เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 51 เจ็บหน้าจัง
‘หนุ่มสาววัยใส’ เป็นรายการที่เลียนแบบโชว์คัดเลือกและบ่มเพาะคนที่มีความสามารถแบบในต่างประเทศ
รายการประเภทนี้มีผู้ชมจำนวนมากเพราะมันทำให้ผู้ชมสามารถสัมผัสกับความสุขของการสร้างไอดอลคนหนึ่งขึ้นมาได้
แม้ว่าจะมีการควบคุมและจัดฉากเบื้องหลัง แต่โดยทั่วไปทางรายการก็ไม่สามารถที่จะต่อต้านกระแสของแฟนๆ ได้
พลังสนับสนุนของแฟนๆ รายการนั้นแข็งแกร่งมาก
เมื่อใดที่พวกเขาหยุดโหวตขึ้นมา รายการก็จะได้รับความเสียหายอย่างประเมินไม่ได้
“คุณผู้หญิงวางใจได้ เราจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน” ผู้กำกับสูดสมหายใจเข้าลึก “เราจะไม่ทำให้เด็กฝึกต้องลำบากไปด้วย” หลังจากที่พวกเขาสามารถทำให้กลุ่มแฟนๆ สงบลงได้แล้ว ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์กลับไปที่ห้องทำงานอย่างเหนื่อยล้าอ่อนแรง
“โทรหาเทียนเล่อมีเดียหน่อย” โปรดิวเซอร์อัดบุหรี่พลางใช้ความคิดเล็กน้อย “ลองถามความเห็นพวกเขาดู”
ผู้ช่วยกดโทรศัพท์โทรออกไปทันที
หลังจากต่อสายติดแล้วโปรดิวเซอร์ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “คุณเฝิง เกิดเรื่องแบบนี้กับคนของคุณ จะให้ผมทำยังไง”
เขาเองก็รู้ว่าเฝิงเพ่ยจือกำลังยุ่งอยู่กับหัวหน้าวงของสตาร์รี่ เธอไม่อยากจะสนใจและไม่มีเวลาที่จะสนใจซือฝูชิงด้วย เขาก็แค่ถามไปตามปกติเท่านั้น
เฝิงเพ่ยจือเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร “ทางเราจะไม่ยุ่ง พวกคุณจัดการไปได้เลย”
ซือฝูชิงหาเรื่องเอง เทียนเล่อมีเดียจะเอาเวลาที่ไหนไปสนใจเธอ?
ตระกูลจั่วตัดหางปล่อยวัดเธอ เทียนเล่อมีเดียเองก็เช่นกัน
ซือฝูชิงไม่มีคนหนุนหลังอีกแล้ว
หลังจากวางสายโปรดิวเซอร์ครุ่นคิดอยู่สักพัก ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจ “พรุ่งนี้เช้าเราจะส่งหนังสือแจ้ง เราต้องแจ้งให้แฟนๆ ทราบว่าทีมงานของรายการเป็นผู้บริสุทธิ์ในเรื่องนี้
ทางรายการคือผู้เสียหาย พวกเราไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยตั้งแต่ต้นจนจบ” ไม่ว่ารายการจะเสียหายมากมายเท่าไร คุณค่าที่เหลืออยู่แม้เพียงเล็กน้อยของซือฝูชิงก็ต้องถูกนำมาใช้จดหยดสุดท้าย
ผู้กำกับเองก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง “ตกลง เอาตามนี้แหละ”
**
ทางฝั่งนี้
เฟิ่งซานส่งอวี้ซีเหิงและอวี้ถังกลับไปที่คฤหาสน์แล้ว ก็ไปส่งซือฝูชิงกลับค่ายฝึก
หลังจากที่พวกเขาถึงที่หมาย เฟิ่งซานก็ลงจากรถและเชิญซือฝูชิงลงไป แต่เขากลับเห็นว่าเธอกำลังใช้คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งอยู่ มือที่กดแป้นพิมพ์นั้นเร็วจนแทบภาพเบลอ
เฟิ่งซานเห็นว่าบนหน้าจอคอมเต็มไปด้วยสัญลักษณ์บรรทัดแล้วบรรทัดเล่า
มันอัดแน่นเป็นพรืด ตัวอักษรที่พิมพ์ออกมาก็รวดเร็วมากเช่นกัน
เฟิ่งซานแปลกใจ “คุณซือนี่มันคอมยี่ห้ออะไรกัน”
“หมายถึงอันนี้น่ะเหรอ” ซือฝูชิงเงยหน้า “ฉันประกอบเองน่ะเพราะช่วงนี้ค่อนข้างว่าง ถ้านายมีอะไหล่จะให้ฉันช่วยประกอบให้บ้างก็ได้นะ”
“คุณซือเกรงใจไปแล้ว” เฟิ่งซานระบายลมหายใจ “ผมใช้คอมที่ล้ำอย่างนี้ไม่เป็นหรอก คุณกำลังทำอะไรอยู่เหรอ”
“หาหลักฐาน” ซือฝูชิงพูดอย่างเฉื่อยชา “บันทึกที่อยู่ IP ของคีย์บอร์ดไว้ก่อนน่ะ เดี๋ยวจะต้องใช้”
รหัสต่างๆ ยังคงเด้งออกมามากมายจนเฟิ่งซานเห็นแล้วตาลาย
เขากักตนฝึกอยู่ในบ้านตระกูลมั่วมาตั้งแต่เด็ก คลุกคลีอยู่กับการฝึกอาวุธ การสร้างกลไก และการต่อสู้ประชิดตัวแขนงต่างๆ
จนกระทั่งเขาจบการศึกษาตอนอายุสิบห้าปีและได้รับเลือกให้เป็นผู้คุ้มกันของอวี้ซีเหิง เขายังไม่เคยได้ติดต่อกับโลกภายนอกเลย
ทุกวันนี้เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็วก็จริง แต่เขายังติดอยู่ในยุคของสื่อกระดาษ โทรศัพท์มือถือยังใช้ได้ไม่เป็นเท่าไร นับประสาอะไรกับซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่
และเพราะรู้จักซือฝูชิง เขาเลยพอรู้เรื่องเกี่ยวกับวงการบันเทิงขึ้นมาบ้าง
แต่ในความเป็นจริง แม้แต่เฟิ่งซานเองก็ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างอวี้ซีเหิงกับตระกูลมั่วเป็นอย่างไรกันแน่
เขาคิดสักพัก “คุณซือคิดจะจัดการยังไงกับคุณนายเฉินคนนั้น”
“ฉันขอคิดก่อน.…” ซือฝูชิงเอียงศีรษะ ดวงตาจิ้งจอกยิ้มหยี “วันไหนมืดๆ ก็เลือกซอยเล็กๆ สักแห่ง เอากระสอบคลุมหัวแล้วทุบให้น่วม
เช้าวันถัดมาก็แขวนบนกำแพงให้ชาวบ้านดู”
เฟิ่งซาน “!!!”
เขาตกใจจนถอยหลังไปสองสามก้าว
“ไม่ต้องกลัวไปหรอก ฉันเป็นคนเคารพกฎหมายนะ” ซือฝูชิงเลิกคิ้ว “เรื่องพวกนี้เอาไว้ทำในเกมเท่านั้นแหละ ตอนนี้ต้องเก็บอาการหน่อย”
เฟิ่งซาน “……”
คุณซือเล่นเกมอะไรน่ากลัวจัง?!
“เรียบร้อย ไปละ” ซือฝูชิงปิดคอมแล้วโบกมือ “ดูแลเจ้านายพวกเราดีๆ นะ”
เธอรอบคอบที่ไม่ได้พูดคำว่า ‘เงิน’ ออกมา
เฟิ่งซานเข้าใจได้เป็นอย่างดี มุมปากเขากระตุกเล็กน้อย พูดหน้านิ่ว “ทำไมคุณซือยังต้องอยู่ในรายการนี้ด้วย ทั้งๆ ที่ในเน็ต…”
“หือ?” ซือฝูชิงพูดอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก “ฉันได้พบนักเรียนที่ตั้งใจอยู่สองสามคนเลยไม่อยากให้ฝันบนเวทีของพวกเขาต้องจบลง ยังไงก็ต้องส่งพวกเขาสักครั้ง”
เฟิ่งซานนึกไม่ถึงว่าจะเป็นเพราะเหตุผลนี้
เขามองส่งเธอด้วยอารมณ์ซับซ้อน
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หน้าประตูนึกไม่ถึงว่าซือฝูชิงจะกลับมาเร็วขนาดนี้ ต่างพากันชะงักงัน
เธอเดินตรงไปยังห้องซ้อมเต้นที่ชั้นสาม
เพิ่งจะเลี้ยวตรงมุม ก็ได้ยินเสียงดังลอยมา
“เรื่องมันเป็นอย่างนี้เซี่ยอวี้” น้ำเสียงหลินชิงเหยียนอ่อนโยน “นายอาจจะไม่รู้สถานการณ์ของเมนเทอร์ซือตอนนี้ เธอทำผิดจึงไม่สามารถที่จะสอนนายได้อีก นายสามารถ…”
ปังๆๆ
บทสนทนาถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูอย่างรุนแรง
ซือฝูชิงยืนอยู่ตรงประตู
เธอยังคงสวมแจ็กเก็ตยีนส์ตัวเดิมที่เธอสวมก่อนจะไป มือข้างหนึ่งล้วงอยู่ในกระเป๋า ท่าทางเย็นชาเล็กน้อย
เธอเอียงคอพร้อมยิ้มออกมา “เมนเทอร์หลิน คุณแย่งนักเรียนของฉันต่อหน้าฉันอย่างนี้ ไร้ยางอายไปหน่อยไหม คุณไม่มีความมั่นใจในตัวเองสินะ?”
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะในห้องซ้อมเต้น
สวี่ซีอวิ๋นรู้สึกประหลาดใจ “เมนเทอร์ซือ!”
หลินชิงเหยียนหันกลับมาด้วยความงุนงง สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปทันทีด้วยความไม่อยากเชื่อ “ไม่ใช่ว่าคุณ…”
ซือฝูชิงขึ้นโรงพักไปแล้วนี่นา
ทำไมเธอกลับมาได้อีก?!
“ทำไมเหรอ” ซือฝูชิงกอดอกพลางยิ้มน้อยๆ “คิดว่าฉันติดคุกแล้ว? พวกที่ปล่อยข่าวลือต่างหากที่น่าจะต้องเข้าคุก คุณว่ามั้ย”
หลินชิงเหยียนกำหมัดแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือตัวเอง
เซี่ยอวี้เลิกคิ้ว “เมนเทอร์ซือกลับมาพอดีเลย ผมกำลังซ้อมอยู่เลย และไม่ได้คิดที่จะไปอยู่กับใครทั้งนั้น ไม่เปลี่ยนใจแน่นอน”
“อืม” ซือฝูชิงรับคำอย่างเนือยๆ “บอกแล้วว่าจะกลับมาสอนพวกนายต่อ ก็ต้องกลับมาสิ”
บทสนทนาระหว่างคนทั้งสองตบหน้าหลินชิงเหยียนอย่างเห็นได้ชัด
มือของหลินชิงเหยียนพลันสั่นเทา เธอฝืนยิ้มออกมา “ถ้าเมนเทอร์ซือไม่เป็นไร ฉันก็ดีใจกับคุณด้วย ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อน”
เธอออกไปจากห้องซ้อมเต้นด้วยท่าทางแข็งทื่อ ใบหน้าร้อนผ่าว อับอายอย่างที่สุด
หลังจากที่หลินชิงเหยียนกลับมาถึงห้องพักของตนเองแล้ว เธอก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาต่อสาย
ตอนนี้เธอไม่สามารถระงับความโกรธเอาไว้ได้อีกต่อไป “รั่วถง เธอบอกว่าเธอเห็นซือฝูชิงชนคนไม่ใช่เหรอ แต่ซือฝูชิงไม่ใช่แค่ไม่ต้องขึ้นโรงพักแต่ยังกลับมาแล้วด้วย”
“เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!” สวีรั่วถงได้ยินอย่างนั้นก็ร้อนรนขึ้นมาทันที “ก็หล่อนชนคน แล้วเธอก็ยังบอกว่าคนที่ถูกชนคือคนตระกูลเฉิน แต่ทำไมซือฝูชิงถึงกลับมาโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนี้ได้”
“งั้นก็อาจเป็นเพราะตระกูลเฉินไม่มีหลักฐาน” น้ำเสียงหลินชิงเหยียนดูอึมครึม “น่าเสียดายจริงๆ ที่ซือฝูชิงหนีไปได้”
“ไม่มีหลักฐาน?” สวีรั่วถงชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็นึกอะไรออก “ฉันมีนะ!”
หลินชิงเหยียนตะลึงงัน “เธอมี?”
“ถูกต้อง ตอนนั้นฉันต้องการถ่ายรูปหน้าสดของหล่อน แต่ฉันถ่ายไม่ได้” สวีรั่วถงรีบเลือกรูปถ่ายแล้วส่งไปทันที “ชิงเหยียน เธอดูสิ”
หลังจากที่หลินชิงเหยียนดูแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “รั่วถง เธอเตรียมพร้อมจริงๆ”
“ใครจะคิดว่ามันจะมีประโยชน์” สวีรั่วถงพูด “ฉันไม่มีวิธีติดต่อตระกูลเฉิน ฉันจะโพสต์ลงเวยปั๋วละกัน”
หลินชิงเหยียนนิ่งไปเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรบกวนรั่วถงกำจัดภัยของวงการบันเทิงแล้ว”
สวีรั่วถงทำตามที่พูด เธอโพสต์ข้อความลงในเวยปั๋วทันที
สวีรั่วถง : [ฉันเห็นกับตาว่าซือฝูชิงชนคนแล้วหนี ถ้าโกหกขอให้ฟ้าผ่าตาย! ฉันยินดีที่จะรับผิดชอบคำพูดของฉันตามกฎหมาย ฉันแค่หวังว่าจะมีคนที่ทำผิดกฎหมายในวงการบันเทิงน้อยลงบ้างเท่านั้น! (รูป)]
มันเป็นภาพผู้หญิงคนหนึ่งล้มลง มีซือฝูชิงยืนอยู่ข้างๆ
เธอสวมหน้ากากอยู่ จึงมองเห็นหน้าของเธอไม่ชัดเจน
ท่าทางเหมือนเธอกำลังมองด้วยสายตาเย็นชามาก
ภาพใบเดียวทำให้แฟนๆ รายการหนุ่มสาววัยใสถึงกับเดือดคลั่ง
[ถงถงเป็นนางแบบไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงมารู้จักซือฝูชิงได้?]
[ถงถงต้องพูดเรื่องจริงแน่นอน เธอจะใส่ร้ายป้ายสีซือฝูชิงไปทำไม เธอจะต้องผ่านไปเห็นเข้าแน่เลย]
[ซือฝูชิงรีบไสหัวออกไปเลย!]
[ใครสนับสนุนให้ซือฝูชิงออกจากรายการหนุ่มสาววัยใสกดไลค์หน่อย]
[ถงถงบอกว่าจะรับผิดชอบคำพูดของตัวเองตามกฎหมาย แล้วจะมันจะเป็นเรื่องโกหกได้ยังไง]
สวีรั่วถงแค่นเสียงออกมาทีหนึ่งเมื่อเห็นว่าคนที่แชร์ข้อความของเธอและแสดงความคิดเห็นกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ภาพนี้ช่วยเธอได้มากจริงๆ ไม่เพียงทำให้ซือฝูชิงออกจากวงการได้ แต่ยังทำให้เธอได้ใกล้ชิดกับตระกูลเฉินมากขึ้นด้วย
ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
สวีรั่วถงกำลังจะตอบกลับความคิดเห็น เมื่อข้อความในเวยปั๋วของเธอถูกส่งต่อออกไปอีกครั้ง
เธอเปิดมันอ่านทันที
ซือฝูชิง : [แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร แต่เธอต้องจำสิ่งที่เธอพูดไว้ด้วย]
สวีรั่วถง : [ฉันเห็นกับตาตัวเอง… ]
สวีรั่วถงยังไม่ทันตอบโต้ ข้อความเวยปั๋วอีกอันก็โผล่ขึ้นมา
ซือฝูชิง : [ขอโทษนะ แต่ของฉันเป็นวีดีโอ(คลิป)]