เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1645 หุ้นลม!
อันที่จริงกงไต้เจินไม่ใช่หมอธรรมดาๆ อยู่แล้ว
ถึงอย่างไรเวชศาสตร์ความงามก็ไม่ใช่ว่าจะเดินเข้าไป
ทำในโรงพยาบาลได้
ดังนั้น ตัวเธอจึงเปิดคลินิกศัลยกรรมตกแต่งใน
เมืองหลวง มีสถาบันศัลยกรรมตกแต่งระดับไฮเอนด์ แม้แต่
ลูกศิษย์ของเธอก็ก่อตั้งสถาบันศัลยกรรมตกแต่งของตัวเองขึ้น
เช่นกัน
เฉินชางจำ ได้ดีว่าแอนนี่และอันจิ้งจากคลินิก
ศัลยกรรมตกแต่งแอนนี่เป็นลูกศิษย์ของกงไต้เจินทั้งคู่
จะว่าไปแล้ว เขากับกงไต้เจินก็เป็นประเภทที่เรียกได้ว่า
ไม่ทะเลาะไม่รู้จัก
กงไต้เจินมีวิสัยทัศน์เฉพาะตัวในแง่ของการตลาดและ
การเสริมความงาม
เธอเอ่ยอย่างจริงจังว่า “อาจารย์ สถาบัน
ศัลยกรรมตกแต่งในประเทศเราตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นกระแสจากเกาหลี ฉันคิดว่าตอนนี้พวกเราก่อตั้งแบรนด์ส่วนตัวที่เป็น
เอกเทศได้แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นตั้งเป้ากลุ่มไฮเอนด์ หรือว่าเจาะตลาด
พวกเรามีศักยภาพมากพอที่จะบุกเบิกค่ะ!”
พูดมาถึงตรงนี้ จู่ๆ กงไต้เจินก็โพล่งขึ้นว่า
“ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีเสี้ยวเคยพูดคุยกับฉันแล้ว ภาครัฐ
ก็เข้าใจสถานการณ์ที่ไม่อาจดำเนินเวชศาสตร์ความงามใน
โรงพยาบาลได้
ปีหน้าทางรัฐจะเริ่มตรวจสอบสถานบัน
ศัลยกรรมตกแต่ง เมื่อถึงเวลานั้น…สถาบันเวชศาสตร์ความ
งามจะต้องได้มาตรฐานตามท้องตลาด ถึงขั้นที่กลุ่มโรคพิเศษ
บางส่วนยังใช้บัตรประกันสุขภาพได้ด้วย”
พอเฉินชางได้ยินประโยคนี้ก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที!
สถาบันศัลยกรรมตกแต่งจะถูกปฏิรูปงั้นเหรอ
แถมจะเพิ่มโรคทางเวชาศาสตร์ความงามบางอย่างเข้า
สู่ระบบประกันสุขภาพอีก!
เรื่องนี้ค่อนข้างยอดเยี่ยมเลย!สถาบันศัลยกรรมตกแต่งในปัจจุบันมีทั้งดีแย่ปะปนกัน
นับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา คลินิกศัลยกรรมตกแต่งผุดไปทั่ว
เหมือนดอกเห็ด มีคนเปิดกิจการมากมาย
แต่ส่วนใหญ่เป็นการผ่าตัดที่ไร้ใบประกอบทั้งสิ้น!
ควรจะปฏิรูปมาตั้งนานแล้ว อันที่จริงยุคนี้อย่าว่าแต่
เมืองระดับสามระดับสี่เลย แม้แต่สถาบันศัลยกรรมตกแต่งใน
เมืองระดับหนึ่งระดับสอง[1]ก็มีใบอนุญาตประกอบเวชกรรม
ไม่ถึงหนึ่งในสาม!
อัตรานี้น่ากลัวมาก
นี่คือสาเหตุว่าทำไมถึงเกิดอุบัติเหตุด้าน
ศัลยกรรมตกแต่งบ่อยครั้ง
ถึงขั้นที่สถาบันศัลยกรรมตกแต่งในปัจจุบันกลายเป็น
บริษัทขายตรงไปแล้ว ไม่ใช่สถาบันด้านการรักษา
ส่วนใหญ่กลายเป็นบริษัทต้มตุ๋นไปหมดแล้ว
ยกตัวอย่างเช่น จางซานเห็นว่าในมณฑลมีสถาบัน
ศัลยกรรมตกแต่งแห่งหนึ่ง จากนั้นตัวเขาที่ไม่จำ เป็นจะต้องมีความเข้าใจในอุตสาหกรรมนี้เลยก็ร่วมงานกับศัลยแพทย์
ตกแต่งในร้านนั้นได้
เขามีทุนอยู่ก้อนหนึ่ง ต้องการจะลงทุนจึงติดต่อไปหา
หัวหน้าฝ่ายลงทุนก็เปิดสถาบันสักแห่งในเมืองหรือในอำเภอ
ได้เลย ไม่จำ เป็นต้องจ้างหมอด้วยซ้ำ
แค่มีอุปกรณ์ก็พอแล้ว
จากนั้นหัวหน้าฝ่ายเหล่านี้ก็จะรับผิดชอบติดต่อหา
ลูกค้าให้ เวลาจะผ่าตัด จางซานก็ส่งคนไปจัดการเสีย ทำหนึ่ง
คนจะได้ค่าคอมมิชชั่นเท่าไรกันเชียว
แล้วความเสี่ยงจะไม่สูงหรือ
ไม่รับผิดชอบโดยสิ้นเชิง
กงไต้เจินอ่ยว่า “ดังนั้น ฉันอยากอาศัยโอกาสนี้ก่อตั้ง
สถาบันเวชศาสตร์ความงามสักแห่งที่ประชาชนไว้วางใจได้ขึ้น
มาค่ะ”
เฉินชางพยักหน้ารับ คิดว่าไม่เลวเลย แถมยังมี
ความเป็นไปได้สูงมากจริงๆกงไต้เจินมีชื่อเสียงมาตั้งแต่แรกเริ่ม เป็นนักวิชาการ
เวชศาสตร์ความงามคนแรกของประเทศ
อีกทั้งมีศักยภาพ มีประสบการณ์บริหารกิจการ มี
เส้นสายกว้างขวาง ถ้าเธออยากทำจะต้องทำได้ดีแน่
เฉินชางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ครับ ผมรู้สึกว่าความคิดนี้
ไม่เลวเลย”
กงไต้เจินกล่าวว่า “ฉันอยากเชิญอาจารย์มาเป็น
ที่ปรึกษาด้านเทคนิคให้กับพวกเรา
ฉันติดต่อหาเงินลงทุนได้แล้ว พวกเขายินดีจะลงทุนกับ
พวกเราค่ะ แน่นอนว่า…ถ้าหากอาจารย์เข้าร่วมด้วย ฉันเชื่อว่า
พวกเขาจะลงทุนกันมากกว่าเดิมค่ะ!
ฉันจะพยายามโน้มน้าวผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ เพื่อแก่งแย่ง
หุ้นลม[2]ส่วนหนึ่งมาให้อาจารย์คะ! ฉันไม่กล้ารับประกันว่า
จะได้มามากนัก แต่ฉันรับประกันได้ว่าขั้นต่ำคือ 10% ค่ะ!”
ของอย่างหุ้นลมไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาล้อกันเล่นได้
สถาบันเวชศาสตร์ความงามที่มีห่วงโซ่ใหญ่ขนาดนี้
เงินลงทุนย่อมมากแน่นอนตัวกงไต้เจินเองยังไม่แน่ใจเลยว่าจะแย่งชิงหุ้นในส่วน
ของตนได้มากน้อยแค่ไหน
แต่ว่า!
เธอยินดีที่จะต่อสู้เพื่อขั้นต่ำ 10% ของเฉินชาง
เนื่องจากเธอรู้ว่าหลังจากตั้งมาตรฐานตามท้องตลาด
ขึ้นแล้ว เทคนิคหลักจะเป็นกำลังต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
รวมถึงในอนาคตหากมีโอกาสเข้าสู่ตลาดสากลก็ยังคง
เป็นเช่นนี้อยู่ดี!
ยังไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่นเลย ด้วยเทคนิคของเฉินชางที่
แสดงออกมาเมื่อวานที่นำผิวหนังแค่ 20% มาใช้อย่าง
มีประสิทธิภาพสูงสุดได้ แผนการรักษาที่แสนยอดเยี่ยมแบบนี้
สรุปแล้วมีมูลค่าเท่าไรกันแน่
บอกได้ยากมาก!
เทคนิคประเภทนี้ หากต้องการเพิ่มราคาทุนให้สูงที่สุดก็
ต้องทุ่มทุนเพื่อส่งไปแข่งขันในท้องตลาด
หุ้นลม 10%!
ถ้าบอกว่าเฉินชางไม่หวั่นไหวเลยก็โกหกแล้วอีกอย่าง การศัลยกรรมตกแต่ง…
ค่อนข้างตรงจริตของเฉินชางเสมอมา เพราะได้เงิน
ค่อนข้างเร็ว
บอกกันตามตรง ตอนนี้เขาอยากเสพความรู้สึกที่ได้เงิน
ล้านจากการผ่าตัดเสริมหน้าอกเหมือนในสมัยก่อน!
ตอนนั้นหาเงินง่ายจริงๆ!
ผ่าหนึ่งเคสได้หนึ่งล้าน มือหนึ่งรับเงิน อีกมือเสริม
หน้าอก
ไม่ต้องเสี่ยงเลย
ถึงแม้ตอนนี้เขาจะมอบเงินให้เจิ้งกั๋วถานไปทำธุรกิจแล้ว
แต่ว่า…
เงินประเภทนี้มีความเสี่ยง
อีกอย่างก็ไม่ได้เงินมาเร็วขนาดนั้นด้วย
แต่ว่า มีปัญหาข้อหนึ่ง ตอนนี้เขามีกำลังจำ กัด เขาลง
ไปผ่าตัดด้วยตัวเองทุกเคสไม่ได้ อีกอย่างถึงจะมีคนรวยเยอะ
มาก แต่คนที่ยินดีจ่ายเงินเพื่อทำศัลยกรรมตกแต่งไม่ได้มีมาก
เท่าที่คิดไว้ตอนนี้ความคิดนี้ของกงไต้เจินทำให้เฉินชางหวั่นไหว
มากจริงๆ
ถึงแม้ตอนนี้เฉินชางจะดูเป็นมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินราว
สองพันล้าน
แต่ว่า…
ตอนนี้เขายังซื้อบ้านสี่ประสานในเมืองหลวงไม่ได้แม้แต่
หลังเดียว
งานวิจัยวิทยาศาสตร์สิ้นเปลืองเงินมาก
อันที่จริงตอนนี้เฉินชางมีไอเดียมากมายที่อยากเปลี่ยน
ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ แต่กลับไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น
ยกตัวอย่างเช่นอุปกรณ์ระบุพิกัดรูปแบบใหม่ที่เขาเพิ่ง
ได้รับมา
ตอนนี้บริษัทว่านเหอเภสัชกรรมยังไม่มีกำลังมากพอ
จะวิเคราะห์เทคนิคนี้ได้
ตอนนี้แผนการของเทคนิค X-pri เพิ่งเริ่มเตรียมการ
รอเฉินชางย้ายกลับมาจากเมืองหลวงแล้ว จะเริ่มทำ
การทดลองทางคลินิกกับกลุ่มแรกอย่างเป็นทางการในปี 2021ส่วนเทคนิคขดลวดงวงช้างตอนนี้อยู่ระหว่างยื่นขอการ
รับรองจากสำ นักงานควบคุมเวชภัณฑ์แห่งชาติของประเทศ
ต่างๆ อยู่
ตอนนี้ทั้งบริษัทว่านเหอเภสัชกรรมกำลังทุ่มกำลังพัฒนา
อยู่
เมื่อเป็นแบบนี้ เฉินชางจึงไม่คิดจะนำเทคนิคนี้ไปปล่อย
ให้ทางว่านเหออีก
เฉินชางให้ความสำ คัญกับประโยชน์ของอุปกรณ์ระบุ
พิกัดรูปแบบใหม่มาก
นี่คือเครื่องมือสำ คัญที่การผ่าตัดศัลยกรรมประสาท
ในอนาคตจะขาดไปไม่ได้ อีกอย่าง อันที่จริงเฉินชางยัง
ไม่พอใจอุปกรณ์นี้ เขาต้องการเทคนิคจุลทรรศน์ภาพเสมือน
ของบริษัทกูเกิ้ลด้วย
ถ้าเอาสองเทคนิคนี้มาผสมผสานกัน แบบนั้นต้อง
กลายเป็นผลิตภัณฑ์ล้ำยุคแน่นอน
ดังนั้น ตอนนี้เฉินชางต้องลงหลักปักฐานให้ได้!
การสร้างรากฐานนี้ไม่ใช่แค่ในด้านความสามารถเท่านั้นแต่ต้องสร้างรากฐานด้านการเงิน ทรัพยากรและ
เส้นสายด้วย!
หลังจากกงไต้เจินบอกเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ออกไปก็
ค่อนข้างกระวนกระวาย
เธอกังวลว่าเฉินชางจะพูดกับเธอแบบไหน
ถึงอย่างไรไม่ใช่ว่านักวิชาการกับผู้เชี่ยวชาญทุกๆ คน
ล้วนทำให้กงไต้เจินคิดมากขนาดนี้ได้
แต่ในเวลานี้ เฉินชางยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ได้สิครับ!
นี่เป็นเรื่องดี!
ผมจะให้การสนับสนุนคุณครับ”
พอได้ยินเฉินชางพูดแบบนี้ กงไต้เจินตะลึงอยู่กับที่
ไปทันที เธอมองเฉินชางอย่างเหลือเชื่อ “อาจารย์…ฉันคิดว่า
คุณจะปฏิเสธซะแล้ว”
เฉินชางยิ้มให้
เขาไม่ทำหรอก
แต่บางคนอาจจะทำ
อันที่จริง เฉินชางคิดว่าหลี่เจี้ยนเย่ก็เก่งกาจมากเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ มีบริษัทเจี้ยนเย่เป็นของ
ตัวเอง มีทรัพยากร มีความสามารถ สิ่งเหล่านี้ผสานรวมกัน
แล้วถึงจะเกิดเป็นประสิทธิผลขึ้นมา
สังคมนี้อุดมด้วยคนมีความสามารถมากมาย แต่กลับ
ไม่มีผู้ทรงพลังเลย
[1] ประเทศจีนได้มีการแบ่งระดับเมือง (City Tier) ตาม
ความเจริญก้าวหน้า ระดับที่หนึ่งคือเมืองที่
มีความเจริญก้าวหน้าสูงสุด มีเศรษฐกิจเฟื่องฟู ระดับที่สอง
คือหัวเมืองใหญ่ที่มีด้านพัฒนาทางเศรษฐกิจและ
สาธารณูปโภคเป็นรองจากระดับที่หนึ่ง ระดับที่สามคือเมือง
ที่อยู่ระหว่างพัฒนาแต่ยังไม่เฟื่องฟูนัก ส่วนระดับที่สี่
มีความเจริญเทียบเท่าอำเภอเล็กๆ ที่เพิ่งพัฒนาเศรษฐกิจ
เท่านั้น
[2] หุ้นฟรีหรือหุ้นที่ไม่ได้ลงทุน แต่ยังคงได้รับปันผลจาก
หุ้น