เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 66 ปะทุเป็นพลุแตก
ฝ่ายเทคนิครีบส่งโน้ตบุ๊กไปให้
พอโปรดิวเซอร์รับมาดูก็สำลักน้ำลายทันที
เขาพูดด้วยสีหน้าตกตะลึง “นี่…เป็นไปไม่ได้หรอก”
สาเหตุเพราะพวกเขากดผลโหวตเอาไว้ คะแนนด้านหน้าเวทีกับหลังเวทีจึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ด้านหลังเวทีเป็นคะแนนโหวตที่แท้จริง ส่วนด้านหน้าเวทีเป็นคะแนนที่ถูกกดผลโหวตไว้แล้ว
ซึ่งคะแนนผลโหวตที่ถูกกดไว้นั้นจะทำงานผ่านระบบที่เปลี่ยนการคำนวณคะแนนเรียบร้อย ดังนั้นไม่ว่าคะแนนโหวตของเซี่ยอวี้จะสูงแค่ไหนก็ยังเป็นรองลู่เยี่ยนอยู่ดี
แต่ใครก็คิดไม่ถึงว่าการแสดงครั้งนี้จะทำให้พลังของเหล่าแฟนคลับเซี่ยอวี้พุ่งสูงปรี๊ดอีกครั้ง กระหน่ำโหวตจนระบบล่มเลยทีเดียว
ถึงแม้คะแนนโหวตของเซี่ยอวี้จะผ่านการคำนวณจากระบบมาแล้ว ทว่าด้านหลังเวทีกลับกดไว้ไม่อยู่อีกต่อไป
อันดับ 1 เซี่ยอวี้ 12,049,328 คะแนน
อันดับ 2 ลู่เยี่ยน 11,890,127 คะแนน
คะแนนโหวตห่างกันราวแสนกว่าคะแนน
แต่ในความเป็นจริงผลคะแนนโหวตหลังเวทีเป็นแบบนี้
อันดับ 1 เซี่ยอวี้ 39,931,283 คะแนน
อันดับที่ 2 ลู่เยี่ยน 9,983,123 คะแนน
เวลานี้คะแนนห่างกันเป็นเท่าตัว คะแนนโหวตของลู่เยี่ยนเทียบเซี่ยอวี้ไม่ติดด้วยซ้ำ!
โปรดิวเซอร์คิดไม่ถึงว่ากระแสนิยมของเซี่ยอวี้จะมาแรงขนาดนี้ ต่อให้ถูกกดคะแนนก็ยังนำลู่เยี่ยนได้
แบบนี้ก็ออกจะน่ากลัวไปหน่อยมั้ง
“โปร...โปรดิวเซอร์!” พนักงานฝ่ายเทคนิคพลันร้องเรียกขึ้นมา “ซือฝูชิง! ซือฝูชิง…”
“ทำไมอีกล่ะ” โปรดิวเซอร์หงุดหงิดใจไม่น้อย ไฟโทสะปะทุจนควบคุมตัวเองไว้ไม่ได้อีกต่อไป “นายอย่าบอกนะว่าซือฝูชิงก็ขึ้นไปอยู่ในอันดับหนึ่งเหมือนกัน”
คะแนนโหวตของเหล่าเมนเทอร์ไม่จำเป็นต้องใช้เงิน ทุกๆ ไอดีจะโหวตได้ห้าคะแนนทุกวัน
แต่แฟนคลับส่วนใหญ่จะวุ่นๆ อยู่กับการโหวตให้เหล่าเด็กฝึก บางทีพอนึกได้ถึงจะไปโหวตให้กลุ่มเมนเทอร์
แต่หลินชิงเหยียนแตกต่างกันออกไป
เดิมทีเธอมาจากการเป็นเน็ตไอดอล เป็นดาราที่ได้รับกระแสนิยมมากและมีแฟนคลับรายล้อม ดังนั้นคะแนนโหวตจึงพุ่งสูง
“อ่า…ก็ไม่แน่ครับ” ฝ่ายเทคนิคพูดเสียงตะกุกตะกัก “แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็แซงหน้าเมนเทอร์หลีไปแล้ว!”
โปรดิวเซอร์วางแก้วน้ำลง จากนั้นก็ดูผลคะแนนโหวตของกลุ่มเมนเทอร์แวบหนึ่ง ก่อนจะโมโหขึ้นมาอีกครั้ง
ในระยะเวลาเพียงสั้นๆ จากคะแนนโหวตไม่กี่คะแนน ตอนนี้ซือฝูชิงมีคะแนนโหวตทะลุหลายแสนไปแล้ว
อีกทั้งตอนนี้เหล่าแฟนคลับของเซี่ยอวี้ยังกระหน่ำโหวตให้ไม่หยุด แถมไม่มีท่าทีที่จะหยุดด้วย
[ฉันสาบานได้เลยว่าถึงแม้ก่อนหน้านี้พี่เซี่ยจะเต้นโซโล่เก่งมากแต่ก็แค่พอดูได้ เขายังห่างชั้นกับนักเต้นมืออาชีพมากพอสมควร แต่ระยะเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งสัปดาห์ โอ้โห พัฒนาเร็วขนาดนี้เลย!]
[ซือฝูชิงซ่อนความสามารถไว้เก่งสุดๆ! คุณภาพการสอนระดับไหนเนี่ย!]
[ยังไม่รีบโหวตอีก รออะไรอยู่ล่ะ เร็วเข้า ไม่ว่ายังไงก็ต้องเอาชนะพวกตีหน้าซื่อเก่งแต่ชอบแว้งกัดคนอื่นอย่างหลินชิงเหยียนให้ได้!]
[มาแล้วๆ ทีมโหวต 98 ทีมพร้อมปฏิบัติการ!]
[วางใจได้ ต้องแซงหน้ายัยแกล้งแอ๊บแบ๊วอย่างหลินชิงเหยียนแน่นอน เมนเทอร์ซือลุย!]
[ถึงแม้ตอนนี้จะไม่รู้ว่าอาอวี้เลือกซือฝูชิงด้วยความเต็มใจหรือเปล่า แต่นับแต่นี้ไปซือฝูชิงจะเป็นเมนเทอร์เพียงคนเดียวที่ฉันยอมรับ]
ส่วนด้านล่างเวที ใบหน้าของหลินชิงเหยียนแดงก่ำ
ซือฝูชิงจะสอนอะไรได้
สอนให้เซี่ยอวี้เต้นแบบนี้น่ะเหรอ
ผีก็ยังไม่เชื่อ!
ถ้าซือฝูชิงมีความสามารถขนาดนี้จะถูกชาวเน็ตถล่มขนาดนั้นได้ยังไง
หลินชิงเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึก ทว่าก็ยังควบคุมร่างกายที่กำลังสั่นเทาไว้ไม่ได้
เล็บของเธอจิกลงตรงกลางฝ่ามือจนปรากฏเป็นรอยแดง
หลินชิงเหยียนหลับตาลง พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งอารมณ์ก็สงบลงมากทีเดียว
เธอจะรอต่อไปไม่ได้แล้ว เธอต้องรีบหาทางจัดการสกัดซือฝูชิงโดยเร็ว
ไม่อย่างนั้นใครจะรู้ว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปจะเกิดเหตุการณ์อะไรที่เธอควบคุมไม่ได้อีกหรือเปล่า
พอหลินชิงเหยียนกลับมาอารมณ์ปกติก็คลี่ยิ้มกว้าง สายตาหันไปจับจ้องบนเวทีอีกครั้ง
ตอนนี้พวกแฟนคลับต่างบ้าคลั่งกันไปหมดแล้ว พากันส่งเสียงดังเสียดหู
“เซี่ยอวี้! เซี่ยอวี้!”
“ตำแหน่งเซ็นเตอร์! ตำแหน่งเซ็นเตอร์!”
“พี่เซี่ยหล่อสุดๆ ไปเลย” สวี่ซีอวิ๋นดวงตาเป็นประกาย “อยากจะถามจริงๆ ว่าเขามีพี่สาวน้องสาวหรือเปล่า ผมพร้อมจะแต่งงานด้วยเลย!”
ซือฝูชิงชะงักไปพลางเผยสีหน้าซับซ้อน “คนสมองช้าแบบนาย ความจริงก็มีความสุขไปอีกแบบ”
“ฮะ?”
“เปล่า คนโง่มักมีความสุขของคนโง่”
สวี่ซีอวิ๋น “…”
ซือฝูชิงกระดกโค้กอึกสุดท้ายจนหมด หลังจากลุกขึ้นเพียงครู่เดียว แก้วหูก็แทบระเบิด
“เมนเทอร์ซือ! เมนเทอร์ซือ! ขอบคุณมาก! พวกเรารักคุณ!”
“เมนเทอร์ซือ! เมนเทอร์ซือมองทางนี้! อ๊ากกก!”
“เมนเทอร์ซือ สู้!”
ซือฝูชิงหันหน้าไปพร้อมรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้า ทว่าในใจไม่รู้สึกอะไรสักนิด
เธอกำลังเอนตัวหลบยังเห็นไม่ชัดเจนพออีกเหรอ
แถมยังร้องเรียกชื่อเธออีกต่างหาก
ช่วยปล่อยคนขี้เกียจอย่างเธอไปทีเถอะ
ซือฝูชิงโบกมือไปทางที่นั่งผู้ชมด้วยท่าทีเกียจคร้าน ขณะที่กำลังเก็บสายตากลับ จู่ๆ ก็หันไปเห็นอวี้ซีเหิงที่นั่งอยู่ตรงมุมหนึ่งโดยบังเอิญ
ดวงตาจิ้งจอกของเธอหรี่ลงอย่างคาดไม่ถึง แต่หลังจากนั้นหางตาก็โค้งลงพร้อมรอยยิ้มที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตา
อวี้ซีเหิงที่กำลังเท้าคางเงยหน้าสบตาด้วยท่าทีสงบ
แววตาของพวกเขาทั้งสองคนสบประสานกันเป็นเวลาสั้นๆ หนึ่งวินาที
แต่จะเล็ดลอดสายตาคมกริบของเหล่าแฟนคลับไปได้อย่างไร
[ซือฝูชิงเห็นอะไรเหรอ ดวงตาถึงลุกวาวขนาดนั้น]
[ไม่รู้สิ แต่ดวงตาของเธอกำลังเป็นประกาย ขอร้องล่ะ ซือฝูชิงล้างเครื่องสำอางออกได้ไหม ตาสวยขนาดนั้น หน้าตาคงไม่น่าเกลียดสักเท่าไรหรอกมั้ง]
[ขอโทษนะ ฉันเห็นแค่เงินกับของกินเท่านั้นแหละถึงจะเป็นแบบนี้]
[งั้นฉัน +1 ถ้ามีทองวางอยู่ตรงหน้า ดวงตาฉันคงลุกวาวเหมือนหลอดไฟร้อยโวลต์]
แต่ไม่นานข้อความแทรกเหล่านี้ก็หายไป เหล่าแฟนคลับให้ความสนใจการแข่งขันต่อจากนี้มากกว่า
ซือฝูชิงเองก็ไปเปลี่ยนชุดออกกำลังกายที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเช่นกัน
ตอนออกมาก็เจอเข้ากับจั่วฉิงหย่าที่กำลังอารมณ์เดือดปุดๆ เข้าพอดี
ซือฝูชิงมองรอบกายแวบหนึ่ง ลอบนับจำนวนกล้องที่อยู่รอบข้าง พลันนึกเสียใจไม่น้อยที่จัดการซึ่งๆ หน้าไม่ได้
ซือฝูชิงคร้านจะสนใจจั่วฉิงหย่าเลยเดินจากไปโดยไม่คิดสนใจสักนิด
“ซือฝูชิง ฉันบอกแกไว้เลย แกรอก่อนเถอะ” จั่วฉิงหย่าพูดอย่างจองหองร้ายกาจว่า “รอพี่เสียนอวี้ลงมือเมื่อไร แกก็จะเหลือแค่ตัว!”
จั่วเสียนอวี้เป็นนักธุรกิจมือฉมัง ต่อให้ปะทะกับคนแก่อายุสี่สิบห้าสิบปีก็ยังไม่เป็นรอง
ในที่สุดซือฝูชิงก็หยุดฝีเท้าลงก่อนจะแย้มยิ้มอย่างลำพองใจ “ฉันจะรอดูแล้วกัน”
เพราะคนพลุกพล่านไปมา จั่วฉิงหย่าจึงจนปัญญาจะทำอะไรได้
ทำได้เพียงกระทืบเท้าพร้อมอารมณ์โมโหจนรากฟันคันยุบยิบ
พอคิดว่าวันนี้ไม่ได้ทำให้ซือฝูชิงอับอายขายหน้า แถมยังทำให้ซือฝูชิงได้เปรียบอีก เธอก็ยิ่งโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ
แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีจั่วฉิงหย่าก็ยังไม่เข็ดหลาบ
“ห้องแต่งตัวไปทางไหน” เธอดึงตัวพนักงานคนหนึ่งไว้ “ฉันจะขอยืมเครื่องสำอางเติมหน้าหน่อย”
พนักงานตกใจ รีบบอกทาง “ทางนี้ค่ะๆ เชิญคุณจั่วทางนี้เลยค่ะ”
จั่วฉิงหย่าแค่นเสียงเย็นชาแล้วหิ้วกระเป๋าเดินออกไป
เธอไม่มีทางปล่อยให้ซือฝูชิงผ่านวันนี้ไปอย่างราบรื่นแน่นอน
**
เบื้องหน้าเวที ไม่นานพนักงานก็รีบจัดสนามการแข่งขันวางสิ่งกีดขวางทุกรูปแบบตามลู่วิ่ง
“ตอนนี้ถึงเวลาที่แต่ละทีมจะต้องเลือกเพลงแล้วครับ” พิธีกรพูดใส่ไมโครโฟน “ถ้าอยากได้เพลงที่ตัวเองเล็งไว้ก็ต้องทำคะแนนในการแข่งขันให้ได้สูงๆ คนที่ได้ที่หนึ่งนอกจากจะได้เลือกเพลงแล้ว ยังเลือกคู่แข่งได้ด้วย”
พอได้ยินแบบนั้นมือของลู่เยี่ยนก็กำแน่น ปรายตามองเซี่ยอวี้แวบหนึ่ง
เซี่ยอวี้เปลี่ยนเป็นชุดออกกำลังกายเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอาง
เดิมทีเขาไม่ใช่คนชอบแต่งหน้า แม้แต่อายแชโดว์ยังเป็นสีเอิร์ธโทนบางเบา
แต่พอยืนอยู่ตรงนั้นกลับดึงดูดความสนใจจากแฟนคลับได้ไม่น้อย
หมัดของลู่เยี่ยนยิ่งกำแน่นกว่าเดิม
เขาจะแพ้เซี่ยอวี้ไม่ได้!
เหล่าเด็กฝึกล้วนกำลังนั่งอยู่กับเมนเทอร์
ด้านหลังของซือฝูชิงมีเด็กฝึกเพียงหกคน
ในทางกลับกันฝั่งหลินชิงเหยียนกลับมีเด็กแบ่งเป็นสี่กลุ่ม ลำพังแค่จำนวนก็เอาชนะกินขาดได้แล้ว
[ซือฝูชิงน่าสงสารจริงๆ มีแค่เซี่ยอวี้ที่อยู่ลำดับต้นๆ แต่จากนี้ไปจะต้องแสดงเป็นทีม เซี่ยอวี้คนเดียวคงไม่พอ]
[ก็จริง นอกจากเซี่ยอวี้ อีกห้าคนที่เหลืออยู่ห้องเอฟหมด ค่าเฉลี่ยต่ำไป ต่อให้เมนเทอร์ดีแค่ไหนก็สอนไม่ไหวหรอก]
[ก่อนหน้านี้ที่ฉันบอกว่าอวิ๋นหลานสอนได้ คงไม่มีใครคัดค้านมั้ง]
[ตลกชะมัด ก่อนอื่นยังไม่ต้องพูดว่าอวิ๋นหลานจะโผล่ออกมาหรือเปล่า ต่อให้เธออยู่ เธอจะยอมมาสอนนักเรียนที่นี่เหรอ ฉันบอกตรงๆ เธอเป็นถึงราชินีแห่งวงการหนังที่มากความสามารถ มีคนในเก๋อหลินเอินที่กำลังรอขอเรียนกับเธอตั้งเยอะแยะ!]
[อย่าดึงอวิ๋นหลานมาเอี่ยวด้วยเลย เธอสูงส่งขนาดนั้น พวกคุณไม่คู่ควรหรอก]
รายการหนุ่มสาววัยใสเป็นรายการที่วงการบันเทิงต้าซย่าให้ความสำคัญมากก็จริง แต่เหล่าแฟนคลับต่างรู้ดีว่ายังห่างชั้นจากรายการระดับโลกอยู่มาก
แต่อวิ๋นหลานอยู่จุดสูงสุดในวงการศิลปิน
มีเพียงความหวังริบหรี่ที่หลงเหลืออยู่เท่านั้น
แม้ว่าจะหายตัวไปนานหลายปี ทว่ายังมีแฟนคลับไม่น้อยยังคงรอคอยเธอเสมอ
แต่น่าเสียดายที่เธอจากไปกะทันหันอย่างไม่หลงเหลือร่องรอยใดไว้เลย
การแข่งขันเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สวี่ซีอวิ๋นประหม่าจนมือสั่น
“ผ่อนคลายหน่อย” ซือฝูชิงตบบ่าสวี่ซีอวิ๋นเชิงปลอบโยน “พี่เซี่ยของนายอยู่ด้วย นายนอนเฉยๆ ก็ได้แล้ว”
สวี่ซีอวิ๋น “…”
เขากลับไม่ได้รู้สึกว่านี่คือการปลอบโยน
สวี่ซีอวิ๋นเดินไปยังจุดตรวจเช็กด้วยท่าทีไม่สดใสนัก
อีกฝั่งลู่เยี่ยนเดินไปหยุดอยู่ข้างกายมู่เหยี่ยแล้วกดเสียงต่ำ “ฉันไม่ได้อยู่ทีมเดียวกับนาย แต่อยู่ไม้สามเหมือนกัน เดี๋ยวฉันส่งสัญญาณบอกนายแล้วกัน
พวกเราขนาบซ้ายขวาจัดการให้ขาของสวี่ซีอวิ๋นพิการไปเลย”