เนโครแมนเซอร์แห่งสถานีโซล (Necromancer of Seoul Station) - บทที่ 93-94
สิ่งแรกที่เขาเห็นคือเศษเนื้อที่กระจุยจากแรงระเบิด
จากนั้น เกราะผีของเขาก็ทำงานป้องกันคลื่นกระแทก แรงผลักทำให้ร่างวูจินกระเด็นไปข้างหลังจนจมกับผนังโรงแรม
ระเบิดต้องแรงน่าดู รถสามคันที่วิ่งผ่านถูกลูกหลงจากระเบิด รถที่พลิกคว่ำทำให้เกิดระเบิดรอบสอง
เศษผงจากผนังที่ถูกกระแทกร่วงลงมาบนหน้าวูจิน
เขาไม่ได้รับความเสียหายจากระเบิด ไม่บาดเจ็บจากที่ถูกโยนอัดกำแพงเช่นกัน เกราะผีป้องกันทุกอย่าง ส่วนเศษฝุ่นจากซากกำแพงไม่นับเป็นการโจมตี เกราะผีจึงไม่ทำงาน
ร่างกายเขาปลอดภัย แต่แรงช็อกทำให้วูจินนอนมึนบนพื้น
‘เฮ้อ’
เขาเพิ่งกลับมาที่โลกได้ไม่กี่เดือนก็กลายเป็นแบบนี้แล้ว
เขายินดีรับมัน ขณะเดียวกันก็รู้สึกแย่ด้วย
วิญญาณบริสุทธิ์ลอยตรงหน้าวูจิน
ก่อนหน้านี้เองเธอยังมีชีวิตอยู่… ตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่ศพของเด็กหญิงที่มีวิญญาณใสสะอาด
[คุณผู้ชาย หนูเจ็บ]
ต้องเจ็บมากแน่
[คุณผู้ชาย หนูกลัวจัง]
สีเริ่มย้อมวิญญาณสะอาดของเด็กหญิงทีละน้อย เหมือนหมึกดำหยดลงมา มันกลายเป็นสีเทา ดำ และดำยิ่งขึ้น…
[ช่วยด้วย]
เขาทรมานที่ทำอะไรให้เธอไม่ได้เลย
ใครจะอยากเห็นวิญญาณบริสุทธิ์แบบนี้กลายเป็นวิญญาณร้าย?
วูจินไม่ใช่คนเดียวที่ถูกระเบิด มีคนตายมากมาย เด็กหญิงกลายเป็นฆาตกรไปโดยไม่รู้ตัว
[คุณ…]
วิญญาณของเด็กหญิงกลายเป็นสีดำแล้วร่วงลง มันเปลี่ยนเป็นวิญญาณร้ายแล้วลอยวนรอบๆตัววูจิน
[ช่วยด้วย]
วิญญาณร้ายมาอยู่รอบตัวเขา วูจินได้แต่ปล่อยไว้เฉยๆ
เขาไม่มีทางเลือกนอกจากปล่อยไว้เฉยๆเพราะสิ่งเดียวที่เขาทำได้คือทำลายมัน ไม่อาจทำให้มันคืนสภาพเดิมได้
‘วิญญาณร้ายดวงแรกของฉันบนโลกนี้’
วิญญาณร้ายที่มาเข้าฝันเขาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง เรื่องนี้เขาไม่สนใจนัก
เขาโกรธเพราะนี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่กลับมาที่โลกที่ได้เจอกับเรื่องแย่ๆเหมือนตอนอยู่บนอัลเฟน
“เขาอยู่ตรงนั้น เอาเปลมาเร็วเข้า”
ทหารนอกเครื่องแบบวิ่งมาช่วยวูจิน แต่วูจินยืนขึ้นพลางปัดๆฝุ่นบนตัวออก
“คุณ…เป็นอะไรหรือเปล่า?”
“คนทำล่ะ?”
“ฆ่าตัวตายไปแล้ว”
ยึดมั่นจริงๆ ไม่สิ ต้องพูดว่ามันบ้า
“ไปที่รถกันเถอะ”
“ฮะ?อ้อ”
ระเบิดเกิดตรงหน้า แต่เขาสบายดี พวกทหารรู้สึกเกรงเราส์แรงค์ AA คนนี้ขึ้นมาเมื่อเห็นเขามีท่าทีสงบนิ่ง
วูจินขึ้นไปบนรถตู้ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กระจายคำสั่ง ไม่นานราเชลก็เข้ามาในรถด้วยสีหน้าแปลกใจ ราเชลสำรวจวูจินพลางถาม
“คุณสบายดีหรือเปล่า?”
“พวกมันมุ่งเป้ามาที่ฉันเหรอ?”
วูจินท่าทางอารมณ์ไม่ดี ราเชลจึงตอบคำถามของเขาทันที
“ไม่ รอบๆยังมีระเบิดติดต่อกัน 7 ครั้ง”
“แปลว่าเด็กตายไป 7 คน”
“…”
นอกจากเด็กที่ถูกเอาระเบิดติดตัว ยังมีคนตายอีกมาก วูจินไม่สนเรื่องมนุษย์ฆ่ามนุษย์คนอื่น ความขัดแย้งเกิดขึ้นเสมอ และเมื่อเกิดการต่อสู้ย่อมมีคนบาดเจ็บล้มตาย
แต่ พวกมันใช้เด็กที่ไม่รู้อะไรด้วย…
เขาอารมณ์เสีย มนุษย์กับตัวหมากของทราห์เน็ตต่างกันตรงไหน?
“กลับ”
“คุณไม่เป็นอะไรนะ?”
“เป็น”
“เจ็บตรงไหน…”
“เปล่า”
เขาไม่ได้บาดเจ็บ เขาสงบนิ่งแต่ราเชลรู้สึกถึงอารมณ์พลุกพล่านจากตัวเขา
เขาดูไม่เป็นอะไรเกินไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือจะมีแผลตรงไหนที่มองไม่เห็น?
“ไม่ต้องคุยกับฉัน”
“…”
“ฉันกำลังอารมณ์ไม่ดี”
“…”
วูจินกอดหน้าอกมองไปข้างนอก
นานแล้ว ไม่สิ นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่กลับโลกที่เขารู้สึกอย่างนี้
ความรู้สึกหนืดๆทำให้เขาอารมณ์เสีย ความโกรธเริ่มปะทุขึ้นในตัวเขา
***
วันถัดมา พวกเขากลับมาที่ฐานทัพอากาศ ทุกคนมารวมตัวกันในห้องประชุม
“เป็นไปไม่ได้”
“เหรอ? งั้นผมไปเอง”
นายทหารพูดไม่ออก
วูจินจะหยุดสงครามด้วยตัวเอง? นี่เป็นสงครามที่ไม่มีวันจบสิ้นด้วยซ้ำ มันไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้ได้ด้วยกำลังรบ
“สู้ตรงๆไม่ได้ผลหรอก พวกหัวหน้ามันจะหลบไปซ่อนตัว”
“เฮ้อ”
วูจินขมวดคิ้ว
ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งหงุดหงิดกับพวกผู้ก่อการร้าย
ไม่มีเส้นแบ่งชัดเจนระหว่างพลเมืองกับผู้ก่อการร้าย คนที่ดูเหมือนเป็นประชาชนธรรมดาจะลุกขึ้นมาสาดกระสุนเมื่อไหร่ก็ได้
เหมือนการตัดแขนที่เต็มไปด้วยฝีหนองออก ถ้าอยากจะจับพวกก่อการร้ายที่ซ่อนตัวก็ต้องฆ่าคนบริสุทธิ์ทั้งหมด
“คิดแผนขึ้นมาสิ”
“คิดอะไรล่ะ มันเป็นไปไม่ได้”
ชายชื่อโรเจอร์พูดขึ้น
ถ้ามีวิธีหยุดสงครามพวกเขาก็ทำไปแล้ว ทั้งหมดที่พวกเขาทำได้คือหยุดไม่ให้พวกผู้ก่อการร้ายขยายอิทธิพลออกไป แต่การที่พวกเขาถอนกำลังทหารมาเรื่อยๆกลายเป็นว่า 30% ของอัฟกานิสถานถูกกลุ่มกบฎยึดไว้อีกแล้ว
“รัฐบาลกำลังคุยเรื่องส่งกำลังเสริมมาให้ คุณรอก่อนดีกว่าไหม? ผมเข้าใจว่าคุณโกรธแต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่คุณคนเดียวจะจัดการได้”
คำพูดของนายพลเดวิดผ่านหูวูจิน
“ผมไม่สนใจว่าพวกคุณจะร่วมมือด้วยหรือเปล่า ผมจะไปคนเดียว”
“พอเข้าไปในเขตของพวกต่อต้านแล้วคุณจะทำยังไง? จะฆ่าพวกมันทั้งหมดเลยเหรอ อยากได้ชื่อว่าเป็นผู้ก่อการร้ายที่ชั่วร้ายที่สุดหรือไง?”
“ชิ”
หมอนี่ชื่อโรเจอร์สินะ? ทำไมถึงหาเรื่องเขานัก?
“ถ้าไม่ช่วยก็อย่ามาขวาง”
วูจินเดินออกไป
เขาจะรอสี่วันจนกาเกบิรวบรวมข้อมูลเพียงพอ เมื่อรู้ว่าใครเป็นคนสั่งการลอบสังหารเขา เขาจะฆ่ามันคนนั้น จากนั้นกวาดล้างกลุ่มกบฏ
เขาไม่มีแผน แต่ผลไม่เปลี่ยน
เมื่อวูจินออกจากห้อง คนในห้องประชุมก็เริ่มลนลาน
“จะปล่อยเขาไปแบบนั้นหรือครับ? เราส์ที่จะสังหารหมู่พลเมือง”
อะไรคือผู้ก่อการร้าย?
ผู้ก่อการร้ายคือคนที่ฆ่าคนไร้ทางสู้อย่างไม่มีเหตุผล วูจินจะกลายเป็นผู้ก่อการร้ายที่โด่งดังที่สุดในพริบตาเดียว
“ตามไป หยุดเขาให้ได้”
โรเจอร์ถอนหายใจแล้วออกไปตามคำสั่ง พวกเขาขอให้สตรีศักดิ์สิทธิ์ช่วยแล้ว แต่เธอบอกว่าฐานทัพแห่งนี้จะถูกถล่มถ้าไปขวางทางวูจิน
“เฮ้”
วูจินหยุดแล้วหันกลับมา
หมอนี่คือหัวหน้าทีมเราส์ของฐานทัพนี้ใช่ไหม?
“คุณอยากตายเหรอ? ทำไมถึงหาเรื่องผมอยู่เรื่อย?”
“ผมจะช่วยคุณ”
“ว่าไงนะ?”
“ไม่ใช่สู้ตรงๆนะ ถ้าคุณอยากลอบสังหารพวกระดับหัวหน้ากลุ่มกบฏ ผมจะช่วยคุณเข้าใกล้พวกมัน”
วูจินยิ้ม ในที่สุดก็ได้ฟังเรื่องดีๆ
“พูดสิ”
“ผมจะวางแผนให้พวกมันลักพาตัวคุณ”
โฮ่ ไอเดียบรรเจิดดี?
วูจินเลิกคิ้ว
***
หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์
กึงๆ
วูจินถูกมัดแขน มีกระสอบเหม็นๆคลุมหน้า เขากำลังถูกพาไปที่ไหนสักแห่ง
“ฮือๆ”
ไม่ใช่แค่วูจิน ยังมีคนอีกสี่คนถูกลักพาตัวมากับเขา
“พระเจ้าช่วยลูกด้วย”
คนที่พูดชื่อโรมัน
เขาเคยลักลอบนำอาวุธเข้าประเทศ แต่เพราะไปล้ำเส้นของรัฐบาลกับกลุ่มต่อต้านจึงถูกเขี่ยทิ้ง ตอนนั้นวูจินอยู่กับโรมันจึงถูกลักพาตัวมาด้วย
‘กาเกบิ’
วูจินเรียกกาเกบิที่สิงเงาเขาอยู่ เมื่อถูกกระตุ้น สติของกาเกบิก็ตื่นขึ้น
วูจินใช้แต้มเพิ่มเลเวลให้กาเกบิเป็นเลเวล 50 เขาตั้งใจจะประหยัดแต้มเอาไว้เพราะเลเวลของอสูรจะเพิ่มขึ้นเองในตอนต่อสู้ แต่ไม่มีทางเลือกเพราะเขาต้องการความสามารถของกาเกบิเดี๋ยวนี้
[เลเวล 50 ปีศาจเงา][อสูรรับใช้:กาเกบิ]
เรียกปีศาจเงาขึ้นมาจากเงาของเป้าหมายแล้วแฝงกับร่างนั้น สามารถอ่านอารมณ์ความรู้สึกและข้อมูลรอบๆตัวเป้าหมายที่ถูกแฝงร่าง ถ้าเจ้าของร่างเป็นศพ มันจะสามารถควบคุมร่างนั้นได้ ถ้าศพนั้นถูกใช้ทักษะปลุกผี ปีศาจเงาจะสามารถใช้ความสามารถเดิมของเจ้าของร่างได้เล็กน้อย
ค่าบงการที่ต้องใช้ลดลงตามความซื่อสัตย์และเชื่อใจต่อผู้เรียก อสูรอัญเชิญที่ต้องควบคุมอาจกลายเป็นสหายที่ไว้ใจได้
จำนวนเงา : 6
ทักษะที่ครอบครอง : เพิ่มเงา ขยายประสาทสัมผัส สลับวิญญาณ เคลื่อนย้ายเงา
เพิ่มประสิทธิภาพทักษะบงการศพ : +50%
ต้องการค่าบงการ 1 (-99 จากความซื่อสัตย์ -99 จากความเชื่อใจ)
ทุก 10 เลเวลจะเพิ่มจำนวนเงา ตอนนี้กาเกาบิสามารถเข้าไปสิงในเงา 6 เงา เขาสิงอยู่ในเงาของนาสเซอร์ สาตจิแล้วหนึ่ง เหลืออีก 5 เงา
ขยายประสาทสัมผัสทำให้กาเกบิรวบรวมข้อมูลขณะซ่อนในเงาของอาคาร สลับวิญญาณก็ตามชื่อ ทำให้วูจินสลับวิญญาณกับกาเกบิ เคลื่อนย้ายเงาทำให้วูจินกลายเป็นเงาแล้วเคลื่อนที่ระหว่างเงาคนกับเงาของสิ่งต่างๆ
‘อย่าก่อเรื่องล่ะ อยู่นิ่งๆ’
‘คึๆ ได้ เจ้านาย’
กาเกบิรู้สึกดีที่ได้ครอบครองร่างเจ้านาย ฟังเสียงแล้ววูจินรู้สึกกังวลขึ้นมา วูจินเปลี่ยนเป็นเงา เขาลืมตา เห็นคน 5 คนที่ถูกโยนใส่ด้านหลังรถบรรทุกเก่าๆเหมือนเป็นสัมภาระ
มีผู้ต่อต้าน 4 คน คนหนึ่งขับรถ อีกคนนั่งข้างคนขับ สองคนนั่งด้านหลังคอยเฝ้าข้างหลัง มีรถ 3 คันขับตามรถบรรทุกมา
‘พวกลูกน้องก็ช่างมันแล้วกัน’
เขาไม่ได้ถูกจับมาเพื่อระเบิดอารมณ์ใส่พวกนี้ วูจินวางแผนจะถอนรากถอนโคนกลุ่มกบฏ มีแต่วิธีนี้ถึงจะบรรเทาความโกรธของเขาลงได้บ้าง
รถบรรทุกหยุดและเงาของวูจินเคลื่อนเข้าไปในอาคารแห่งหนึ่ง
ถ้าได้เจอพวกระดับผู้จัดการก็ดี หรือเจอระดับหัวหน้ายิ่งดีใหญ่…
วูจินแยกเงาออกไปติดกับคนที่ดูท่าทางเป็นคนสำคัญ
ใช้เวลาไม่เกิน 20 ชั่วโมงวูจินก็ไปถึงกลุ่มผู้นำของกลุ่มต่อต้าน
‘พวกมันนี่เอง’
ถ้าเขาฆ่าพวกนี้ได้หมด กลุ่มกบฏจะแตกกระจาย ที่เหลือก็เป็นงานของกองทัพสหรัฐ
วูจินแฝงในเงาของผู้นำกลุ่มแล้วรวบรวมข้อมูลอย่างขยันขันแข็ง
เขาจำหน้าของคนพวกนี้ไว้เป็นรายชื่อเป้าสังหารอย่างเยือกเย็น
[เจ้านาย ข้าขอทำตามใจได้ไหม?]
‘หา?ทำไม?’
กาเกบิเงียบมาตลอดจนตอนนี้ วูจินถามอย่างหงุดหงิด เขาไม่ชอบที่ร่างกายถูกคนอื่นควบคุม เมื่อก่อนกาเกบิใช้ร่างเขาทำการสังหารหมู่เป็นพักๆ
[พวกมันกำลังจะยิงคน หัวเจ้านายใกล้จะเป็นรูแล้วขอรับ]
‘…’
ได้ยินว่ากลุ่มต่อต้านไม่ฆ่าตัวประกันทันทีที่จับมาได้แต่ดูเหมือนคราวนี้จะไม่ใช่
‘เปลี่ยนกัน’
“คึๆ ได้ เจ้านาย”
กาเกบิรวบรวมข้อมูลต่อได้ กาเกบิใช้เคลื่อนย้ายเงาไม่ได้เหมือนวูจิน แต่เงาสิงอยู่กับหัวหน้ากลุ่มกบฏแล้ว อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องห่วงว่าจะคลาดจากเจ้านี่
เนื่องจากเงาของกาเกบิกับร่างของวูจินห่างกันมาก สลับวิญญาณทำให้วูจินงงไปชั่วครู่
กระสอบถูกดึงออกไปแล้วทำให้เขาเห็นรอบๆ
พวกต่อต้านยืนเรียงกันในทะเลทรายร้อนระอุ วูจินกับตัวประกันคนอื่นถูกมัดคุกเข่าลง
“ข้าลงโทษพวกแกในนามของพระเจ้า จงยำเกรงพระเจ้าของเรา”
หนึ่งในนั้นถือกล้องกำลังบันทึกการประหาร วูจินทำความเข้าใจกับเหตุการณ์รอบๆเสร็จแล้ว
‘กลุ่มกบฏมี 25 คน คนถูกจับมี 18 คน’
เขายังเห็นฐานของพวกมันในทะเลทราย นี่เป็นที่เก็บคนที่ถูกจับมาและเป็นที่ฝึกด้วย
มันเป็นที่คนใหม่ฝึกฆ่าคน
เขามองพวกตัวประกัน โรมันหายไป คนที่ถูกจับมากับโรมันถูกมองว่าไร้ประโยชน์เลยต้องถูกฆ่า
วูจินยืนขึ้น
“พระเจ้ากับผีสิ”
มือเท้าวูจินถูกมัดด้วยสายเคเบิล เขาเดินไม่ได้และใช้อาวุธไม่ได้ ด้วยเหตุนี้พวกต่อต้านจึงมองวูจินโดยไม่กังวล
“พวกแกฆ่าไปกี่คนแล้วล่ะ?”
กบฏคนหนึ่งที่พูดกับกล้องตอบ
“โฮ่ แกพูดภาษาเราได้คล่องดีนี่”
ภาษาอาหรับมีสำเนียงท้องถิ่นอีกมาก วูจินต้องดื่มยาแปลภาษาไปเยอะ
“หลายพันถูกพระเจ้าของเราลงโทษ ข้าฆ่าไปหลายร้อยคน”
มันอวดเรื่องฆ่าคนต่อหน้าผู้ไม่ตาย ตลก ไม่สิ น่ารักดี
“อ้อ ฉันรู้สึกได้”
เขารู้สึกได้ วิญญาณที่ยังไม่ไปสู่สุคติถูกฝังไว้ใต้ทะเลทราย
คนเหล่านั้นถูกจับเป็นตัวประกัน เมื่อข้อเรียกร้องถูกปฏิเสธพวกเขาก็ถูกฆ่าเป็นตัวอย่างหรือเพื่อความสนุก เขารู้สึกถึงวิญญาณแค้น
“มีแต่เทพที่ลงทัณฑ์ได้”
“ข้าคือตัวแทนของพระเจ้า”
วูจินฟังแล้วรู้สึกตลก
“ตัวแทนของพระเจ้า…”
“แกควรดีใจที่ถูกข้าฆ่า”
ผู้ต่อต้านเหนี่ยวไกไม่ลังเลแม้แต่น้อย
กิ๊ง!
กระสุนชนเกราะผีตรงหน้าวูจินแล้วกระเด้งออก วิญญาณลดไปหนึ่ง
“อะ…อะไรวะ?”
กิ๊ง กิ๊ง!
ผู้ต่อต้านยิงไม่หยุด แต่เกราะกั้นไว้ เขาผงะเมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล
“ม…มันเป็นเราส์! ยิงมัน!”
กระสุนหลายลูกยิงใส่วูจินแต่ไม่อาจทำอะไรเขาได้
“พวกแกไม่สมควรได้รับแม้แต่โทษทัณฑ์จากพระเจ้า”
นี่ไม่ใช่การลงโทษ นี่เป็นการแก้แค้น
วิญญาณอาฆาตจะแก้แค้นพวกมันเอง
วูจินเกร็งตัวสายเคเบิลก็ขาดออกอย่างง่ายดาย
เขาใช้เวทย์มนตร์ทันที
ทรายปะทุขึ้นเหมือนทะเลทรายถูกทิ้งระเบิด ทหารโครงกระดูกลุกขึ้นช้าๆ
ชาวอเมริกันที่ถูกจับ นักธุรกิจ นักท่องเที่ยว ประชาชนคนเดินดิน พวกเขาถูกจับถูกฆ่าแล้วโยนทิ้งในทะเลทราย…
พวกเขาลุกขึ้น ไม่ต่ำกว่า 500 และเพิ่มขึ้นๆ วูจินเติมพลังเวทย์แล้วเรียกทหารโครงกระดูกเพิ่มอีก พร้อมกันนั้นเขาเรียกอัศวินมรณะออกมา
อัศวินมรณะยังมีเลเวลต่ำ
เลเวลเฉลี่ยของพวกมันคือ 8 แต่ละเลเวลจะทำให้อัศวินมรณะควบคุมทหารได้ 10 ร่าง ดังนั้นเขาต้องการทหารโครงกระดูก 4,240 ร่าง แต่วูจินไม่กังวล ศพศัตรูจะมาเสริมกองทัพเขาเอง
ทหารโครงกระดูกย้ายไปอยู่ใต้บัญชาของอัศวินมรณะ 53 ตนโดยอัตโนมัติ
เมื่อตัวประกันที่ถูกจับมัดเห็นโครงกระดูกจำนวนมหาศาลโผล่ออกมา พวกเขาก็พยายามคลานหนี พวกกบฏไม่แม้แต่ยิงปืน พวกมันวิ่งหนีไปทางฐานทัพอย่างรวดเร็ว
วูจินมองอย่างไม่แยแส
“ฆ่าให้หมด”
[ตามเจ้านายบัญชา!]
คิบะกับอัศวินมรณะเรียกม้าปีศาจออกมา ควบขี่ออกไปโดยมีทหารโครงกระดูกวิ่งตามแม่ทัพของพวกตน
เทศกาลละเลงเลือดเริ่มขึ้นแล้ว
บทที่ 94 – ผืนทรายสะเทือน (3)
“พวกมอนสเตอร์มาแล้ว”
“เตรียมยิง”
พวกก่อการร้ายทำตัวให้เหมาะสมกับการเดินทางที่สุดเพราะต้องคอยเตรียมพร้อมหลบหนีจากการโจมตีทางอากาศ ยานพาหนะติดอาวุธหลายประเภทรวมถึงปืนกล
ควันสีดำลอยเมื่อสตาร์ทเครื่อง เมื่อรถหักเลี้ยว พวกมันเล็งเป้าไปที่ทะเลทรายนอกฐานทัพ
“ยิง!”
“เคะๆ”
กระสุนนับร้อยพุ่งผ่านอากาศไปยังเหล่าทหารโครงกระดูก เมื่อโดนพวกมันก็ถูกทำลาย แต่นั่นก็เป็นเพียงส่วนน้อย
ยิ่งกว่านั้นอัศวินมรณะที่ขี่ม้าปีศาจก็ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
“เอาเครื่องยิงจรวดมา”
ลูกน้องคนหนึ่งนำ RPG-7 มาอย่างเร็ว เล็งไปที่ม้าปีศาจแล้วยิง
ขีปนาวุธพุ่งฝ่าอากาศไปยังอัศวินมรณะอย่างน่าเกรงขาม ม้าปีศาจยิ่งวิ่งอย่างบ้าคลั่ง
[แรมสันลงสนาม!]
เขาเคยเป็นนักรบกล้าของเผ่าดวาร์ฟ แรมสันควงค้อนใหญ่
ค้อนปะทะกับขีปนาวุธและดูดซับระเบิดไว้ทั้งหมด
แรมสันมีทักษะเฉพาะตัวคือ ‘ดูดซับแรงกระแทก’ ทำให้เขารับแรงกระแทกทางกายภาพได้ทั้งหมดทุกชนิด ไม่ว่าแรงนั้นจะมาจากระเบิดหรือการโจมตีจากเวทย์ ค้อนจะรับมันไว้ทั้งหมด และแรงที่ถูกดูดซับไว้ยังสามารถขับออกมาได้แรงกว่าเดิมอีกหลายเท่า
กระสุนกระหน่ำใส่เขา แรมสันขี่ม้าเข้าไปใกล้กำแพงที่ใช้เป็นด่านกั้นแล้วเหวี่ยงค้อน
กำแพงแตกกระจาย เศษหินกลายเป็นอาวุธร้าย มันพุ่งทะลุพวกกลุ่มต่อต้าน ม้าปีศาจฝ่าเข้ามาจากตรงที่กำแพงถูกทำลาย
“ย…ยิงพวกมัน!”
ปืนกลยิงใส่อัศวินมรณะ แต่กระสุนกระเด้งออกแม้จะอยู่ใกล้ขนาดนี้ ม้าปีศาจของคิบะยกขาหน้าขึ้นแล้วกระทืบรถติดปืนกลแหลก
เขามองคนยิงที่ตายก่อนจะได้ส่งเสียง คิบะตะโกน
[ทำให้พวกมันได้เห็นความยิ่งใหญ่ของผู้ไม่ตาย!]
ทหารโครงกระดูกข้ามกำแพงมา จากนั้นเริ่มการฆ่าฟันพวกต่อต้าน ไม่นานชีวิตในฐานทัพของก็ดับสูญ
พวกตัวประกันมองวูจินอย่างหวาดกลัว วูจินเอาดาบสั้นเล่มหนึ่งออกมาจากคลังแล้วตัดสายเคเบิลบนตัวประกันที่อยู่ใกล้เขาที่สุด จากนั้นก็ส่งดาบให้
“แก้มัดให้คนที่เหลือ”
ชายคนนั้นถามเมื่อได้ยินภาษาอังกฤษจากวูจิน
“คุณ…คุณเป็นทหารสหรัฐเหรอ? คุณมาช่วยเราเหรอ?”
“ไม่ใช่”
วูจินผละจากไปทางฐานทัพ ชายคนนั้นสวดภาวนาพลางมองด้านหลังของวูจิน
พระเจ้ารับฟังคำขอของเขาแล้ว
พระองค์สงสารชายคนนี้ที่สั่นเทาอย่างหวาดกลัว ส่งผู้ช่วยมาให้
เมื่อเขาตัดสายเคเบิลให้ตัวประกันทุกคนแล้ว พวกเขามุ่งหน้าไปทางฐานทัพตามวูจินโดยไม่มีใครบอก
ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร สถานที่ๆปลอดภัยที่สุดตอนนี้คือข้างๆวูจิน
วูจินมองศพเกลื่อนกลาดในฐานทัพที่ถูกทำลาย เขาคืนชีพทั้งหมดขึ้นมาเป็นทหารโครงกระดูก
พริบตาเดียว ทหารโครงกระดูกก็ลุกขึ้นแล้วตกไปอยู่ใต้คำสั่งของเหล่าอัศวินมรณะ เมื่อตกไปอยู่ใต้คำสั่งของอัศวินมรณะแล้ว นอกจากจะถูกทำลาย พวกมันจะไปอยู่ในห้องอัญเชิญรอให้อัศวินมรณะเรียกมันออกมา
“ตัวประกันที่เหลืออยู่ไหนนะ?”
มันเกิดขึ้นก่อนวูจินจะหาตัวประกันเจอ
“อย่าขยับ!”
อาจเป็นเพราะพวกมันไม่กล้าออกมาเมื่อได้ยินเสียงวุ่นวาย แต่ทหารยามสองคนเอาปืนจ่อหัวตัวประกันแล้วลากออกมา ชายคนนั้นตกใจจนปัสสาวะราดไปแล้วจึงเดินมาอย่างทุลักทุเล เขาคือนักค้าอาวุธ โรมันนั่นเอง
“ถ้าแกโจมตี ข้าจะฆ่าไอ้นี่”
สายตาของพวกมันมีแต่ความกลัว
อัศวินมรณะคำรามเหมือนสัตว์ป่า ทหารยามสบตากับดวงตาสีแดงของโอเกอร์แล้วตัวแข็งทื่อ
วูจินยื่นมือออกมาใช้เวทย์ช็อตไฟฟ้า
รัคโต อัศวินมรณะเผ่าโอเกอร์เดินไปทางทหารยามที่ล้มลงแล้วแทงหอกเข้าที่หัวใจ
“ฮึก”
โรมัน หลังจากถูกปล่อยก็ส่งเสียงยินดี เขาเดินไปทางวูจิน
“เฮ้อ ขอบคุณที่ช่วยผม คุณเป็นทหารเหรอ? ขอชื่อได้ไหม ผมจะได้ตอบแทน”
“ไม่จำเป็น”
“อ้อ เพราะเป็นทหารสินะ ผมให้แบบลับๆได้นะ รับรองคุณไม่ผิดหวังแน่”
วูจินเรียกหอกกระดูกออกมาแล้วเล็งที่หัวใจโรมัน
“พล่ามจังนะ หุบปากได้แล้วมั้ง”
“…”
โรมันรู้ว่าคนที่ทำงานในสนามรบไม่สุภาพนัก แต่เขามาทำกับพลเมืองสหรัฐอเมริกาแบบนี้ได้อย่างไร? โรมันขมวดคิ้ว
“ผมไม่ลืมเรื่องนี้แน่”
ไม่รู้ว่าจะตอบแทนดีหรือจะแค้นดี แต่โรมันคิดว่าชายที่ช่วยเขาต้องเป็นทหารเราส์แน่
วูจินแสยะยิ้ม
เขามีอัศวินมรณะ 53 ตนกับทหารโครงกระดูกมากกว่า 600
‘เออ คนขายอาวุธก็นิสัยแบบนี้แหละ…’
วูจินลดหอกลง โรมันเข้าใจว่าที่ขู่ได้ผลสีหน้าจึงผ่อนคลายลง แต่วูจินกลับยิ้มกว้างขึ้น
“เฮ้ ขอโทษแล้วกัน ทำไงดีล่ะ?”
“ฮ่าๆ ไม่ต้องขอโทษผมหรอก ในฐานะพลเมืองสหรัฐ…”
“ฉันเหมือนคนอเมริกาเหรอ?”
วูจินพูดเหมือนภูมิใจมากที่ไม่ใช่ แล้วคำพูดของโรมันก็ขาดหายไป และไม่ใช่แค่คำพูด
หอกกระดูกถูกเหวี่ยงอย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ ตัดศีรษะโรมันออกจากร่าง หรือถ้าจะพูดให้ชัดคือคอเขาถูกกระแทกหักและศีรษะถูกฉีกออก
“มันคิดว่าฉันเป็นพี่เลี้ยงเด็กเหรอ?”
เหล่าผีดิบตื่นเต้นขึ้นมา คนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ช็อกจัด
“อึ๋ย”
ตัวประกันคนอื่นๆที่ออกมาพร้อมกับโรมันได้เห็นเหตุการณ์รุนแรงเบื้องหน้า ตอนแรกพวกเขานึกว่าได้รับการช่วยเหลือไม่ให้ถูกยิงตาย แต่ตอนนี้สีหน้าพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
“ทุกคนมาทางนี้”
ด้วยคำพูดของวูจิน ทุกคนมารวมกัน บางคนไม่เข้าใจคำพูดของวูจินแต่พวกเขามองคนข้างๆแล้วทำตาม
“นักข่าวก้าวออกมาข้างหน้า”
“…”
ไม่มีใครก้าวออกมา
“ถ้านับถึง 5 แล้วยังไม่ออกมา ฉันจะอัดพวกนายทุกคน หนึ่ง, สอง…”
เหลืออีกหนึ่งนิ้ว ชายสามคนก้าวออกมาพร้อมกัน
“เอาล่ะ พวกนายตามฉันมา คนที่เหลือก็ขอความช่วยเหลือไป”
ไม่มีใครบ่นเมื่อได้ยินคำพูดไม่รับผิดชอบของวูจิน พวกเขาเห็นโรมันตายต่อหน้ามาแล้ว
วูจินบอกให้ตัวประกันใช้เครื่องมือสื่อสารในฐานทัพขอความช่วยเหลือ วูจินโบกมือให้นักข่าวสามคนเข้ามา
“พวกนายเป็นนักข่าวสงครามเหรอ?”
“ครับ ผมทอม นี่มาร์ค พวกเราเป็นอเมริกัน ส่วนคนนี้…”
“โจนี่ครับ ผมเป็นคนอังกฤษ”
วูจินสั่งคนทั้งสาม
“ฉันอยากให้พวกนายตามมาแล้วถ่ายทุกอย่างเอาไว้”
“…เราจะถ่ายอะไรครับ?”
ช่วยคนให้เป็นอิสระ… นั่นไม่ใช่การกระทำที่สมกับผู้ไม่ตาย เขาไม่แน่ใจว่าจะทำได้
ที่เขาจะทำ คือทำตัวเป็นนักสู้ตัวแทนของเทพแห่งการทำลาย รับความเจ็บปวดไว้ นำการทำลายและจุดจบมาสู่ศัตรู เรื่องนั้นเขาแน่ใจว่าทำได้
“การฆ่าและการทำลาย”
“…”
คนนี้บ้าไปแล้วเหรอ?
เหมือนจะเป็นคนบ้ายิ่งกว่าบ้า เขาปลอมตัวให้ถูกลักพาตัวมา ใช้พวกผีดิบฆ่าพวกต่อต้าน แถมยังฆ่าตัวประกันไปหนึ่งคนเป็นตัวอย่าง…
คราวนี้อยากให้ถ่ายวิดีโอตอนที่เขาฆ่าคน
พวกโรคจิตแน่ๆ
“ฉันจะทำให้พวกก่อการร้ายถึงจุดจบ”
“…!”
คนที่วูจินจะฆ่าเปลี่ยนความคิดเห็นของพวกนักข่าว
ระหว่างฆาตกรกับวีรบุรุษสงครามมีเส้นแบ่งชัดเจน
พวกเขาเปลี่ยนความคิดใหม่ นี่ไม่ใช่โรคจิต เขาเป็นผู้ช่วยให้รอด
***
ห้องบัญชาการของฐานทัพอากาศบากราม
“ดูนี่ มีอะไรแปลกๆ”
ราเชลมองภาพถ่ายดาวเทียมอย่างสงสัย
มันเป็นรูปฝุ่นขนาดใหญ่ เหมือนยานพาหนะขบวนใหญ่กำลังเคลื่อนที่
“นี่อะไร? พวกต่อต้านมีขบวนรถมากขนาดนี้เลยเหรอ?”
“พวกมันกำลังมุ่งหน้าไปที่ที่มั่นของกลุ่มกบฏ”
“หรือจะเกิดขัดแย้งกันเอง?”
“…ไม่รู้สิ”
มีคนเคลื่อนไหวมากมายจนมาเห็นได้จากรูปถ่ายจากดาวเทียม…
เดวิดเคาะหน้าผากเมื่อได้ฟังข้อความที่รออยู่จากเจ้าหน้าที่
“เราได้ข้อความจากทีมเอ พวกเขาไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ช่วยตัวประกันได้ 37 ราย น่าเสียดายที่โรมันตาย”
“อืม ยังโชคดี ทีมเอมีใครบาดเจ็บไหม?”
“ปลอดภัยทุกคน”
นายพลเดวิดนึกว่าตัวเองฟังผิดไป แต่แล้วก็เปลี่ยนไปนึกชมเชยทีมเอ ขนาดบุกเข้าไปลึกถึงฐานของพวกกบฏก็ยังไม่มีใครบาดเจ็บ
“ไม่มีการต่อสู้เลย”
“…”
ตอนนั้นเอง ราเชลเอาข้อมูลที่ได้จากแท็บเล็ตมาแสดงให้นายพลดู
“นี่เป็นภาพกับวิดีโอที่กำลังแพร่ในอินเตอร์เน็ตค่ะ”
“อืม”
เดวิดเลื่อนดูภาพไปเรื่อยๆ
มันเป็นภาพของพวกต่อต้านถูกเผา มีภาพคนถูกปล่อย มีกระทั่งภาพพวกต่อต้านยอมจำนน… มีวิดีโอรวมอยู่ในภาพเหล่านั้นด้วย นายพลคลิกดู
[เคะๆๆ]
[อกราค โท มาช]
ได้ยินภาษาของอัลเฟนที่ฟังไม่ออก เดวิดเห็นการต่อสู้ระหว่างคนมีชีวิตกับความตาย ม้าปีศาจสีน้ำเงินทำลายรถถังอย่างง่ายดายเกินไป
ปีศาจในชุดเกราะขี่ม้าปีศาจ ทหารโครงกระดูกจำนวนมากตามพวกมันมา
“นี่ตัวอย่างหนังเหรอ?”
“…ดูตอนใกล้จบสิคะ”
“หืม”
เขาข้ามไปตอนใกล้จบแล้วเห็นวูจินถูกอัศวินมรณะหลายเผ่าพันธุ์อารักขา ไม่ใช่ เขาไม่ได้ถูกอารักขา เขากำลังนำทัพอยู่ข้างหน้า
“คังวูจิน?”
เดวิดได้ยินเสียงนักข่าวสงครามที่ไม่ได้อยู่หน้ากล้องพูดอย่างเร่งร้อน
[เมสิอาห์ปรากฏตัวแล้ว เราส์ชาวเกาหลี คังวูจิน ประกาศสงครามกับกลุ่มก่อการร้าย ความเกรี้ยวกราดของเขาพัดผ่านทะเลทราย คล้ายกับว่ากองทัพของเขาจะไม่หยุดจนกว่าจะขจัดกลุ่มก่อการร้ายนี้จนหมด]
ในกล้องเห็นทหารโครงกระดูกเป็นพัน ภาพที่เห็นมากพอทำให้คนหมดสติได้
“นี่ของจริงเหรอ? คลิปนี่มาจากไหน?”
“เขาเป็นผู้สื่อข่าวสงครามจาก SNS ชื่อทอมค่ะ มันถูกอัพโหลดบนช่องของนักข่าวสงครามชาวอังกฤษคนหนึ่งกับช่อง SNS ในยูทูป”
“ฮ้า”
ทุกอย่างลงตัว
รูปถ่ายทางดาวเทียมที่เป็นภาพคนจำนวนมากมุ่งไปทางที่มั่นของกลุ่มต่อต้าน
ขบวนขนาดใหญ่จนฝุ่นควันคละคลุ้ง
พวกกบฏตัดสินใจมารวมกันที่ที่มั่นหลัก และวูจินนำทัพผีดิบมาที่นั่น
สองกลุ่มปะทะกัน
“ฟังว่าเขาเป็นเนโครแมนเซอร์ ควบคุมกองทัพใหญ่ขนาดนี้ได้เลยเหรอ?”
เราส์คือสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่เรื่องแบบนี้เป็นไปได้ด้วยเหรอ? เนโครแมนเซอร์คนเดียวควบคุมผีดิบได้เป็นพัน? นี่ไม่ได้มีแต่ในตำนานเหรอ?
“เขาเพิ่งจะโด่งดังในเวลาไม่นานเลยไม่มีข้อมูลเรื่องความสามารถด้านเราส์ของเขานักค่ะ”
“คุณจะบอกว่าอะไรก็เป็นไปได้เหรอ?”
แค่เวลาสั้นๆเขาก็เก่งกาจขนาดนี้? เหมือนเป็นเทวดาที่มาจากฟ้า
แต่จะเถียงเรื่องเป็นไปได้หรือไม่ก็ดูจะเปล่าประโยชน์ มันเกิดต่อหน้าพวกเขาแล้ว
“ได้ยินว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์รู้จักกับคังวูจิน”
“อืม พาเธอมาที่นี่ ไม่ ผมไปเอง อยู่ที่ไหน?”
“ปกติเธอจะอยู่ที่สถานพยาบาลค่ะ”
เดวิดตัดสินใจไปหาเมโลดี้ด้วยตัวเอง
เราส์ผู้โกรธจัดปลอมตัวเป็นตัวประกัน ปะปนเข้าไปในฐานทัพของกลุ่มกบฏ และกำลังสร้างเรื่องอึกทึกครึกโครม
แค่วันเดียวเขาก็ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมหาศาล กลุ่มกบฏมารวมกันเพื่อการต่อสู้ครั้งสุดท้าย
พลเมืองธรรมดาคนหนึ่งกำลังจะจบงานที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาทำไม่สำเร็จมาหลายปี
เดวิดเจอสตรีศักดิ์สิทธิ์ในสถานพยาบาลไร้ผู้คน
ความสามารถของเธอเหนือกว่าความรู้ด้านการแพทย์ในปัจจุบัน เธอลดจำนวนผู้ป่วยในฐานทัพอากาศจนเป็น 0 เมโลดี้กำลังภาวนาตรงหน้ารูปสลักเทพีที่ทำจากไม้
“องค์เทพี ได้โปรดหยุดความโกรธของเขาด้วย…”
เขาต้องหยุดตรงจุดที่พอรับได้ หากโกรธเกินไปโลกจะกลายเป็นศัตรูกับวูจิน หากเป็นเช่นนั้นเขาและโลกจะตกสู่หายนะ