เธอกลับมาเทพ - ตอนที่ 76 ให้พวกเราดูหน่อยสิว่าหน้าตาเป็นอย่างไร
ขนาดชาวเน็ตที่ไม่ได้ให้ความสนใจรายการหนุ่มสาววัยใสก็พลอยตามข่าวซือฝูชิงไปด้วย
ในเมื่อเป็นการรวมตัวกันของวงสตาร์รี เกิร์ลกรุ๊ปหลังกลับมา แถมปีนี้ยังกระแสดังไม่เบาอีกด้วย
บวกกับซือฝูชิงไร้ความสามารถในการร้องเล่นเต้นรำ แต่งหน้าก็ประหลาดไม่น่ามอง ดังนั้นจึงมีคนให้ความสนใจเธออยู่ไม่น้อย
แฟนคลับที่ตามข่าวในวงการบันเทิงบ่อยๆ ต่างรู้ดีว่าซือฝูชิงเป็นคนอย่างไรเลยคัดค้านเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด
[ยอมเลย แบรนด์เสื้อผ้าแนวโบราณดีๆ เดิมทียังพอจะเฉิดฉายต่างประเทศได้บ้าง แต่เป็นแบบนี้เหรอ?]
[มีข่าววงในบอกว่าซย่าเซิงก็ไปแคสติ้งแบรนด์นี้ด้วยแต่ไม่ถูกเลือก ส่วนซือฝูชิงกลับถูกเลือก เส้นสายใหญ่โตขนาดไหนคงไม่ต้องให้ฉันบอกหรอกนะ]
พอมีโพสต์นี้โผล่มาเลยยิ่งกระพือให้ไฟโหมหนักกว่าเดิม
มีชาวเน็ตรวมตัวกันไปที่หน้าเพจหลักออฟฟิเชียลของแบรนด์ซีเจียงเยวี่ยต่อต้านซือฝูชิงอย่างรุนแรง อีกทั้งขอให้ปล่อยคลิปการสัมภาษณ์ด้วย
แต่ไหนแต่ไรมาซือฝูชิงไม่สนใจข่าวคราวบนโลกออนไลน์อยู่แล้ว แถมตอนนี้เธอยังวุ่นๆ กับการรักษาขาให้เจ้านายของตัวเองอยู่
เดิมทีบัญชีเวยปั๋วของเธออยู่ในการดูแลของผู้จัดการอย่างเฝิงเพ่ยจือ ซึ่งอยู่ในการควบคุมของบริษัท เพียงแต่ตอนนี้เธอล็อกบัญชีเวยปั๋วของตัวเองไปแล้ว
ทันทีที่มีใครแอบแฮ๊กเข้าระบบก็จะถูกไวรัสโจมตีทันที
เรื่องประกาศตัวพรีเซ็นเตอร์มีแค่ชวีหลิงอวิ๋นที่เป็นคนบอกเธอ เดิมทีเธอก็ไม่ได้ให้ความสนใจสักเท่าไร
บนโลกออนไลน์ต่างถกเถียงกันไม่หยุด ทางด้านฝั่งค่ายฝึกเองก็ร้อนรนใจไม่ต่างกัน
บางคนก็ดีใจ บางคนก็ตกใจ ส่วนบางคนก็อิจฉา
“เมนเทอร์ซือ ดีใจด้วยนะครับ!” สวี่ซีอวิ๋นพูดอย่างเริงร่า “เมนเทอร์ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์แล้ว จากนี้ก็กินไก่ทอดได้เยอะๆ แล้ว”
เซี่ยอวี้เองก็หันหน้ามองมาเช่นกัน พูดพร้อมเลิกคิ้ว “เมนเทอร์ซือต้องล้างเครื่องสำอางแล้วเหรอ”
ซือฝูชิงเอียงศีรษะขณะตอบกลับ “วันศุกร์ฉันต้องไปถ่ายลองกล้อง พอถึงตอนนั้นคงโพสต์ลงเวยปั๋ว ฉันจะพยายามลุกยืนให้ได้ก็แล้วกัน”
เธอหยิกหน้าตัวเองอย่างนึกเสียใจ
เธอยังคงชอบการแต่งหน้าแนวพังก์อยู่เลย แถมยังช่วยขวางเรื่องวุ่นวายที่จะเกิดไม่น้อย
เซี่ยอวี้เอ่ยน้ำเสียงสบายๆ “รอดูอยู่นะครับ”
“เมนเทอร์ซือ หน้าตาไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอก” สวี่ซีอวิ๋นปลอบโยน “แค่จิตใจงามก็พอแล้ว เมนเทอร์ดูสิ พวกเราชอบเมนเทอร์ก็เพราะความใจดี พวกเราไม่ใช่พวกที่ดูคนแค่ภายนอกแน่นอน”
ซือฝูชิงเก็บรอยยิ้ม เธอบีบกระป๋องโค้กในมือจนระเบิดด้วยสีหน้าราบเรียบ “นายพูดใหม่สิ?”
“ฮะ?” สวี่ซีอวิ๋นมึนงง “ผมบอกว่าเราไม่ได้ชื่นชมคนจากภายนอก ต่อให้เมนเทอร์ซือจะหน้าตาไม่ดี พวกเราก็ยังเคารพเหมือนเดิม!”
ซือฝูชิงอมยิ้ม “ดีมาก”
ด่าว่าเธอร้ายกาจได้ แต่จะด่าว่าเธอหน้าตาน่าเกลียดไม่ได้
เสี่ยวไป๋ลูบท้องน้อยๆ ของตัวเองด้วยท่าทีเกียจคร้าน
เจ้านายเราก็มีวันนี้ด้วยแฮะ
ซือฝูชิงหยิบตารางที่แนบอยู่ในแฟ้มเอกสารออกมาสองสามใบก่อนฟาดลงบนพื้น “นี่เป็นตารางการซ้อมในสี่วันนี้ของพวกนาย เซี่ยอวี้ นายจับตามองเขาไว้ให้ดี ห้ามซ้อมน้อยกว่านี้เด็ดขาด”
พอสวี่ซีอวิ๋นเห็นว่าต้องตื่นมาวิ่งตอนเช้าแปดกิโล ร่างกายก็ห่อเหี่ยวทันที “พ่อครับ! พ่อปรานีกันบ้างเถอะ!”
“ต่อให้เรียกย่าทวดมาก็ไม่มีประโยชน์” ซือฝูชิงใช้มือเท้าศรีษะไว้ “วันเสาร์จะเป็นวันแสดงต่อหน้าสื่อมวลชนครั้งแรก อย่าทำเรื่องขายหน้า”
การแสดงเต็มตัวต่อหน้าสื่อมวลชนเป็นมาตรฐานเพียงหนึ่งเดียวที่ใช้ทดสอบศักยภาพของเด็กฝึก
ไม่ใช่แค่ดูความสามารถในการร้องเล่นเต้นรำเท่านั้น แต่การควบคุมสีหน้าและอารมณ์จิตใจก็เป็นเรื่องสำคัญมากเช่นกัน ซึ่งจะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้เลย
สืออวี่และเด็กฝึกคนอื่นๆ อีกสามคนพยักหน้าอย่างแข็งขัน “แน่นอนครับ”
ขณะที่เซี่ยอวี้กำลังโน้มตัวฝึกความยืดหยุ่นของร่างกาย จู่ๆ ก็ถามขึ้นว่า “เมนเทอร์ซือชอบดูหนังดูการ์ตูน งั้นคงเชื่อว่าบนโลกนี้มีพลังวิเศษอยู่จริงๆ ใช่ไหมครับ”
“ผมเชื่อ!” จู่ๆ สวี่ซีอวิ๋นก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที “เชื่อว่าบนโลกนี้มีแสงไฟแห่งความยุติธรรม!”
พอเขาพูดจบก็โดนถีบไปหนึ่งที
“มีพลังวิเศษแล้วจะมีประโยชน์อะไร” ซือฝูชิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นแล้วพูดเสียงเรียบ “นายช่วยใครก็ไม่ได้ สู้ไม่มียังดีกว่า”
เซี่ยอวี้ผงะไปเล็กน้อยก่อนจะพูดพึมพำ “เมนเทอร์ซือ?”
“รีบซ้อม” ซือฝูชิงสั่งอย่างไม่เกรงใจ “ถ้ายังไม่ซ้อม ฉันจะลงโทษให้นายเต้นระบำเปลื้องผ้าต่อหน้าแฟนคลับ”
เซี่ยอวี้ “…”
โหดไปนิดแฮะ
เขายอมแล้ว
**
ส่วนอีกด้าน
ภายในห้องพัก
หลินชิงเหยียนสวมหน้ากากอนามัย ทว่าสีหน้าเต็มไปด้วยความร้อนใจ
เธอถูกเปลี่ยนมาหลายโรงพยาบาลแล้ว แต่หมอต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องผ่านไปอีกสักระยะหนึ่งถึงจะหาย
แต่อีกฝ่ายเป็นคุณหนูของตระกูลจั่ว ต่อให้หลินชิงเหยียนถูกใช้เงินหยามเกียรติก็ไม่กล้าพูดอะไรทั้งสิ้น
ผู้จัดการพูดข้างหูเธอไม่กี่ประโยค
หลินชิงเหยียนสีหน้าตื่นตระหนก “ยัยนั่นคว้าพรีเซ็นเตอร์โฆษณามาได้ด้วยเหรอ”
เธอตั้งใจสืบมาแล้ว ตั้งแต่ซือฝูชิงกลับมาก็ไม่เคยรับงานคนเดียวเลย
ซือฝูชิงแค่ขึ้นเวทีพร้อมกับเพื่อนๆ ในวงสตาร์รี เกิร์ลกรุ๊ป อีกทั้งแต่ไหนแต่ไรมาก็เป็นแค่ฉากพื้นหลังมาโดยตลอด
แฟนคลับวงสตาร์รี เกิร์ลกรุ๊ปเกลียดซือฝูชิงมากที่เป็นตัวถ่วงของวง
หลินชิงเหยียนไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างซือฝูชิงจะอาศัยความสามารถของตัวเองคว้างานพรีเซ็นเตอร์มาได้
แต่เทียนเล่อ มีเดียเห็นซือฝูชิงเป็นแค่อุปกรณ์ในคราบมนุษย์เท่านั้น ทำไมถึงยังช่วยหางานพรีเซ็นเตอร์มาให้เธอด้วยล่ะ
“นั่นสิ คนอื่นๆ ก็คิดหาเหตุผลไม่ได้เหมือนกัน” ผู้จัดการกล่าว “ขึ้นไปร้องเล่นเต้นรำบนเวทียังว่าไปอย่าง แต่โฆษณาที่ต้องอาศัยหน้าตาแบบนี้ดันเลือกซือฝูชิงในขณะที่ซย่าเซิงเองก็ไปแคสติ้งด้วยเหมือนกัน ทางแบรนด์ไม่รู้หรือตาบอดไปแล้วกันแน่”
หลินชิงเหยียนเหยียดยิ้ม “ฉันเองก็ได้ยินสวี่รั่วถงบอกเหมือนกันว่าซีเจียงเยวี่ยไม่ค่อยดัง แต่เพราะซย่าเซิงชอบสไตล์โบราณมากๆ ถึงเป็นฝ่ายยอมลดตัวไปแคสติ้งโฆษณาตัวนั้น”
“ตอนนี้เธอดันแคสติ้งไม่ผ่าน แต่ซือฝูชิงที่โดนชาวเน็ตแอนตี้กลับคว้าตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์แบรนด์มาได้ เห็นทีซย่าเซิงก็คงไม่ชอบใจเหมือนกัน”
ปีนี้ซย่าเซิงมีอายุ 24 ปี เข้าสู่วงการนางแบบตั้งแต่อายุ 16 ปี
ล้มลุกคลุกคลานมาแปดปี จึงไม่ใช่คนที่ซือฝูชิงจะเทียบชั้นได้เลย
ถึงแม้ซย่าเซิงจะไม่ใช่นางแบบชั้นแนวหน้าแต่ก็ออกงานภายในประเทศมาไม่น้อย ในเวยปั๋วมีแฟนคลับติดตามถึงแปดล้านคน นับว่ามีชื่อเสียงบ้างพอตัว
อย่างน้อยถ้าเทียบกับซือฝูชิงแล้ว ฐานแฟนคลับแน่นหนากว่ามาก
“ก็คงอย่างนั้นแหละ” ผู้จัดการส่ายศีรษะ “แต่ตัวซือฝูชิงเองก็น่าแปลก ถูกแอนตี้แต่ก็ยังดัง กระแสของยัยนั่นพุ่งสูงขึ้นอย่างงงๆ ดวงแบบนี้ มีใครไม่อยากได้บ้างล่ะ”
ในวงการบันเทิงมีสำนวนหนึ่งกล่าวไว้ว่า หากอยากดังจะอาศัยแค่แรงภายนอกไม่ได้ แต่ต้องมีความสามารถในตัวเองจริงๆ ด้วย หากยิ่งฝืนก็ยิ่งเหมือนโดนสวรรค์ลงโทษ
หากพูดถึงดวงอาจเป็นเรื่องที่จับต้องไม่ได้ แต่คนในวงการกลับเชื่อเรื่องนี้มาก
มีศิลปินดาราบางคนตั้งใจไปเปลี่ยนชื่อเผื่อดวงดีจนชื่อเสียงโด่งดังขึ้นบ้าง
แต่หลินชิงเหยียนไม่เห็นด้วยสักเท่าไร “ถ้ายัยซือฝูชิงดวงดีจริงจะกลายเป็นแบบนี้เหรอ”
“ก็จริง” ผู้จัดการพยักหน้า “แฟนคลับของซย่าเซิงโมโหจนคลุ้มคลั่งแล้ว”
หลินชิงเหยียนยิ่งให้ความสนใจ “ไหนขอฉันดูหน่อย”
ข่าวที่ซย่าเซิงไปแคสติ้ง คนวงในคุยกันจนเรื่องแพร่งพรายออกไป
เห็นได้ชัดว่าแฟนคลับตัวยงเป็นคนปล่อยข่าว
ซย่าเซิงไม่ได้ออกมาพูดอะไร แต่เหล่าแฟนคลับเห็นเธอออนบนเวยปั๋วอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นจึงยิ่งโมโหแล้วพากันเรียกร้องความยุติธรรมแทนเธอ
[ฉันไม่เข้าใจเลย ทำไมเซิงเซิงถึงไม่ถูกเลือก หากคู่แข่งเป็นนางแบบชั้นแนวหน้าฉันคงยอม แต่ซือฝูชิงเป็นใคร]
[ไอดอลที่อาศัยความดังจากการถูกแอนตี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเซิงเซิง ฉันคงไม่รู้จัก]
[ตลกชะมัด สำหรับฉันแล้วไม่มีคนที่ชื่อซือฝูชิงอยู่ในพจนานุกรมของฉันเลยด้วยซ้ำ]
กระทั่งมีแฟนคลับตัวยงโมโหจนแอดไปในเวยปั๋วหน้าออฟฟิเชียลของซีเจียงเยวี่ยกับซือฝูชิง
หมอนใบน้อยของซย่าเซิง : [ไม่ต้องสร้างเรื่องเดิมพันหรอก ขอถามคำเดียว ซือฝูชิงเธอกล้าล้างเครื่องสำอางต่อหน้าทุกคนบนโลกออนไลน์ไหม ล้างให้พวกเราดูหน่อยสิว่าหน้าตาเธอเป็นยังไง ถึงทำให้ทางแบรนด์เลือกเธอ!]