เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1631 คุณไม่เหมาะสม!
ถ้าบอกว่าพวกเขาเห็นภาพนี้ยังไม่ค่อยเชื่อ กระทั่งสงสัยว่านี่…บังเอิญหรือเปล่า!
ถ้าโลกนี้มีความบังเอิญขนาดนี้จริงๆ!
ชื่อเดียวกันเพศเดียวกัน แม้แต่หน้าตาก็เหมือนกัน
ใช่ เป็นไปได้สูง
เพราะพวกเขาเต็มใจเชื่อความบังเอิญนี้ ดีกว่าเต็มใจเชื่อว่าอู๋ฮุยคนนี้ก็คืออู๋ฮุยที่พวกเขาเชื่อว่าไม่มีดีอะไรเลย!
เพราะระยะห่างระหว่างทั้งสองต่างกันมากจริงๆ
คนหนึ่งเป็นชายวัยกลางคนซึมกะทือที่อยู่อาศัยในที่คับแคบดุจรูหนู ไม่มีปัญญาซื้อบ้าน
อีกคนคือลูกศิษย์สายตรงของศาสตราจารย์เฉินชาง ชายที่เชี่ยวชาญการผ่าตัดพาร์กินสันเป็นอันดับสองของโลก คนที่ปฏิเสธเงินห้าแสนดอลลาร์ได้อย่างง่ายดาย!
สองคนนี้ ไม่มีตรงไหนทับซ้อนกันแม้แต่น้อย!
ถ้าถามจุดร่วมเดียวของพวกเขา ก็อาจอยู่ที่ทำงานในโรงพยาบาลเหมือนกัน!
เป็นไปไม่ได้!
ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!
ให้ตายพวกเขาก็ไม่อยากเชื่อความจริงนี้
แต่ว่า…
บางครั้ง ความจริงก็เป็นเช่นนี้
โดยเฉพาะตอนที่เสียงคุ้นเคยนี่ดังขึ้นมา
พวกเขาก็รู้ว่า วินาทีนี้…ทุกสิ่งทุกอย่าง…ล้วนอาจเป็นจริง!
“คุณตา คุณยาย แม่ พวกแม่อยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย!” เด็กชายวิ่งมาด้วยความตื่นเต้น
ได้ยินคำพูดของเสี่ยวจื้อ พวกเขาก็หันตัวมา!
เจียวโหรวโหรวอดถามไม่ได้ “ลูกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เสี่ยวจื้อ!”
เด็กชายพูดอย่างดีใจ “ทุกสุดสัปดาห์ผมมาหาคุณพ่อ ที่นี่คือห้องทำงานของคุณพ่อโดยเฉพาะครับ ที่นี่คุณพ่อเป็นคนที่เก่งมาก!”
พูดถึงตรงนี้ ในที่สุดเด็กชายก็เจอโอกาส เขาอยากอธิบายแม่ให้ชัดเจนว่าพ่อเขาไม่ใช่พวกขี้แพ้!
“คุณแม่ จริงๆ นะ คุณพ่อเก่งมากจริงๆ ฮะ
คุณพ่อไม่ใช่แบบที่คุณแม่ว่า ในโรงพยาบาล คุณพ่อน่าเกรงขามมาก ทุกคนต้องเรียกคุณพ่อว่าหัวหน้า หัวหน้าไม่ใช่ตำแหน่งที่สูงมากเหรอฮะ
จริงๆ นะฮะ คุณแม่ไม่เชื่อก็ไปถามคุณน้าพยาบาลดูได้ ยังมีคุณลุงคุณอา พวกเขารู้ว่าคุณพ่อเก่งมาก…”
เด็กชายอัดอั้นมานานแล้ว ในหัวใจดวงเล็กๆ มีความฝันที่อยากจะกู้โลก
และครอบครัวก็คือโลกของเขา!
เขาคิดว่าเขาช่วยครอบครัวได้
ทำให้พ่อแม่กลับมาอยู่ด้วยกัน!
เด็กทุกครอบครัวมีความฝันอยากเป็นซูปเปอร์ฮีโร่ วันนี้ในที่สุดก็เจอโอกาสบอกความลับนี้กับแม่ได้แล้ว
เวลานี้ หัวหน้าพยาบาลเดินเข้ามา
“ขอโทษค่ะ นี่คือลูกชายของหัวหน้าพวกเรา ขอโทษด้วยนะคะ”
ระหว่างที่พูด พยาบาลก็ยิ้มบอก “เสี่ยวจื้อ เดี๋ยวหัวหน้าอู๋เห็นหนูรบกวนคนไข้อยู่ข้างนอก เขาต้องโกรธแน่ รีบไปทำการบ้าน น้าจะสอนหนูเอง!”
เห็นหัวหน้าพยาบาลอายุสามสิบกว่าที่อ่อนโยนมีความเป็นผู้ใหญ่และเฉลียวฉลาด โจวโหรวโหรวถึงกับรู้สึกอับอายในความด้อยกว่า
เสี่ยวจื้อรีบดึงหัวหน้าพยาบาลไว้ ดวงตาเอ่อท้นไปด้วยน้ำตา พูดเสียงเบาว่า “คุณน้าเหมิงเหมิง คุณน้าบอกพวกเขาทีฮะว่าคุณพ่อผมเก่งมาก! ผมไม่ได้โกหก!”
หัวหน้าพยาบาลโค้งตัวปลอบเสี่ยวจื้อ “ใช่แล้ว หัวหน้าอู๋เป็นคุณพ่อที่ดีที่สุดในโลก จริงๆ จ้ะ! แถมเขายังเก่งมาก ช่วยคนมากมาย เขาติดตามศาสตราจารย์เฉิน เอาชนะโรคพาร์กินสัน เขาเป็นฮีโร่ เป็นฮีโร่ของมนุษยชาติ แล้วก็เป็นฮีโร่ของมาตุภูมิพวกเรา!”
เสี่ยวจื้อร้องไห้ด้วยความน้อยใจ “คุณแม่ได้ยินไหมครับ คุณน้าเหมิงเหมิงไม่พูดโกหก คุณพ่อเป็นฮีโร่ พวกเขาบอกว่าพ่อติดตามศาสตราจารย์เฉินเอาชนะพาร์กินสัน ช่วยคนไว้เยอะมาก!”
ได้ยินเสี่ยวจื้อเรียกคุณแม่ หัวหน้าพยาบาลตกตะลึงแล้ว!
นี่ก็คือ…ภรรยาที่ทอดทิ้งหัวหน้าอู๋หรือ
นึกถึงตรงนี้ เธออดมองฝ่ายตรงข้ามหลายทีไม่ได้ ธรรมดาไม่โดดเด่น มองชายที่อยู่ด้านข้าง อืม…ช่างสายตากว้างไกล!
เธอรีบยิ้มจับมือ “สวัสดีค่ะๆ”
หัวหน้าพยาบาลคิดในใจ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ พวกเราหลายคนคงไม่มีโอกาส
เจียวโหรวโหรวอับอายชั่วขณะ จิตใจซับซ้อน
ส่วนแม่ขี้ประจบของเจียวโหรวโหรวก็เบิกตาโต ยากจะเชื่อ!
เธอ…เธอนึกไม่ถึงแม้แต่น้อยว่าลูกเขยที่ไม่มีอนาคตคนนี้ ตอนนี้กลับเก่งกาจถึงขนาดนั้นแล้ว
ชายชราก็นั่งบนเก้าอี้ด้วยอารมณ์ซับซ้อน
โลกใบนี้เนี่ย
เล็กเกินไปแล้วจริงๆ
เวลานี้ เสี่ยวจื้อพลันหันหลังไป เห็นอู๋ฮุยที่อยู่ไกลออกไป เขาวิ่งพร้อมกับตะโกนทั้งน้ำตาว่า “คุณพ่อไม่ได้โกหกผม คุณตาคุณยายแล้วก็คุณแม่มาจริงๆ ด้วยครับ!”
ได้ยินประโยคนี้ เจียวโหรวโหรวเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่าง!
มิน่าถึงถึงคิวพวกเธอเร็วขนาดนั้น!
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้!
ที่แท้อู๋ฮุยก็เป็นคนจัดการ
นึกถึงคนสูงส่งโดยรอบเหล่านี้ ทำไมเจียวโหรวโหรวจะไม่เข้าใจ ครอบครัวที่ตั้งถิ่นฐานใหม่ตรงหน้าไม่มีปัญญาแม้แต่น้อย
อู๋ฮุยในเวลานี้…
เจียวโหรวโหรวถึงกับไม่กล้ามองตรงๆ
ขณะเดียวกัน อู๋ฮุยเดินเข้ามา
เขามองชายชรา หลังลังเลชั่วครู่ก็พูด “คุณลุง มาแล้วเหรอครับ”
ชายชรายิ้มกระอักกระอ่วน เขากระอักกระอ่วนมาก รอยยิ้มกระอักกระอ่วนบนใบหน้าแทบเหมือนกำลังร้องไห้
แม่ของเจียวโหรวโหรวที่อยู่ด้านข้างไม่ใส่ใจเรื่องนี้
“ไอ้หยา อู๋ฮุย ลูกอยู่ที่นี่ พวกเราก็วางใจแล้ว…”
อู๋ฮุยไม่สนใจเธอ
เขากับเจียวโหรวโหรวหย่ากัน อย่างน้อยคุณแม่ท่านนี้ก็มีส่วนครึ่งหนึ่ง
เขาพูดกับหวงปินไห่ต่อว่า “เสี่ยวหวง คุณช่วยจัดการหน่อยนะ ตอนผ่าตัดก็เรียกผมด้วย ผมไปทำงานแล้ว
“เหมิงเหมิง คุณช่วยดูเสี่ยวจื้อหน่อยนะครับ ผมไปห้องผ่าตัด อย่าให้เขาวิ่งเล่นมั่วซั่วนะ”
พูดจบอู๋ฮุยก็หันหลังจากไป ไม่มองเจียวโหรวโหรวแม้แต่นิดเดียว
แต่…
นี่ทำให้เธอเสียใจยิ่งกว่าถูกตบหน้าเสียอีก
เดิมเธอนึกว่าจะอับอายแบบไหน หรือว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร…
แต่เขาไม่ชายตามองเธอแม้แต่น้อย
หรือว่าพูดว่าไม่เต็มใจมองเธอสักแวบเดียวก็ได้
นึกถึงสายตาเหยียดหยามของตัวเองตอนออกจากศาล เจียวโหรวโหรวอับอายแทบบ้า
น่าขายหน้าเกินไปแล้ว!
ที่แท้ไม่ใช่ว่าอู๋ฮุยไม่อยากโต้เถียงกับตัวเอง แต่เป็นเพราะว่า…พวกเธออยู่คนละโลกเดียวกัน
ในเมื่อไม่เข้าใจ เหตุใดต้องโต้เถียง
เพราะคนที่อยู่คนละโลก ไม่อาจโน้มน้าวกันและกัน
ด้วยเหตุนี้ คนที่อึดอัดที่สุดยังต้องนับสามีคนปัจจุบันของเจียวโหรวโหรว ชายคนนั้นหน้าดำคล้ำ ลุกขึ้นจากไป
ราวกับตัวเองเข้าไปในอาณาเขตของสิงโตอีกตัวหนึ่ง
อู๋ฮุยจากไปแล้ว
พวกเจียวโหรวโหรวสามคนมาถึงห้องผู้ป่วย
นี่คือห้องผู้ป่วย VIP
อู๋ฮุยเป็นคนจัดแจงให้
ตอนบ่าย พวกเจียวโหรวโหรวสามคนจึงรู้ว่า อยากอยู่ที่นี่ ต้องเป็นครอบครัวผู้นำระดับรัฐมนตรี
แม่ของเจียวโหรวโหรวคิดไปคิดมา คิดตลอดทั้งวัน!
เธอพลันพูด “โหรวโหรว แม่เห็นว่าวันนี้ลูกดูเศร้ามาก ยังรักอู๋ฮุยอยู่แน่เลย”
“ความหมายแม่คือ…ไม่อย่างนั้นลูกไปหาอู๋ฮุย ปรับความเข้าใจกัน อย่างไรเสียก็ยังมีเสี่ยวจื้อเป็นตัวกลาง ไม่แน่ว่า…อาจยังกลับมาอยู่ด้วยกันได้!
ถึงอย่างไรอู๋ฮุยก็รักลูกขนาดนั้น!”
เจียวโหรวโหรวเงียบสนิท
ส่วนชายชราพูดด้วยความโมโห “นี่เธอพูดบ้าอะไรน่ะ
คนที่ให้หย่าครั้งก่อนก็คือคุณ ผลคือหย่าแล้วเพิ่งแต่งงานไม่นานก็จะหย่าอีก มองการแต่งงานเป็นอะไร ธุรกิจหรือไง!”