เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 272 สร้างบ้านใหม่ให้เผ่าว่านฉี
บทที่ 272 สร้างบ้านใหม่ให้เผ่าว่านฉี
เพิ่งจัดการจับเชลยเสร็จเรียบร้อย ว่านฉีหยาก็มาพร้อมกับเผ่าว่านฉีของเธอ
ตอนกลับมาที่ดาวเคราะห์หมายเลข 7444 ก่อนหน้านี้ เธอไม่ได้พาเด็กสาวมาด้วย เพราะวัตถุประสงค์ของพวกเธอคือการสะสางบัญชี จึงไม่มีทางให้เด็กสาวต้องมาตกอยู่ในอันตรายได้
แต่เธอเองก็ให้สัญญาไว้แล้วว่าหากดาวเคราะห์หมายเลข 7444 ปลอดภัยแล้ว เธอจะให้ว่านฉีหยาได้กลับไปสักการะวิญญาณของครอบครัวที่ล่วงลับ
ทว่าครั้งนี้พวกเขามาที่นี่ไม่ใช่เพราะเรื่องนั้น
ตอนแรกมีความสับสนเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าทำไมชาวเผ่าว่านฉีถึงยืนอยู่ตรงหน้าเธอโดยไม่เอ่ยคำใด การอ่านสีหน้าของพวกเขาไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
จนกระทั่งว่านฉีหยากล่าวทำลายความเงียบขึ้น “พี่สาวคะ เผ่าของฉันเข้าใจพี่ผิดไป พวกเรามาเพื่อขอโทษค่ะ”
“ใช่ค่ะ คุณลู่ พวกเราได้สร้างความลำบากใจให้คุณ ทั้งที่คุณช่วยเหลือเรา แต่เรากลับไม่เชื่อใจ ต้องขออภัยจริง ๆ”
“ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่าทุกสิ่งที่คุณทำก็เพื่อให้พวกเรามีความหวังในการมีชีวิตต่อไป”
“เสี่ยวหยาบอกพวกเราหมดแล้ว คุณดูแลเธอเหมือนเป็นน้องสาว ให้การศึกษา และให้เธอได้อาศัยในสถานที่แสนงดงามเช่นนี้ คุณทำทุกอย่างเพื่อช่วยพวกเรา พวกเราช่างเนรคุณเหลือเกิน ต้องขอโทษด้วยนะคะ”
หลังจากที่หลุดจากความเขินอายแรกเริ่ม ชาวเผ่าว่านฉีแต่ละคนก็พากันเอ่ยขอโทษอย่างล้นหลาม น้ำตาไหลพรากจนทำให้เธอรู้สึกเก้อเขินแทนเสียเอง
“ทุกคนไม่ต้องเก็บเรื่องนี้มาคิดมากหรอกค่ะ ฉันเข้าใจความรู้สึกของพวกคุณในตอนนั้นดี เมื่ออยู่ในความมืดนานเกินไป แม้จะมีหนทางออก แต่ก็ย่อมรู้สึกหวาดกลัวและไม่มั่นใจ ฉันเข้าใจได้จริง ๆ”
เธอปลอบใจพวกเขาอย่างอ่อนโยน “ตอนนี้เรื่องที่ดาวเคราะห์หมายเลข 7444 ได้จบลงแล้ว พวกคุณปลอดภัยแล้ว ในอนาคตเราอาจมีทางช่วยให้ร่างกายของพวกคุณกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ ดังนั้นขออย่าได้มีจิตคิดทำลายตัวเองเลยนะคะ ฉันรักเสี่ยวหยาเหมือนน้องสาว แต่ก็มีบางสิ่งที่ไม่อาจทดแทนกันได้ เสี่ยวหยาทำงานหนักเพื่อช่วยเหลือเผ่าของเธอ การที่พวกคุณมีชีวิตอยู่เพื่อเธอนั้นสำคัญที่สุดแล้ว”
“ใช่ค่ะ” ว่านฉีหยากล่าวพร้อมกับปาดน้ำตา “ฉันสูญเสียแม่ไปแล้ว พ่อเองก็ไม่สมประกอบแล้ว ขอร้องอย่าทิ้งฉันไปอีกเลยนะคะ”
เด็กสาวกล่าวไปก็สะอื้นไป พลันพุ่งเข้าสู่อ้อมอกของคนในเผ่าแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น
แม้ในยามปกติเธอจะยิ้มแย้มสดใส ทำราวกับมีความสุขตลอดเวลา แต่เรื่องราวของเผ่าว่านฉีก็ยังคงเป็นดั่งภูเขาลูกใหญ่ที่กดทับอยู่ในใจเธอ และในเวลานี้เองที่ว่านฉีหยาได้ปลดปล่อยความกดดัน ความทุกข์ และความสับสนที่เก็บกดไว้ทั้งหมดออกมา
ยามที่พวกเขายังคงดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดอยู่บนดาวเคราะห์หมายเลข 7444 นั้น สิ่งที่ทำให้พวกเขามีกำลังใจต่อสู้อย่างยากลำบาก ก็เพราะไม่อาจปล่อยวางเด็ก ๆ ที่หนีออกไปได้ และบัดนี้เด็ก ๆ เหล่านั้นก็อยู่ตรงหน้าพวกเขา ใบหน้าเล็ก ๆ ของว่านฉีหยาเต็มไปด้วยน้ำตา ร้องขอไม่ให้พวกเขาทอดทิ้งเธอไป ไหนเลยชาวเผ่าว่านฉีจะใจแข็งพอที่จะตัดสินใจทำเรื่องอันโหดร้ายได้
หลังจากการโอบกอดและร้องไห้สะอื้นกันอย่างสะเทือนใจ พวกเขาก็ทิ้งความคิดที่จะหาทางออกสุดท้าย
เมื่อรู้สึกได้ว่าบรรยากาศที่แสนอึดอัดหายไป ลู่จินกู้ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา เพราะการมีชีวิตอยู่เท่านั้นที่จะทำให้ความหวังมาถึงได้
พวกเขาจึงพากันไปเยี่ยมพ่อของว่านฉีหยาที่ถูกขังอยู่พร้อมกับคนอื่น ๆ ในเผ่า คนเหล่านั้นที่ไร้สติสัมปชัญญะก็ไม่พ้นจะทำให้พวกเขาต้องหลั่งน้ำตาอีกครั้ง
เมื่อทุกคนสงบลง ชาวเผ่าว่านฉีก็ยกเรื่องอื่นขึ้นมาพูดต่อ
“คุณลู่ครับ พวกเราไม่อาจกินอยู่โดยที่ไม่ตอบแทนได้ แม้ว่าพวกเราจะไม่สะดวกปรากฏตัวต่อผู้คน แต่ถ้ามีงานไหนที่ไม่ต้องออกหน้าออกตา เราก็ยินดีจะทำให้เต็มที่ ได้โปรดมอบหมายงานให้เราด้วยเถอะครับ”
ทันทีที่พวกเขาเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเธอ ชาวเผ่าว่านฉีก็กลายเป็นคนน่ารักขึ้นมาทันที เห็นได้ชัดว่านี่คือเผ่าพันธุ์ที่ซื่อตรงทั้งในความรักและความเกลียดชังอย่างแท้จริง
เธอเองก็ไม่ได้คิดที่จะทำให้พวกเขาลำบากอะไรอีก เนื่องจากพวกเขาผ่านความทุกข์มายาวนานแล้ว สิ่งที่พวกเขาควรทำคือการพักผ่อนและผ่อนคลายอย่างเต็มที่ ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เธอเองก็มีทรัพย์สินมหาศาล การดูแลคนเพียงไม่กี่คนจากเผ่าว่านฉีก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
แต่พวกเขาไม่ยอม แม้กระทั่งว่านฉีหยาก็ยืนยันว่าหากไม่ให้เผ่าของเธอทำงาน พวกเขาจะไม่กล้ากินไม่กล้าใช้ ซึ่งจะทำให้พวกเขาไม่สามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่
ท่าทีของพวกเขาแน่วแน่จนเธอปฏิเสธไม่ลง ทว่าตอนนี้ในบริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปก็ไม่มีงานใดที่สามารถหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนได้อย่างสมบูรณ์
คิดไปคิดมา เธอจึงถามว่า “มีอะไรที่พวกคุณถนัดเป็นพิเศษไหมคะ? อีกทั้งตอนนี้พวกคุณก็ออกจากดาวเคราะห์หมายเลข 7444 มาแล้ว อนาคตพวกคุณก็ต้องการสร้างบ้านใหม่ ถ้าอยากจะอยู่ที่ไหนเป็นพิเศษก็บอกฉันได้เลย ฉันจะช่วยดูแลให้เองค่ะ”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘บ้า’ แววตาของทุกคนรวมถึงเด็กสาวก็เปล่งประกายขึ้นทันที
คำว่าบ้านทำให้พวกเขาคิดถึงสถานที่ที่ตราตรึงอยู่ในจิตวิญญาณ เป็นสถานที่ที่เคยเชื่อว่าคงไม่มีวันหวนกลับไปได้อีก แต่ตอนนี้…พวกเขาจะสร้างมันขึ้นใหม่ได้จริงหรือ?
ทุกคนตื่นเต้นกันอย่างล้นหลาม พากันคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ
ในขณะเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้น “ดิงด่อง!”
ระบบได้เปิดภารกิจ ‘สร้างบ้านใหม่ให้เผ่าว่านฉี’ ซึ่งเป็นภารกิจที่ท้าทายการให้การสนับสนุนเผ่าพันธุ์ และยังเป็นหนึ่งในภารกิจที่จะช่วยให้เธอเลื่อนระดับไปสู่ระดับ 6 ได้อีกด้วย เธอจึงยิ้มออกมาด้วยความยินดี เห็นได้ชัดว่าคนที่ทำดี มักจะได้รับสิ่งดีตอบแทนจริง ๆ
หลังจากพยุงให้ชาวเผ่าว่านฉีลุกขึ้น เธอก็รีบเข้าไปที่ตลาดการค้าแล้วซื้ออุปกรณ์สื่อสารรุ่นล่าสุดมาแจกจ่ายให้กับชาวเผ่าว่านฉีที่เพิ่งมาถึง ซึ่งแม้พวกเขายืนยันที่จะนำราคาของอุปกรณ์นี้ไปหักลบจากการทำงานในอนาคต แต่ครั้งนี้เธอก็ยืนยันหนักแน่นในการปฏิเสธคำขอนั้น
จากนั้นเธอก็เริ่มสอนพวกเขาเปิดแผนที่ดาวเคราะห์ ซึ่งมีดาวเคราะห์ใกล้เคียงไม่กี่ดวงที่อยู่ในความดูแลของเธอ หากพวกเขาเจอดวงไหนที่ถูกใจ ก็สามารถเริ่มสร้างเขตพาราไดซ์ของพวกเขาเองได้เลย
ขณะที่กำลังสนทนากันอยู่นั้น กรีนลีฟก็วิ่งมาหาพอดี หลังจากเพิ่งจัดที่อยู่ให้ชาวเผ่าว่านฉีเสร็จ ซึ่งเขามาเจอกับชาวเผ่าว่านฉีพอดีโดยบังเอิญ ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างตกใจ ชาวเผ่าว่านฉีจึงรีบหาที่หลบซ่อนตัวทันที
เมื่อสอบถามกันภายหลังจึงได้ทราบว่า พวกเขารู้สึกว่ากรีนลีฟงดงามดั่งเทพในตำนาน จนกลัวว่าจะทำให้เขาตกใจ แต่โชคดีที่กรีนลีฟมีท่าทีสงบนิ่ง เมื่อทั้งสองฝ่ายแนะนำตัวกันแล้ว ต่างก็ได้เล่าถึงประสบการณ์อันขมขื่นของเผ่าตน
ดูเหมือนว่าทุกคนล้วนมีความเจ็บปวดที่แตกต่างกันไป และทำให้เกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันมากขึ้น
อีกหนึ่งความรู้สึกที่ทั้งสองเผ่ามีร่วมกันคือความกตัญญูที่มีต่อลู่จินกู้ เมื่อกรีนลีฟได้ทราบว่าพวกเขากำลังหาทำเลเพื่อสร้างบ้านใหม่ เขาก็ได้แอบบอกเหตุผลที่เอลฟ์เลือกดาวเคราะห์หมายเลข 7131 ให้ชาวเผ่าว่านฉีได้ทราบ
เมื่อพวกเขาตัดสินใจเรียบร้อย ก็ทำท่าทางตบเข่ามั่นใจ
“ดาว 7132? พวกคุณแน่ใจเหรอ?” เมื่อลู่จินกู้ได้ยินแผนการของพวกเขา เธอก็รู้สึกสงสัยเล็กน้อย “ดาวดวงนี้เป็นดาวกึ่งโลหะ สภาพแวดล้อมต่างจากดาว 7444 ที่พวกคุณเคยอยู่มาก อาจจะไม่คุ้นเคยได้นะคะ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ เราพอใจกับการเป็นเพื่อนบ้านกับเจ้าชายกรีนลีฟมาก” ชาวเผ่าว่านฉีตอบพร้อมกับหันไปยิ้มให้กรีนลีฟ ทั้งคู่ดูเหมือนจะกลายเป็นเพื่อนสนิทกันได้อย่างรวดเร็ว
แม้จะต้องยอมรับว่าการที่สองเผ่าพันธุ์ที่มีรูปลักษณ์ต่างกันสุดขั้วมายืนข้างกันนั้นเป็นภาพที่สะดุดตาไม่น้อย
แต่…สำหรับการสร้างบ้านใหม่ เธอเห็นว่าเมื่อตัดสินใจไปแล้ว เธอเองก็ไม่มีอะไรต้องกังวลนัก เพียงพาพวกเขาไปดูให้แน่ใจ หากสถานที่ไม่เหมาะสมก็ยังสามารถหาที่ใหม่ได้เสมอ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอจึงลงมือทันที ทั้งกลุ่มเดินทางผ่านสถานีขนส่งไปยังดาว 7131 จากนั้นค่อยต่อยานไปยังดาว 7132 ที่อยู่ใกล้เคียง