เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1629 การตัดสินของศาลและการเริ่มต้นใหม่
สิ่งที่อฮุยเป็นห่วง โรงอาหารโรงพยาบาลเป็นที่ที่เข้าถึงทุกคนได้ดีที่สุด คนที่มากินข้าวที่นี่ไม่แบ่งชนชั้น มองเห็นผู้อำนวยการและบุคคลตำแหน่งสูงๆ ได้ทุกที่ ตอนกินข้าวเที่ยงเป็นช่วงที่คึกคักที่สุด โดยทั่วไปแล้วโต๊ะรับประทานอาหารจะไม่เพียงพอ และในด้านการร่วมโต๊ะกับคนอื่น เหล่าหมาโดดเด่นที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย เขามักจะดึงดูดพวกผู้อำนวยการมาร่วมโต๊ะได้ เขาคือชายเพียงคนเดียวที่กล้าคีบอาหารจากถ้วยผู้อำนวยการ!
กับเรื่องนี้เฉินชางนับถือมาโดยตลอด เฉินชางได้ยินคำถามของเหล่าหมาก็ลังเลอยู่นานมาก จากนั้นจึงอดพูดไม่ได้ “ความจริง… ผมคิดว่าจุดเด่นของคุณอาจจะไม่ใช่ด้านศัลยกรรมประสาทนะครับ!”
เหล่าหมาเบิกตาโพลง “แล้วเป็นด้านไหนล่ะ”
เฉินชางครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “น่าจะเป็นการศัลยกรรมทางจิต”
เหล่าหมาได้ยินแล้วตาเป็นประกายขึ้นมาทันที แต่หลังจากเฉินชางจากไป เหล่าหมาก็ยังไม่รู้ตัว…
เขามองหลัวโหยวไฉที่อยู่ข้างๆ “เอะ พี่ชาย คุณคิดว่าการศัลยกรรมทางจิต… เป็นอย่างไร”
กับน้องเขยคนนี้ หลัวโหยวไฉโกรธแค่ไหนก็ไม่กล้าพูดอะไรเลยจริงๆ ถึงอย่างไรช่วงนี้ลูกชายของเขาก็เพิ่งแต่งงานไปฮันนีมูนต่างประเทศ อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ของเหล่าหมาที่ลอนดอน “ดีมากนะครับ! ผมคิดว่ามีอนาคตมาก!”
เหล่าหมาได้ยินแล้วดีใจขึ้นมาทันที รีบกินข้าวอีกสองสามคำแล้วเดินออกไป เขารู้สึกว่าบางทีเขาอาจจะมีโอกาสจริงๆ รองผู้อำนวยการที่อยู่ข้างๆ ทนฟังไม่ไหวแล้วจริงๆ
“มีที่ไหนการศัลยกรรมทางจิต ผมว่ามีแต่รักษาคนบ้า!”
หลัวโหยวไฉมองบน “ไม่มีก็หมายความว่าอนาคตสดใส ใสจนว่างเปล่าไง”
รองผู้อำนวยการได้ยินแบบนี้… แม่ง ดูเหมือนจะมีเหตุผลจริงๆ เสียด้วย
แต่น่าเสียดายที่เหล่าหมาคิดว่าเป็นความจริง!
ช่วงนี้งานเลี้ยงและการประชุมต่างๆ ของเฉินชางเยอะมาก แต่เฉินชางไม่ได้ไปเลย ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้มีเวลาขนาดนั้น ช่วงก่อนหน้านี้เขางานยุ่งจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว อุตส่าห์มีเวลาว่างแล้วเขาอยากใช้เวลาอยู่กับฉินเยว่ เฉินชางเห็นว่ากำลังจะสิ้นเดือนพฤศจิกายน เวลาที่จะอยู่ที่เมืองหลวงเหลือไม่มากแล้ว!
แต่เขาก็ยังหาเวลาไปขึ้นศาลกับฉินเยว่ ร่วมฟังการตัดสินคดีอำนาจปกครองบุตรของอฮุย อีกอย่าง… เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่ควรเกิด เขาได้ไปพบผู้พิพากษาด้วยตัวเองและได้กินข้าวด้วยกัน ตอนนี้สิ่งที่อฮุยเป็นห่วงที่สุดคือลูกชายกับภรรยาเขาไม่ได้มีความรู้สึกอะไรตั้งนานแล้ว
ความคิดอันสวยงามทั้งหมดในตอนแรกสลายไปแล้วในศาล ตอนที่สัญญาจ้างงานของอฮุยถูกเอามาเป็นหลักฐานในขั้นศาล ภรรยาของเขาตกใจมาก!
เธอคิดไม่ถึงว่าอฮุยจะมีโอกาสลืมตาอ้าปาก!
แต่… อฮุยก็ต้องไปจากเมืองหลวง!
เธอไม่เสียใจเลยสักนิดที่เลือกทางนี้ ถึงอย่างไรเธอก็ยังอยู่ที่เมืองหลวงและได้แต่งงานกับคนที่มีทะเบียนราษฎรที่นี่ ความจริงที่อฮุยไปจากเมืองหลวงอาจจะเพราะเธอ เมืองหลวงอาจจะเป็นสถานที่แห่งความเสียใจของเขา แน่นอนว่าสำหรับเธอ การที่อฮุยออกไปเพราะเขาไม่มีที่ยืนในเมืองหลวง ศาลตัดสินให้อำนาจการปกครองลูกกับอฮุย ภรรยาสาวที่อายุน้อยกว่าเขาเกือบสิบปีคนนี้ก็ได้รับอิสระแล้ว พอไม่มีลูกเธอก็เหมือนได้บอกลาอดีต ฉินเยว่เห็นฉากนี้แล้วอดถอนหายใจไม่ได้ อฮุยพาลูกออกจากศาล ดูออกว่าลูกรักอฮุยมากกว่า
แต่ก็ยังคงมองแม่อย่างอาลัยอาวรณ์ สุดท้ายแล้วเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากการแตกแยกของครอบครัวมีเพียงคนเดียว นั่นคือลูก อฮุยดูอารมณ์ไม่ดีนัก อดีตภรรยายืนอยู่กับชายที่แต่งตัวดูดีคนหนึ่ง ดูออกว่าชายคนนั้นกลับดีใจที่แพ้คดี แต่… ที่สีหน้าของเขาดูไม่สบอารมณ์อาจจะเพราะการแพ้คดีทำให้เขาเสียหน้าเพียงเท่านี้จริงๆ!
ตอนที่เขาไปเอารถ อดีตภรรยาเดินมาอยู่ตรงหน้าอฮุย พร้อมพูดอย่างจริงจัง “คุณรู้ไหมว่าการที่คุณไม่รักศักดิ์ศรีของตัวเองจะทำให้เสี่ยวจื้อเสียโอกาส ถ้าเขาอยู่กับฉันเขาจะได้อยู่เมืองหลวงต่อ ได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด ในอนาคตก็มีโอกาสได้เรียนโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและได้ออกไปเรียนต่อต่างประเทศ จะได้ไม่ลำบากเหมือนคุณ… การที่คุณไปมณฑลตงหยาง… สำหรับเสี่ยวจื้อแล้ว…”
อฮุยตัดบทอดีตภรรยาทันที “เขาจะได้รับการศึกษาที่ดีและมีอนาคตที่ดีด้วยความสามารถของตัวเขาเอง ไม่ใช่ผ่านทางลัดพวกนั้น!”
หลังจากอดีตภรรยาได้ยินแบบนี้ก็หน้าแดงอย่างเห็นได้ชัด ประโยคนี้เหมือนกำลังว่าเธอ อดีตภรรยาย่อตัวลงมองลูก ตอนนี้เองชายคนนั้นก็ขับรถเข้ามาเป็นรถแลนด์โรเวอร์ เรนจ์โรเวอร์ อดีตภรรยาขึ้นรถเลื่อนกระจกรถลงมองอฮุย “มีปัญหาอะไรก็โทรหาฉันแล้วกัน ถ้าคุณภาพชีวิตลูกชายฉันไม่ดีฉันจะยื่นฟ้องซ้ำ!”
พูดจบรถแลนด์โรเวอร์ เรนจ์โรเวอร์ ก็ขับออกไป!
อฮุยไม่เงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ เฉินชางตบไหล่อฮุยพร้อมพูดว่า “ไปกันเถอะ”
เฉินชางมองอฮุย อยู่ๆ ก็นึกถึงอาจารย์สือน่า! ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอมีคนที่ชอบหรือยัง
อฮุยเป็นคนที่พึ่งพาได้ แต่จู่ๆ ก็นึกได้ว่าหวังเชียนบอกว่าอาจารย์สือน่ามีแฟนแล้ว… ช่างเถอะๆ ระหว่างที่มีเรื่องบังเอิญก็เต็มไปด้วยความดราม่า ที่ศูนย์รักษาโรคพาร์กินสัน อฮุยได้เป็นหัวหน้าแผนกตามแผนและเป็นหัวหน้าที่ไม่มีมาดที่สุด เวลาที่คนในทีมมีคำถาม อฮุยจะสอนอย่างตั้งใจถึงขั้นไม่หวงความรู้เลยสักนิด เขารู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างของเขามาจากศาสตราจารย์เฉิน ถึงขั้นพูดได้ว่าเฉินชางเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเขา ทำให้เขามีโอกาสได้อยู่ในเวทีเดียวกับพวกผู้เชี่ยวชาญและสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ เพราะฉะนั้นเขาให้ความสำคัญกับงานที่ได้รับมอบหมายจากเฉินชางเป็นอย่างมาก
พอแม่ของอฮุยคอยช่วยดูแลลูก อฮุยงานยุ่งมาก แต่เฉินชางได้ยกห้องทำงานที่ศูนย์รักษาโรคพาร์กินสันเตรียมไว้ให้ตนกับอฮุย ให้ลูกของเขาเข้ามาทำการบ้านมาอยู่กับพ่อตอนว่าง ให้เขารู้ว่าพ่อของเขาไม่ได้ไร้ค่าอย่างที่แม่ของเขาพูด สำหรับลูกแล้วคนเป็นพ่อยิ่งใหญ่ดังภูผา เป็นแบบอย่างและเป็นความเชื่อ เสี่ยวจื้อเห็นว่าทุกคนในแผนกเรียกพ่อว่า “หัวหน้าอู” เขาก็ได้เห็นอีกด้านของพ่อ ผู้ชายที่ไม่มีปากมีเสียงในบ้าน ถูกแม่ตีตราว่าไร้ค่า มีความยืนหยัดและความภาคภูมิใจในชีวิต!
เขามักจะถูกแม่สั่งสอนว่าอย่าทำตัวเหมือนพ่อที่เป็นคนไร้ประโยชน์ แต่… ชั่วขณะนี้เขารู้สึกว่าแม่ยังรู้จักพ่อไม่ดีพอ ความจริงพ่อยิ่งใหญ่มากและได้รับความเคารพนับถือจากผู้คนมากมาย หลังจากเลิกงานอฮุยพาลูกชายกลับบ้าน
แต่… ระหว่างทางลูกเงียบไม่พูดจา ครูใหญ่จู่ๆ เสี่ยวจื้อก็มองอฮุยพร้อมถามว่า “พ่อครับ ผมคิดว่าพ่อกับแม่มีเรื่องเข้าใจผิดกัน”
อฮุยชะงักไปครู่หนึ่ง “เรื่องเข้าใจผิดเหรอ ทำไมล่ะ”
เสี่ยวจื้อพูดอย่างจริงจัง “แม่ยังรู้จักพ่อไม่ดีพอ ความจริงพ่อยิ่งใหญ่มาก เก่งมากด้วย! ช่วยชีวิตคนไข้ ได้รับความเคารพนับถือจากคนไข้จำนวนนับไม่ถ้วน ผมอยากไปบอกแม่ พาแม่มาดูพ่อทำงาน บางที… แม่อาจจะ….”
อฮุยอึ้งไปทันที เขาลูบศีรษะลูกพร้อมรอยยิ้ม “ไม่ใช่แบบนั้นหรอก เพราะแม่ไม่เห็นด้วยกับความฝันของพ่อต่างหาก คนเราทุกคนมีความฝันและเป้าหมายของตัวเอง เข้าใจไหม”
เสี่ยวจื้อดูเหมือนไม่เข้าใจนักแต่ก็พยักหน้า “ผมไม่เข้าใจแต่… ผมจะพยายามเข้าใจครับ!”