เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1679 แผ่กิ่งป้องปราชญ์ยากจนให้พ้นโศก!
ตกกลางคืนเฉินชางนอนบนเตียงทบทวนเรื่องในวันนี้ ทำยังไงดี ไปขอเงินจากภาครัฐได้ไหม หรือไปหารัฐมนตรีเสี่ยวดี ไปคุยกับเฉาอวี่ไม่ได้จริงๆ นะเหรอ แต่ว่านี่ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย
ก็อย่างที่พูดกันไปก่อนหน้านี้ งบประมาณการแพทย์ของประเทศมีจำกัด มอบทุกอย่างให้คนเพียงคนเดียวไม่ได้ อีกอย่างภาครัฐก็เพิ่งก่อตั้งศูนย์วินิจฉัยโรคพาร์กินสันขึ้น ภาครัฐทุ่มทุนมหาศาลให้กับโครงการนี้แล้ว การก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ต้องใช้เงินไม่น้อย
งบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขก็มีจำกัด ไม่อย่างนั้นจะไปหาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหนล่ะ หากว่า… ตนวิจัยทฤษฎีไม่ตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อแอนติเจนของตนเอง รวมถึงวิจัยตัวยาใหม่สำหรับโรคพาร์กินสัน รัฐมนตรีเสี่ยวจะคร่ำครวญถึงความลำบากด้านการเงินกับเขาไหมนะ!
ทำยังไงดี หรือว่าจะออกเงินเอง พอคิดมาถึงตรงนี้เฉินชางรีบส่ายหน้าทันที ตอนนี้ตนจนกรอบแล้ว ถ้าออกเงินอีกก็เท่ากับรนหาที่
ตกดึกหลังจากฉินเยว่อาบน้ำขึ้นเตียงเรียบร้อย เฉินชางก็ไม่ขบคิดถึงปัญหานี้อีกต่อไป เนื่องจากสายตาและความสนใจของเฉินชางถูกฉินเยว่ดึงดูดไปหมด เฉินชางนอนบนเตียงจู่ๆ ก็เอ่ยโพลงออกมา “ที่รัก… หลังจากพวกเราแต่งงานกันฉันโง่ลง!”
ฉินเยว่หยิกแก้มเฉินชางด้วยความฉงน “ก็ไม่นี่ ฉันรู้สึกว่านายฉลาดขึ้นเรื่อยๆ นะ!”
เฉินชางส่ายหน้า “เธอรู้ไหมทำไมจูกัดเหลียงถึงฉลาดขนาดนั้น”
ฉินเยว่ตอบ “ศึกษาจนรอบรู้เหรอ”
เฉินชางพยักหน้ารับ “ใช่! เธอรู้ไหมว่าเพราะอะไร”
ฉินเยว่ทำหน้างงส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่รู้”
เฉินชางเอ่ยยิ้มๆ “เพราะทุกค่ำคืนที่จูกัดเหลียงเขานอน พอมองเห็นภรรยาแสนอัปลักษณ์ของตัวเองก็นอนไม่หลับ ขึ้นมาทันทีเลยลุกไปอ่านหนังสือไง!”
“เธอดิ ได้ภรรยาขี้เหร่ก็มีประโยชน์นะ!”
“ฉันนะเห็นหน้าภรรยาที่สวยสะพรั่งแบบนี้อยู่ทุกวัน ต้องเบิกบานจนลืมหาความรู้อยู่แล้ว จากนั้นก็จะโง่ลงถูกไหมล่ะ”
ฉินเยว่ถูกเฉินชางหยอกเล่นแบบนี้ก็หัวเราะขึ้นมาทันที ทั้งสองนอนอยู่บนเตียงไม่คุยเรื่องงานแล้ว แต่คุยเรื่องสัพเพเหระในบ้าน เป็นเพื่อนฉินเยว่ฟังเธอบ่นเรื่องจุกจิกในชีวิตประจำวัน ประณามหมอที่ไม่มีความรับผิดชอบคนนั้น…
ชีวิตก็แบบนี้ต้องเรียนรู้ที่จะชื่นชมกันและกันในเรื่องธรรมดา ปลอบใจกันและกัน รับฟังกันและกัน แบบนี้ถึงจะไม่มีระยะห่างทางความรู้สึก ด้วยนิสัยตามธรรมชาติของผู้หญิงทำให้พวกเธอชอบบ่นกันอยู่แล้ว บางทีพวกเธอก็เข้าใจเรื่องราวดี แต่อยากจะบ่นให้ใครสักคนฟังเท่านั้น ในเวลาแบบนี้ต่อให้พวกผู้ชายจะแกล้งฟังแต่สุดท้ายก็ต้องคุยเป็นเพื่อนเธอ ปล่อยให้เธอเล่าจนจบ แบบนี้ถึงจะทำให้เธอตระหนักได้โดยไม่ทันรู้ตัวว่า คุณกลายเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้แล้ว
วันต่อมาฉินเยว่เตรียมมื้อเช้าเบาๆ ไว้เซอร์ไพรส์เฉินชาง รีบกินแล้วออกไปทำงาน อันที่จริงฉินเยว่ก็ต้องเสียสละเพื่อปรับตัวให้เข้ากับชีวิตประจำวันเลวคำชมกับการกระทำโรแมนติกเล็กๆ น้อยๆ ในบางครั้งบางคราวจากเฉินชางทำให้เธอมีความสุขและชื่นใจเป็นพิเศษได้เสมอ
บางครั้งฉินเยว่มักจะกังวลว่าตนกลายเป็นตัวถ่วงของเฉินชาง ไม่คู่ควรกับเฉินชาง แต่มองจากปัจจุบันตนคิดมากไปเสียแล้ว ตอนนี้เธอแค่อยากเป็นภรรยาที่ดี ในอนาคต…ก็อยากเป็นแม่ที่ดี
หลังจากเฉินชางมาถึงโรงพยาบาลแต่เช้าตรู่ เขากลับมาที่ห้องสำนักงาน เปิดคอมพิวเตอร์ เปิดดูวารสารที่เพิ่งสมัครรับข้อมูลในช่วงนี้ แต่ขณะที่กำลังจะปิดคอมพิวเตอร์ เขาเห็นประกาศรับสมัครงานฉบับหนึ่ง ด้วยความอยากรู้เฉินชางจึงเปิดดู จากนั้นก็พบว่าไม่ใช่ใครอื่น เป็นประกาศรับสมัครของศูนย์ปฏิบัติการไททานีส กำลังเปิดรับสมัครนักวิจัยด้านเภสัชวิทยาและด้านพยาธิวิทยาจากทั่วมุมโลก รายได้ขั้นต่ำหนึ่งแสนดอลลาร์สหรัฐต่อปี ให้สิทธิพิเศษแก่ผู้มีผลงานก่อน
เมื่อเผชิญหน้ากับผลประโยชน์พรั่งพร้อมเหล่านี้ เฉินชางยอมรับเลยว่าถ้าไม่หวั่นไหวสิแปลก!
ว่ากันตามจริงเฉินชางเห็นข่าวนี้แล้วค่อนข้างหงุดหงิดใจ คนเหล่านี้คือเสาหลักของชาติทั้งนั้น ถ้าออกไปกันจริงๆ นี่คือความสูญเสีย พอคิดมาถึงตรงนี้เฉินชางร้อนใจเหมือนไฟลน ไม่ได้ ทำยังไงถึงจะแก้ปัญหานี้ได้!
เฉินชางร้อนรนกระวนกระวายจริงๆ สงบใจไม่ได้เลย ฝรั่งมังค่าพวกนี้รวยกันจริงๆ! ตอนนี้ตนจะไปหาสถานที่ใหญ่โตสักแห่งมาจากไหนได้ อีกอย่างผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ล้วนมีปากท้องต้องเลี้ยงดู ถ้าแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยได้ถึงจะดีที่สุดสินะ ยิ่งคิดเฉินชางก็ยิ่งกังวล ไม่ได้การแล้ว!
เฉินชางกัดฟันตัดสินใจ เขายังคงเลือกโทรหาเลี่ยวรุนฟางด้วยตัวเอง ซักถามเรื่องนี้เล็กน้อย เลี่ยวรุนฟางก็ถอนหายใจเช่นกัน “ปีนี้ใช้งบประมาณไปไม่น้อยแล้ว อีกอย่างมีปัญหาต้องจัดการอีกหลายอย่าง สถาบันวิจัยใหญ่โตระดับนี้ไม่ใช่บอกจะสร้างก็สร้างได้เลย”
“ส่วนฐานวิจัยเดิมก็อนุมัติให้โครงการมุ่งเน้นคิดค้นยาชนิดใหม่สำหรับโรคหลอดเลือดหัวใจไปแล้ว”
หลังจากวางสายแล้วเฉินชางกัดฟันกดโทรหาเฉาอวี่ต่อ จากนั้นก็โทรหาฉีเหลียนซานผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนต่อ หลังจากวางสายเรียบร้อย เฉินชางอดเอนหลังพิงพนักไม่ได้ ถอนหายใจอย่างค่อนข้างหดหู่! ทำไมถึงได้ยากขนาดนี้นะ
จู่ๆ ประโยคหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวเขา! ‘เป็นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาเหล่าผู้คน แผ่กิ่งป้องปราชญ์ยากจนให้พ้นโศก!’ ประโยคนี้เด่นชัดเป็นรูปธรรมเหลือเกิน ใครจะเป็นให้ฉันได้…
เฉินชางเพิ่งคิดไปหยกๆ เสียงเขาก็แว่วขึ้นมา “เสี่ยวเฉิน ฉันขงเสี่ยงหมิงนะ”
เสียงที่ลอดออกมาจากมือถือคือเสียงทุ้มหนักของขงเสี่ยงหมิง “เจอปัญหาแล้วละสิ” ขงเสี่ยงหมิงอดหัวเราะไม่ได้เอ่ยถามไป
เฉินชางได้ยินคำพูดขงเสี่ยงหมิงก็ตะลึงไปเล็กน้อย “ลุงขง ผม… คุณรู้ได้ยังไงครับ”
ขงเสี่ยงหมิงหัวเราะ “เมื่อกี้รัฐมนตรีเลี่ยวโทรมาคุยกับฉันแล้ว เรื่องนี้นะนายอย่าเคืองพวกรัฐมนตรีเลี่ยวเลย ถึงยังไงก็มีโครงการต้องดูแลตั้งมากมาย มีเงินจำกัด”
เฉินชางตอบรับ “ครับ ไม่เป็นไรครับลุงขง”
ขณะที่เฉินชางคิดว่าขงเสี่ยงหมิงแค่อยากจะปลอบใจตนเท่านั้น เฉินชางกลับตะลึงงันในทันใดเพราะคำพูดประโยคหนึ่งของขงเสี่ยงหมิง!
“เสี่ยวเฉิน เรื่องศูนย์วิจัยโรคพาร์กินสัน นายมาทำที่เมืองอันหยางเถอะ!”
“ฉันจะจัดหาตึกสองหลังให้นายใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการ!”
“ฟังมีอีกนะ บุคลากรพวกนั้น หลังจากนายพากลับมาแล้ว ฉันจะจัดการปัญหาการว่าจ้างสมาชิกครอบครัวกับปัญหาเรื่องการศึกษาของบุตรหลานให้เอง!”
“ขอแค่เป็นบุคลากรมีความสามารถ ฉันจะจัดหาที่พักค่าเช่าต่ำในเขตไฮเทค [1] ให้”
“เรื่องการศึกษาของเด็กๆ พวกเราจัดตั้งโรงเรียนประถมและโรงเรียนมัธยมให้โดยเฉพาะได้!”
เฉินชางฟังคำพูดขงเสี่ยงหมิงจนตะลึงตาค้างไปแล้ว “ลุงขง… นี่… นี่เอาจริงเหรอครับ”
ขงเสี่ยงหมิงเอ่ยกลั้วหัวเราะ “ฉันต้องหลอกนายด้วยเหรอ”
นี่ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเลย! แต่ว่าการทำเรื่องดีก็ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น มอบตึกสองหลังในเขตไฮเทคให้ แถมยังแก้ไขปัญหาเรื่องที่พักอาศัยให้คนหลายร้อยคนอีก! ดึงดูดคนมีความสามารถมายังเมืองอันหยางได้จริงๆ มองในระยะยาวแล้วนี่เป็นเรื่องดีแน่นอน แต่ว่า! ถ้าต้องการอนุมัติโครงการแบบนี้ แม้แต่ขงเสี่ยงหมิงเองก็ต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาลเช่นกัน
“ขอบคุณครับ! ขอบคุณมากครับลุงขง!”
ขงเสี่ยงหมิงเอ่ยยิ้มๆ “พยายามเข้าล่ะ นี่ฉันทุ่มสุดตัวเลยนะ จากนี้ก็เป็นหน้าที่นายแล้ว!”
เฉินชางตอบรับด้วยความซาบซึ้ง คลี่คลายปมที่ยากที่สุดได้แล้ว ตนแค่ต้องเค้นกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อจัดการ! “ได้ครับ!”
แต่ว่าจากนี้ควรทำอย่างไรต่อล่ะ เวลานี้เฉินชางเห็นว่าบนประกาศรับสมัครของไททานีสระบุการร่วมลงทุนให้การสนับสนุนของลาโรช [2] ไว้ จู่ๆ ก็เกิดไอเดียขึ้นมา!
ใช่แล้ว! ฉันก็หาผู้ร่วมลงทุนได้นี่นา ก็แค่ต้องทำนำเสนอไม่ใช่เหรอ! ผมจะเขียนบทความให้คุณเลย!