เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1640: ความก้าวหน้าด้านวรรณกรรม
นี่คือการผ่าตัดเคสหนึ่งที่มีเวลาจำกัด!
ผู้ป่วยอยู่ในภาวะช็อก ทนรับการผ่าตัดที่กินเวลานานเกินไปไม่ได้ มีเวลาจำกัด!
ขีดจำกัดที่เฉินชางคาดการณ์ไว้คือหกชั่วโมง หลังผ่านหกชั่วโมงไปต้องยุติการผ่าตัดของผู้ป่วย!
เขาไม่มีเวลาพัก!
เดิมทีการผ่าตัดกำจัดสะเก็ดแผลในภาวะช็อกก็ยากมากอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคือเฉินชางต้องลอกสะเก็ดแผลและปลูกถ่ายผิวหนังด้วย…
อีกทั้งการลอกสะเก็ดแผลก็ไม่ใช่บริเวณที่ลอกได้ง่ายๆ!
ทั่วร่างของผู้ป่วยมีเพียงผิวหนังตรงแผ่นหลังที่อยู่ในสภาพดี ส่วนผิวหนังด้านหน้าและต้นขาส่วนใหญ่ไหมไปหมด!
ยื้อชีวิตพามาส่งถึงโรงพยาบาลได้ก็ถือว่าเป็นโชคช่วยในคราวเคราะห์แล้ว!
ตลอดขั้นตอนการผ่าตัดไม่ควรเรียกว่าการผ่าตัดลอกสะเก็ดแผล ว่ากันตามตรงแล้วควรเรียกว่าการผ่าตัดลอกผิวเสียมากกว่า
เฉินชางพบว่าพอแบ่งสมาธิทำหลายอย่างพร้อมกัน ตนทำพลาดเล็กๆ น้อยๆ ได้ง่ายมาก
อีกอย่างพูดกันอย่างสัตย์จริง… การผ่าตัดเคสนี้น่าเบื่อจริงๆ ถึงอย่างไรก็แค่ลอกสะเก็ดแผลไปเรื่อยๆ…
จุดนี้ทำให้เฉินชางนึกถึงเรื่อง ‘โปเยโปโลเย’ ขึ้นมา เขากำลังคิดว่าถ้าคนพวกนั้นมีชีวิตอยู่ถึงยุคนี้ ต้องกลายเป็นนักวิชาการในสาขาศัลยกรรมผิวหนังแน่นอน!
พอคิดแบบนี้แล้ว อันที่จริงความก้าวหน้าด้านการผ่าตัดของประเทศจีนก็มีประวัติศาสตร์มาเนิ่นนาน น่าเสียดาย!
ดันเอาไปใช้ไปผิดจุด ก็เหมือนที่เอาดินปืนไปสร้างประทัดไง…
มีของดีแต่กลับเอาไปทำเรื่องไร้สาระ น่าโมโหนัก!
เฉินชางกำจัดสะเก็ดแผลตามจุดต่างๆ ด้วยความเบื่อหน่าย เนื้อตายตรงแขน เนื้อตายบนมือ เนื้อตายตรงน่อง เนื้อตายตรงเท้า…
เนื้อตายพวกนี้ต้องลอกทิ้งให้หมด แล้วแปะด้วยผ้าพันแผลแบบพิเศษบรรเทาแรงตึงผิว!
ใช้ผ้ากอซและผ้าพันแผลแบบพิเศษพันแผลไว้!
ไม่มีการใช้ผิวเทียมหรือผิวจากผู้บริจาค เนื่องจากหลังจากขั้นตอนเหล่านี้จะต้องปลูกถ่ายฟื้นฟูผิวหนังต่อ!
การผ่าตัดครั้งนี้ดำเนินการได้เพียง 50% เท่านั้น สะเก็ดแผลตามแขนขาอยู่ในระยะที่ไม่คุกคามต่อชีวิตผู้ป่วยแน่นอน
แต่ในการผ่าตัดเคสฉุกเฉินที่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญการเลาะสะเก็ดแผลเพื่อบรรเทาแรงตึงผิว ยังคงมีระดับความยากสูงมาก
หากต้องการจะอยู่ในจุดที่ผ่อนหนักเป็นเบาได้แบบเฉินชาง ถ้าไม่ฝึกฝนพื้นฐานมาหลายสิบปีไม่มีทางทำได้เลย!
อีกอย่างในขณะที่ลอกสะเก็ดแผลจะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาท และพยายามอย่าสร้างความเสียหายต่อเส้นเลือดใต้ผิวหนัง!
ตอนนี้เส้นเลือดและเส้นประสาทเหล่านี้คือสมบัติล้ำค่า!
ในการผ่าตัดลอกสะเก็ดแผลจำเป็นต้องใช้สายรัดห้ามเลือดด้วย ไม่อย่างนั้นจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ!
พอมีกงไตเจินอยู่ด้วยก็ช่วยบรรเทาความกดดันของเฉินชางลงมาก
เหอจิ้นที่อยู่ด้านข้างพยายามวางตัวให้ดี เหมือนผู้อำนวยการคนหนึ่งที่เขาเข้าร่วมการผ่าตัดเคสนี้ได้ไม่ใช่เพราะเขา ก็นับเป็นบุคลากรชั้นยอดในด้านศัลยกรรมแผลไฟไหม้ของมณฑลตงหยาง แต่เป็นเพราะโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลเป็นต้นสังกัดของเขาเท่านั้น
ดังนั้นถึงได้มีโอกาสมาที่นี่ เมื่อจัดการล้างแผลบริเวณแขนขาด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์และน้ำเกลือเรียบร้อยแล้ว ก็แปะผ้ากอซชุบยาปฏิชีวนะไว้ด้านนอก!
วิธีรักษาแผลไฟไหม้ด้วยหนังปลานิลที่ตอนนี้กำลังได้รับความนิยมในอินเทอร์เน็ต อันที่จริงยังไม่ถูกนำมาใช้ในประเทศจีนเลย!
เนื่องจากที่บราซิลขาดแคลนแนวทางการรักษาประเภทอื่น หมอจึงหันมาใช้หนังปลานิล
แน่นอนว่าหนังปลาชนิดนี้ไม่ใช่ว่าลอกจากปลาแล้วก็เอามาใช้ได้ทันที จำเป็นต้องผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูงสารพัดขั้นตอนถึงจะนำมาใช้ได้
การนำผิวหนังสัตว์มาใช้รักษาแผลไฟไหมไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคนี้ อันที่จริงมีประวัติศาสตร์มายาวนานมาก!
เมื่อเวลาผ่านนานไป หลายต่อหลายประเทศล้วนใช้ผิวหนังสัตว์มาใช้รักษาแผลไฟไหม้
แต่บราซิลยังคงขาดแคลนผิวมนุษย์ ผิวหนังหมู และผิวหนังเทียมที่มีขายทั่วไปในประเทศอื่นๆ
แต่บังเอิญว่าปลานิลคือปลาที่เลี้ยงกันอย่างแพร่หลายในบราซิลแถมยังมีราคาถูก
อีกทั้งยังมีคอลลาเจนประเภทที่หนึ่ง[2] และประเภทที่สาม[3] เป็นจำนวนมาก!
พวกมันมีส่วนช่วยสำคัญในการสร้างเกล็ดปลา รวมถึงมีเรื่องแรงตึงผิวสูงกว่า ศักยภาพในการป้องกันของหนังปลานิลสูงกว่าหนังมนุษย์ แถมยังมีความชื้นสูงกว่าด้วย
สภาพความชื้นระดับนี้ทำให้เหมาะต่อการเจริญเติบโตของผิวมากกว่า!
แต่เฉินชางยังคงเลือกใช้พลาสเตอร์!
เนื่องจากเขากังวลว่าหากตนพยายามใช้หนังปลานิลรักษา ชื่อเสียงในระดับสากลของตนจะป่นปี้เอา
การผ่าตัดดำเนินต่อไปเรื่อยๆ!
เวลานี้ผิวหนังบนแผ่นหลังของผู้ป่วยที่ถูกกรีดแบ่งคล้ายรูปทรงเรขาคณิต ถูกเฉินชางแบ่งเป็นชิ้นๆ!
เดิมทีการปลูกถ่ายผิวหนังก็เป็นเรื่องยากมากอยู่แล้ว รอบนี้ยิ่งไปกันใหญ่ ต้องแบ่งผิวหนังออกมา 20% จากที่เหลืออยู่ 40%
ระดับความยากพุ่งกระฉูดทันที!
แต่ว่า!
เฉินชางจัดการอย่างมั่นคง ภาษิตกล่าวไว้ว่าปราชญ์ที่แทจริงสมควรมีใจใฝ่รู้เช่นผู้เป็นศิษย์!
แต่กงไตเจินรู้สึกว่าพออยู่กับเฉินชางแล้วตนเป็นเพียงนักเรียนคนหนึ่งตลอดกาล!
ไม่ใช่แค่มีใจใฝ่รู้เช่นผู้เป็นศิษย์ แต่ยังมีตับเช่นผู้เป็นศิษย์ ปอดเช่นผู้เป็นศิษย์ เป็นศิษย์…
สรุปคือตนเป็นได้เพียงศิษย์เท่านั้น
ส่วนเหอจิ้นจากแผนกศัลยกรรมผิวหนังของโรงพยาบาลอันดับสองก็ตระหนกขึ้นมาแล้ว!
เขารู้สึกว่าหน่วยประมวลผลรุ่น i3 ของตนรับมือกับสถานการณ์ระดับ i7 ไม่ไหวแล้ว!
เกินขอบเขตของเขาแล้ว! ทุกขั้นตอนการผ่าตัดเหนือกว่าระดับของเขาไปเรื่อยๆ!
ส่วนทุกคนที่กำลังเฝ้าสังเกตการผ่าตัดครั้งนี้ พอเห็นฉากนี้ในใจมีทั้งความตื่นเต้นและกระวนกระวาย แต่ก็รู้สึกโชคดีไปพร้อมกัน!
โชคดีที่พวกเขาเป็นแค่ผู้ชม!
เดิมทีรู้สึกว่าเหอจิ้นคนนี้โชคดีมาก แต่มองจากตอนนี้แล้วเจ้าหมอนี่ซวยสุดๆ ไปเลย
ระดับความยากในการผ่าตัดครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่พวกเขาจะรับมือได้เลย
แม้แต่กงไตเจินเองก็ลำบากมากเช่นกัน เธอถูกเฉินชางตำหนิเป็นครั้งคราว
เหอจิ้นเห็นสายตาที่เฉินชางมองตนก็หน้าแดงก่ำ อับอายแทบตายแล้ว อยากมุดหัวเข้าไปในช่องท้องคนไข้ใจแทบขาด ขายหน้าเกินไปแล้ว!
ไม่รู้เลยว่าตอนนี้มีคนดูการผ่าตัดของตนมากขนาดไหน ก็เป็นไปตามนี้…
เวลาไหลผ่านไปเรื่อยๆ สายตาของทุกคนจ้องไปที่หน้าจอไม่กล้ากะพริบตา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงลุกไปเข้าห้องน้ำเลย!
แบ่งผิวหนัง 20% ออกมาใช้งานกับพื้นที่ 40-50% จะทำอย่างไรกันละ ดูเหมือนเฉินชางมักจะสร้างปาฏิหาริย์ได้เสมอ!
ส่วนครั้งนี้มีโอกาสสูงว่าเขาจะทำได้อีกครั้ง!
ทุกคนมองชิ้นส่วนหนังหน้าตาแปลกๆ ถูกประกอบเข้าไปทีละชิ้นๆ เช่นนี้ จากนั้นก็เชื่อมต่อกับเส้นเลือดตามด้วยเย็บสมาน…
ทุกขั้นตอนราบรื่นอย่างยิ่ง!
ถึงแม้ทุกคนจะไม่เข้าใจในทุกๆ ขั้นแต่ก็ต้องจดบันทึกไว้
ภายในห้องประชุมกว้างขวางก่อนหน้านี้ยังมีเสียงพูดคุยอยู่บ้าง แต่ตอนนี้กลับเงียบสงัดขนานแท้ ทุกคนไม่อยากพลาดฉากนี้!
ในที่สุดหลังจากเฉินชางกรีดเปิดช่องทางระหว่างอกกับหน้าท้องเสร็จ ก็เย็บผิวหนังชิ้นหนึ่งเชื่อมเข้าไป ทุกคนตะลึงงันทันที!
เนื่องจากพวกเขาพบว่าผิวหนังชิ้นนี้ครอบคลุมบริเวณอกและหน้าท้องอย่างทั่วถึง!
อีกอย่างคือหลังจากผิวหนังชิ้นอื่นๆ ผ่านการประมวลผลสารพัดวิธีการ อาทิ ขยับ หมุน ดันเข้า บิดออก
ผิวหนังที่ไม่เป็นรูปเป็นร่างพวกนี้ก็เริ่มเข้ารูปเข้ารอยขึ้นมา
เฉินชางเริ่มเลื่อนดันขึ้นไปจัดให้เป็นรูปตัว Z ใช้เทคนิคปรับหมุนทิศทาง แล้วเย็บเชื่อมเนื้อเยื่อชั้นกล้ามเนื้อและผิวหนังที่แบ่งออกมาเข้าด้วยกัน!
ผิวหนังจากแผ่นหลังเชื่อมต่อระหว่างอกกับท้องอย่างสมบูรณ์แบบ!
หลังจากได้เห็นฉากนี้ทุกคนตะลึงตาค้างไปทันที!
พูดไม่ออกอยู่นานสองนาน!
เหมือนเอาการ์ดจอ[4] G210 รุ่นพื้นฐาน มารองรับภาพกราฟิกของการ์ดจอรุ่น GTX2080 ไม่มีผิด เฟรมลื่นมาก!
ผ่านไปสักพัก! ทุกต่างทยอยอุทานออกมาสองคำ “โอแม่เจ้า!”
วินาทีนี้ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าแพทย์ แพทย์เจ้าของไข้ หรือว่าผู้อำนวยการโรงพยาบาล
ความรู้สึกของพวกเขาบรรยายได้ด้วยคำว่า ‘โอแม่เจ้า’ เท่านั้น!
จู่ๆ พวกเขาก็ค้นพบว่าที่แท้คำว่า ‘โอแม่เจ้า’ นั้นกระชับขนาดนี้ กลับสื่อถึงความรู้สึกของพวกเขาได้
บางทีนี่อาจจะเป็นความก้าวหน้าด้านวรรณกรรมสินะ
[1] โปเยโปโลเย เป็นตำนานภูตผีพื้นบ้านของประเทศจีน รายละเอียดอาจแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น บ้างก็ว่าเป็นปีศาจที่วาดหน้าให้งดงามหลอกให้มนุษย์หลงใหลแล้วจับกิน บ้างก็ว่าเป็นปีศาจที่ฆ่าถลกหนังมนุษย์มาห่อหุ้มกายตน ตำนานนี้เคยถูกนำมาสร้างเป็นตอนหนึ่งในซีรีส์ชุดโปเยโปโลเย 2013
[2] (Collagen type 1) เป็นชนิดที่มีมากที่สุดในร่างกาย พบในผิวหนังและกระดูก
[3] (Collagen type III) พบได้ในผิวหนัง กล้ามเนื้อ อวัยวะภายใน และหลอดเลือดแดง
[4] การ์ดจอเป็นอุปกรณ์ที่รับข้อมูลเกี่ยวกับการแสดงผลจากหน่วยความจำ โดยจะทำการคำนวณและประมวลผล จากนั้นจึงส่งข้อมูลในรูปแบบสัญญาณไปแสดงผลยังหน้าจอ