป็นพวกรังแกง่าย เคยได้ยินคำที่ว่า ม้าดีมักถูกขี่ คนดีมักถูกรังแกไหม”
เฟิ่งซาน “…”
ไม่ยุติธรรมกับเขาเลย
เขาก็แค่ใช้คำพูดอย่างเป็นทางการถามอวี๋ซวีเหิงเหมือนที่เคยทำเป็นประจำเท่านั้น
ใครจะไปรู้ว่าจะได้คำตอบไม่เหมือนเดิม
แต่เฟิ่งซานก็รู้สึกโล่งใจในเวลาเดียวกัน
เขาอยู่กับอวี้ซีเหิงมานานแล้ว และเขาก็ยังไม่สามารถที่จะขบคิดเข้าใจความคิดของเจ้านายคนนี้ได้
แม้ว่าอวี้ซีเหิงจะเป็นคนที่เข้าถึงได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้คนอื่นอาศัยใช้อำนาจบารมีของเขาได้ง่ายๆ จึงเป็นที่เข้าใจได้ยาก
“อีกอย่าง ฉันก็ให้โอกาสพวกเขาแล้วด้วย” ซือฝูชิงถอนหายใจเบาๆ ด้วยความเสียใจอย่างแรง “น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้คว้าโอกาสนั้นไว้”
เฟิ่งซานปาดเหงื่อ “คุณซือ ผมพูดผิดไปเอง สมควรแล้วที่คุณต้องสั่งสอน”
“ไปกินข้าวเย็นกันก่อน” อวี้ซีเหิงเอ่ยปากอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเรียบอย่างเคย “ร้านอาหารหลินเจียง”
เฟิ่งซานรับคำและขับรถมุ่งหน้าไปทันที
ซือฝูชิงหันไปมองเขา
เธอเพิ่งจะสังเกตเห็นในตอนนั้นเองว่าเขาไม่ได้แต่งตัวหรูหรา และไม่ได้แต่งตัวน่าเบื่อแบบพวกคุณชายบ้านรวยพวกนั้น แต่เขากลับแต่งตัวธรรมดาจริงๆ โดยไม่ได้ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูหราอะไรเลย
แต่ชุดแบบตะวันตกธรรมดาๆ ที่เขาสวมใส่กลับถูกตัวเขาเองขับเน้นให้ดูเป็นของดีมีราคาเองเสียอย่างนั้น
ภายใต้แสงที่ส่องกระทบช่องว่างระหว่างปลายแขนเสื้อสะท้อนความล่อลวงที่ลานตาออกมาเล็กน้อย
ซือฝูชิงราวกับกำลังครุ่นคิด
เธอไม่เคยอยากรู้เรื่องภูมิหลังของเขามาก่อน
แต่เขาใช้แซ่อวี้ แถมยังใช้จ่ายได้อย่างมือเติบ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นคนตระกูลอวี้แห่งเมืองซื่อจิ่วเท่านั้น
เธอพอจะจำพี่สามของอวี้ถังได้รางๆ เขาใช้ของหรูหราตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
แต่ความสูงส่งของอวี้ซีเหิงนั้นมาจากตัวเขาเองโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องใช้ของนอกกายมาประดับประดาเลย
ตระกูลอวี้เป็นตระกูลที่ร่ำรวยอันดับหนึ่งในเมืองซื่อจิ่วก็จริง แต่ลักษณะท่าทางที่สูงส่งสง่างามแบบนี้น่าจะมีแต่ตระกูลชนชั้นสูงเท่านั้นที่สามารถบ่มเพาะออกมาได้
ซือฝูชิงเบนสายตาของเธอออกและหยุดความความคิดนั้น
ยี่สิบนาทีหลังจากนั้นรถก็มาหยุดที่ร้านอาหารหลินเจียง
ซือฝูชิงลงจากรถไปก่อน จากนั้นเฟิ่งซานก็ขับไปจอดที่ลานจอดรถด้านหลัง
“โอ้ๆๆ ชิงชิง!” อวี้ถังที่ตามมาตลอดวิ่งเข้ามาหาเธอทันทีที่เห็นว่าอวี้ซีเหิงไม่อยู่ เธอรีบก้าวเข้าไปด้วยท่าทางซาบซึ้งใจอีกครั้ง “ฉันรู้อยู่แล้วว่าอาเก้าที่เหยียบเมฆมงคลเจ็ดสีมาเกิดของฉันจะต้องพาเธอออกมาจากปากเสือปากจระเข้ได้แน่!”
ซือฝูชิง “…”
เหยียบเมฆมงคลเจ็ดสีคืออะไร
อวี้ถังจิ้มใบหน้าที่เต็มไปด้วยคอลลาเจน จิ้มแล้วจิ้มอีก “โอ้ๆๆ นุ่มจังเลย น่าหยิกจังเลย”
ซือฝูชิงจับมือเธอไว้ “หน้าจริงๆ หยุดจิ้มได้แล้ว”
“ชิงชิง เธอรับปากฉันได้ไหมว่าเราจะไม่แต่งหน้าแล้ว?” อวี้ถังถอนมือออกอย่างอ้อยอิ่ง “ถ้าเธอหน้าสดออกไปข้างนอกก็เรียกได้ว่าเป็นดาราหญิงพรมแดงอันดับหนึ่งของวงการบันเทิงแน่นอน ทำไมเธอต้องแต่งหน้าอย่างกับผีอย่างนั้นด้วย”
ซือฝูชิงไม่สนใจเลยสักนิด “การเกิดมาหน้าตาดีเกินไปก็เป็นปัญหาอย่างหนึ่ง”
อวี้ถังอึกอักเล็กน้อย “ก็จริงนะ วงการบันเทิงเป็นที่ที่ค่อนข้างสกปรก ถ้าเธอหน้าตาดีหน่อยก็จะถูกส่งไปที่เตียงของพวกนักลงทุนได้”
ซือฝูชิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มบาง “ใช่แล้ว วงการบันเทิงตอนนี้ยุ่งวุ่นมายมากจริงๆ ไม่ ไม่ใช่แค่วงการบันเทิงหรอก”
อวี้ถังลดเสียงลง “ฉันจะบอกอะไรให้ เธออย่าได้เห็นว่าอาเก้ามีปัญหาที่ขาแบบนี้นะ คนที่อยากจะเกาะเขามีตั้งเยอะ เธอรู้จักเปี๋ยอวิ๋นซีมั้ย”
ซือฝูชิงครุ่นคิดเล็กน้อยจนนึกชื่อเปี๋ยอวิ๋นซีนี้ออกมาจากความทรงจำได้
เด็กสาวผู้กำลังโด่งดังมากในอินเตอร์เน็ตจากละครในรั้วโรงเรียน เธอจึงได้ฉายาว่า ‘รักแรกแห่งชาติ’
ซือฝูชิงเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “ไม่ใช่หรอกมั้ง เธอเดินทางสายบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่ใช่เหรอ”
“ชิงชิง เรื่องที่เธอไม่รู้ยังมีอีกมากนะเนี่ย” อวี้ถังแค่นเสียงเย็นเยียบ “คนที่อยู่ในวงการบันเทิงพวกนั้นจะมีสักกี่คนที่จริงใจ ล้วนทำไปเพื่อให้ได้รับความนิยมเท่านั้นแหละ
ยกตัวอย่างฉัน ต่อให้ฉันตามดารา แต่ฉันก็จะดูแค่หน้าเท่านั้น ไม่เคยเกิดความรู้สึกรักอะไรจริงๆ เลย ขอแค่ฉันวิ่งให้ไว ฉันก็จะไม่ไม่มีวันผิดหวังเพราะภาพลักษณ์ของพวกเขาไม่เป็นอย่างที่คิดแน่นอน!”
พอพูดไปแล้วอวี้ถังก็งงงวยเล็กน้อย “ไม่ใช่สิ เธอเป็นคนในวงการไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่รู้อะไรเลยเนี่ย”
ซือฝูชิงพูดอย่างเกียจคร้านว่า “อย่างฉันนับเป็นคนในวงการด้วยเหรอ มีคนในวงการคนไหนจนอย่างฉันบ้าง”
“ก็จริง” อวี้ถังงึมงำขึ้นมาอีก “ชิงชิงเธอน่าสงสารเกินไปแล้วนะ แล้วยังต้องถูกอาเก้าใช้งานหนักอีก ฉันจะต้องพูดกับอาเก้าให้เขาเอาเธอไปซ่อน”
“อย่านะ” ซือฝูชิงขัดขึ้นอย่างหาได้ยาก “ฉันสามารถดูแลตัวเองได้ ฉันกับอาเก้าของเธอเกี่ยวข้องกันด้วยเรื่องธุรกิจเงินๆ ทองๆ เท่านั้น”
“เอางี้ ถ้าอย่างนั้นฉันจะเล่าเรื่องซุบซิบให้เธอฟังอีกเรื่องนึง นอกจากเปี๋ยอวิ๋นซีนั้นแล้ว ก็ยังมีซย่าเซิงที่อยากจะเกาะอาเก้าของฉันด้วย” อวี้ถังกดเสียงให้เบาลงไปอีกและทำท่าทางลึกลับ “แต่อาเก้าของฉันก็โยนยัยพวกนั้นออกไปโดยไม่แม้แต่จะมองเลยแหละ
เขาไม่สนใจใครเลยสักคนทั้งที่มีผู้หญิงเข้าหามากมายขนาดนั้น เฮ้อ ชิงชิง เธอว่าอาเก้าใช้การไม่ได้หรือเปล่า”
ซือฝูชิงกระแอมเบาๆ “คุณหนูอวี้”
อวี้ถังยังคงกอดแขนของเธอไว้พลางลูบไล้ไปมา “ทำไมเหรอ”
ซือฝูชิงเลิกคิ้ว “ข้างหลังเธอ”
“ข้างหลังฉันทำไมเหรอ” อวี้ถังหันไปมองพลางตบอกตัวเอง “ต่อให้ข้างหลังฉันจะเป็นอาเก้าก็ห้ามฉันให้พูดว่าเขาใช้การไม่…..”
คำพูดของอวี้ถังสะดุด เธอไม่เคยรู้สึกว่าโลกนี้เงียบงันเท่านี้มาก่อนเลย
ผู้ชายคนนี้ไม่รู้ว่ากลับมาตั้งแต่เมื่อไร
เขานั่งหลังตรงอยู่บนรถเข็นด้วยท่าที่น่าเกรงขามและเก็บสีหน้าอาการ ดูสูงส่งสง่างาม
เฟิ่งซานที่อยู่ข้างๆ ก้มหน้าลง เขาไม่กล้าหายใจ มุมปากกระตุกเล็กน้อย
คุณหนูอวี้ถังผู้นี้กล้าพูดไปหมดทุกอย่างจริงๆ
อวี้ซีเหิงยกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อยโดยไม่แสดงอารมณ์ยินดียินร้ายอะไร “อวี้ถัง”
อวี้ถังรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาทันที เหงื่อซึมเต็มแผ่นหลัง “อาเก้า!”
แย่แล้ว ไม่ใช่ว่าอาเก้าได้ยินที่เธอพูดนะ
“กลับเมืองซื่อจิ่ว” อวี้ซีเหิงเอ่ยเรียบๆ “ฉันไม่มีที่จะต้อนรับเธอ”
“ไม่ ไม่เอานะ!” อวี้ถังกอดเอวซือฝูชิงไว้แน่น “ฉันจะอยู่กับชิงชิง คนเลวอย่ามาทำให้พวกเราแยกกันนะ!”
“อวี้ถัง” สายตาอวี้ซีเหิงนิ่งขรึม “อย่าให้ฉันต้องพูดเป็นครั้งที่สอง”
เฟิ่งซานก้าวเข้าไปหาเธอ “คุณหนู อย่าทำให้พี่เก้าลำบากใจเลยครับ”
อวี้ถังถอยหลังไปทันทีทั้งที่ยังจับแขนของซือฝูชิงไว้ก่อนจะพูดเสียงเล็กเสียงน้อย “ชิงชิง ช่วยหน่อยสิ”
ซือฝูชิงเงยหน้าขึ้น “หา?”
เธอจะช่วยได้ยังไง
ซือฝูชิงคิดหาข้อแก้ตัวอย่างจริงจังและเอ่ยอย่างเคร่งขรึม “ฉันขอโทษค่ะเจ้านาย เมื่อกี้นี้ฉันวิพากษ์วิจารณ์เรื่องซุบซิบนินทาของคุณ ต่อไปฉันจะไม่วิจารณ์เรื่องของคุณอีกแล้ว
คุณเป็นดั่งเทพจากสรวงสวรรค์ ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าภูเขาแม่น้ำ มีอำนาจน่าเกรงขาม เป็นหนึ่งไม่มีสอง ดังนั้นอย่าถือโทษพวกเราเลย”
เฟิ่งซาน “…”
เขาชื่นชมฝีปากของคุณซือจริงๆ บทจะอวยก็อวยได้อย่างไหลลื่น
สีหน้าของอวี้ซีเหิงชะงักไปเล็กน้อย แต่ถ้ามองดูให้ดีก็จะเห็นว่าแม้แต่ริมฝีปากเขาก็ยังสงบนิ่งอยู่เหมือนเดิม
รถเข็นหมุนกลับไปทันที แล้วเคลื่อนออกไป
เฟิ่งซานรีบตามหลังไป
ปากของอวี้ถังอ้ากว้างเป็นรูปตัวโอ
แม้แต่คุณปู่ของเธอก็ยังไม่สามารถทำให้อาเก้าเปลี่ยนใจได้ แต่ชิงชิงกลับพูดแค่ประโยคเดียวเท่านั้น
เธอเลือกถูกคนจริงๆ!
อวี้ถังโห่ร้องด้วยความดีใจ “ชิงชิง เธอสุดยอดไปเลย จะให้ฉันทำอะไรก็ได้เพื่อตอบแทนเธอ”
“ไม่ต้องหรอก” ซือฝูชิงเสยผมที่หน้าผากขึ้นช้าๆ “ฉันอยากเห็นแอนตี้แฟนของฉัน”
อวี้ถัง “…”
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาอย่างเงียบๆ แล้วส่งมันให้ด้วยความปวดใจ
ในนั้นมีกลุ่มแอนตี้แฟนที่เธอเข้าร่วมหลายสิบกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีจำนวนประมาณสองพันคน
ซือฝูชิง “…”
ใช้ได้นี่
เธออยู่ในวงการบันเทิงมาสองปีแล้ว แม้จะไม่มีแฟนคลับก็ช่างเถอะ เพราะถึงอย่างไรเธอก็ไม่ต้องการอยู่แล้ว
แต่กลุ่มแอนตี้แฟนมากมายขนาดนี้ออกจะเกินไปหน่อยไหม
นอกจากความสามารถทางวิชาชีพที่ย่ำแย่และการแต่งหน้าหนาจัดแล้ว เธอไม่ได้ทำเรื่องที่อันตรายร้ายแรงอะไรเลย
ดาราชายคนอื่นที่นอกใจยังไม่มีแอนตี้แฟนมากเท่าเธอเลย
“ชิงชิง ฉันสาบานได้ว่าฉันเปลี่ยนจากแอนตี้แฟนเป็นแฟนคลับเธอแล้วนะ” อวี้ถังน้ำตาคลอเบ้า “ฉันลืมไปเลยว่าฉันจะต้องออกจากกลุ่ม”
“ไม่” ซือฝูชิงยิ้ม “เธออยากจะเป็นสายลับไหม”
อวี้ถังงุนงง “???”
ไม่กี่วินาทีถัดมาเธอก็ได้สติก่อนจะกำหมัดแน่น “ฟังดูน่าสนใจดีนะ ดีเลย งั้นฉันจะเป็นสายลับนี่แหละ!”
เธอกอดแขนซือฝูชิงไว้อย่างนึกสนุก
ทั้งสองเข้าไปในร้านอาหารหลินเจียงด้วยกัน นั่งลงในห้องส่วนตัวที่อวี้ซีเหิงจองเอาไว้แล้ว
“ฉันดูก่อนว่าช่วงนี้พวกเขาพูดอะไรกันบ้าง” อวี้ถังเข้ากลุ่มแอนตี้แฟนที่ใหญ่ที่สุดก่อนจะนิ่งงันไป “ชิงชิง ทำไมคนพวกนี้ถึงบอกว่าเธอขึ้นโรงพักล่ะ”
ซือฝูชิงท่าทางสบายๆ ไม่สนใจ “หือ?”
แอดมินกลุ่มเป็นคนส่งข้อความนั้นและแท็กทุกคน
แอดมินกลุ่ม ‘ซือฝูชิงตายรึยังน่ะวันนี้’ : [ได้ข่าววงในมาว่าวันนี้ตอนบ่ายสองซือฝูชิงถูกตำรวจเอาตัวไปแล้ว ได้ยินว่าเป็นการชนแล้วหนี ส่วนคนที่ถูกชนก็นอนอยู่โรงพยาบาล คราวนี้ยัยนั่นสร้างเรื่องใหญ่แล้ว] [รูป] [รูป]
แอดมินกลุ่ม ‘ซือฝูชิงตายรึยังน่ะวันนี้’ : [พวกเรามาแสดงความยินดีที่ซือฝูชิงจะไสหัวออกไปจากวงการบันเทิงล่วงหน้ากัน!]