เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 68 ตระกูลจีแห่งต้าซย่า!
เรื่องที่อยากให้ซือฝูชิงล้างเครื่องสำอาง กระแสนี้วนเวียนอยู่ในวงการบันเทิงมานานกว่าหนึ่งปี
ไม่เพียงแต่เหล่าแอนตี้แฟนที่อยากเห็นความอัปลักษณ์หน้าสดของเธอเท่านั้น แม้แต่ชาวเน็ตมหาศาลก็อดสงสัยไปด้วยไม่ได้
แต่รายการสองตอนที่ออนแอร์ไปมีคนไม่น้อยเปลี่ยนแง่มุมมองซือฝูชิงใหม่
รวมถึงสายตาคมกริบของเหล่าแฟนคลับที่ผ่านการสอดส่องโครงหน้า กระทั่งตั้งมาตรฐานขึ้นมาโดยเฉพาะ ดังนั้นจึงตัดสินว่าหน้าตาของซือฝูชิงต้องดีมากแน่ๆ
ดังนั้นชาวเน็ตจึงแบ่งออกเป็นสองพวก
กลุ่มแรกคิดว่าซือฝูชิงหน้าตาดีขั้นเทพ ส่วนอีกกลุ่มเข้าใจว่าเธออัปลักษณ์จนเจอหน้าใครไม่ได้
[ใช่แล้ว! ไม่ผิดเลย ทำไมฉันนึกไม่ถึงจุดนี้นะ ควรจะให้ซือฝูชิงล้างเครื่องสำอางออกถึงจะถูก เทียบกันแล้วกล้ามหน้าท้องของอาอวี้ยังต้องชิดซ้าย]
[เข้าแถวๆ มีแค่เด็กๆ ต่างหากที่ต้องเลือก ส่วนผู้ใหญ่เลือกหมดเลย!]
ด้านหลังเวที
พนักงานพูดพลางจัดการโปรแกรม “โปรดิวเซอร์ มีแฟนคลับไม่น้อยที่อยากให้ซือฝูชิงล้างเครื่องสำอาง แต่กิจกรรมของเราเน้นไปที่เด็กฝึก แบบนี้พวกเรา…”
โปรดิวเซอร์สูบบุหรี่ด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีนัก “ถ้าสุ่มได้อันนั้นก็ให้ล้างเครื่องสำอางไปเลย!”
“นายลืมไปแล้วเหรอ ก่อนที่เทียนเล่อมีเดียจะส่งตัวมาเคยบอกว่าจะทำอะไรก็ได้ แต่ห้ามล้างเครื่องสำอางออกเด็ดขาด” ผู้กำกับปาดเหงื่อ “ได้ยินมาว่าเป็นคำขอจากตระกูลจั่ว”
โปรดิวเซอร์พูดอย่างหงุดหงิด “งั้นก็อย่าสุ่มโดนยัยนั่น เรื่องนี้ต้องให้ฉันสอนด้วยหรือไง นอกจากเรื่องคะแนนโหวตควบคุมไม่ได้ เรื่องนี้ก็ไม่ได้ด้วยเหรอ”
พนักงานไม่กล้ารีรอรีบเริ่มลงมือทันที
เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบา
ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของตระกูลจั่วเลยจริงๆ
**
เสียงร้องโห่ดังขึ้นเรื่อยๆ
ซือฝูชิงนั่งเอนตัวพิงเก้าอี้ของเมนเทอร์ด้วยสีหน้าสบายๆ
เธอถือขวดโค้กไว้ในมือพลางตากแดดด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อยราวกับอยู่ในบ้านพักคนชราไม่สนใจสภาพแวดล้อมรอบด้านใดๆ ทั้งสิ้น
“ทำงานร่วมกับเมนเทอร์ซือมาตั้งนานยังไม่เคยเห็นหน้าตาจริงๆ ของเมนเทอร์ซือสักที” หลินชิงเหยียนเม้มริมฝีปากอมยิ้ม “ฉันรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าเมนเทอร์ซือจะยอมให้พวกเราเห็นหน้าจริงๆ ได้เมื่อไรเหรอ”
ขนาดมีสวีรั่วถงเข้ามาช่วยก็ยังกระชากใบหน้าที่แท้จริงของซือฝูชิงไม่ได้
บวกกับตอนนี้กระแสนิยมของซือฝูชิงค่อยๆ มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอจึงรีรอต่อไปไม่ได้แล้ว
โฉมหน้าที่แท้จริงของซือฝูชิงจึงเป็นจุดอ่อนสำคัญ
ซือฝูชิงยังไม่ทันเปิดปากพูดอะไร หลีจิ่งเฉินก็ขมวดคิ้ว “เมนเทอร์หลิน ระวังตัวเองไว้บ้าง”
หลินชิงเหยียนสีหน้าเรียบตึงเล็กน้อยพูดโพล่งอย่างตกใจ “เมนเทอร์หลี คุณพูดอะไรของคุณคะ”
ใบหน้าของเธอยังคงตกใจแกมฉงนเหมือนเดิม ทว่าภายในใจกลับทักทายบรรพบุรุษของมู่ชิงเมิ่งไปแล้วสิบแปดชั่วโคตร
หลีจิ่งเฉินให้ความเคารพมู่ชิงเมิ่งมาก ทว่ามู่ชิงเมิ่งดันตำหนิเธอต่อหน้าเขาไปยกหนึ่ง
สุดท้ายตอนนี้หลีจิ่งเฉินกลับช่วยออกหน้าพูดแทนซือฝูชิงซะได้
หลินชิงเหยียนอัดอั้นตันใจอย่างมาก
“เอาสิ ฉันให้โอกาสคุณสักครั้งแล้วกัน” ซือฝูชิงใช้มือข้างหนึ่งเท้าคางแล้วหันหน้าไปมองพร้อมยกยิ้ม “เรามาเดิมพันกัน ถ้าฉันแพ้ ฉันก็จะไลฟ์สดล้างเครื่องสำอางออกต่อหน้าทุกคนเลย ว่าไงล่ะ ”
“ซือฝูชิง คุณกำลังพูดอะไรของคุณ” หลินชิงเหยียนยังคงสีหน้าไม่เปลี่ยน ผุดรอยยิ้มแต่งแต้มใบหน้าเหมือนเดิม “เรื่องจะล้างเครื่องสำอางออกเป็นความสมัครใจของคุณ จะเอาการเดิมพันมาเป็นตัวกำหนดได้ที่ไหนกัน”
บทสนทนาของพวกเธอทั้งสองดังผ่านไมโครโฟนกระจายไปทั่วบริเวณ จากนั้นเสียงดังเซ็งแซ่ก็ค่อยๆ หยุดลง เหล่าแฟนคลับต่างหันไปมองเบื้องหน้า
“ดูท่าทางจะไม่กล้า” ซือฝูชิงหุบยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ “งั้นก็อย่ามาเสแสร้งต่อหน้าฉัน ฉันไม่มีเงินให้คุณไปซื้อถุงขยะหรอกนะ”
[ยัยแซ่หลินนั่นเริ่มทำเป็นใสซื่ออีกละ ทั้งๆ ที่อยากเห็นซือฝูชิงล้างเครื่องสำอาง ยังมีหน้ามาทำตัวไร้เดียงสาอีก]
[ต้องยกความสุดยอดนี้ให้ซือฝูชิง กล้าพูดว่าหลินชิงเหยียนเสแสร้งโต้งๆ แบบนี้เลยเหรอ]
[ซี๊ด…ฝีปากการด่าคนของซือฝูชิง เมื่อไรจะเปิดคอร์สสอนเนี่ย]
[ตลกจริงๆ ซือฝูชิงมีจุดไหนที่คู่ควรให้ชิงเหยียนต้องสู้ด้วย สถานะในวงการบันเทิงของพวกเขาสองคนแตกต่างราวกับฟ้ากับเหว!]
[เลิกรังแกคิดว่าชิงเหยียนของเราไม่มีแฟนคลับสักที ชิงเหยียนเดบิวต์มาตั้งเจ็ดแปดปีแล้ว ถือว่าเป็นรุ่นพี่ของซือฝูชิงด้วยซ้ำ เข้าใจคำว่าให้เกียรติกันบ้างไหม]
“ฉันย่อมเคารพความเต็มใจของเมนเทอร์ซืออยู่แล้ว” หลินชิงเหยียนใช้เล็บจิกตรงกลางฝ่ามือ “ไม่ทราบว่าเมนเทอร์อยากเดิมพันด้วยอะไรล่ะ”
ซือฝูชิงหัวเราะอย่างเกียจคร้านแล้วเงยหน้าขึ้น คำพูดยังคงเนิบนาบเหมือนเดิม “เดิมพันด้วยเด็กฝึกในมือของฉันจะสามารถคว้าตำแหน่งเดบิวต์ในตอนสุดท้ายได้ยังไงล่ะ”
“…”
พอประโยคนี้ถูกพูดออกไป ชั่ววินาทีนั้นทุกอย่างพลันตกอยู่ในความเงียบงัน
กระทั่งผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ที่อยู่ด้านหลังเวทียังตกตะลึงนิ่งค้าง
ตำแหน่งเดบิวต์มีทั้งหมดเก้าตำแหน่ง ดังนั้นการแข่งขันจึงดุเดือดมาก
หากคิดจะรวบหกที่ในทีเดียว ซือฝูชิงบ้าและมั่นใจในตัวเองมากขนาดไหนถึงกล้าพูดขนาดนี้ได้
ตรงๆ ก็คือไม่รู้จักประมาณตน แถมพูดจาเป็นตุเป็นตะเองอีกต่างหาก!
[แม่เจ้า เด็กฝึกในมือได้เดบิวต์หมดเลยงั้นเหรอ ซือฝูชิงบ้าไปแล้วหรือฉันหูฝาดไปเองกันแน่]
[หืม ซือฝูชิงบ้าไปแล้วจริงๆ ถ่อมตัวสักหน่อยเถอะ]
[ถึงจะบ้าแต่ก็ควรดูภูมิตัวเองบ้าง ทำให้เด็กฝึกทั้งหกคนได้เดบิวต์เหรอ แม้แต่ตัวท็อปของวงการยังไม่กล้าพูดเลย]
“เมนเทอร์ซือ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากเดิมพันกับคุณหรอกนะ” หลินชิงเหยียนมุ่นคิ้ว “แต่เอาอนาคตของเด็กฝึกมาเดิมพันแบบนี้คงจะไม่ดีเท่าไร”
“หืม?” ซือฝูชิงเลิกคิ้ว “คุณมองแต่เรื่องอนาคต ส่วนฉันมีความมั่นใจว่าจะทำให้เด็กฝึกของฉันเดบิวต์ได้ งั้นคุณก็ไม่ได้เรื่อง ในเมื่อเป็นแบบนี้…”
เธอเหลือบมองหลินชิงเหยียนแวบหนึ่งพูดอย่างไม่ใส่ใจ “เด็กฝึกจะเรียนกับคุณไปเพื่ออะไร ก็ไม่ใช่เพื่อได้เดบิวต์หรอกเหรอ”
สุดท้ายหลินชิงเหยียนก็สีหน้าเปลี่ยน
เธอใช้เล็บจิกกลางฝ่ามือ รอยยิ้มบนใบหน้าใกล้รักษาไว้ไม่ได้เต็มที “เพราะไม่รู้ว่า ถ้าเมนเทอร์ซือแพ้ขึ้นมาจะเป็นยังไงต่างหาก”
“ถ้าฉันแพ้ก็ไลฟ์สดล้างเครื่องสำอางออกไง แต่ถ้าคุณแพ้…” ซือฝูชิงเล่นผมตัวเองพลางหรี่ดวงตาจิ้งจอกลง “ก็ไลฟ์สดเอาของปลอมบนตัวของคุณออกละกัน เป็นไง”
ทันใดนั้นหลินชิงเหยียนก็สีหน้าเปลี่ยน
[เดี๋ยวนะ! ของปลอม หลินชิงเหยียนทำศัลยกรรมเหรอ!]
[สมัยนี้แล้วมีคนในวงการบันเทิงคนไหนไม่ผ่านการศัลยกรรมบ้าง หลินชิงเหยียนต้องเคยทำหน้ามาก่อนแน่นอน]
[งั้นซือฝูชิงรู้ได้ไงล่ะ]
ส่วนแฟนคลับของหลินชิงเหยียนก็ถูกกระตุ้นความโกรธจนเดือดดาล
[ไสหัวไปเลยซือฝูชิง! คนอัปลักษณ์อย่างเธอเลิกอิจฉาสาวสวยธรรมชาติจะดีกว่า]
[ชิงเหยียนของเราสวยมาตั้งแต่เด็กยันโต ตลกจริงๆ ตอนนี้กุข่าวโคมลอยแบบนี้ไม่ต้องชดใช้อะไรเลยเหรอ]
หลินชิงเหยียนกำมือแน่นก่อนจะคลายมือออก “ดี ถ้าเมนเทอร์ซือเต็มใจ ฉันก็พร้อมเดิมพัน”
แน่นอนว่าเธอไม่มีทางยอมรับว่าเธอเคยผ่านการศัลยกรรมมาแน่นอน
ในเมื่อไม่ว่าจะดูในแง่ไหน เธอก็ต้องชนะอยู่ดี
หลินชิงเหยียนฉีกยิ้มพลางพรูลมหายใจ
ซือฝูชิงยังไม่เข้าใจกฎในวงการบันเทิง แถมไม่เข้าใจกฎทั่วไปที่แฝงอยู่ในรายการนี้อีกต่างหาก
ตั้งเด็กเดบิวต์ไว้เก้าคนก็จริง แต่จริงๆ มีเด็กสองสามคนถูกกำหนดไว้นานแล้ว
ตามที่เธอรู้มา ลำดับที่เจ็ดและลำดับที่เก้าถูกเทียนเล่อมีเดียซื้อไว้แล้ว
ซือฝูชิงคิดจะได้ตำแหน่งเดบิวต์หกที่งั้นเหรอ
มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
“ใจกล้านี่” ซือฝูชิงเหยียดหลังตรง จากนั้นก็ปรบมือให้อย่างขอไปที “ไม่เลว”
ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ไม่ได้ขัดขวางเรื่องการเดิมพันของพวกเขาทั้งสอง เพราะเห็นเรตติ้งเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมยังดีอกดีใจที่เป็นไปด้วยดีอีกต่างหาก
ตอนที่สามของรายการผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น
เรตติ้งในช่วงสุดท้ายพุ่งสูงถึงสี่สิบล้านวิว
คนที่เพิ่มเข้ามาแสนกว่าคนก็เพราะซือฝูชิงเสนอการเดิมพันที่ไม่มีทางเอาชนะได้ขึ้นมา
ซือฝูชิงขยับแขนขาครู่หนึ่งก่อนได้รับข้อความจากอวี้ซีเหิง
เจ้านาย : [ศาลาหลินเจียง]
ข้อความสั้นๆ กระชับเหมือนเคย
เธอตอบกลับอย่างรวดเร็ว
[รับทราบเจ้านาย! รักคุณที่สุดเลย ฉันรับพัสดุหนึ่งเสร็จจะรีบไปค่ะ]
ขณะเดียวกันอวี้ถังที่ได้รับข้อความตอบกลับจากซือฝูชิงก็เหลือบมองประโยคสั้นๆ นั้นของอาเก้าของตัวเองแวบหนึ่ง ถึงแม้จะเป็นข้อความสั้นๆ แต่กลับลงท้ายด้วยอิโมติคอนรูปหัวใจ ชั่ววินาทีนั้นก็รู้สึกเหมือนถูกโจมตี
เธอส่งข้อความหาซือฝูชิงว่าฮือๆ จากนั้นก็บอกเป็นนัยๆ ว่าเธอก็อยากได้อิโมติคอนรูปหัวใจเหมือนกัน
ซือฝูชิง : [อะไรกัน นั่นฉันส่งให้เพราะเงินต่างหาก เงินคู่ควรกับหัวใจทั้งหมดของฉัน]
อวี้ถัง “…”
เธอมองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มด้วยความปวดใจ “อาเก้า อาเก้าต้องพยายามหน่อยนะ ถ้าไม่พยายามคงไม่มีแฟนแน่ๆ”
อวี้ซีเหิงปรายตามองเล็กน้อย
เฟิ่งซาน “…”
นับวันคุณหนูอวี้ถังก็ยิ่งผิดปกติมากขึ้นเรื่อยๆ
**
เหล่าผู้ชมออกจากสนามอย่างเป็นระเบียบ หลังจากจั่วฉิงหย่าเดินวนไปวนมาภายในห้องแต่งหน้าไม่กี่รอบก็กลับไปแล้วเช่นกัน
รถของจั่วเสียนอวี้จอดรออยู่ตรงมุมถนนด้านนอก
ชุดสูทสีขาวทั้งร่างดึงดูดสายตาคนไม่น้อย
“พี่สอง!” พอจั่วฉิงหย่าออกมาก็ฟ้องทันที “ซือฝูชิงทำเกินไปแล้วจริงๆ พี่ต้องคิดหาวิธีเอาเงินของเรากลับคืนมาให้ได้แล้วค่อยส่งยัยนั่นเข้าคุกไปเลยนะ”
จั่วเสียนอวี้พูดเสียงเรียบ “อย่าพูดจาแบบนี้ตอนอยู่ข้างนอก”
“ถึงยังไงยัยนั่นก็ไม่อยู่” จั่วฉิงหย่ายิ้มเย็นชา “รอดูเถอะ ฉันจะทำให้ยัยนั่นเสื่อมเสียชื่อเสียงในวงการบันเทิง”
จั่วเสียนอวี้ยังคงไม่เป็นเดือดเป็นร้อนใดๆ “พอแล้ว ไปกันเถอะ”
จั่วฉิงหย่าเพิ่งก้าวได้หนึ่งก้าวก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น “ซือฝูชิงใช่ไหมครับ”
เธอสะดุ้งเฮือกแล้วรีบหันไปมอง จากนั้นก็เห็นซือฝูชิงยืนเยื้องจากเธอไม่ไกลแต่กลับไม่สนใจเธอเลยสักนิด ถึงขนาดไม่เหลือบหันมามองสักแวบด้วยซ้ำ
“นี่พัสดุของคุณครับ” พนักงานส่งพัสดุกล่องหนึ่งไปให้ “เซ็นรับด้วยครับ”
ซือฝูชิงรับมาพร้อมบอก “ลำบากแล้ว”
จั่วเสียนอวี้หันไปมองด้วยสายตาเย็นชา ทว่าฉับพลันสายตาก็จับจ้องไปที่กล่องใบนั้นแน่นิ่ง
ด้านบนมีตัวอักษรที่ดูทรงพลังตัวหนึ่งปรากฏอยู่
‘จี’