เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 303 ผลโหวตในสตาร์เน็ต
บทที่ 303 ผลโหวตในสตาร์เน็ต
หนังสือที่นี่มีหนังสือจำนวนมากจริง ๆ ไม่ใช่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ในห้องสมุดออนไลน์ของสหพันธ์ แต่เป็นหนังสือที่จับต้องได้ พลิกอ่านทีละหน้าได้จริง ๆ นอกจากหนังสือแล้ว เธอยังพบสิ่งที่ดูคุ้นตาหลายอย่าง เช่น ลูกโลกจำลอง แผ่นเสียงไวนิล รูปปั้นพระพุทธรูป
“สิ่งเหล่านี้ถูกนำมาจากโลกด้วย” กู้ตั๋วอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง “ตามบันทึกบอกว่า ตอนนั้นมียานอวกาศห้าลำที่บรรทุกสิ่งของทาง ‘ประวัติศาสตร์’ มาโดยเฉพาะ”
ไม่แปลกใจเลยที่หอจดหมายเหตุนี้จะมีสิ่งของมากมายถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งเหล่านี้จะสามารถหยิบจับหรือตรวจสอบได้อย่างอิสระ สหพันธ์ได้ลงทุนอย่างมากในการปกป้องสิ่งของเหล่านี้ ทุกชิ้นถูกครอบด้วยโดมป้องกันขนาดเล็กและเคลือบด้วยชั้นป้องกันพิเศษ ทำให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเพียง ‘ของจัดแสดงล้ำค่า’ ที่มองได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถสัมผัสได้
เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดาย ผู้คนที่จากโลกมาในวันนั้น ยังคงพยายามนำสมบัติเหล่านี้ติดตัวมา แม้ว่าโลกใบเก่าจะเกือบถูกทำลายหมดสิ้น สิ่งเหล่านี้ย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่พวกเขาต้องการส่งต่อให้คนรุ่นหลังระลึกถึงรากเหง้าของตนเอง
แต่ในปัจจุบัน แม้ว่าสิ่งของเหล่านี้จะได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม พวกมันกลับสูญเสียบทบาทสำคัญไป นั่นคือการเตือนใจคนรุ่นหลังถึงประวัติศาสตร์ของพวกเขา
ขณะที่เธอมองสิ่งของที่ถูกปกคลุมด้วยโดมป้องกันหลากหลายขนาด สายตาของเธอก็พลันเปล่งประกายเพราะเกิดไอเดียบางอย่างขึ้นมา
“ระบบ” เธอเอ่ยเรียกระบบพาราไดซ์ “ถ้าสร้างห้องสมุดขึ้นโดยผสานเข้ากับหอจดหมายเหตุที่มีอยู่ สิ่งของและบันทึกข้อมูลเดิมเหล่านี้จะได้รับผลกระทบยังไง?”
ระบบตอบกลับอย่างรวดเร็วด้วยเสียงไร้อารมณ์ “การผสานห้องสมุดกับหอจดหมายเหตุสามารถทำได้ โดยจะยังคงการเก็บรักษาเดิมไว้ทั้งหมด และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งของดั้งเดิม”
เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะถามต่อ “แล้วถ้าอย่างนั้น สิ่งของเหล่านี้จะสามารถได้รับการปกป้องด้วยระบบพาราไดซ์ไหม?”
ครั้งนี้ ระบบพาราไดซ์เงียบไปพักใหญ่ ทำให้เธอรู้สึกกังวลใจ เธอคิดว่าสิ่งของเหล่านี้ล้วนเป็นประวัติศาสตร์ล้ำค่าที่ไม่สามารถหาทดแทนได้ หากพวกมันเสียหายก็น่าเสียดาย แต่หากถูกเก็บไว้ในสภาพที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ก็ยิ่งน่าเจ็บปวด
เธอพยายามเกลี้ยกล่อมระบบ “ลองคิดดูนะ สิ่งของเหล่านี้หากสูญเสียไปแม้แต่ชิ้นเดียว ก็จะไม่มีวันหาทดแทนได้อีก หากพวกมันได้รับการปกป้องจากพาราไดซ์ เราก็สามารถลอกชั้นป้องกันเดิมออก ทำให้ทุกคนสามารถสัมผัสมันได้อย่างแท้จริง…”
เธอหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “แน่นอน ฉันเข้าใจดีว่าสิ่งเหล่านี้อาจดูไม่มีค่ามากนักเมื่อเทียบกับสมบัติในห้องสมุดพาราไดซ์หรือคลังเก็บอื่น ๆ แต่เพราะมันมาจากแหล่งกำเนิดที่แตกต่างกัน นั่นแหละที่ทำให้มันมีคุณค่าทางการศึกษาสูงสุด”
เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องร้องขอจากระบบ เธอมักจะใช้คำพูดโน้มน้าวได้อย่างยอดเยี่ยม และครั้งนี้ก็เช่นกัน
สุดท้าย ระบบก็ตอบตกลงหลังจากที่เธออธิบายยาวเหยียด ระบบระบุว่าหากผสานระบบห้องสมุดกับหอจดหมายเหตุ และลอกชั้นป้องกันเดิมออก สิ่งของเหล่านี้จะสามารถคืนสภาพเดิมได้ พร้อมทั้งเพิ่มลงในฐานข้อมูลของห้องสมุดพาราไดซ์ และได้รับการปกป้องด้วยระบบพิเศษจากพาราไดซ์
เมื่อได้รับคำตอบที่ต้องการ เธอจึงหยุดรบกวนระบบ
หลังจากเสร็จสิ้นการเยี่ยมชมทั้งสามอาคารหลักบนดาวศูนย์กลาง พวกเขากลับมาที่ลานโล่ง พื้นที่ซึ่งเรียกว่าลานโล่งแท้จริงแล้วไม่มีแม้แต่เศษดิน มันถูกปูด้วยแผ่นโลหะสีเงินเทาเรียงต่อกันอย่างเป็นระเบียบจนปกคลุมพื้นที่ว่างทั้งหมดบนดาว
เธอมองแผ่นโลหะเหล่านั้นก่อนจะเอ่ยขึ้น “นี่มันแผ่นโลหะที่ใช้ปูบนดาวหมายเลข 555 นี่นา ใช่ไหม?”
ตอนที่ต้องหยุดยั้งความบ้าคลั่งของกงซุนฉือ กู้ตั๋วถึงกับใช้กำลังของตัวเองทำลายแผ่นโลหะพลังงานเหล่านี้ เธอยังจำได้ว่าตอนนั้นสภาส่งคนมาลงโทษพวกเขาด้วย
กู้ตั๋วพยักหน้า “ใช่แล้ว แผ่นพลังงานพวกนี้ใช้วัตถุดิบที่หาได้ยากและมีราคาสูง สามารถเก็บสะสมพลังงานจากมิติว่างเปล่าได้ทุกเวลา”
ช่างน่าทึ่งจริง ๆ เธอก้มตัวลงแตะที่แผ่นพลังงาน ความรู้สึกแรกคือมันเย็นเฉียบและแข็งแกร่งมาก
“แต่ถ้าจะสร้างระบบพาราไดซ์ที่นี่ แผ่นพลังงานพวกนี้ต้องถูกรื้อออก”
กู้ตั๋วที่ดูเหมือนจะรู้อยู่แล้วพยักหน้า “ครั้งนี้สถานการณ์ไม่เร่งด่วนเหมือนบนดาว 555 เราสามารถรื้อถอนอย่างสมบูรณ์แบบได้”
ส่วนเรื่องแผ่นพลังงานเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ที่ไหนต่อไปนั้น พวกเขาไม่จำเป็นต้องกังวล
ลู่จินกู้ตรวจสอบข้อมูลของดาวศูนย์กลางผ่านเครื่องจักรนำทาง แล้วคำนวณคร่าว ๆ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ดาวศูนย์กลางไม่ได้มีพื้นที่กว้างมาก ระบบพาราไดซ์ระดับสามก็ครอบคลุมได้ทั้งหมด”
น่าเสียดายที่การเดินทางครั้งนี้เป็นเพียงการสำรวจ เพราะการสร้างระบบพาราไดซ์บนดาวนี้ยังต้องรอสภาผ่านกระบวนการถกเถียงอีกหลายรอบ
โชคดีที่ครั้งนี้ ตระกูลกู้ ตระกูลกงซุน ตระกูลเซิน และตระกูลเซี่ย รวมพลังกันเป็นแนวร่วมเดียวกัน ส่วนตระกูลแบล็กแม้จะมีข้อคัดค้าน แต่ก็ไม่ได้แข็งกร้าวมากนัก พวกเขาทำไปเพื่อหวังผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย
…
เมื่อสองนกฟ้าตัวน้อยเรียนรู้ที่จะบินและสามารถร่อนลงบนพื้นได้อย่างแม่นยำ ในที่สุดสภาก็มีมติอนุมัติให้เธอสร้างระบบพาราไดซ์บนดาวศูนย์กลาง
ทว่าเธอยังไม่สามารถเริ่มต้นได้ในทันที เพราะต้องรอการรื้อถอนแผ่นพลังงานบนดาวศูนย์กลางให้เสร็จก่อน
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงเดินทางไปยังอ่าวเงือก
งานในพื้นที่นี้มีกำหนดเวลาที่ผ่อนคลาย แต่ตอนนี้บริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปได้เปลี่ยนไปมาก ทั้งทุนทรัพย์ กำลังคน และวัตถุดิบล้วนมีเหลือเฟือ ทำให้งานก่อสร้างที่อ่าวเงือกดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนที่อยู่ในน้ำของอ่าวเงือกนั้นเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว เมืองเล็ก ๆ บริเวณอ่าวกำลังถูกสร้างขึ้นทีละน้อย
สิ่งที่ลำบากกว่าคืองานขออนุมัติจากสหพันธ์เพื่อให้เผ่าเงือกย้ายถิ่นฐานมาที่นี่ เพราะพวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ ทำให้เกิดความกังวลว่าหากย้ายมาแล้วเกิดปัญหาขึ้น เผ่าเงือกอาจสูญพันธุ์อย่างถาวร
แม้ส่วนในทะเลของอ่าวเงือกจะพร้อมสำหรับการอยู่อาศัยแล้ว แต่คำขอย้ายถิ่นของเผ่าเงือกกลับไม่ได้รับการอนุมัติ แม้แต่กู้ตั๋วและเซินโหย่วชิงที่ออกหน้าเจรจาก็ไม่สามารถโน้มน้าวเหล่านักวิชาการหัวเก่าได้
แน่นอนว่ายังมีบางกลุ่มที่อ้างว่าอยากปกป้องเผ่าเงือก แต่แท้จริงแล้วกำลังฉวยโอกาสหาประโยชน์จากสถานการณ์นี้
สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ คนที่แก้ไขปัญหานี้ได้กลับไม่ใช่ชนชั้นสูงคนใดเลย แต่เป็นอิซาเบลล่า
เธอเป็นผู้ที่สามารถพลิกสถานการณ์และเปลี่ยนมุมมองของฝ่ายต่อต้านได้อย่างน่าทึ่ง
ตอนนี้อิซาเบลล่าได้กลายเป็นดาราหญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดบนสตาร์เน็ต ด้วยตำแหน่งที่มั่นคงและงานที่ล้นหลามตลอดปี เธอได้ใช้ชื่อเสียงของตนเองเปิดแคมเปญ ‘การโหวตเพื่อปกป้องสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์’
อิซาเบลล่าเริ่มต้นด้วยการปล่อยวิดีโอชุดหนึ่ง โดยในแต่ละวิดีโอเธอรับบทเป็นตัวละครหลัก สิ่งนี้ดึงดูดความสนใจจากผู้คนมากมายด้วยตัวเธอเอง วิดีโอเหล่านี้มีเอกลักษณ์ทางความคิดสร้างสรรค์ ภาพสวยงาม แต่เนื้อหาแทบไม่แตกต่างกัน
ทั้งหมดล้วนแสดงให้เห็นชีวิตของชนเผ่าที่ใกล้สูญพันธุ์ในสหพันธ์ โดยเปรียบเทียบระหว่างชีวิตใน ‘การปกป้อง’ ของสหพันธ์ที่ดูเหมือนการกักขัง กับชีวิตที่เต็มไปด้วยอิสรภาพและความสุขในทัศนียภาพอันงดงามของระบบพาราไดซ์
ความทุกข์กับความสุข การถูกจำกัดกับการมีอิสระ การเจ็บป่วยกับการมีสุขภาพดี ความเงียบงันกับเสียงหัวเราะ ความแตกต่างที่เด่นชัดสองด้านนี้สร้างความประทับใจลึกซึ้งแก่ผู้ชม
วิดีโอถูกเผยแพร่หมุนเวียนในสตาร์เน็ตจนกลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างร้อนแรง และในจังหวะที่ทุกคนกำลังถกเถียงกัน อิซาเบลล่าก็ใช้ชื่อจริงเปิดโหวตให้สาธารณชนมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐานใหม่ของเผ่าเงือก
ด้วยการที่เธอมีสายเลือดเผ่าเงือกอยู่ครึ่งหนึ่ง การยืนหยัดเรียกร้องในครั้งนี้จึงมีน้ำหนักในตัวเอง ทำให้เธอได้รับการสนับสนุนทั้งจากผู้คนและกระแสสังคม
ผลการโหวตในสตาร์เน็ตแสดงให้เห็นชัดเจนว่าใจประชาชนอยู่ที่ใด
กว่าร้อยละ 95 ของผู้เข้าร่วมโหวต เลือกที่จะสนับสนุนบ้านใหม่
และในช่วงเวลาเดียวกัน ‘เซอร์’ ก็ปรากฏตัวต่อสาธารณชน
แม้ว่าเผ่าเงือกจะถูกเลี้ยงในทะเลจำลอง แต่พวกเขายังคงเป็นพลเมืองที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์ มีสิทธิเท่าเทียมกับชนเผ่าอื่น เพียงแต่พวกเขาหมดหวังกับชีวิตและมักไม่สนใจสิทธิเหล่านี้
การปรากฏตัวครั้งนี้ แม้จะเป็นเพียงการไลฟ์สด แต่กลับทำให้ผู้คนตระหนักว่าเผ่าเงือกไม่ได้เป็นสัตว์เลี้ยงในอควาเรียมยักษ์ พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา ความหวัง ความสุข และความทุกข์เช่นเดียวกับเผ่าอื่น
วิดีโอและการปรากฏตัวครั้งนี้จุดกระแสความเข้าใจและการยอมรับใหม่ในหมู่ผู้คน ความเป็นมนุษย์ของเผ่าเงือกได้รับการยืนยันผ่านสายตาของผู้ชมทุกคนบนสตาร์เน็ต