เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 358 ศูนย์ประสบการณ์แห่งกาลเวลา
บทที่ 358 ศูนย์ประสบการณ์แห่งกาลเวลา
ลู่จินกู้ไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้ยินเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่โหดร้ายเช่นนี้
มนุษย์กลุ่มแรกที่ปรากฏตัวในจักรวาลมาจากดาวเคราะห์ดวงใดนั้น ไม่มีใครสามารถสืบค้นได้อีกแล้ว ทว่า ความทรงจำที่เซอร์ได้รับสืบทอดจากบรรพบุรุษของเขา กลับทำให้เขายังคงจดจำได้อย่างชัดเจนถึงช่วงเวลาที่เผ่าพันธุ์ใหม่นี้ได้ถือกำเนิดขึ้น
มันคือเผ่าพันธุ์ที่นำพาความโหดร้ายและการเข่นฆ่ามาในทันทีที่ปรากฏตัว
แม้ว่าความสามารถของมนุษย์แต่ละคนจะด้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับเผ่าพันธุ์อื่น ๆ แต่สิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นอย่างอาวุธสงคราม กลับเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของเผ่าพันธุ์ใด ๆ
และธรรมชาติของมนุษย์เองก็ดูเหมือนจะมีความกระหายในการรุกรานในสายเลือด หลังจากปรากฏตัวในสายตาของเหล่าเผ่าพันธุ์แห่งจักรวาล มนุษย์ก็เริ่มการแย่งชิงทรัพยากรอย่างบ้าคลั่ง
ดาวเคราะห์, พลังงาน, วัตถุดิบ… ไม่มีสิ่งใดที่มนุษย์ไม่ต้องการ
เสียงเล่าขานที่แฝงความขมขื่นหยุดลง เซอร์เลือกที่จะไม่อธิบายถึงความมืดมิดในประวัติศาสตร์ช่วงนั้นอีกต่อไป แต่ลู่จินกู้กลับรู้สึกราวกับเธอกำลังอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์เหล่านั้นจริง ๆ
เธอหวนนึกถึงช่วงเวลาในเศษเสี้ยวแห่งกาลเวลา เมื่อเซนาอินแสดงท่าทีระแวดระวังต่อเธอ แม้ในยามที่รู้ว่ามีเวลาเหลือไม่มาก เซนาอินก็ยังไม่ยอมง่าย ๆ ที่จะฝากชะตากรรมของเผ่าพันธุ์ไว้ในมือใคร
เซอร์ถอนหายใจลึก ๆ แล้วพยายามฝืนยิ้มพลางพูดว่า “แน่นอน ตอนนี้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมแล้ว คุณหนูจิน คุณเองก็แตกต่างจากคนอื่น ๆ เรื่องเหล่านั้นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณเลย”
เธอพูดอะไรไม่ออก
จะใช้คำพูดของเซอร์เพื่อปัดความผิดออกไปอย่างนั้นหรือ? แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ร่างนี้คือทายาทของมนุษย์เหล่านั้น
แต่หากจะไม่ยอมรับความคิดเห็นนี้ หนี้เลือดอันหนักอึ้งที่สะสมมานั้น ก็เป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถแบกรับได้
สุดท้าย เธอเพียงแค่ฝืนยิ้มเช่นกัน และไม่พูดถึงเรื่องเมืองแห่งความรุ่งเรืองนั่นอีก
แต่ในใจ เธอกลับได้คำตอบแล้วว่าทำไมมนุษย์ถึงไม่ได้รับการยอมรับจากพรพิเศษที่ถูกกล่าวถึง
ท้ายที่สุด สิ่งเดียวที่เธอสามารถทำได้ก็คือให้คำมั่นว่าเธอจะพยายามหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องจิตวิญญาณผู้พิทักษ์ให้ได้อย่างสุดความสามารถ
แต่ในความเป็นจริง ลู่จินกู้กลับรู้สึกว่างเปล่า ไม่มีความมั่นใจใด ๆ แม้จะได้รับคำขอบคุณนับพันจากเซอร์ แต่ความรู้สึกเหมือนอยากจะหลบหนีจากสถานการณ์นี้ก็ยังคงชัดเจน
เธอฉวยโอกาสอ้างว่าต้องไปตรวจสอบบางอย่าง แล้วรีบหลบเข้าไปในตัวเมืองเล็ก ๆ ที่กำลังพัฒนา
ตัวเมืองเล็ก ๆ ที่เคยสงบสุขนี้เริ่มคึกคักขึ้นอย่างชัดเจน
ลู่จินกู้รู้ดีว่าเธอไม่อาจปล่อยให้สถานที่นี้เงียบเหงาอีกต่อไป อนาคตอ่าวเงือกจะต้องกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว เหล่าพ่อค้าที่จมูกไวต่างก็ส่งคำขอเข้ามาตั้งร้านค้าในพื้นที่ตั้งแต่ที่อ่าวเงือกเปิดตัวสู่สาธารณะ
ตอนนี้มีร้านค้าที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถันเริ่มเปิดให้บริการแล้ว รวมถึงมีนักท่องเที่ยวบางส่วนที่มาเยือน
อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุการณ์ความวุ่นวายต่าง ๆ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ออกมาเดินทางก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้จำนวนคนที่เดินอยู่ในเมืองเล็ก ๆ นี้น้อยกว่าที่เคย
ถึงอย่างนั้น ระหว่างที่ลู่จินกู้เดินชมรอบเมือง เธอก็ยังเห็นผู้คนอยู่ไม่น้อย
แต่น่าเสียดาย ไม่มีคนเหล่านี้ที่สามารถช่วยให้เธอบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาเมืองแห่งอุตสาหกรรมนี้ได้เลย
จะหาเผ่าพันธุ์เลือดบริสุทธิ์ให้ครบ 100 คนได้อย่างไร?
คำถามนี้วนเวียนอยู่ในใจจนรู้สึกอึดอัด
ในขณะนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงสนทนาของกลุ่มคนที่เดินผ่านมา
“ฉันว่าที่ของพาราไดซ์วิวสวยมากนะ แต่รู้ไหม ล่าสุดศูนย์ประสบการณ์แห่งกาลเวลาก็น่าสนใจสุด ๆ เลยล่ะ”
“อ๋อ? นายเคยไปแล้วเหรอ? ฉันยังจองตั๋วไม่ได้เลย!”
“ก็ถือว่าโชคดีน่ะ เพราะญาติพี่น้องของฉันเป็นหนึ่งในทีมพัฒนาของศูนย์ประสบการณ์นี้”
“โห น่าอิจฉานายจังเลย มีญาติที่เก่งขนาดนี้ ไม่เหมือนญาติบ้านฉันเลย!”
“ไม่เป็นไร ถ้าสถานการณ์สงบแล้ว ฉันจะขอให้เขาหาตั๋วให้สองใบ จะได้พาเธอไปด้วยไง”
เสียงพูดคุยค่อย ๆ ห่างออกไป แต่คำว่า ‘ศูนย์ประสบการณ์แห่งกาลเวลา’ กลับสะกิดความคิดบางอย่างในใจของลู่จินกู้ มันแวบเข้ามาเร็วราวกับดาวตก
เธอรู้สึกว่ามันสำคัญ แต่ยังไม่สามารถจับความคิดนั้นได้ จึงยืนขบคิดอยู่นาน
สุดท้าย เธอจึงเลือกที่จะเปิดสตาร์เน็ตและค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์ประสบการณ์แห่งกาลเวลา
ผลลัพธ์ที่ได้คือ มันคือโครงการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้เพียงครึ่งเดือน โดยเป็นผลงานวิจัยล่าสุดของบริษัทที่มีตระกูลใหญ่ถือหุ้นอยู่
ที่นั่นมีเครื่องที่สามารถจำลองและสร้างสถานการณ์ในช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจงได้อย่างสมจริง เพียงแค่ป้อนข้อมูลที่เพียงพอเข้าไป และผู้ใช้งานที่สวมใส่อุปกรณ์เฉพาะก็สามารถเดินทางย้อนเวลาไปสัมผัสชีวิตในอดีตได้
ในช่วงแรก มีคนเยาะเย้ยว่าโครงการนี้เป็นเพียงวิธีหาเงินอย่างสิ้นคิด ไม่มีอะไรแตกต่างจากเกมเสมือนจริง
แต่หลังจากผู้เล่นกลุ่มแรกที่ได้รับเชิญเข้าร่วมเริ่มให้คำวิจารณ์ที่ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ ความอยากรู้อยากเห็นของผู้คนก็เพิ่มขึ้น จนกระทั่งตอนนี้ ตั๋วเข้าชมศูนย์ประสบการณ์นี้กลายเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง
ลู่จินกู้คิดขึ้นได้ว่า กลุ่มพาราไดซ์เคยได้รับบัตรเชิญบางส่วนจากโครงการนี้ แต่ด้วยความยุ่ง เธอจึงไม่มีโอกาสได้ไปสนใจ และวางแผนว่าจะเก็บไว้แจกจ่ายให้พนักงานในภายหลัง
แต่ตอนนี้ เธออาจต้องใช้มันแล้ว
รีบติดต่อหาเหอผิง โชคดีที่บัตรเชิญทั้งห้าใบยังคงถูกเก็บไว้อย่างดีในมือของเหอผิง
“ฉันจะรีบไปเอาเดี๋ยวนี้”
ว่าดังนั้นก็ลงมือทันที
ลู่จินกู้ปรากฏตัวที่เขตพาราไดซ์ 1 ในเวลาไม่นาน หลังจากรับบัตรเชิญมาแล้ว เธอก็ตรวจสอบตารางเที่ยวบินจากเขตพาราไดซ์ 1 ไปยังดาวเคราะห์ที่ศูนย์ประสบการณ์แห่งกาลเวลาตั้งอยู่ และใช้บัตรเชิญจองการเข้าชมในอีกสามวันข้างหน้า
เธอมีลางสังหรณ์ว่า ปัญหาที่เธอเผชิญอยู่จะได้รับคำตอบจาก ‘การเล่นสนุก’ ครั้งนี้
คืนวันนั้นเอง
เธอขึ้นยานอวกาศ และหลังจากการเดินทางสองวันครึ่ง ในที่สุดเธอก็มาถึงดาวเคราะห์ที่ศูนย์ประสบการณ์แห่งกาลเวลาตั้งอยู่
ที่นี่คึกคักเป็นพิเศษ
ในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้ ดูเหมือนว่าสถานการณ์วุ่นวายจากข่าวการกบฏจะไม่ส่งผลกระทบต่อที่นี่เลย
เธอได้ยินมาจากการสนทนาของผู้คนรอบตัวว่า ก่อนที่ข่าวการกบฏจะเกิดขึ้น การจองตั๋วของศูนย์ประสบการณ์แห่งนี้เป็นเรื่องยากเย็นมาก ต้องจองล่วงหน้าหลายเดือน
แบบนี้ก็นับว่าฉันโชคดีสินะ!
เธอก้าวเข้าสู่ประตูใหญ่ของศูนย์ทันที
ขั้นตอนแรก เธอถูกนำไปยังพื้นที่เฉพาะสำหรับการสวมใส่อุปกรณ์ โดยมีหุ่นยนต์ผู้ช่วยคอยให้บริการ
เมื่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกติดตั้งลงบนขมับของเธอ เธอก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เพราะรู้สึกว่าภาพนี้ดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด แต่กลับนึกไม่ออกว่าเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน
หุ่นยนต์ใช้เวลาราวสิบกว่านาที ก่อนจะบอกว่าการปรับแต่งเสร็จสิ้นแล้ว
เมื่อเธอออกจากห้องสวมใส่อุปกรณ์ เธอก็เห็นว่าห้องที่อยู่ข้าง ๆ ซึ่งใช้สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์เช่นกันมีนักท่องเที่ยวอีกหลายคนออกมาพร้อมกัน
นักท่องเที่ยวทุกคนต่างยิ้มให้กันและพยักหน้าทักทายกันอย่างเป็นกันเอง ลู่จินกู้ก็ยิ้มตอบไป แต่ในใจเธอกลับรู้สึกไม่สบายใจ
เธอสังเกตเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวบางคนในกลุ่มนี้ ที่ดูเหมือนจะอยู่ห่างจากเธอหลายคิวตอนต่อแถวเข้าประตู
เนื่องจากห้องสำหรับสวมใส่อุปกรณ์มีจำกัด ศูนย์ประสบการณ์แห่งกาลเวลาจึงจัดให้ผู้เข้าชมเข้าเป็นรอบ ๆ เมื่อห้องเต็มแล้วก็จะหยุดรับนักท่องเที่ยวชั่วคราว
เมื่อเธอคำนวณระยะเวลาคร่าว ๆ เธอพบว่ากลุ่มที่เข้าไปติดตั้งอุปกรณ์นี้ควรจะเป็นกลุ่มที่มาหลังจากเธอหลายรอบแล้ว
แม้มันจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เธอไม่สามารถหยุดคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ เธอตั้งใจเดินช้าลง จนกระทั่งปล่อยให้กลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านั้นเดินนำหน้าไป
ไม่นาน กลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ก็เข้าไปในห้องติดตั้งอุปกรณ์ จากการสังเกตครั้งนี้ เธอพบว่ากลุ่มใหม่ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสามนาทีในการสวมใส่อุปกรณ์และออกมา