เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 50 รู้เรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ ไหม
[ข่าวใหญ่ ข่าวใหญ่จริงๆ เลยนะเนี่ย!]
[ซือฝูชิงคิดว่าตัวเองยังเย็นชาไม่พอหรือไง ชนคนแล้วยังหนี เรื่องแบบนี้คงมีแต่พวกเลือดเย็นเท่านั้นแหละที่จะทำได้?]
[ฮ่าๆ ยัยนั่นก็ไม่ใช่คนที่สันดานดีอะไรอยู่แล้ว ม.ปลายก็ยังไม่ได้เรียนเลย ถามหน่อยเถอะว่ายัยนั่นจบม.ต้นแล้วยัง พวกไร้การศึกษาอย่างยัยนั่นยังมาเนียนอยู่ในวงการบันเทิงอีก รีบไสหัวไปเลยไป๊!]
[ซือฝูชิงออกจากวงการเมื่อไร ฉันจะส่งอั่งเปาฉลอง!]
แอนตี้แฟนโผล่หน้าออกมาเรื่อยๆ พวกเขายิ่งด่าก็ยิ่งไม่น่าฟังขึ้นทุกที
แม้ว่าเมื่อก่อนอวี้ถังจะเข้าร่วมกลุ่ม แต่เธอก็ไม่ได้สนใจจะอ่านมันอย่างละเอียดมาก่อน เธอก็แค่ปูเสื่อรออ่านเรื่องซุบซิบอย่างมีความสุขโดยไม่แสดงความเห็นเท่านั้น
สำหรับเธอแล้วความหมายของวงการบันเทิงก็คือการที่เธอจะได้รอชมเรื่องสนุกอย่างอารมณ์ดีเท่านั้น และเธอไม่เคยมีส่วนร่วมในการต่อสู้ระหว่างแฟนคลับไอดอลเลย
เธอไม่เคยเห็นทักษะการด่าอย่างนี้มาก่อนจริงๆ
อวี้ถังเลยโต้กลับด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
[พวกเธอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ มั้ย ชิงชิงไม่ได้ขึ้นโรงพักเลย อีกอย่างเธอก็ไม่ได้ชนคนแล้วหนีด้วย แต่เธอเห็นคนเป็นลมก็เลยเข้าไปช่วยต่างหาก พวกเธอกำลังสร้างข่าวลือ! ฉันจะฟ้องพวกเธอ! ชิงชิงไม่ได้เป็นคนอย่างนั้นเลย พวกเธอมีสิทธิ์อะไรมาว่าเธออย่างนั้น!]
เกิดความเงียบขึ้นในกลุ่มทันทีที่อวี้ถังพิมพ์ออกไปอย่างนั้น
ไม่นานแชทก็ระเบิด
[ว้าว แฟนคลับของซือฝูชิง เร็วเข้า จะต้องถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกสักหน่อยแล้ว]
[อึ้งเลย ซือฝูชิงมีแฟนคลับกับเขาด้วย แถมยังปะปนข้ามาอยู่ในนี้อีก แอดมินเตะออกไปหน่อย]
[ขำตาย แฟนคลับก็เหมือนไอดอลนั่นแหละ ชั้นว่าเธอก็คงเป็นพวกขยะที่ชนแล้วหนีเหมือนกัน!]
วินาทีถัดมาหน้าจอของเธอก็ปรากฏหน้าต่างหนึ่ง
[คุณถูกแอดมินกลุ่มลบออกจากกลุ่มสนทนาแล้ว]
อวี้ถังโมโหจนเกือบจะปาโทรศัพท์ทิ้ง แต่เธอรู้สึกเจ็บใจมากกว่า
เธอถูกบังคับให้จบงานทั้งที่ยังไม่ทันจะได้เริ่มทำหน้าที่สายลับเลย
ฮือๆๆ เธอทำเรื่องพวกนี้ไม่ได้จริงๆ
อวี้ถังหันหน้าไปด้วยความรู้สึกน้อยอกน้อยใจ แล้วเธอก็ได้เห็นว่ามือหนึ่งของซือฝูชิงกำลังลูบหัวสุนัขเสี่ยวไป๋อยู่ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็หยิบกระจกออกมาส่องหน้าตัวเองพลางถอนหายใจ “ดูดีจริงๆ”
อวี้ถัง “…”
เธอถึงกับพูดจาติดๆ ขัดๆ “ชิง…ชิงชิงเธอไม่โกรธเหรอ”
“ฉันไม่โกรธ” ดวงตาจิ้งจอกของซือฝูชิงเลิกขึ้น ปลายหางตามีแววยิ้ม “เธอไม่เห็นเหรอว่าอีกเดี๋ยวเรากำลังจะได้กินปลาที่ดีที่สุดของร้านหลินเจียงแล้ว ยังมีเจ้านายที่นั่งให้ฉันได้เจริญหูเจริญตาอยู่ตรงนี้อีก แล้วพวกเขา?
วันๆ นั่งว่างไม่มีอะไรทำจนเบื่อก็เลยเอาคีย์บอร์ดออกมา ในโลกแห่งความเป็นจริงทำได้แค่เออออครับๆ ค่ะๆ ว่าไปตามคนอื่น ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง พออยู่บนโลกอินเตอร์เน็ตก็เลยโจมตีคนอื่นแรงๆ เธอว่าพวกเขาทำอะไรได้มั่งล่ะ”
อวี้ถังรู้สึกสบายใจขึ้นทันที “ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น”
เธอเปิดเข้ากลุ่มแอนตี้แฟนอีกกลุ่มหนึ่ง รัวข้อความชุดหนึ่งส่งเข้าไป และส่งรูปที่เธอกินอาหารชั้นหนึ่งและโรงแรมห้าดาวในต่างประเทศไปด้วยจำนวนหนึ่ง
[เคยเห็นมั้ย เคยกินมั้ย ไม่เคยสินะ ถ้าไม่เคยก็ต้องพยายามหน่อย ทำตัวเป็นนักเลงคีย์บอร์ดให้น้อยลงหน่อย พวกเธอจะได้มีประสบการณ์มั่ง!]
จากนั้นเธอก็ถูกเตะออกจากกลุ่มนั้น
อวี้ถัง “…”
นี่มันต้องเป็นเพราะความอิจฉาแน่ๆ!
หลังจากนั้นประตูห้องส่วนตัวก็เปิดออก และเฟิ่งซานเข็นอวี้ซีเหิงเข้ามา
อวี้ถังสำรวมขึ้นมาทันที ก่อนจะขยับไปทางซือฝูชิงอย่างระมัดระวัง
อวี้ซีเหิงนั่งลง เขาพับแขนเสื้อขึ้นแล้วหันมาถามด้วยเสียงไม่สูงไม่ต่ำ “มีอะไรที่กินไม่ได้หรือไม่”
อวี้ถังกำลังจะอ้าปากตอบพอดี แต่เธอพลันนึกขึ้นมาได้ว่าเขาอาจจะไม่ได้ถามตัวเองก็ได้
ซือฝูชิงครุ่นคิดเล็กน้อย “ฉันไม่กินมะระกับผักชี ถูกเลี้ยงมาค่อนข้างดีน่ะ”
ถึงอย่างไรเธอก็ดื่มสารอาหารมาจนชินแล้ว มีครั้งหหนึ่งที่เธอถึงกับต้องสูญเสียการรับรสไประยะหนึ่งเพื่อการทดลอง
อวี้ถังตกใจ “ชิงชิง ผักชีเป็นของที่อร่อยที่สุดเลยนะ ถ้าเธอไม่กิน ฉันจะแบนเธอ!”
“เหลวไหล!” ซือฝูชิงรีบแย้งทันที “กินผักชีสิถึงผิดมนุษย์มนา เธอต่างหากที่ต้องถูกแบน!”
เฟิ่งซานกุมขมับ
คุณซือชอบทะเลาะกับคุณหนูอวี้ถังจริงๆ
อวี้ซีเหิงเหมือนจะหัวเราะออกมาเบาๆ มันเบามากจนยากที่จะสังเกตได้
แต่เฟิ่งซานสามารถรับรู้ได้ว่าเจ้านายกำลังอารมณ์ดีไม่น้อย
อาหารขึ้นโต๊ะอย่างรวดเร็ว
ซือฝูชิงคีบปลานุ่มๆ เข้าปากไปคำหนึ่ง ทันใดนั้นดวงตาจิ้งจอกของเธอก็เปล่งประกายขึ้นมา
เธอคีบเข้าปากไปอีกคำด้วยอารมณ์พึงพอใจอย่างมาก
อวี้ซีเหิงสังเกตเห็นว่าเธอกินอย่างเบิกบานใจ จึงพยักหน้าน้อยๆ “ชอบจานนี้?”
ซือฝูชิงส่งเสียงตอบรับและแสดงความคิดเห็นเล็กน้อย “รสชาติดี ไม่มีกลิ่นคาวอย่างที่คิด ละลายในปาก ปรุงด้วยซอสพิเศษที่ชูความสดของปลาได้ดี พ่อครัวมีฝีมือไม่เลว”
“อืม” อวี้ซีเหิงเคาะมือลงบนโต๊ะ “ไปเอามาอีกสิบจาน”
ซือฝูชิง “…”
เธอทำหน้าเอือมระอา “เจ้านาย คุณเลี้ยงหมูเหรอ”
“อ้อ?” พออวี้ซีเหิงได้ยินดังนั้นก็มองเธอด้วยสายตาประเมินเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มบาง “ก็เกือบๆ”
“ชิงชิง เธอผอมมากจริงๆ” อวี้ถังพูดขึ้น “กินมากๆ หน่อย อวบขึ้นมาสักหน่อย เวลากอดจะได้รู้สึกดี”
ซือฝูชิง “…”
เธอยอมใจในความร้ายกาจของอวี้ถังแล้ว
“ชิงชิง เธอเลี้ยงมันยังไงน่ะ” อวี้ถังถามด้วยความสงสัยขณะที่จิ้มใบหูของเสี่ยวไป๋เล่น “มันไม่มีก้น ขับถ่ายไม่ได้ มันจะไม่กินมากเกินไปเหรอแบบนี้”
ซือฝูชิงไม่แสดงสีหน้าใดๆ เมื่อนึกถึงว่าปี่เซียะของตัวเองกินทองคำแท่งไปกี่แท่งแล้ว “ถังถัง เรื่องบางเรื่องเธอไม่รู้จะดีกว่า”
“บอกมาเถอะน่า” อวี้ถังยิ่งอยากรู้อยากเห็น “ฉันรู้แล้วจะไม่พูดไปหรอก”
“เธอรู้จักทฤษฎีวิวัฒนาการมั้ย สิ่งมีชีวิตจะค่อยๆ เติบโตโดยปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม” ซือฝูชิงพูดช้าๆ “มันไม่มีก้น เพราะมันใช้ปากกินข้าว แล้วก็ใช้ปากถ่ายออกมาด้วย”
อวี้ถัง “!!!”
เธอรีบเอามืออกไปทันที “งั้นมันก็เหม็นมาก!”
เสี่ยวไป๋ “…”
ทำลายชื่อเสียงในฐานะปี่เซียะของมันอีก!
เจ้าของที่แสนชั่วร้าย อ๊าก!
**
ณ ค่ายฝึกของรายการหนุ่มสาววัยใส
หลังจากที่ซือฝูชิงจากไปแล้วเด็กฝึกหลายคนที่อยู่ในชั้นเรียนก็ไม่มีความตั้งใจที่จะฝึกเลย
แต่เมื่อมีเซี่ยอวี้เป็นคนนำ การฝึกซ้อมก็เป็นไปตามปกติ
เด็กฝึกทั้งสี่รู้สึกว่าพวกเขาตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว
ซือฝูชิงไม่ได้อ่อนหัดเรื่องเต้นและร้องอย่างที่พวกเขาคิดเลย แต่เธอเก่งมากต่างหาก
พอมาบวกกับเซี่ยอวี้ที่เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วแล้ว พัฒนาการของพวกเขาเลยไปไวมาก
“พี่เซี่ย เกิดเรื่องแล้ว!” สวี่ซีอวิ๋นวิ่งขึ้นมาหน้าตาแตกตื่นกังวล “มีแฟนคลับหลายคนมาที่หน้าค่ายฝึก ขอให้อาจารย์ซือถอนตัวออกจากรายการ”
เซี่ยอวี้หรี่ตาลงเล็กน้อย สีหน้าของเขาเคร่งขรึม
เขาใช้ผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อตามตัวออกอย่างง่ายๆ “พวกนายฝึกกันไปก่อน ฉันจะลงไปดูหน่อย”
ค่ายฝึกซ้อมเป็นสถานที่ปิด ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากผู้จัดรายการ ใครก็เข้ามาไม่ได้
พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ผู้กำกับกับโปรดิวเซอร์เองก็ปวดหัวมากเหมือนกัน
โปรดิวเซอร์บ่นขึ้นอย่างไม่พอใจ “ใครอนุญาตให้นายปล่อยพวกเขาเข้ามาเมื่อตอนเที่ยง รู้ไหมว่านายทำให้รายการเสียหายมากเท่าไร หา?!”
พนักงานที่ถูกดุหน้าแดงก่ำ “แล้ว แล้วตระกูลเฉิน อีกอย่างคนที่พวกเขาอยากจะถามก็คือซือฝูชิง ผมก็ ผม…”
เขารู้จักที่จะสังเกตสีหน้าคนมาตลอด และรู้ว่าไม่มีใครในรายการนี้ชอบซือฝูชิง เขาคิดว่าถ้าเธอถูกนำตัวไป ทุกคนก็จะต้องดีอกดีใจมีความสุขแน่
“โง่!” โปรดิวเซอร์เกรี้ยวกราด “คุณมองภาพรวมเป็นไหม ซือฝูชิงได้รับผลกระทบ แล้วผู้จัดรายการล่ะ? เรื่องแบบนี้จะปล่อยให้คนอื่นมาเก็บภาพไปได้ยังไง”
สีหน้าของพนักงานยิ่งย่ำแย่ เขาไม่กล้าพูดอะไรออกมาสักคำ
“เอาล่ะๆ เรื่องมาถึงขั้นนี้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว” ผู้กำกับไกล่เกลี่ย “ไปทำให้แฟนคลับพวกนั้นสงบลงก่อน”
“นายถูกไล่ออกแล้ว” โปรดิวเซอร์ยังคงโมโหอยู่ “ไปที่แผนกการเงินคำนวณเงินเดือนเถอะ”
หลังจากที่เขาพูดจบก็ไม่ได้สนใจพนักงานที่หน้าซีดคนนั้นอีก และรีบลงไปที่ชั้นล่างกับผู้กำกับ
นอกค่ายฝึกมีแฟนๆ มารวมตัวกันไม่น้อย ล้วนแต่เป็นพวกแฟนคลับที่มากันเองโดยไม่ได้นัดหมาย
ในบรรดาคนที่มามีแฟนคลับที่มีชื่อเสียงอยู่ด้วยหลายคน ซึ่งโหวตทีละหลายแสนหลายล้าน
พอแฟนคลับเหล่านี้มา ผู้กำกับก็รู้ทันทีว่าจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่
“ทุกท่าน ทุกท่านใจเย็นก่อน” เขาก้าวเข้าไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง “ได้โปรดเชื่อว่าพวกเราจะให้คำอธิบายแก่ทุกท่านอย่างแน่นอน”
“ซือฝูชิงในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษา ไม่เพียงแต่ไม่มีทักษะความสามารถในวิชาชีพ แล้วยังไม่ได้เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เด็กฝึก เธอถึงกับทำเรื่องไร้ศีลธรรมแบบนี้ออกมาได้” แฟนคลับที่เป็นแกนนำพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พวกเราเรียกร้องให้เธอถอนตัวจากรายการ แล้วมีปัญหาตรงไหน”
คนที่พูดเป็นแฟนคลับตัวยงของลู่เยียน ซึ่งโหวตให้ลู่เยียนไปเป็นล้านแล้ว ผู้จัดการรายการต่างก็รู้จักเธอ
แฟนคลับตัวยงคนนี้ยังอยู่เป็นคุณนายผู้ร่ำรวยคนหนึ่งในแวดวงสังคม ดังนั้นต่อให้เป็นผู้จัดรายการก็ยังต้องให้เกียรติเธอ
ผู้กำกับเหงื่อแตกพลั่ก “คุณผู้หญิง พวกเรากำลังจัดการประชุมด่วนและกำลังหารือกันอยู่ รับรองว่าจะต้องได้ผลลัพธ์ที่คุณพอใจอย่างแน่นอน!”
นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมผู้จัดรายการต้องรับมือกับปัญหาที่ตึงมือขนาดนี้
ผู้กำกับรู้สึกเสียใจภายหลังขึ้นมาบ้างแล้ว
ถ้าเขารู้ว่าจะมีวันนี้ พวกเขาคงจะไม่จำเป็นที่จะต้องใส่ร้ายป้ายสีซือฝูชิงมาตลอดเพื่อความเพิ่มความนิยมของรายการจนทำให้พวกแฟนคลับเหล่านี้เกลียดชังเธอมากถึงขีดสุดอย่างนี้
“ยังจะหารือ? มีอะไรต้องหารือด้วยเหรอ!” แฟนคลับตัวยงเยาะหยัน “เธอควรจะไสหัวออกไปจากรายการได้ตั้งนานแล้วมั้ย ความสามารถของเธอเทียบกับอาจารย์ที่ปรึกษาคนไหนได้บ้าง? แล้วพวกคุณก็ยังเก็บเธอไว้จนถึงตอนนี้!
ฉันขอให้ซือฝูชิงถอนตัวจากรายการหนุ่มสาววัยใส ไม่อย่างนั้นฉันจะเรียกร้องให้แฟนคลับในกลุ่มเลิกโหวตให้รายการไปเลย!
แล้วมาดูกันว่ารายการของพวกคุณยังจะเก็บซือฝูชิงไว้ต่อไปมั้ย แล้วคอยดูว่าพวกคุณจะรับค่าใช้จ่ายไหวหรือเปล่า!”