เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1649: ผมมีวิธี!
ขณะที่เฉินชางกำลังเดินเข้าไป หยางหมิงที่อยู่ด้านหลังส่งสายตาให้เฉินชาง เอ่ยเตือนเบาๆ “อย่าก่อเรื่องล่ะ…”
เฉินชางพยักหน้ารับยิ้มอย่างขรึมใจ หลังพูดจบก็เดินไปที่เตียงผ่าตัด
สมาชิกในทีมผู้เชี่ยวชาญที่อยู่รอบข้างมีสีหน้าต่างกันไป พอเซวียเจิงเริ่นเห็นเฉินชางเดินเข้ามาก็ขยิบตาให้ทันที
กล้องวงจรปิดในห้องผ่าตัดเปิดใช้งานอยู่ คนที่ชมการผ่าตัดที่อยู่ด้านนอกคือเลี่ยวรุนฟางและเหล่าผู้นำ
รวมถึงพระชายาของเจ้าชายวิลเลียมองค์นี้ และสมาชิกกระทรวงการต่างประเทศในคณะเยี่ยมเยือน
ดังนั้นการผ่าตัดเคสนี้จะว่าอย่างไรดีละ คงเหมือนความรู้สึกตอนฮวาถัวพบโจโฉ[1]
เซวียเจิงเริ่นมีประสบการณ์โชกโชน ย่อมไม่ต้องเอ่ยถึงทักษะการแสดงอีก
เมื่อครู่ตอนเขาพูดคุยกับเฉินชางไม่ได้อยู่ในระยะการจับภาพของกล้องวงจรปิดจึงพูดคุยยิ้มหัว
ไหนเลยจะเหมือนตอนนี้ที่หน้านิ่วคิ้วขมวด แววตาเปี่ยมความกังวล ความรู้สึกนี้เหมือน…
ใช่แล้ว! เหมือนท่านหมอในสมัยโบราณตอนจักรพรรดิเรียกตัวไปตรวจอาการให้ฮองเฮาในวังหลัง!
ใช่เลย! สายตานั้น… แฝงความเคร่งขรึมและกังวลไว้ ราวกับเขาทุ่มความสามารถทั้งหมดเพื่อวินิจฉัยรักษาให้ผู้ป่วยแล้ว
แต่ว่า… มีใจแต่ไร้กำลังนะสิ!
สิ่งต้องห้ามที่สุดคือการโลภปรารถนารางวัล ถ้าจ่ายยาไม่ได้จริงๆ แค่ต้มเสี่ยวหูไฉทัง[2] อุ่นๆ สักชามให้ก็พอ
รับประกันว่าใครกินก็ไม่เกิดผลเสียแน่ ก็เหมือนกับตอนนี้เซวียเจิงเริ่นสังเกตดูอยู่นานสองนาน จนแน่ใจแล้วว่าผ่าตัดรากประสาทรับสัมผัสของเส้นประสาทใบหน้าไม่ได้
แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคที่ทำให้เขาแสดงสีหน้าผิดหวังและกังวลออกมาเลย ทักษะการแสดงระดับนี้เฉินชางให้คะแนนเต็ม!
ใช่แล้ว! ก็ตามคำอธิบายทางสีหน้าของเซวียเจิงเริ่นนั่นแหละ การผ่าตัดเคสนี้จะก่อเรื่องไม่ได้
ถึงขั้นที่เฉินชางรับประกันได้เลยว่าที่หงจี้เรียกตัวคณะศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดในที่นี้มา
มีโอกาสสูงว่าจะทำไปเพื่อเป็นเกียรติแก่เชื้อพระวงศ์ท่านนี้!
ให้พวกเขาได้เห็นท่าทีของทางเรา!
ถึงอย่างไรโรคปวดเส้นประสาทใบหน้าก็ไม่ได้เพิ่งเป็นในวันสองวันไม่ใช่หรือ
ถ้ารักษาหายได้จริงคุณคงหายดีไปนานแล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่นเลย
แผนกประสาทวิทยาในราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ลอนดอนของพวกคุณมีชื่อเสียงมากไม่ใช่เหรอ
คะแนนประเมินงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของปีก่อนเท่ากับคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเลยนี่
เซวียเจิงเริ่นและพวกหงจี้ไม่คิดว่าตัวเองจะเก่งไปกว่าอีกฝ่ายได้ หลังจากทุกคนศึกษาหาข้อมูลอยู่พักหนึ่งก็ให้คำตอบเพียงข้อเดียวคือดำเนินการผ่าตัดไม่ได้แน่นอน
พวกเขาอยากปลอบด้วยประโยคหนึ่งคือ ‘อยู่ไม่สู้ตาย’ อย่างไรก็ตามแม้คำพูดจะไม่รื่นหูแต่กลับถูกต้องตามหลักเหตุผล
หงจี้เรียกเฉินชางมาก็เพราะเจตนานี้ ถึงอย่างไรเฉินชางก็มีชื่อเสียงในระดับสากล
ผู้เชี่ยวชาญมากมายทั่วโลกล้วนรู้จักชื่อคุณในฐานะผู้พิชิตโรคพาร์กินสัน
ถ้าหงจี้ไม่เรียกเฉินชางมาก็คงไม่เหมาะ ดังนั้นเฉินชางรับประกันได้ว่าผู้เชี่ยวชาญมากมายในห้องนี้ส่วนใหญ่มาเพื่อเล่นละคร
ที่เหลือขึ้นอยู่กับดวงถ้าเกิดตนมีโอกาสรักษาเจ้าชายองค์นี้หายจริงๆ
แบบนี้ก็วิเศษไปเลย!
แบบนี้นับว่าตนได้เสริมสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างจีนและอังกฤษไปอีกขั้นด้วย
ต่อไปตำแหน่งฐานะของตนย่อมก้าวหน้าดังเรือลอยลำตามน้ำขึ้น
แต่ว่าเงื่อนไขทั้งหมดนี้ต้องไม่อยู่ภายใต้สภาวะที่มีความเสี่ยง
ถ้าเผลอลงมีดผ่าตัดส่งเดชแล้วทำให้เจ้าชายวิลเลียมสิ้นพระชนม์เข้า แบบนี้ก็ซวยแล้ว
ต่อให้ไม่ถึงตาย แต่เกิดมีอาการอัมพาตครึ่งซีก อัมพาตใบหน้า หรือสมองเสื่อมอะไรขึ้นก็ไม่เป็นผลดีทั้งนั้น
เรื่องนี้จะกลายเป็นคดีพิพาทระหว่างหมอและคนไข้ที่ใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดแน่
ถ้าถึงเวลานั้นขึ้นมาจริงๆ ก็ต้องคิดหาทางแล้วว่าจัดการอย่างไร ดังนั้นถ้าคุณตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ใครจะกล้าก่อเรื่อง
หลายๆ ครั้งการรักษาให้ ‘คนใหญ่คนโต’ พวกนี้ก็เป็นปัญหา เบาหน่อยคุณก็รอดปลอดภัย หนักหน่อยถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาก็ต้องจ่ายเงินค่าชดเชยสูงที่สุดในวิชาชีพ
พอเฉินชางเดินมาหงจี้เอ่ยถาม “ศาสตราจารย์เฉินคุณมีวิธีอะไรบ้างไหม”
เฉินชางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ขอผมดูก่อนนะครับ”
หงจี้พยักหน้ารับ หลบกล้องวงจรปิดแล้วใช้เท้าสะกิดเฉินชางอย่างระมัดระวังทีหนึ่งพลางส่งสายตาให้เฉินชาง
เฉินชางเข้าใจความหมาย จู่ๆ ก็รู้สึกว่าผู้อาวุโสคนนี้น่าสนใจมาก
ถึงอย่างไรก็อยู่ภายใต้กล้องวงจรปิดจึงพูดจาส่งเดชไม่ได้ พอนึกถึงแรงสะกิดเบาๆ จากเท้าชายชรา
เฉินชางพลันอุ่นใจขึ้นมาในทันที รู้สึกว่าชายชราคนนี้น่าคบหามาก!
อย่างไรก็ตามเรื่องที่ควรทำจะบกพร่องไปไม่ได้ เฉินชางมองภาพบนจอมอนิเตอร์
ตรวจสอบเนื้อเยื่อและโครงสร้างภายในกะโหลกศีรษะอย่างระมัดระวัง
เวลานี้ด้านนอกห้องผ่าตัด พระชายาของเจ้าชายวิลเลียมถามด้วยความสงสัย
“หมอคนนี้… คือศาสตราจารย์เฉินชางงั้นเหรอ”
พอได้ยินคำถามนี้จากพระชายา เลี่ยวรุนฟางพยักหน้ารับ เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม
“ถูกต้องเพคะ! นี่คือศาสตราจารย์เฉินชาง!”
เมื่อได้รับคำยืนยันจากเลี่ยวรุนฟาง พระชายาท่านนี้พลันมีสีหน้าดีใจเล็กน้อย
คณะราชทูตจากประเทศอังกฤษที่รายล้อมอยู่ก็พากันกระซิบกระซาบพูดคุย
“ศาสตราจารย์เฉินชาง!”
“ศาสตราจารย์เฉินชางผู้พิชิตโรคพาร์กินสันไง…”
“ใช่แล้ว เขานั่นแหละ”
“เจ้าชายทรงมีโอกาสหายแล้วใช่ไหม”
เลี่ยวรุนฟางฟังเสียงซุบซิบพูดคุยรอบข้างอย่างค่อนข้างภาคภูมิใจ
ใช่แล้วตอนนี้เฉินชางคือสมบัติประจำบ้าน โดยพื้นฐานแล้วไม่ว่าจะไปไหนก็หยิบออกมาอวดได้เสมอ
อันที่จริงบางครั้งประเทศชาติก็คือบ้านเช่นกัน ส่วนเฉินชางก็คือความภาคภูมิใจของประเทศชาติ
เป็นบุคลากรชั้นนำในด้านการแพทย์ ถึงเพื่อนบ้านเหล่านี้จะมาด้วยความอิจฉาแต่ก็ต้องซึมไว้ก่อน ถึงอย่างไรก็หยิบออกมาใช้ได้!
แต่ว่าเลี่ยวรุนฟางทั้งดีใจและกังวลไปในเวลาเดียวกัน!
แม้จะคาดหวังแต่ก็ไม่อยากเสี่ยง ความรู้สึกเป็นเช่นนี้ท่ามกลางสายตาจับจ้องของคนมากมาย
เฉินชางตรวจสอบอย่างละเอียดอยู่นานพักใหญ่ ผ่าตัดแยกเส้นเลือดกดทับไม่ได้!
ผ่าตัดรากประสาทรับสัมผัสของเส้นประสาทใบหน้าก็ไม่ได้!
รักษาเส้นประสาทใบหน้าด้วยคลื่นความถี่สูงจะได้ไหมนะ ก็เป็นไปไม่ได้เหมือนกัน
แต่ตอนนี้เองเฉินชางนึกถึงเทคนิคใหม่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือหนึ่งในเทคนิคที่ตนได้รับมาจากการผ่าตัดโรคปวดเส้นประสาทใบหน้า!
เดิมทีคิดว่าตนจะนำมาใช้ประโยชน์ไม่ได้เสียแล้ว เพราะถึงอย่างไรการรักษาโรคปวดเส้นประสาทใบหน้าก็มีหลากหลายวิธีการ
ไม่คิดเลยว่าจะได้นำมาใช้ประโยชน์จริง!
พอคิดมาถึงตรงนี้เฉินชางเริ่มสอดกล้องเข้าไปสำรวจโพรงศีรษะด้านหลังตรงกะโหลกท้ายทอย
ผ่านทางแผลกรีดเปิดหลังกกหูอย่างระมัดระวัง พอเห็นฉากนี้ทุกคนตะลึงงันทันที นี่เฉินชางจะทำอะไร
ทำไมถึงสอดท่อเส้นหนึ่งเข้าไปในสมองคนไข้ส่งเดชละ!
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอใหญ่เริ่มสำรวจแถบซีกสมองน้อยเข้าไปทางด้านหลัง ลึกเข้าไป ลึกเข้าไปเรื่อยๆ…
ฉากนี้ทำให้ทุกคนอกสั่นขวัญแขวนขึ้นมา
พอนึกถึงช่วงที่มุมกล้องหมุนกลอกไปมา ทอนซิลสมองน้อยก็ปรากฏขึ้นบนจอมอนิเตอร์!
จากนั้นเฉินชางก็ลากสมองน้อยขึ้นไปด้านบนอย่างระมัดระวัง!
ตอนนี้ก้านสมองส่วนท้ายโผล่ออกมาแล้ว!
หลังจากเห็นก้านสมองส่วนท้ายทุกคนในห้องผ่าตัดตะลึงงันไปทันที!
ทำไมคุณมุดมาถึงที่นี่ละ ทุกคนล้วนเบิกตามองเฉินชาง ล้วนมีสีหน้าไม่เข้าใจ!
ในขณะที่ทุกคนกังวลกลัวว่าเฉินชางจะมุดมั่วซั่วต่อไป
เฉินชางก็สาวกล้องออกมาแล้วมีคราบเลือดติดมาด้วยเล็กน้อย
พอเห็นกล้องเอนโดสโคปออกมาแล้ว ในที่สุดทุกคนก็โล่งใจ เจ้าหมอนี่ก่อเรื่องวุ่นวายแล้ว
ทำไมนายถึงกล้าก่อเรื่องต่อหน้าคณะราชทูตและพระชายาของคนไข้อย่างส่งเดชกัน
โชคดีที่ไมเกิดปัญหาขึ้นแต่ตอนนี้เองเฉินชางเอ่ยกับหงจี้ว่า
“อันที่จริงผมมีวิธีหนึ่งครับ อาจจะรักษาโรคปวดเส้นประสาทใบหน้าของเจ้าชายวิลเลียมได้”
[1] ช่วงบั้นปลายชีวิตโจโฉป่วยเป็นโรคทางระบบประสาทปวดศีรษะเป็นประจำ ต่อมาจึงเชิญฮวาถัวที่มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าเป็นหมอเทวดาแห่งยุคมารักษาอาการ ซึ่งฮวาถัวเสนอการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดศีรษะ แต่เนื่องจากยุคนั้นการผ่าตัดรักษาไม่เป็นที่รู้จัก โจโฉจึงคิดว่าฮวาถัวต้องการสังหารตน จึงสั่งประหารชีวิตฮวาถัวเสีย
[2] เป็นสูตรยาแผนโบราณประกอบด้วยสมุนไพรจีนห้าชนิด ได้แก่ ไฉหู หวงฉิน เจียงปั้นเซี่ย จื้อกันเฉา และเซิงเจียง นำมาต้มรวมกันใช้รักษาโรคที่เกิดจากพิษไข้เข้าสู่เส้นเส้าหยาง (ถุงน้ำดี) มีสรรพคุณบำรุงสมดุล ใช้ในผู้มีอาการสะบัดร้อนสะบัดหนาว แน่นเสียดทรวงอกและชายโครง เซื่องซึม เบื่ออาหาร หงุดหงิด คลื่นไส้ ปากขม คอแห้ง ตาลาย ลิ้นมีฝ้าขาวบาง ชีพจรตึง หรือสตรีที่เป็นไข้ทับระดูก็ได้